อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 18/5 วันที่ 10 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 18/5 วันที่ 10 พ.ค.59

“วันนี้นายแพทย์ศตวรรษ วินวิวัฒน์เดินทางเข้ามาให้การกับตำรวจในคดีรถชนนักธุรกิจสาว ซึ่งนายศตวรรษถือเป็นพยานปากสำคัญในคดีเพราะพัวพันในปมชู้สาวระหว่างผู้ได้รับบาดเจ็บกับผู้ต้องสงสัย โดยในเบื้องต้นทางตำรวจยังไม่เปิดเผยคำให้การของพยานปากนี้เนื่องจากมีผลต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าจะสามารถสรุปคดีส่งฟ้องศาลได้ในเร็ววันนี้แน่นอน”
อนุศนิยามองภาพนั้นอย่างผิดหวังที่เห็นศตวรรษไปช่วยเหลือโสมมิกาอย่างเปิดเผย

ศตวรรษถือซองเอกสารออกมาจากสถานีตำรวจ ทันทีที่เดินออกมากำลังจะถึงรถของเขาที่จอดอยู่ รถของอุดมศักดิ์ก็มาจอดเทียบตรงหน้า กระจกหลังของรถค่อยๆ เลื่อนลงอุดมศักดิ์อยู่ที่เบาะหลังของรถ


“ผมมาให้การกับตำรวจแล้ว แล้วนี่ก็สัญญายินยอมหย่าของผมกับนุศ” เขายื่นซองเอกสารให้กับอุดมศักดิ์ อุดมศักดิ์เปิดซองออกมาดู เห็นสำเนาสัญญาการหย่าก็พอใจ “ปล่อยแม่ผมได้รึยัง”
“ถือว่าตอนนี้เราลงเรือลำเดียวกัน ฉันจะปล่อยแม่แก แต่ถ้าแกตุกติกอะไร คนต่อไปที่จะตายคือแก”
อุดมศักดิ์กดกระจกขึ้น เห็นเงาใบหน้าของศตวรรษบนฟิล์มของกระจกรถ ใบหน้าของศตวรรษนั้นเคร่งขรึม ไม่ได้โล่งอกอย่างที่ควรจะเป็น รถของอุดมศักดิ์ขับไป ศตวรรษมองตามรถไปกำหมัดแน่น

ศตวรรษขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาถึงหน้าบ้าน เห็นขบวนรถมาจอดรออยู่ ทันทีที่ศตวรรษมาถึง บอดี้การ์ดก็กระชากตัวเสาวรสที่อยู่ในสภาพอิดโรยลงมาจากรถ
ศตวรรษรีบลงจากรถ แล้วเข้ามาดูอาการของแม่ “แม่... เป็นยังไงบ้าง” ใบหน้าของเสาวรสเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ศตวรรษเห็นแล้วก็ทนไม่ได้ เข้าไปกระชากคอเสื้อบอดี้การ์ด “แกทำอะไรแม่!!”
บอดี้การ์ดหยิบปืนออกมาจี้ที่ศตวรรษพร้อมพูดขู่ “นี่แค่เตือน ถ้าแกปากมาก เตรียมตัวตาย”
“วรรษ” เสาวรสเห็นปืนในมือบอดี้การ์ด ก็รีบไปกระชากตัวศตวรรษออกมา
บอดี้การ์ดขึ้นรถไป ศตวรรษกอดแม่ที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเอาไว้

