อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 18/2 วันที่ 9 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 18/2 วันที่ 9 พ.ค.59

“ทำยังกะชีวิตนายไม่สำคัญ ถ้านายเป็นอะไร ฉันเองก็คงไม่มีปัญญาชดใช้ให้แม่นายเหมือนกัน ชีวิตเราก็มีค่าสำหรับใครบางคนด้วยกันทั้งนั้น”
“ถ้าคุณตายในสามปีที่เราอยู่ด้วยกัน ผมจะตามไปเป็นสามีคุณอีกสามชาติ”
ตอนที่ศตวรรษว่ายน้ำไล่จับอนุศนิยา พอจับตัวได้ก็ดึงอนุศนิยามาจูบอยู่ในน้ำนั้น สองคนจูบกันเนิ่นนานจนแทบไม่อยากแยกจากกันเลย
“คนเราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อ “ได้อยู่กับคนที่เรารัก”

อนุศนิยายิ้มเพราะรู้ว่าการได้มาอยู่กับศตวรรษคือสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุด ศตวรรษกอดอนุศนิยาเอาไว้และถือโอกาสสารภาพรักกับอนุศนิยาในตอนนั้น “เพราะมีนุศให้รัก ผมถึงมีความสุข”



ศตวรรษงุนงงเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบจากโสมมิกา ศตวรรษไม่รู้เลยว่าในขณะนั้นกำลังเกิดเหตุร้ายกับอนุศนิยา “โสมได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า… “ ศตวรรษเห็นสายตัดไปก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่ยังไม่ทันจะเคลียร์กับโสมมิกาให้เข้าใจ

ร่างของอนุศนิยานอนเจ็บอยู่บนพื้นหน้าตึก รอบๆ ตัวมีกระดาษตกอยู่รอบๆ ในขณะที่รถของโสมมิกาขับหนีหายไป
ชาครีย์ช็อค รีบเข้าไปหานุศทันที “นุศ... นุศ... เป็นยังไงบ้าง”
อนุศนิยามียังมีสติ เอามือจับที่ท้องของตัวเองไว้เพราะเป็นห่วงว่าลูกจะเป็นอะไร “ช่วยด้วย... “ อนุศนิยาร้องโอดโอยเพราะเจ็บที่ท้อง ชาครีย์เข้ามาประคองร่างของอนุศนิยาไว้
มิรันตรีขับรถเข้ามา พอเห็นร่างของอนุศนิยานอนอยู่ก็ตกใจมาก รีบจอดรถแล้วลงมา “นุศ!! เกิดอะไรขึ้น!!”

ร่างของอนุศนิยาถูกย้ายลงจากเตียงเข็นมาวางลงที่เตียงในห้องฉุกเฉินที่มีแพทย์และพยาบาลมารุมดูอาการให้ อนุศนิยายังรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา
“ความดันตกลงแล้วค่ะ”
หมอพยายามจะตรวจดูว่ามีกระดูกหักตรงส่วนไหนของร่างกาย “คนเจ็บยังมีสติดี ไม่มีกระดูกหักในร่างกาย แต่มีอาการเจ็บตรงช่องท้อง”
“เลือดออกไม่หยุดเลยค่ะ”
อนุศนิยามีเลือดไหลอยู่ตามขา หมอเห็นก็ตกใจ

ศตวรรษเพิ่งมาถึงบ้าน จันทร์รีบรายงานอย่างร้อนใจ “คุณผู้หญิงหายไปทั้งวันเลย โทรหาก็ไม่รับด้วยค่ะ”
เสียงโทรศัพท์ของศตวรรษก็ดังขึ้น ศตวรรษเห็นเป็นสายของมิรันตรีก็รีบรับ “ครับคุณมิ.... “ ศตวรรษได้ยินเรื่องที่อนุศนิยาถูกรถชน ศตวรรษช็อค “อะไรนะครับ”

