อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 17/3 วันที่ 8 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 17/3 วันที่ 8 พ.ค.59

“คุณชยากร...มีภาวะสมองบวม เราต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อลดความดัน เมื่อสมองของผู้ป่วยหายบวมและไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ จึงค่อยทำการผ่าตัดปิดกะโหลกศีรษะได้ครับ”
“มันอันตรายมากมั้ยคะ “
“การผ่าตัดเปิดกะโหลกไม่เป็นอันตราย แต่สภาพร่างกายของคนไข้ตอนนี้อ่อนแอมาก อาจจะมีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัด แต่ผมจะพยายามรักษาชีวิตคนไข้ให้ได้”
อนุศนิยา มิรันตรี อังกาบ แม้แต่ศตวรรษเองก็เครียด และกังวลใจ

วันรุ่งขึ้น ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องพักของนันทพล นันทพลรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว เขานั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน หันไปมองหน้าทุกคน รีบถามหาชยากรด้วยความเป็นห่วง “ชยารู้สึกตัวเหรอยัง?” ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีใครตอบ เพราะกลัวว่านันทพลจะยิ่งทรุดลงไปอีก “ว่ายังไง?? ทำไมไม่ตอบ?!!!” นันทพลหันไปมองอังกาบ “คุณอังกาบ ชยาเป็นยังไงบ้าง?!!!“


อังกาบนิ่ง เครียด สับสน แล้วก็ตัดสินใจบางอย่าง “คุณพลคะ....ถ้าชยาไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมา คุณพลช่วยรับไตของชยาเอาไว้นะคะ”
“นี่คุณพูดอะไรออกมา!!! มันจะมาเป็นอะไรก่อนพี่มันได้ยังไง”
ทุกคนหันไปมองอังกาบด้วยความสงสัย
อนุศนิยาสงสัย “คุณย่ามีอะไรอยากบอกรึเปล่าคะ?“
อังกาบหันไปมองอนุศนิยาน้ำตาคลอ

อังกาบมองเอกสารในมือด้วยความอึ้งตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองชยากรสีหน้าประหลาดใจ “บริจาคไต????”
“ครับ...ผมทำเรื่องขอบริจาคไตให้พี่พลครับแม่
“แม่ไม่เข้าใจ..ทำไมลูกถึงทำแบบนี้ หรือว่าลูกเป็นอะไร “
“ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ ที่ผมบริจาคไตให้พี่พล เพราะผมอยากให้ไตของผมกับพี่พลจริงๆ ถ้าเกิดว่า..มันเข้ากันได้ ตั้งแต่ผมจำความได้ ก็มีพี่พลคนเดียวที่ดีกับแม่และผมเสมอ แต่ผมไม่เคยทำอะไรให้พี่พลภาคภูมิใจ กลับทำให้พี่พลเสียใจหลายครั้งด้วยซ้ำ ผมอยากชดเชยในสิ่งที่ผมเคยทำผิดกับพี่พลครับแม่ ผมคิดแค่นั้นจริงๆ
อังกาบนิ่ง..ก่อนจะจับหน้าชยากรด้วยความปลื้มใจ “ลูกทำถูกแล้วชยา....”
ชยากรจับมืออังกาบแล้วก็ยิ้มออกมา

ทุกคนอึ้งตะลึงกับคำบอกเล่าของอังกาบ นันทพลรู้สึกใจหายอย่างมาก
“ชยาเขาตั้งใจอยากบริจาคไตให้คุณพลจริงๆ ถ้าเกิดว่าชยา” อังกาบสะอื้น “ชยา...หมดลมหายใจ”
อนุศนิยา กับพวกอาๆร้องไห้
นันทพลบอกอย่างทำใจไม่ได้ “ไม่...ฉันไม่ยอมให้มันตาย ชยาจะต้องไม่ตาย” อังกาบน้ำตาไหลอาบแก้ม “ถ้ามันอยากให้ไตของมันกับฉันจริงๆ มันต้องฟื้นขึ้นมาพูดกับฉัน มาบอกฉันด้วยตัวเอง ฉันถึงจะยอมรับไตของมัน แต่ถ้ามันไม่ฟื้น ฉันจะไม่มีวันเอาไตจากน้องชายของฉันเด็ดขาด” นันทพลสีหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ
อังกาบ อนุศนิยา และบรรดาอาๆเศร้าตามไปด้วย