ศตวรรษพาแม่เข้ามาสงบสติอารมณ์ในบ้าน
เสาวรสยังขวัญเสียอยู่มาก “พวกมันจะฆ่าแม่ มันเกือบจะนั่งยางแม่อยู่แล้ววรรษ”
“ก็แล้วแม่ไปรับเงินกับบ้านเขามาทำไมครับ“
“ก็โสมบอกจะช่วยแม่”
“ผมถามหน่อยเถอะ แม่ร้อนเงินอะไรนักหนา...ทำไมแม่ถึงต้องการเงินตลอดเวลา ทุกวันนี้แม่เอาเงินไปทำอะไร?”
“แม่...แม่...”
“ถ้าแม่ไม่ยอมพูดความจริง ต่อไปผมก็คงช่วยแม่ไม่ได้”
“แม่เป็นหนี้ที่บ่อน... “
“นั่นไง “
“แม่ก็จะไปหมุนเงินมาช่วยใช้หนี้ให้วรรษไง... “
ศตวรรษโกรธจัด ออกปากว่าเสาวรสอย่างไม่ไว้หน้า “อย่ามาอ้างว่าช่วย... ช่วยสร้างปัญหาน่ะสิไม่ว่า ยิ่งแม่ไปเอาเงินโสมมา แม่รู้รึเปล่าว่าโสมเขาทำกับผมยังไง? ผมกับนุศต้องเลิกกัน แม่ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าถูกโสมหลอกใช้”
“แม่จะไปรู้ได้ยังไงว่ามันจะเลยเถิดมาขนาดนี้!!”
“แล้วยังเรื่องคดีรถชนนี่ แม่จะให้ผมมองหน้านุศยังไง โสมทำเมียผมเจ็บ ทำลูกผมตาย”
เสาวรสอึ้ง รับไม่ทัน “วรรษว่าใครตายนะ”
“นุศแท้งลูก ลูกของผม! ผมคนเดียวยังใช้หนี้ให้แม่ไม่พอรึไง แม่ยังต้องการอีกกี่ชีวิตไว้ล้างหนี้ให้แม่ครับ”
เสาวรสร้องไห้ “วรรษ...แม่ขอโทษ แม่... แม่ไม่คิดว่าโสมจะแค้นหนูนุศขนาดฆ่าแกงกัน.... “
ศตวรรษบอกอย่างอัดอั้น พยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้แต่ทำไม่ได้ “ไม่คิด” หรือ “ไม่คิดจะใส่ใจ” กันแน่ครับ ตอนนี้แม้แต่ครอบครัวผมก็ไม่มี ผมจ่ายให้แม่มากกว่านี้ไม่ไหวแล้วนะครับ”
คำพูดของศตวรรษกรีดใจเสาวรสมาก เสาวรสรู้สึกผิดจนร้องไห้ฟูมฟายตีอกชกหัว “แม่ขอโทษ... ทั้งหมดเป็นความผิดของแม่เอง แม่มันเห็นแก่ตัว คนดีอย่างลูกไม่ควรจะมีแม่เลวๆ อย่างนี้”
“เรามีกันแค่นี้ ยังไงผมก็ทิ้งแม่ไม่ได้ ตอนนี้ผมช่วยแม่ได้แล้ว ผมก็ต้องชดใช้ให้นุศเขาเหมือนกัน ผมให้การกับตำรวจว่าโสมเจตนาขับรถชนนุศ ตำรวจออกหมายจับเมื่อไหร่ ป๋าโสมคงไม่เอาผมไว้แน่”

ย้อนไปตอนที่ศตวรรษเลื่อนมือถือของเขาไปบนโต๊ะเพื่อใช้เป็นหลักฐานแก่ตำรวจ “ตอนเกิดเหตุผมโทรคุยกับโสมมิกา เขาข่มขู่ว่าจะฆ่าภรรยาผม ถ้าเช็คกับเครือข่าย ก็น่าจะระบุสถานที่ใช้สัญญาณได้ว่าเขาอยู่ในที่เกิดเหตุจริง”

เสาวรสอึ้งเมื่อรู้ว่าศตวรรษหักหลังอุดมศักดิ์
“ผมไม่ได้บอกตำรวจเรื่องที่พวกเขาจับตัวแม่ไว้เพราะกลัวพวกมันเล่นไม่ซื่อ แต่หลังจากนี้แม่คงต้องหลบไปก่อน พี่ณัฐจะช่วยดูแลแม่ให้”
เสาวรสเป็นห่วงความปลอดภัยของศตวรรษมาก “ลูกไม่กลัวมันเหรอ พวกมันเอาจริงนะวรรษ กับแม่มันยังลงไม้ลงมือทุกวัน”
“ผมไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วครับ มีแต่ชีวิตผมนี่แหละที่พอจะแลกความยุติธรรมคืนให้นุศได้ ผมจะให้โสมรับกรรมกับที่ทำกับเราไว้ ไม่งั้นชาตินี้ผมคงสู้หน้านุศไม่ได้”
“นี่แม่พังชีวิตลูกใช่ไหม? แม่นี่แหละที่สมควรตายกว่าใคร”
ศตวรรษเห็นเสาวรสรู้สึกผิดอย่างนั้นก็สลดไป เขาหยิบสำลีมาซับรอยแผลให้เสาวรสอย่างห่วงใย “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนที่ผมรักอีกแล้วครับ แม่เจ็บมามาก คราวนี้ผมจะสู้กับพวกเขาเอง”
“แต่มันขู่จะเอาชีวิตลูกเลยนะ”
“ผมไม่กลัวหรอกครับ มันคุ้ม ถ้าเอาผิดโสมได้”
“ชีวิตลูกแลกกับคนเลวๆ อย่างนั้นมันจะคุ้มได้ยังไง”
“มันคุ้มตรงที่จะนุศจะได้เห็นความบริสุทธิ์ใจแล้วยอมยกโทษให้ผมไงครับ”
“โธ่เอ๊ย...วรรษ เพราะแม่แท้ๆ ลูกถึงต้องมาเจออะไรอย่างนี้” เสาวรสร้องห่มร้องไห้เข้าไปกอดศตวรรษไว้ ทำใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าศตวรรษเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง

เช้าวันต่อมา อนุศนิยามาเยี่ยมชยากร และกำลังปอกแอปเปิ้ลให้ “หมอบอกว่าอาการอาดีขึ้นมาก ให้กลับบ้านได้แล้วนะคะ เหลือก็แต่มาทำกายภาพบำบัดบ้าง”
ชยากรรับแอปเปิ้ลชิ้นนั้นมาแล้วนึกถึงตอนที่เขาเคยอิจฉาที่เห็นอนุศนิยาปรนนิบัติศตวรรษ ชยากรรู้สึกผิด “ถ้าเป็นเมื่อก่อน เห็นนุศมาดูแลอาแบบนี้ อาคงจะดีใจ แต่พอมาเห็นตอนนี้ อารู้สึกผิด”
“ทำไมคะ?”
“เรื่องบ้านที่โสมซื้อเป็นแผนของอาเอง” อนุศนิยาชะงักมีดที่กำลังปอกผลไม้อยู่ทันที “อารู้ว่าไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้นุศผิดใจกับศตวรรษได้เท่าเรื่องเงิน อาเลยวางแผนกับโสมว่าอาจะออกเงินให้โสมไปล่อทางนั้น ให้เขาโอนทรัพย์สินทุกอย่างมาเป็นชื่อของหมอกับโสม” อนุศนิยาฟังแล้วก็อึ้งทันที “แต่อาแตกคอกับโสมเรื่องคลิปที่งานของคาซ่า เราทะเลาะกันจนเกิดอุบัติเหตุ อาน็อคไป โสมคงเอาเงินของเขาไปทำตามแผน”
“อาทำแบบนั้นทำไมคะ”
“อาคิดตื้นๆ ว่าถ้ากำจัดศตวรรษไปได้ ชีวิตนุศก็คงจะดี อาไม่รู้ว่าตอนนั้นนุศกำลังจะมีลูก” อนุศนิยานิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก อนุศนิยาถึงกับเดินหนีออกไปห่างๆ ชยากรเห็นอาการผิดหวังของอนุศนิยาก็ยิ่งรู้สึกผิด “แค่ขอโทษ คงไม่พอใช่ไหม”
อนุศนิยาพยายามชั่งใจอยู่นาน “ต่อให้อาวางแผนมาดีแค่ไหน แต่ถ้าพวกเขาไม่เห็นแก่เงินก็คงไม่ติดกับของอาหรอกคะ เขาขายตัวให้ทางนั้นจริงๆ นี่คะ นุศทนใช้ผู้ชายร่วมกับใครไม่ได้หรอกค่ะ”
ชยากรยิ่งละอายใจ “ถ้านุศด่าอาซักคำ อายังจะรู้สึกดีกว่านี้”
“มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ ถ้าอาอยากไถ่โทษก็รีบรักษาตัวให้หาย แล้วมาทำงานแทนนุศสิคะ นุศเหนื่อย นุศอยากวางมือจากคาซ่า ถ้าอาช่วยรับภาระให้นุศได้พัก นุศจะยกโทษให้”
ชยากรนึกแปลกใจกับเงื่อนไขที่อนุศนิยาตั้งให้เขา