ทุกคนกำลังมารอดูอาการของอนุศนิยาอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน
ชาครีย์เล่า “รถคันนั้นตั้งใจขับเข้ามาชนนุศแล้วหนี”
มิรันตรีเสริม “เท่าที่ฟังจากครีย์ บางทีอาจจะเป็นรถของโสมก็ได้ “
“ตอนนั้นมันวุ่นมาก ผมไม่ทันมองว่าคนในรถใช่โสมมิกาไหม”
นันทพลโกรธมาก “เลวจริงๆ จองล้างจองผลาญกันไม่เลิกซะที่! พ่อให้คนส่งวงจรปิดไปให้ตำรวจพิสูจน์แล้ว”
อังกาบได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งใจหายเมื่อรู้ว่านุศเจ็บตัวเพราะถูกทำร้ายไม่ใช่อุบัติเหตุ
ชาครีย์ไม่เข้าใจ “ทำไมโสมต้องทำรุนแรงขนาดนี้”
“พ่อเป็นคนให้หมอไปเคลียร์กับทางนั้นเอง ทางนั้นคงจะโมโหมาก ก็เลย...” นันทพลสลดไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะเชื่อว่าศตวรรษคงจะไปเคลียร์กับโสมมิกาตามที่เขายื่นคำขาด ทำให้โสมมิกาคลั่งขนาดนี้
หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน “ญาติคุณอนุศนิยาใช่ไหมครับ”
“ลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ”
“คนไข้ปลอดภัยแล้ว มีบาดแผลภายนอกเล็กน้อย โชคดีไม่มีอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในอาการไม่น่าห่วง แต่เด็กในท้อง....”
คำพูดของหมอทำให้คนอื่นๆ พากันแตกตื่น
มิรันตรีถามย้ำ “นี่นุศท้องเหรอคะ?”
นันทพลซัก “แล้วเด็กปลอดภัยรึเปล่าครับ”
สีหน้าของหมอเคร่งเครียด ทำเอาทุกคนตรงนั้นพากันหนักใจ หมอกำลังจะอธิบาย พยาบาลตามออกมาขัดจังหวะไว้ “คนไข้ขอพบคุณพ่อค่ะ... เชิญคุณพ่อคุณอนุศนิยาเข้ามาหน่อยนะคะ”
“เชิญทางนี้ครับ” พอหมอได้ยินอย่างนั้นก็รีบพานันทพลเข้าไปทันที
มิรันตรียังคาใจอยู่ไม่หาย “มีใครรู้เรื่องที่นุศท้องรึเปล่าคะ”
อังกาบกับชาครีย์ส่ายหน้า

อนุศนิยานอนพักอยู่บนเตียง หมอพานันทพลเดินเข้ามาหยุดยืนดูอนุศนิยาอยู่ห่างๆ นันทพลเห็นสภาพอนุศนิยาแล้วรู้สึกเป็นห่วงมาก
“24 ช.ม. หลังจากนี้คงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดหน่อยนะครับ”
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะเฝ้าไว้อย่างดี”
หมอเดินออกไป นันทพลรีบเข้าไปดูอาการอนุศนิยาใกล้ๆ พอไปถึงแล้วก็ลูบหัวเพื่อปลอบโยน “เจ็บตรงไหนรึเปล่าลูก”
อนุศนิยาส่ายหน้า “ใช่ฝีมือโสมรึเปล่าคะ?”
“น่าจะ...”
“เขาต้องทำกับนุศขนาดนี้เลยเหรอคะ “
“นุศไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น พ่อจะจัดการเอาผิดคนที่มันทำนุศให้ได้ นุศแค่รักษาตัวเองให้หาย นอกนั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก”
“หมอบอกพ่อเรื่องหลานแล้วใช่ไหมคะ.... “ นันทพลพยักหน้า อนุศนิยาคว้ามือนันทพลมาจับไว้ “พ่อจบเรื่องนี้ให้นุศทีได้ไหมคะ นุศอยากเอาตัวเองออกมาจากเรื่องบ้าๆ นุศเจ็บกว่านี้ไม่ไหว นุศอยากหย่า พ่อช่วยซื้อชีวิตของนุศคืนมาให้นุศที” อนุศนิยาอ้อนวอนบอกพ่อทั้งน้ำตา
นันทพลเข้าใจความรู้สึกของอนุศนิยา จึงได้พยักหน้าแทนคำตอบ