มิรันตรีในชุดปลอดเชื้อ...ไปเฝ้าชยากรในห้อง ชยากรยังไม่รู้สึกตัว มิรันตรีจับมือของชยากรเอาไว้ “มิขอโทษนะคะ ถ้าที่ผ่านมา มิทำให้อาลำบากใจ ถ้าอาตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ มิจะไม่มายุ่งกับอาอีก ถ้าอาไม่อยากเจอมิ มิก็จะไปจากชีวิตของอา แต่ตอนนี้มิขอให้อาสู้ก่อน อย่าเพิ่งยอมแพ้ อย่าเพิ่งหมดหวัง อาต้องฟื้นขึ้นมานะคะ” มิรันตรีจับมือชยากรขึ้นมากุมแน่นและร้องไห้
อนุศนิยาเดินออกมานั่งที่หน้าห้องจิตใจเศร้าหมองมาก แล้วอยู่ดีดี อนุศนิยาก็รู้สึกหน้ามืด วิงเวียน อาการไม่ดี อนุศนิยาหน้าซีด พยายามหายใจเข้าหายใจออกช้าๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นโปสเตอร์ตรงหน้าเป็นโปสเตอร์คุณแม่ตั้งครรภ์ อนุศนิยาตะลึงเมื่อเห็นภาพนั้น เอามือจับท้อง เริ่มสงสัยว่าตัวเองจะมีน้อง

ที่ร้านขายยา อนุศนิยายืนตรงหน้าเภสัชกร “ซื้อที่ตรวจครรภ์ค่ะ“ หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นมาก

ในห้องน้ำโรงพยาบาล อนุศนิยาถือที่ตรวจครรภ์เอาไว้ แล้วค่อยๆ เอานิ้วเลื่อนออกดูตรงแผ่นแสดงผลอย่างลุ้นๆ ที่แผ่นตรวจครรภ์ขึ้นสัญลักษณ์สองขีด อนุศนิยาหันไปวางที่ตรวจครรภ์บนชั้นข้างหลัง เธอตรวจซ้ำมาสามอันแล้ว และทุกอันก็บอกผลแบบเดียวกัน อนุศนิยากลุ้มใจที่รู้ว่าท้องตอนที่มีปัญหากับศตวรรษ อนุศนิยาเครียดมาก

อนุศนิยาเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้อง ก็เจอศตวรรษที่กำลังจะออกไปพอดี เพราะนันพทลหลับอยู่ อนุศนิยาตกใจมาก
ศตวรรษหันมาเห็นอนุศนิยาทำหน้าแบบนั้นก็แปลกใจ “เป็นอะไรรึเปล่า”
“เปล่า”
“ผมเข้ามาตรวจคุณพ่อ แต่ท่านหลับ” อนุศนิยาไม่พูดอะไร เดินมาข้างเตียงพ่อซึ่งนอนหลับอยู่ แล้วพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าไม่ให้ศตวรรษรู้ว่าเธอท้อง “ผมซื้อข้าวมาให้นุศด้วย วางอยู่บนโต๊ะ” อนุศนิยาหันไปมองที่โต๊ะเห็นกล่องข้าววางอยู่ “ได้ยินว่านุศยังไม่ได้กินอะไรเลยวันนี้”
อนุศนิยามองศตวรรษแปลกใจ “รู้ได้ไง??“
“คนแถวนี้สายผมทั้งนั้น นุศทำอะไร ปิดผมไม่ได้หรอก” อนุศนิยานิ่ง ศตวรรษเดินมาเปิดกล่องอาหาร ทันทีที่ได้กลิ่น อนุศนิยาก็รู้สึกคลื่นไส้ ศตวรรษเดินถือกล่องอาหารมาตรงหน้า อนุศนิยาแทบจะทนไม่ไหว แต่ต้องอดทนไม่แสดงออก ศตวรรษตักข้าวมาจะป้อนให้ “กินซะ”
“ไม่ต้องมาทำดี”
“ไม่ได้จะมาทำดี แต่มาทำหน้าที่สามี เอ้า...หน้าที่ลูกหนี้ก็ได้..” อนุศนิยายังใจแข็ง หันหน้าไปทางอื่น “ถ้าเห็นหน้าผมแล้วกินไม่ลง ผมก็จะออกไป แต่กินให้หมดด้วยนะครับ” ศตวรรษเอากล่องข้าวกลับไปวางบนโต๊ะ และเดินออกไปจากห้อง
อนุศนิยารีบเดินมาปิดกล่องข้าว และนั่งลง สีหน้าหนักใจมาก ก่อนจะก้มมองที่ท้องตัวเอง

