อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/4 วันที่ 10 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/4 วันที่ 10 พ.ค.59

“ไปซะ.... อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า” อุดมศักดิ์พูดจบแล้วลงจากรถมา เพื่อจะเปลี่ยนไปขึ้นรถอีกคันที่จะขับกลับเข้ากรุงเทพ ขณะกำลังก้าวขึ้นรถอีกคัน อุดมศักดิ์ก็หันไปถามบอดี้การ์ดที่เป็นมือขวาของเขา “เจอตัวไอ้ศตวรรษรึยัง”
“มันเอาแม่ไปซ่อน ส่วนตัวมันไม่ได้หนีไปไหน แล้วก็ไม่มีตำรวจมาคุ้มกันมันด้วยครับ”
“หาทางปิดปากมัน อย่าให้มันได้ขึ้นศาลเป็นอันขาด”
อุดมศักดิ์กลับขึ้นรถ แล้วขบวนรถก็ขับแยกกันออกเป็นสองทาง

อนุศนิยากลับมากลุ้มใจมากเรื่องที่ศตวรรษไม่ยอมหย่า “นุศจะทำยังไงดีถ้าเขาไม่ยอมหย่า”


มิรันตรีไม่เข้าข้าง “ก็นุศไปโกหกเขาก่อนทำไม ลูกทั้งคน หลอกกันขนาดนี้ ใครจะไปทำใจได้”
“อุตส่าห์จะรีบหย่า ไม่ให้เขาเอาเรื่องลูกมาอ้าง แต่นี่ไม่รู้ว่าเขารู้ได้ยังไง พอรู้ก็หัวหมอขึ้นมาเลยเห็นไหม”
ชาครีย์เสนอ “ถ้าเขาไม่ยอมหย่าก็ฟ้องหย่าเขาเลยเป็นไง ในเมื่อเราก็มีหลักฐานว่าเขานอกใจ”
มิรันตรีได้ยินอย่างนั้นก็หมั่นไส้ เดินเข้าไปหาเรื่องชาครีย์ สองคนเถียงกันข้ามหัวอนุศนิยาไปมา “ถ้าเขานอกใจ เขาจะจับโสมเข้าคุกทำไม เขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนุศด้วยซ้ำ น่าจะคิดถึงใจเด็กบ้าง เขาอาจจะอยากมีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตาก็ได้”
ชาครีย์เถียง “ไม่จำเป็นหรอก เดี๋ยวนี้ซิงเกิลมัมเยอะแยะไป อย่างนุศมีปัญญาเลี้ยงลูกได้สบาย”
“งั้นถ้าคุณวรรษเขาบอกว่าเขาก็มีสิทธิ์จะเอาลูกไปเลี้ยงคนเดียวได้เหมือนกันจะว่ายังไง”
ยิ่งมิรันตรีกับชาครีย์เถียงกันยิ่งทำให้ทำให้อนุศนิยาเครียดหนักถึงขั้นกุมขมับ

อนุศนิยาส่งทนายความมาขมขู่ศตวรรษที่บ้าน “ถ้าคุณไม่หย่า คุณนุศจะฟ้องว่าคุณเป็นฝ่ายนอกใจ ทำให้เธออับอาย เสียเกียรติยศชื่อเสียง แถมเจ็บช้ำน้ำใจ ถ้าเราฟ้อง คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายล้าน”
ศตวรรษรู้ทันเกมของอนุศนิยาทุกอย่างจึงไม่บ้าจี้ตาม “ถ้าเขาหาว่าผมนอกใจ ผมก็จะฟ้องว่าเขายักยอกเอาลูกผมไปยกให้ผู้ชายอื่นเหมือนกัน อย่าพยายามเอาเรื่องเงินมาขู่ผมให้ยาก ผมพร้อมจะสู้เพื่อให้ได้เลี้ยงดูลูกผม”
ทนายความเห็นศตวรรษบอกมาตรงๆ อย่างนั้นก็รู้ว่าทุกอย่างคงไม่ง่ายอย่างที่คิด

