อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/3 วันที่ 10 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/3 วันที่ 10 พ.ค.59

“ทำไมไม่บอกนุศเรื่องนี้ ปล่อยให้เขาเข้าใจว่านายเข้าข้างคนผิดอยู่ได้”
“ผมพยายามบอกแล้ว แต่ปัญหาก็คือเขาไม่เชื่อใจผม”
“นายเก็บของออกจากบ้านไปไม่หมด ยังลืมไอ้นี่เอาไว้”
ชยากรโยนกุญแจพวงหนึ่งให้ศตวรรษ กุญแจพวงนั้นคือกุญแจบ้านสำรองที่จีน่าเอามาซ่อนไว้ที่ห้องของศตวรรษ ศตวรรษมองกุญแจในมืออย่างไม่เข้าใจ “ไม่ใช่ของผมนี่ครับ”
“นี่เป็นกุญแจบ้านหลังที่นายซื้อไว้อยู่กินกับโสมไง”

“ผมเคยบอกแล้วว่าผมไม่เคยไปเหยียบที่นั่น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านหลังนั้นอยู่ที่ไหน ถึงรู้ก็ไม่คิดจะไป”


ชยากรตั้งใจจะจับตามองปฏิกิริยาของศตวรรษ พอเห็นว่าศตวรรษดูไม่มีพิรุธก็ส่งนาฬิกาข้อมือให้ “แล้วนาฬิกานี่ล่ะ”
“ของผมเอง แต่มันหายไปแล้ว คุณไปเจอที่ไหน”
“ก็เพราะข้าวของพวกนี้ไปโผล่อยู่ที่บ้านหลังนั้น นุศถึงได้เชื่อว่านายมีอะไรกับโสมไง” ทนายความส่งเสียงกระแอมขัดจังหวะมาเพื่อเร่งเวลา ศตวรรษหันไปมองอย่างเกรงใจ ชยากรถามย้ำ “อยากหย่ากับนุศรึเปล่า “
“ผมยังมีทางเลือกด้วยเหรอครับ”
“มารับผิดชอบลูกนายซะ ฉันไม่ยอมให้นุศท้องไม่มีพ่อหรอกนะ”
“อาว่าอะไรนะครับ”
“ลูกนายยังไม่ตาย ฉันช่วยนายได้มากที่สุดก็แค่นี้ ที่เหลือนายต้องเคลียร์กับนุศเอาเอง”
ศตวรรษตกใจมาก ยังรับไม่ค่อยทัน สีหน้างุนงงอยู่มาก
อนุศนิยากำลังยืนให้สัมภาษณ์สื่ออยู่ที่หน้าแบ็คดรอปงานมอบรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยมจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ โดยมีใบเฟิร์นและประภามาคอยจัดแจงดูแลขณะถ่ายทำ
มิรันตรีกับชาครีย์หลบมุมมายืนมองอนุศนิยาอยู่ด้านนอก
ชาครีย์ยังไม่อยากเชื่อเมื่อรู้ว่าอนุศนิยาท้อง “ทำไมนุศถึงได้ซวยขนาดนี้”
“มีลูกเขาถือเป็นข่าวดี” มิรันตรีหันมาจับผิดชาครีย์ทันที “แอบคิดไม่ซื่อกับนุศอยู่ใช่ไหม?”
ชาครีย์หลบตาแก้เก้อ “นุศยอมมีลูกโดยไม่ง้อผู้ชาย แปลว่านุศคงจะทนผู้ชายแบบนั้นไม่ไหว”
“ถ้าท้องไม่มีพ่อแบบเริ่ดๆ เชิดๆ ได้มันก็ดี แต่นี่เล่นเชิดลูกหนีไปแบบนี้ ดูละครเยอะไปไหม “
“นุศเขาคงไม่ทนโง่ให้ผู้ชายมาเกาะอยู่ได้ทั้งชีวิตหรอก”
“เลยอยากจะอาสาเป็นพ่อของลูกเขาใช่ไหมล่ะ ถามนุศเขาก่อนนะว่าเขาจะเลือกครีย์มะ?”
ชาครีย์หงุดหงิดที่เห็นมิรันตรีกันท่า