ชยากรกำลังมาฝึกบริหารกล้ามเนื้อขากับนักกายภาพ โดยที่ห่างออกไปมีคนไข้ชายอีกคนกำลังนั่งบริหารอยู่ด้วย
มิรันตรีแอบเข้ามาที่แผนก แล้วลอบมองดูชยากรกำลังฝึกอยู่ตรงเคาน์เตอร์ มิรันตรีได้ยินพยาบาลที่เคาน์เตอร์พูดคุยกัน
“คนไข้ผ่าสมอง เนื้อสมองบางส่วนเลยเสียหาย จำคนที่บ้านตัวเองไม่ได้ ตัวเลขก็ต้องมาหัดนับใหม่ คงอีกซักพักถึงจะกลับมาจำอะไรๆ ได้ ต้องคอยเฝ้าเขาไว้ให้ดีด้วยล่ะ”
มิรันตรีได้ยินแล้วก็ตกใจ เพราะคิดว่าพยาบาลกำลังพูดถึงชยากรอยู่ มิรันตรีหันมองไปทางชยากรอย่างใจหาย รู้สึกสงสารชยากรมาก “โธ่...อา” มิรันตรีเดินเข้าไปหาชยากรจนไม่ทันมองรถเข็นอุปกรณ์ ชนโครมเข้าไป จนทุกคนในห้องนั้นหันมาจ้องเธอเป็นตาเดียว
ชยากรหันมาตามเสียง เห็นมิรันตรีอยู่ในห้องด้วย มิรันตรีทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นชยากรหันมาเจอ แต่แล้วชยากรก็หันกลับไปตามเดิมทำให้มิรันตรีอึ้ง
“หรือว่า...จะจำไม่ได้!!” มิรันตรีไม่นึกเลยว่าชยากรจะอาการหนักขนาดนี้

มิรันตรีอยากรู้ว่าชยากรจะลืมเธอไปจริงๆ หรือไม่ ตอนที่พยาบาลพาชยากรเดินออกจากแผนกจะกลับไปห้อง มิรันตรีรีบมาดักรอ เพื่อจะดูปฏิกิริยาของชยากรตอนที่เห็นหน้าเธอจังๆ ทันทีที่ชยากรเดินผ่านมา เขาก็สวนกับมิรันตรีไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้า
มิรันตรีอึ้งเมื่อเธอไร้ตัวตนในสายตาชยากร “จำไม่ได้จริงๆ”
ชยากรเดินไปซักพักแล้วหันมาบอกกับพยาบาล “ไม่ต้องไปส่งครับ ผมกลับเองได้”
พยาบาลปล่อยชยากรกลับห้อง แล้วเธอก็เดินกลับเข้าไปที่แผนก มิรันตรีมองตามชยากร แล้วนึกห่วงขึ้นมา เธอจึงตั้งใจเดินตามไปส่งเขาที่ห้อง ชยากรรู้ตัวว่ามิรันตรีตามมาแต่ไม่กล้ามาทักเขา ชยากรแกล้งเดินต่อไปโดยไม่เหลียวหลัง