อุดมศักดิ์นั่งกินอาหารเช้าอยู่กับอีหนู โสมมิกาใส่แว่นดำ สะพายกระเป๋าเดินออกมา
อุดมศักดิ์รีบเรียกไว้ “เดี๋ยว!!” โสมมิกาหยุดเดิน ไม่หันหน้ากลับมา “รู้ข่าวชยากรรึเปล่า? ได้ยินว่าโคม่าอยู่ในไอซียู”
โสมมิกาชะงัก พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “เหรอคะ?”
“แกควรจะไปเยี่ยมเขา แสดงน้ำใจซักนิด”
“ถ้าป๋าห่วงชยานัก ป๋าก็ไปเยี่ยมเขาสิคะ โสมไม่ว่าง”
โสมมิกากำลังจะเดินออกไป แต่บอดี้การ์ดเดินเข้ามา “มีแขกมาหาคุณโสมครับ”
“ใคร?”

จีน่าใบหน้าซีดเซียวมานั่งอยู่ตรงหน้าโสมมิกา ท่าทางเหมือนเดือดเนื้อร้อนใจ “จีน่าแท้งแล้ว”
“แล้วยังไง? ใครจะเกิดใครจะตาย ทำไมทุกคนต้องมาลงที่ฉัน”
“ถ้าจีน่าไม่มีลูก จีน่าก็อยู่บ้านนั้นไม่ได้ ซักวันก็คงจะโดนเฉดหัวออกจากบ้าน คุณเล็กก็คงจะไม่เลี้ยงจีน่าไว้”
“แล้วยังไง ฉันต้องไปรับผิดชอบชีวิตเธอด้วยรึไง“
“ก็ถ้าเกิดจีน่าถูกจับได้ว่าไปพังงานวันนั้น มีหวังคงจะกระเด็นจากคาซ่าด้วย”
“อยากได้ค่าจ้างล่ะสิ..จะเอาเท่าไหร่ “
“เท่าไหร่ก็ไม่คุ้มกับที่เสียลูกไป จีน่าหมดอนาคตแล้วตอนนี้”
“ถ้างั้นเธอจะเอายังไง”
“คุณโสมอยากแก้แค้นคุณนุศไม่ใช่เหรอ ขอเห็นความฉิบหายของมันบ้างเถอะค่ะ บ้านนั้นควรรับกรรมที่ทำกับจีน่า มันพังครอบครัวจีน่า พวกเขาก็สมควรจะโดนบ้าง”
“ตอนนี้ ฉันไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น กลับไปได้แล้ว!!“
โสมมิกาหันหลังจะเดิน จีน่ากระชากแขนโสมมิกาให้หันมา “คุณยอมแพ้นังนุศมันเหรอ!! คนอย่างคุณยอมถอดใจง่ายๆ? นี่มันไม่ใช่คุณโสมมิกาที่ฉันเคยรู้จักซักนิด การที่คุณปล่อยมันไปแบบนี้ คอยดูเถอะว่าซักวันนังนั่นมันจะย้อนกลับมาเล่นงานคุณ มันไม่มีทางยอมให้คุณทำมันฝ่ายเดียวแน่” โสมมิกาตั้งใจฟัง “ถ้าคุณอยากทำลายนังนุศ คุณต้องตัดรากถอนโคน เหยียบมันให้จมดิน กระทืบซ้ำจนแน่ใจว่ามันตายแน่ๆ เพราะถ้ามันไม่ตาย คุณนั่นแหละที่จะต้องตาย”
โสมมิกาคิดตามที่จีน่าพูด แล้วก็กำมือแน่น