ในระหว่างพิธีมอบรางวัลให้กับงานดีไซน์ที่ชนะรางวัลยอดเยี่ยมในประเภทต่างๆ ที่จัดขึ้นในงานแฟร์ อนุศนิยากำลังมานั่งรอขึ้นไปรับรางวัลอยู่ที่ที่นั่งแถวหน้าเวที
ระหว่างนั้นประภารีบเข้าไปกระซิบบอกอนุศนิยา “คุณทนายโทรมาบอกว่าคุณวรรษเบี้ยวไม่ยอมหย่าค่ะ”
อนุศนิยาหงุดหงิดขึ้นมาทันที “ทำไมเป็นคนอย่างนี้นะ”
“เห็นอ้างว่าจะมาเคลียร์กับคุณนุศเองค่ะ”
อนุศนิยาเจ็บใจมาก เมื่อคิดว่าศตวรรษจะต้องแกล้งเธออยู่แน่ๆ
“ลำดับถัดไป เป็นรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมประเภทกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ และผู้ที่ชนะการประกวดในครั้งนี้คือ โซฟาคอลเลคชั่น “โอบ” จากบริษัทคาซ่าค่ะ ขอเชิญคุณอนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ ตัวแทนจากคาซ่าขึ้นรับรางวัลด้วยค่ะ”
อนุศนิยาเอาแต่คิดเรื่องของศตวรรษจนไม่ทันได้ใส่ใจกับคิวบนเวที จนเมื่อเสียงปรบมือดังขึ้น ใบเฟิร์นรีบเข้ามาตามอนุศนิยาให้ขึ้นไปบนเวที “คุณนุศทางนี้ค่ะ”
อนุศนิยารีบเก็บอาการและขึ้นไปรับรางวัลจากบนเวทีจากอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศด้วยมาดนักธุรกิจจ๋า มิรันตรีกับชาครีย์นั่งอยู่ด้านล่าง ปรบมือให้กับความสำเร็จของอนุศนิยา
ศตวรรษมาถึงงานมอบรางวัลในสภาพกระหืดกระหอบ พอมาถึงเขาก็เห็นจอวงจรปิดที่หน้างานกำลังถ่ายทอดภาพบนเวที เห็นอนุศนิยากำลังนั่งให้สัมภาษณ์อยู่กับชาครีย์บนเวที พอศตวรรษเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งหาทางเข้าไปในงานทันที

บนเวทีที่รับรางวัลเมื่อครู่นี้ ถูกจัดเป็นการเสวนา อนุศนิยานั่งอยู่กับชาครีย์บนเวทีเพื่อพรีเซ็นต์ไอเดียออกแบบ โดยมีการนำโซฟาในคอลเลคชั่น “โอบ” มาตั้งโชว์อยู่ด้วย มิรันตรีและคนอื่นๆ ร่วมฟังเสวนาอยู่ในห้องด้วยตรงที่นั่งฝั่งผู้ชมซึ่งเต็มไปด้วยดีไซน์เนอร์และนักธุรกิจ
“อยากให้คุณชาครีย์ช่วยอธิบายถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบโซฟาในคอลเลคชั่นโอบว่ามีที่มายังไงคะ”
“แนวคิดในการออกแบบโซฟาตัวนี้เกิดจากการที่เราอยากให้มีเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่โอบกอดนในครอบครัวไว้ด้วยกัน ผมอยากให้คนในครอบครัวได้มาแชร์เวลาอันมีค่าด้วยกัน”
“แล้วที่บอกว่าโซฟาตัวนี้เป็นมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ล่ะคะ”
ศตวรรษวิ่งมาถึงหน้าห้องที่จัดไว้สำหรับเสวนา เขากำลังจะเข้าไป แต่เจอประภาสวนออกจากห้องมา ประภาตกใจ “ว๊าย... คุณวรรษมาได้ไงคะ”
“นุศอยู่ข้างในรึเปล่า”
“อยู่ค่ะ” ประภารีบกั้นเอาไว้ “แต่ยังไม่สะดวกคุยตอนนี้ คุณนุศติดงานอยู่” ศตวรรษจะแทรกเข้าไป “บอกว่าเข้าไม่ได้ไงคะ”
“นี่คุณภาก็รู้เห็นเป็นใจกับเขาด้วยรึไง”
“รู้อะไรคะ” ศตวรรษอาศัยตอนที่ประภากำลังงงรีบพุ่งเข้าไปทันที ประภาจะคว้าตัวเอาไว้แต่คว้าไม่ทัน “ว๊าย...คุณวรรษ!!”