หลายวันต่อมา ที่ห้องทำงานอนุศนิยาที่คาซ่า พออนุศนิยารู้ว่าศตวรรษท้าทายมาก็ตอกกลับทันควัน “อยากจะได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกก็มาดูว่าเขามีปัญญาส่งเสียลูกได้ดีแค่ไหนกัน แค่ค่าเลี้ยงดูปีละ 20 ล้านยังหาไม่ได้เลยมั้ง หนี้สินท่วมหัวขนาดนั้น”
หลายวันต่อมา ที่ห้องตรวจ ในโรงพยาบาล พอศตวรรษรู้อนุศนิยายกเรื่องเงินมาข่มอีกก็ไม่พอใจมาก “สรุปว่าที่เขาหาว่าผมขาดคุณสมบัติจะเป็นพ่อคนก็เพราะติดแค่เรื่องเงินเท่านั้นใช่ไหม ถ้าผมหาเงินมาส่งเสียปีละ 20 ล้านได้ เขาก็จะยกลูกให้ผมใช่รึเปล่า?”
ทนายความหน้าเซ็งที่ดูเหมือนจะไม่มีใครลดราวาศอกกัน

หลายวันต่อมา ที่ห้องรับแขก บ้านวรเลิศลักษณ์ อนุศนิยาไม่พอใจที่เห็นศตวรรษยังฮึดสู้ “ไม่มีทาง... พ่อดูสิคะ เขาพยายามจะเอาชนะนุศให้ได้ ผู้ชายอะไร ความเป็นสุภาพบุรุษไม่มี”
“ที่เขาพยายามจะรับผิดชอบลูกตัวเองนี่ยังไม่ใช่ลูกผู้ชายอีกรึไง”
“เขาแค่ใช้ลูกมาเป็นตัวประกันต่างหากล่ะคะ”
“เหรอ...นุศว่ายังงั้นเหรอ... งั้นเอาอย่างนี้ไหมล่ะ ทิ้งไพ่วัดใจไปเลย บอกว่าถ้าไปหย่าใน 3 วันจะยกหนี้ 40 ล้านที่เหลืออยู่ให้”
“ไม่ได้นะคะพ่อ ที่เขายื้อก็เพื่อจะรอฟังประโยคนี้ไง”
“อ้าว... แต่นุศอยากหย่ากับเขาจะตาย ยก 40 ล้านให้เขาตัดรำคาญไปไป๊”
“เรื่องอะไร?!”
“ก็จะได้รู้ๆ กันไปว่าเขาเห็นเงินดีกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง..” นันทพลหันไปบอกทนาย “ไปบอกเขาตามนี้แหละ”
“พ่อ!!” อนุศนิยาหน้าเหวอมากที่นันทพลด่วนสรุปไปอย่างนั้น

หลายวันต่อมา ในห้องรับแขก บ้านศตวรรษ ศตวรรษนั่งอยู่กับทนายความ เขาหน้าเครียดไปเมื่อเห็นอนุศนิยาใช้ไม้ตายเรื่องเงิน ทนายความคิดว่าศตวรรษคงถอดใจซะที “เป็นอันว่านับจากนี้อีกสามวัน ถ้าคุณหย่าแล้วยอมยกลูกให้เป็นสิทธิ์ขาดของคุณนุศ หนี้ก้อนนี้จะเป็นโมฆะทันที” ทนายความเดินออกไป ทิ้งให้ศตวรรษนั่งเครียดอยู่

อนุศนิยาล้มตัวลงนอน กำลังจะข่มตาหลับ เสียงข้อความ line เด้งขึ้นมา อนุศนิยาคว้าโทรศัพท์มาดู เห็นเป็นศตวรรษส่งข้อความมา “ผมเป็นพ่อพันธุ์ชั้นดี 40 ล้านไม่คุ้มกับลูกที่จะเกิดมาเป็นทายาทมหาเศรษฐีระดับพันล้าน ผมขอคิดค่าเสปิร์มซัก 60 ล้าน ถ้าตกลง ผมจะหย่าให้พรุ่งนี้”
อนุศนิยาปรี๊ดจัด ตัวเด้งขึ้นจากเตียงทันที เมื่อเห็นว่าศตวรรษแสดงความหน้าเลือดออกมาอย่างไม่ปิดบัง