นันทพลออกจากห้องฉุกเฉินมา พอดีกับที่ศตวรรษเพิ่งมาถึง ศตวรรษรีบวิ่งมาหาทุกคนด้วยสีหน้ากังวล “นุศเป็นยังไงบ้างครับ?”
“หมอรู้เรื่องที่นุศ...” มิรันตีลำบากใจที่จะบอกเรื่องลูกกับศตวรรษ ยิ่งทำให้ศตวรรษร้อนรนหนัก
“เกิดอะไรขึ้นกับนุศกันแน่”
“พ่อจะคุยกับเขาเอง”
พอนันทพลออกปาก ทุกคนก็เลยปลีกตัวออกไป เพื่อเปิดทางให้นันทพลกับศตวรรษอยู่ด้วยกัน
“อาการนุศหนักมากเหรอครับ”
“นุศปลอดภัยแล้ว” ศตวรรษถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก “แต่พ่อจำเป็นต้องขอนุศคืนจากหมอ เพราะหมอทำสิ่งที่รับปากไว้ไม่ได้” ศตวรรษไม่เข้าใจว่านันทพลหมายถึงอะไร “หมอบอกว่าจะปกป้องนุศ แต่หมอก็ปล่อยให้โสมมาฆ่านุศเกือบตาย ในเมื่อหมอทำตามที่รับปากไว้ไม่ได้ ก็ต้องออกจากชีวิตนุศไปตามที่สัญญาไว้ด้วย”
“โสมเป็นคนขับรถชนนุศเหรอครับ? “
“เห็นรึยังว่าหมอไม่มีปัญญาปกป้องนุศ ในฐานะคนเป็นพ่อ พ่อคงปล่อยชีวิตลูกไว้ในมือหมอไม่ได้ เพราะไม่งั้นพ่อจะเป็นอีกคนที่เป็นฝ่ายสูญเสียลูก อย่างที่หมอเสียไป” ศตวรรษได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองนันทพล สีหน้าตกใจ “รถชนวันนี้ ทำให้นุศแท้ง“
“อะไรนะครับ” ศตวรรษช็อค รับไม่ทันกับสิ่งที่รับรู้
“หมอเสียลูกไปเพราะเหตุการณ์วันนี้ ทีนี้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแล้วนะ ลูกหมอ..หมอยังดูแลไม่ได้ แล้วจะให้พ่อกล้าฝากชีวิตลูกสาวตัวเองไว้กับหมอได้ยังไง”
“นุศไม่เคยบอกผมเลยว่าเขาท้อง”
“ก็เพราะเขาไม่อยากให้ลูกมีพ่ออย่างหมอไง ในเมื่อทุกอย่างเป็นแบบนี้ ก็ถือว่าหมอกับนุศหมดพันธะต่อกัน ภาระเดียวที่หมอยังมีก็คือหนี้ที่ค้างไว้ จบหน้าที่สามีแล้วกลับไปเป็นลูกหนี้อย่างเดิมซะ แล้วพ่อจะส่งทนายไปจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด”
ศตวรรษอึ้งรับไม่ทัน ไม่นึกว่าทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วอย่างนี้ “ขอผมเข้าไปดูอาการนุศหน่อยได้ไหมครับ “
“เสียใจ นุศไม่อยากเห็นหน้าหมออีกแล้ว”
ศตวรรษเสียใจ นันทพลเดินกลับเข้าไปดูอาการอนุศนิยาด้านใน ศตวรรษได้แต่ยืนอยู่ข้างนอก ทำอะไรไม่ถูก

อนุศนิยานอนนิ่งอยู่บนเตียงในห้องพักแต่นอนไม่หลับเพราะยังคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อนุศนิยาเอามือลูบที่ท้องอย่างใจหาย ร้องไห้ เมื่อรู้ว่าชีวิตครอบครัวพังลงแล้ว เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจ นันทพลเดินกลับมาเห็นอนุศนิยานอนร้องไห้ก็รู้ว่าอนุศนิยาทำใจไม่ได้ที่ต้องแยกจากศตวรรษ
นันทพลได้แต่มองอนุศนิยาอย่างสงสาร “เข้มแข็งนะนุศ”

ในเวลาเดียวกันนั้น ศตวรรษยังยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินในอาการนิ่งอึ้ง ไม่นึกว่าจะต้องสูญเสียทุกอย่างไปพร้อมกันแบบนี้ ศตวรรษหันไปทุบกำแพงเพื่อระบายความอัดอั้นที่ชีวิตพังลงในพริบตา แม้ว่าเขาพยายามที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างแล้วก็ตาม เขาเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้ลูกตายและทำให้อนุศนิยาต้องเจ็บ
พยาบาลเดินถือของใช้ส่วนตัวของอนุศนิยาที่ใส่ติดตัวเข้ามาหาศตวรรษ “คุณหมอคะ” ศตวรรษหันไปหาพยาบาล พยาบาลส่งข้าวของให้ “ของที่ภรรยาคุณหมอใส่ติดตัวมาค่ะ”
พยาบาลส่งของให้ แล้วรีบเดินออกไปเมื่อเห็นศตวรรษอาการไม่ค่อยดี ศตวรรษหยิบของพวกนั้นมาดู เห็นเป็นนาฬิกาข้อมือ ตุ้มหูและแหวนในถุงซิปล็อค ศตวรรษเพ่งมองเห็นแหวนแต่งงานแล้วยิ่งสะเทือนใจ ศตวรรษกำแหวนเอาไว้แบบเจ็บปวด ศตวรรษทรุดตัวลงนั่งข้างผนัง รู้สึกอ่อนล้า ศตวรรษมองไปที่ชุดที่พยาบาลพับส่งมา เขาคลี่ดูเห็นว่าเป็นชุดที่อนุศนิยาใส่วันนี้ ศตวรรษเห็นรอยเลือดที่เปื้อนที่ชุดของภรรยาแล้วรู้สึกผิด รอยเลือดนั้นทำให้ศตวรรษคิดถึงลูกของตัวเองขึ้นมา เพราะนั่นเป็นร่องรอยเดียวของลูกที่เขาได้เห็น ศตวรรษเห็นแล้วก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว “นุศ... ผมขอโทษ”
ศตวรรษทั้งกอดชุดของอนุศนิยาไว้แทนตัวของอนุศนิยาที่เขาไม่สามารถเข้าไปกอดปลอบไว้ได้