อนุศนิยากำลังตอบคำถามในงานเสวนาอย่างต่อเนื่อง “...ในแง่ของการใช้งาน โซฟาตัวนี้จะต้องตอบสนองไลฟ์สไตล์คนในปัจจุบัน และเอื้อให้คนในบ้านได้มาใช้งานในเวลาเดียวกันได้โดยไม่รู้สึกสูญเสียความเป็นส่วนตัว”
ผู้ร่วมเข้าชมเสวนารายหนึ่งยกมือเพื่อถามคำถาม “ในฐานะที่ทำงานเมืองนอกมานาน คิดว่าผลิตภัณฑ์ของคุณจะสู้กับฝรั่งได้ตรงไหน”
“ผมรู้สึกว่าฝรั่งยังมองว่าเมืองไทยเด่นเรื่องงานฝีมือแต่ไม่มีดีไซน์ที่ร่วมสมัย ผมคิดว่านี่จะเป็นงานที่บอกฝรั่งได้ว่างานดีไซน์ที่มีคุณภาพก็เมด อิน ไทยแลนด์ได้”
แขกในงานยกมือพรึ่บกันอีกหลายคนเพื่อถามคำถามต่อไป พิธีกรหันไปมอง เลือกไม่ถูก “ขอเชิญคุณผู้ชายที่ยืนทางด้านหลังค่ะ”
“คุณคิดยังไงถึงขโมยไอเดียของคนอื่นไปขายโดยไม่ให้เครดิตเจ้าของไอเดียเขาครับ” คนที่นั่งฟังอยู่ในห้องพากันหันกลับไปมองศตวรรษที่ถามโพล่งออกมา ประภาแทบลมจับที่เห็นศตวรรษมาป่วน อนุศนิยากับชาครีย์พยายามมองไปในความมืดของฝั่งผู้ชมเพื่อหาตัวคนถาม แล้วก็เห็นศตวรรษเดินตรงมาหน้าเวที “เท่าที่ผมเข้าใจคุณพัฒนาสินค้าออกมาตามไอเดียที่คุณได้จากผม ผมว่ามันไม่แฟร์ที่อยู่ๆ พวกคุณจะชิงได้หน้ากันแค่สองคน”
อนุศนิยาช็อคมากที่เห็นศตวรรษบุกมาหาเรื่องกลางงานเสวนา
มิรันตรีอึ้ง “คุณวรรษเล่นอะไรเนี่ย”
“ผมอยากมาขอความเป็นธรรม เพราะผมควรได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ผมสร้างขึ้นมา หรือว่าเรื่องจริยธรรมมันไม่สำคัญกับคาซ่า”
อนุศนิยาทนไม่ไหวลุกขึ้นจ้องศตวรรษอย่างเหลืออด “ทำเกินไปแล้วนะ!!”
“ตอนนี้ไม่ใช่แค่ “ไอเดีย” ด้วยนะที่คุณขโมยผมมา จะให้ผมบอกอีกไหมว่าคุณกำลังรวมหัวกันโกง “อะไร” ไปจากผม”
ชาครีย์รู้ทันทีว่าศตวรรษน่าจะหมายถึงเรื่องเด็กในท้อง ทำให้ชาครีย์หันไปมองมิรันตรี มิรันตรีรีบโบกมือปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้เป็นคนปริปากบอกศตวรรษ ทุกคนในห้องพากันงง ไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังพูดเรื่องอะไรกัน อนุศนิยาเห็นทุกคนจ้องมองมาที่เธออย่างนั้นก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจวิ่งลงจากเวที แล้วออกไปจากห้องประชุมทันที ศตวรรษเห็นอย่างนั้นก็รีบตามไป ทุกคนในห้องนั้นพากันฮือฮา ชาครีย์มองตามเป็นห่วงอนุศนิยามากแต่ก็จำเป็นต้องอยู่แก้สถานการณ์ให้