ชยากรเข้ามาในลิฟต์ มิรันตรีรีบตามเข้าไป เพราะกลัวว่าชยากรจะอ่านตัวเลขไม่ได้ตามที่พยาบาลบอก พอเข้าไปถึงปรากฏว่าในลิฟต์นั้นไม่มีใคร มีแต่ชยากร ชยากรกดชั้นของห้องพักไว้ก่อนแล้ว ทำให้มิรันตรีแปลกใจมาก ลิฟต์ปิดลง ชยากรกับมิรันตรีอยู่ด้วยกันตามลำพัง ชยากรเหล่ดูว่ามิรันตรีจะทักเขาก่อนเมื่อไหร่ ในขณะที่มิรันตรีก็แอบลอบมองดูว่าชยากรจะจำเธอได้บ้างไหม แต่ปรากฏว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ลิฟต์เปิดออก ชยากรก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไร แม้มิรันตรีสัญญาว่าจะไม่มาเจอชยากรอีก แต่พอเห็นว่าเธอไร้ตัวตนในสายตาเขาก็ทำใจไม่ได้ มิรันตรีจ๋อยเมื่อพบว่าชยากรจำตัวเองไม่ได้ ขณะที่ประตูกำลังปิด จู่ๆ มิรันตรีก็วิ่งแทรกประตูลิฟต์วิ่งออกมาเรียกชยากรไว้ “นี่...” ชยากรแปลกใจที่จู่ๆ มิรันตรีก็พูดกับเขาก่อน ชยากรหันกลับไป “จำมิไม่ได้เหรอ? ความจำเสื่อมจริงๆ ใช่ไหม”
“ความจำเสื่อม? อ้อ... เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ”
มิรันตรียิ่งใจหาย “แค่รู้จักที่ไหน... คนตั้งเยอะตั้งแยะทำไมถึงเป็นมิที่อาจำไม่ได้“
“ถ้ามากกว่ารู้จัก... งั้นเราคงเป็นญาติกัน”
มิรันตรีรับไม่ได้เมื่อเห็นชยากรจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้ มิรันตรีสลดไป “ช่างเถอะ ไหนๆ ก็เลิกกันแล้ว กลับไปเป็นคนแปลกหน้าอาจจะดีกว่าก็ได้” มิรันตรีถอดใจ หันหลังเดินกลับ
ชยากรแอบขำเมื่อแกล้งมิรันตรีได้ จึงแกล้งเดินตาม “เดี๋ยว“ มิรันตรีไม่ตอบ ยังเดินดุ่ยๆ ไป ชยากรเลยรีบไปคว้าแขนไว้ มิรันตรีหันมา “บอกว่าเลิกกัน งั้นคงเป็น “แฟนเก่า” ใช่ไหม?”
มิรันตรีเจ็บจี๊ดที่ชยากรใช้คำว่าแฟนเก่า “ใช่...แค่ ‘แฟนเก่า’ จบกันแล้ว ลืมๆ ไปก็ได้” มิรันตรีดึงมือออก หันหลังเดินกลับ
ชยากรรีบไปดักหน้าไว้ “เราเลิกกันนานแล้วเหรอ? เอ... ทำไมจำไม่ได้”
“ปกติอาก็ไม่เคยเห็นมิอยู่ในสายตา ไม่แปลกหรอกค่ะที่จำไม่ได้”
“สงสัยเราจะเลิกกันไม่ดีเท่าไหร่ ไหนๆ ก็ความจำเสื่อมแล้ว งั้นเรามารีบูทสมองลองทำความรู้จักกันใหม่ดีไหม? เผื่อว่าเราจะกลับมารักกันได้”
“จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเราไม่เคยรักกัน อาคงลืมว่าอาแค่คบมิไว้บังหน้าแค่นั้น”
ชยากรหน้าเจื่อน เหมือนโดนด่าเข้าแสกหน้าบอกด้วยเสียงอ่อยๆ เริ่มสำนึก “เพิ่งรู้ว่าฉันใจร้ายขนาดนั้น”
“อายังมองมิเป็นผู้หญิงบ้านๆ แถมด่าว่ามิไม่เจียม คิดฟุ้งซ่าน มโนเข้าข้างตัวเองหาว่าอามีใจ ตอนคบกันต่อให้มีผู้ชายมาอ่อย ต่อมหึงของอาก็ไม่สะทกสะท้านอะไร คำพูดพวกนี้อาจำไม่ได้เลยรึไง”
ชยากรแอบอึ้งที่ตัวเองพูดกับมิรันตรีไว้แรงขนาดนั้น “แต่ละอย่าง ไม่มีอะไรสร้างสรรค์ให้จำแล้วรึไง”
มิรันตรีพูดแล้วน้ำตาไหล “‘ซกมก โรคจิต ชอบคาดคั้น ชอบจับผิด ชอบเอานิสัยนักข่าวมาใช้ คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด’ คำพวกนี้มิจำได้ขึ้นใจ… “
ชยากรเหนื่อยใจ “ไม่เห็นจะน่าจำตรงไหน”
“เพราะมันไม่น่าจำ อาก็เลยลืมคนอย่างมิไง... แต่มิจำทุกอย่างได้ ประโยคสุดท้ายที่อาบอกกับมิก่อนอาหลับไป อาบอกว่า” มิรันตรีพูดไปร้องไห้ไป “ฉันไม่พูดกับเธอแล้ว เสียเวลา...‘มิก็ยังจำได้” ชยากรตกใจมากเมื่อรู้ว่าที่จริงแล้วเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวยิ่งกว่า “ต่อให้อาไม่พูดกับมิสักคำมันก็ยังไม่เจ็บเท่ากับที่อาหันมาถามว่ามิเป็นใคร ...”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 18/5 วันที่ 10 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