อุดมศักดิ์ยืนมองอย่างสงสัยที่เห็นโสมมิกาคบหากับผู้หญิงบ้านๆอย่างจีน่า จึงหันไปถามบอดี้การ์ด “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?”
“เขาบอกว่าเป็นคนของคาซ่าครับ”
“คอยจับตาดูโสมให้ดี ฉันสังหรณ์ใจว่ามันจะก่อเรื่องไม่ดี” อุดมศักดิ์มองโสมมิกาอย่างไม่ไว้ใจ

โสมมิกากำลังโทรศัพท์ “ฉันต้องการขายหุ้นที่ฉันถืออยู่ทุกตัว“โสมมิกาสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง
หน้าบ้านจัดสรรหลังใหม่ของเสาวรส โสมมิกาชูกุญแจบ้านพวงใหญ่ยื่นให้เสาวรส “โสมซื้อบ้านหลังนี้แล้วนะคะ”
เสาวรสตาวาว หันไปมองที่ตัวบ้านสีหน้าตะลึงงัน ก่อนจะยิ้มออกมา และหันไปจะคว้ากุญแจพวงนั้นเอาไว้ แต่โสมมิกาแกล้งยึดกุญแจเอาไว้ก่อน “เหลือก็แต่ไปทำเรื่องโอนให้เป็นชื่อของโสมกับหมอ”
เสาวรสชะงัก หน้าเจื่อน “เรื่องนั้น..เอาไว้ค่อยว่ากันก็ได้ “
“ไม่ได้ค่ะ..โสมต้องการให้คุณแม่สัญญาว่าโสมจะได้วรรษมาเป็นของโสม ถ้าคุณแม่ไม่สัญญา ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้บ้านหลังนี้” เสาวรสรู้สึกลำบากใจมาก แอบรู้สึกผิดกับศตวรรษ “ว่าไงคะคุณแม่....??!! ถ้าไม่สัญญา โสมจะกลับไปเดี๋ยวนี้ แล้วเรื่องที่..คุณแม่ก็เอาไปขายเองก็แล้วกัน”
โสมิกาพูดพร้อมกับหันหลังทำท่าจะเดินออกไป เสาวรสรีบพูด “ตกลง!! ฉันสัญญา...สัญญา...”
โสมมิกาได้ฟังด้วยสีหน้าพอใจมาก