อนุศนิยาวิ่งออกมาสงบสติอารมณ์ที่ด้านนอกงาน แค้นมากที่ศตวรรษมาป่วนเธอแบบนี้ พอศตวรรษตามออกมา อนุศนิยาก็เข้าไปซัดเขาทันที “อีกแล้วนะ... ฉีกหน้าฉันกี่ครั้งแล้ว!! “
“คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายไม่ไว้หน้าผม”
“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา!! ไม่ยอมไปหย่าแล้วยังมีหน้ามาหาเรื่องฉันอีก!!”
“คุณหลอกให้ผมไปหย่าจะได้ขโมยลูกไปเป็นของคุณคนเดียวใช่ไหมล่ะ!!” มิรันตรี ใบเฟิร์น ประภาแจ้นตามออกมา แต่พอเห็นสองคนกำลังทะเลาะกันหน้าดำคร่ำเคร่งก็ไม่กล้าเข้ามา อนุศนิยาอึ้งเมื่อเห็นศตวรรษยกเรื่องลูกมาตอกหน้า “ผมรู้เรื่องที่คุณโกงลูกผมแล้ว คุณโกหกว่าแท้ง เพราะจะเก็บลูกไว้กับตัวใช่ไหม”
“น้ำหน้าอย่างคุณเป็นพ่อใครเขาไม่ได้หรอก!!”
“ทำไม? ผมมันเลวตรงไหน?”
“ยังไม่รู้ตัวอีกว่าที่ผ่านมาคุณทำให้ชีวิตฉันตกต่ำแค่ไหน”
“แล้วมันแปลว่าผมเป็นพ่อคนไม่ได้ยังไง?”
“คุณก็แค่หวังจะเกาะเด็กกินเท่านั้นแหละจริงไหม”
“อะไรทำให้คุณคิดอย่างนั้น!! จะต้องให้ผมพิสูจน์อีกกี่ครั้งว่าผมไม่เคยหวังเงินคุณเลย”
“เคยทรยศฉัน ยังจะให้ฉันเชื่อคำพูดคุณอีกเหรอ?”
“ถึงคุณจะเกลียดขี้หน้าผม คุณก็ไม่สิทธิ์ยึดเด็กไว้คนเดียวอยู่ดี “
“คนอย่างคุณมันไม่มีปัญญาดูแลใครได้ ช่วยยอมรับความจริงซะทีเถอะ”
อนุศนิยาหันไปเห็นคนมามุงดูเธอกับศตวรรษมากมาย เธอรู้สึกอับอายจึงรีบหนีไปทันที ชาครีย์ตามออกมาจากห้องเสวนา พอศตวรรษหันไปเห็นชาครีย์ตามมา ก็รีบวิ่งตามอนุศนิยาไปตัดหน้าชาครีย์