ที่ห้องรับแขกบ้านโสมมิกา ภาพข่าวในโทรทัศน์ช่วงดึกกำลังรายงานข่าวของอนุศนิยา “เมื่อเวลา 17.20 น. เกิดเหตุการณ์รถยนต์พุ่งเข้าชนนางอนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ นักธุรกิจสาวชื่อดัง กรรมการผู้จัดการบริษัทคาซ่า กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจค้าเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่” ในจอเป็นภาพวงจรปิดจากกล้องหน้าตึกคาซ่าเห็นรถของโสมมิกาพุ่งชนร่างของอนุศนิยา “จากกล้องวงจรปิดจะพบว่าเป็นการตั้งใจทำร้ายร่างกายอย่างอุกอาจ ส่งผลให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทางตำรวจได้รายละเอียดเกี่ยวกับรถของคนร้าย แม้ยังไม่สามารถระบุใบหน้าของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน แต่จากการคำให้การของครอบครัว ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเกิดจากปัญหาส่วนตัวมากกว่าปมทางธุรกิจ”
อุดมศักดิ์รู้แน่ว่าเป็นฝีมือโสมมิกา เขากดรีโมทปิดทีวี
บอดี้การ์ดเข้ามารายงาน “คุณโสมกลับมาแล้วครับ”
ไม่ทันขาดคำ โสมมิกาก็เดินกลับเข้าบ้านมา อุดมศักดิ์เข้าไปจัดการทันที “ใช้อะไรคิดถึงไปขับรถชนเขาแบบนั้น”
“แล้วมันตายไหมล่ะ”
“สติดีรึเปล่า หึงไม่ลืมหูลืมตา อยากได้ผัวถึงกับลงมือเก็บเมียเขา ทั้งโง่ทั้งงี่เง่า”
“ก็แล้วป๋ามายุ่งอะไรด้วยเล่า!!”
“ฉันเดือดร้อนเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ตำรวจจะต้องมา ในเมื่อวงจรปิดเห็นรถแกโชว์หราอย่างนั้น”
“ตรงนั้นมีกล้องวงจรปิดเหรอ?” โสมมิกาได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มร้อนรน เมื่อรู้ว่าจนมุมแน่
“ก็ใช่นะสินังลูกโง่!คราวที่แล้วแค่จ้างวาน แกยังต้องหนีหัวซุกหัวซุน แล้วครั้งนี้แกเจอข้อหาพยายามฆ่า แกคิดว่าฉันจะช่วยอะไรแกได้”
โสมมิกาตกใจกลัว หันไปอ้อนวอน “ป๋า....”
บอดี้การ์ดเสนอ “กำจัดรถไปก่อนดีไหมครับ ถ้าตำรวจมาเดี๋ยวจะแย่”
“จะรออะไรอีกวะ ทำลายหลักฐาน อย่าให้ใครรู้ว่านังนี่เป็นคนขับรถคันนั้นไปก่อเรื่อง”
บอดี้การ์ดรีบออกไป โสมมิกาหน้าซีด เริ่มกลัวความผิดขึ้นมา “โสมแค่จะสั่งสอนมัน ไม่ได้จะฆ่า”
“ตำรวจคงจะเชื่อแกหรอกนะ มันคงเป็นกรรมของฉันที่ต้องมีลูกอย่างแก!!”
โสมมิกาเจ็บใจที่กลับมาต้องมาแพ้ภัยที่ก่อขึ้นเอง

เช้าวันต่อมา อังกาบเข้ามาดูแลนันทพลที่ห้องพัก “เสียดายที่วงจรปิดจับหน้าโสมไว้ไม่ได้ โสมเลยดิ้นว่าไม่ได้เป็นคนขับรถคันนั้น”
“ถึงเขาอ้างว่าไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันเวลาเกิดเหตุว่าเขาอยู่ที่ไหน”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 18/2 วันที่ 9 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