อนุศนิยาเดินเข้าห้องพักเพื่อจะมาเยี่ยมพ่อ แต่เมื่อมาถึงก็ไม่เห็นนันทพลอยู่ในห้อง ได้ยินแต่เสียงอาๆ อยู่ที่นั่น
“นังคุณเสาไม่โผล่หัวออกมาเลยเห็นมะ! ร่วมแต่สุข แต่ทุกข์ไม่เคยอยู่”
พออนุศนิยาได้ยินอาๆ พูดถึงเสาวรสก็ชะงัก หยุดฟัง
“คนประเภทนี้มีเยอะค่ะพี่นัน พวกเห็นแก่เงิน เห็นแก่ได้“
“หมอกับยัยนุศมีปัญหากันแบบนี้ นนว่าป่านนี้คุณเสาคงไปเกาะยัยโสมมิกาแล้วล่ะ”
อนุศนิยาหน้าเจื่อน..เริ่มคิดมาก
“ฉันก็สงสัยอย่างนั้น ปกติมันง้อฉันจะตาย พอเห็นนุศกับหมอตึงๆ กัน ก็คงกลัวจะตกกระป๋อง ป่านนี้คงเที่ยวเอาลูกชายไปขายเลหลังให้ยัยโสมแล้วมั้ง”
“ต้องสืบซักหน่อย จะได้ทำให้นุศมันโงหัวหลุดพ้นจากครอบครัวหน้าเลือดอย่างนั้นซะที”
อนุศนิยายืนกำมือแน่น นาวิกาหันมาเห็นพอดีก็ตกใจ “อุ่ย.”
นันทนากับนนทยาหันไปเห็นอนุศนิยายืนอยู่ก็หน้าซีดกันทุกคน
“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงนุศ..แต่นุศมีตา....ดูรู้ว่าใครเป็นยังไงค่ะ“ อนุศนิยาพูดจบก็เดินออกไป
พวกอาๆมองหน้ากัน ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อก

ศตวรรษอยู่กับเสาวรสที่ถือกระเช้าดอกไม้
“ฝากเอาไปเยี่ยมคุณนันทพลด้วย “
“แม่ไปเองสิครับ “
“ไม่เอา แม่ไม่อยากเจอหน้าเมียเรา “
“แม่ไปด้วยตัวเองเถอะนะครับ อย่าฝากผมไปเลย นุศจะได้รู้สึกดีที่แม่มาเยี่ยมพ่อของเขา...นะครับแม่”
เสาวรสมองหน้าศตวรรษครุ่นคิด แล้วถอนใจ “จะรู้สึกดีหรือรู้สึกแย่กันแน่?“
อนุศนิยาเดินหน้าเครียดอยู่ในโรงพยาบาล ศตวรรษเดินถือกระเช้าดอกไม้มากับเสาวรส พอศตวรรษเห็นอนุศนิยาก็รีบพาแม่เข้าไปหา “นุศ.. แม่มาเยี่ยมคุณพ่อ”
เสาวรสวางท่าเชิดใส่อนุศนิยา เพราะยังงอนเรื่องคราวก่อนอยู่ อนุศนิยายกมือไหว้ตามมารยาท เสาวรสก็รับไหว้ตามมารยาท
“พยาบาลพาพ่อไปฟอกไต”
เสาวรสตัดบท “งั้นก็ไม่เป็นไร ฝากเยี่ยมด้วยเลยแล้วกัน” อนุศนิยาขี้เกียจต่อปากต่อคำจึงทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ศตวรรษแปลกใจที่เห็นอนุศนิยาหน้าเครียดอย่างนั้น “เดี๋ยว.....” เสาวรสเดินไปดักหน้าอนุศนิยา “ลืมบอกไป...ว่าเราเพิ่งขายที่ได้ เดี๋ยวจะโอนเงินมาใช้หนี้ให้สิบล้าน หนี้ที่เหลือก็จะทยอยหาเงินมาโปะ คิดว่าอีกไม่นานก็คงไถ่หนี้ได้หมด”
อนุศนิยาได้ยินเสาวรสมาอวดรวยอย่างนั้นก็ยิ่งระแวงอย่างที่ได้ยินอาๆ นินทา “สปอนเซอร์ที่ไหนเสนอตัวมาช่วยไถ่หมอเหรอคะ”
ศตวรรษรู้ทันว่าอนุศนิยากำลังประชด “กลัวจะมีคนมาเซ้งผมต่อจากคุณเหรอ?”
“เขาคงนึกว่าจะได้กุศลเหมือนไถ่โคกระบือละมั้ง” อนุศนิยาเหน็บแล้วก็เดินไป

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 17/3 วันที่ 8 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