อนุศนิยาวิ่งออกจากงานเพื่อจะหนีกลับ
ศตวรรษยังวิ่งไล่มา “นุศ...นุศ...”
อนุศนิยาหันมาเห็นศตวรรษตามมาก็ยิ่งหนี อนุศนิยารีบวิ่งหนีลงบันไดหน้าอาคาร แต่เพราะวิ่งมาเร็วมากจึงทำให้เสียหลักเกือบจะล้มลง “โอ๊ะ”
“ระวัง” ศตวรรษ รีบวิ่งเข้ามาคว้าแขนของอนุศนิยาเอาไว้ก่อนตกบันไดลงไป ศตวรรษรั้งตัวอนุศนิยาเอาไว้ อนุศนิยาใจหาย “เห็นรึเปล่าถ้าไม่มีผมคุณจะเป็นยังไง?”
“ไม่ต้องมายุ่ง!!” อนุศนิยาไม่พอใจ ผลักศตวรรษออก
ชาครีย์วิ่งตามมา รีบเข้ามากันอนุศนิยาออกจากศตวรรษ “นุศเป็นยังไง...เขาทำอะไรนุศรึเปล่า”
ศตวรรษเห็นชาครีย์ทำท่าเข้ามาปกป้องอนุศนิยาอย่างกับเป็นเจ้าของก็ไม่พอใจ เลยแกล้งหาเรื่องกลับ “ผมจะทำเขาทำไม ถามเขาดีกว่าว่าจงใจทำตัวเองรึเปล่า”
“นี่คุณหาว่าฉันจงใจล้มงั้นเหรอ”
ชาครีย์ไม่พอใจ “ยังเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าถึงมาหาเรื่องผู้หญิงอย่างนี้ “
“ใครจะรู้ คุณเกลียดผมออกอย่างนี้ ถ้าไม่มีเด็กคนนี้ก็คงดีใช่ไหมล่ะ ผมไม่ไว้ใจให้ลูกอยู่กับผู้หญิงใจดำอย่างคุณหรอกนะเพราะไม่รู้ว่าคุณจะฆ่าเขาวันไหน“ อนุศนิยาอึ้งที่เห็นศตวรรษใส่ร้ายเธออย่างนั้น ศตวรรษสะใจที่เห็นว่าเขาเล่นงานอนุศนิยากลับได้ “ผมไม่หย่าจนกว่าจะแน่ใจว่าเด็กออกมาปลอดภัย แล้วค่อยมาว่ากันว่าเด็กคนนี้จะเป็นของใคร”
“นี่กล้าต่อรองกับฉันเหรอ?”
“เขาเป็นลูกเราสองคน คุณจะชุบมือเปิบเอาไปคนเดียวได้ยังไง” เขาหันไปเหน็บชาครีย์ให้รู้ตัว “ยิ่งพวกที่ไม่ได้ออกแรงทำยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้าไปใหญ่” อนุศนิยาโกรธมากที่เห็นศตวรรษพูดออกมาอย่างไม่อาย “เห็นผมยอม คุณก็เลยได้ใจ คิดว่าคุณเขี้ยวเป็นคนเดียวรึไงคุณนุศ!!” ศตวรรษตั้งใจย้อนให้อนุศนิยาสะอึก อนุศนิยาอึ้งมากที่เห็นศตวรรษกลับมางัดข้อกับเธออย่างนี้ ศตวรรษไม่พอใจ “ผมเป็นพ่อ เค้าไม่ใช่!! “
อนุศนิยาสวน “อีกหน่อย เค้าอาจจะใช่ก็ได้ “
ศตวรรษอึ้งมากพูดไม่ออก ชาครีย์ผงะ อนุศนิยาจับมือชาครีย์พาเดินออกไปทันที ศตวรรษหันไปมองตามด้วยความหงุดหงิด โกรธที่ชาครีย์ทำตัวมาแทนที่

ขบวนรถของอุดมศักดิ์มาจอดรอโสมมิกาอยู่ที่ถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง มีลูกน้องคอยคุ้มกันรถไว้ภายนอก โสมมิกานั่งอยู่กับอุดมศักดิ์ที่เบาะหลัง “ทั้งหมดเป็นเพราะแกใจอ่อน ปล่อยให้มันรอดไปแต่งงานกัน ไอ้ศตวรรษมันถึงได้กล้ามาแว้งกัด คิดว่าเราคงไม่กล้าเอาจริงกับมัน”
“นังนุศคงจะใช้เงินซื้อหมอไปอยู่ข้างมัน”
“คนของฉันจะพาแกไปเก็บตัวแล้วค่อยหาทางหนีออกประเทศไป ถ้าแกยอมให้ตำรวจจับแกได้ แกก็ไม่ใช่ลูกฉัน”
“ป๋า”
“ไปซะ.... อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า” อุดมศักดิ์พูดจบแล้วลงจากรถมา เพื่อจะเปลี่ยนไปขึ้นรถอีกคันที่จะขับกลับเข้ากรุงเทพ ขณะกำลังก้าวขึ้นรถอีกคัน อุดมศักดิ์ก็หันไปถามบอดี้การ์ดที่เป็นมือขวาของเขา “เจอตัวไอ้ศตวรรษรึยัง”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/3 วันที่ 10 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