ศตวรรษนอนยิ้มกริ่มเมื่อรู้ว่าเขาคงจะทำให้อนุศนิยานอนไม่ได้ เสียงมือถือของศตวรรษดัง ศตวรรษรู้ในทันทีว่าต้องเป็นอนุศนิยาโทรมา เขารีบรับสายทันที “เป็นอันตกลงใช่ไหม”
“จะเกาะลูกกินให้ได้ใช่ไหม ไม่จ่ายหรอกนะไอ้ค่าทำพันธุ์อะไรเนี่ย”
“ก็ไม่เป็นไร งั้นก็ไม่ต้องหย่า อยู่กันไปแบบเนี้ย”
“ไม่ได้!! ฉันทนคุณอีกต่อไปไม่ไหว”
“ผมไม่ใช่ทิชชู่ ใช้แล้วจะได้ทิ้ง ไม่พอใจก็ไปหยิบแผ่นใหม่ ผู้หญิงดีๆ เขาไม่ทรีทสามีเหมือนทิชชู่ใช้แล้วแบบนี้หรอก”
อนุศนิยาไม่พอใจมาก ตัดสายทิ้ง แล้วโยนมือถือทิ้งลงเตียงทันที ข้างฝ่ายศตวรรษนอนยิ้มอิ่มเอมสบายใจ

หลายวันต่อมา อนุศนิยาเดินลงมาที่หน้าห้องทานข้าว แต่เมื่อมาถึงก็ได้ยินอาๆ ที่นั่งทานข้าวเช้าอยู่ก่อนกำลังเม้าท์ถึงเธออยู่
นันทนาเอ่ยเยาะๆ “พนันกันได้ว่าที่ตาหมอกลับมาง้อยายนุศก็เพราะรู้ว่ายังไงทางนั้นก็ต้องโดนตำรวจซิว พอไม่มีทางไป ก็สบโอกาสอ้างว่าจะมารับผิดชอบลูก หน้าด้านซะไม่มี”
นนทิยาเสริม “ถ้านุศยังกล้ากลับไปเอาผู้ชายคนนี้อีกก็โง่เต็มทน นนล่ะกลัวนุศจะหลงผัวจนโงหัวไม่ขึ้นปากว่า 'ไม่' แต่พอเขาจ๊ะจ๋ามาหน่อยก็แพ้ทาง”
อนุศนิยาที่แอบฟังอยู่ รู้สึกเจ็บใจที่ศตวรรษกำลังทำให้ทุกคนมองเธอเป็นอย่างนั้น
นาวิกาเปรย “นาว่านุศไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ”
นันทนาซ้ำเติม “แล้วบอกจะเลี้ยงลูกคนเดียว ยัยนุศมันก็เก่งแต่ปากไปยังงั้นแหละ ฉันว่าเดี๋ยวมันก็เสร็จไอ้ศตวรรษมันอีก”
“สงสัยจะต้องจัดการปัญหาให้เด็ดขาด” อนุศนิยารู้แล้วว่าจะไม่ให้ทุกคนมาดูถูกเธอได้
ชยากรมาตรวจเพื่อเตรียมเปลี่ยนไตที่โรงพยาบาล
ศตวรรษเห็นจึงเข้ามาทัก “มาตรวจเหรอครับ”
“ดูเหมือนแผนเตะถ่วงของนายจะไม่ได้ผล นุศเลื่อนวันจะไปอยู่เมืองนอกขึ้นมาแล้ว แค่รอให้ฉันกับพี่พลเปลี่ยนไตเสร็จ เขาก็จะไป”
ศตวรรษได้ยินอย่างนั้นก็หนักใจเมื่อรู้ว่านุศตั้งใจหนีเขาไปจริงๆ “ผมไม่รู้จะทำยังไง นุศยังโกรธไม่ยอมยกโทษให้ผม”
“นุศไม่ได้เล่นตัวแต่เขากลัวต่างหาก เขากำลังเสียศูนย์ ทั้งเจ็บทั้งอาย เพราะนายทำให้เขาตกเป็นขี้ปากใครๆ ถ้าอยากให้เขายอมคืนดี นายต้องทำให้เขากลับมาเชื่อใจนายให้ได้”
“ผมพยายามอยู่ครับ ไม่ได้คิดจะถอดใจ”
“รีบพิสูจน์ให้เขาเห็นว่านายจะไม่ทำให้เขาเสียใจ ถ้าปล่อยให้เขาทำใจอยู่โดยไม่มีนายได้ นายจะไม่มีวันได้กลับเข้าไปในชีวิตเขาอีกเลย”
ศตวรรษได้ฟังแล้วหน้าเครียดไปทันที ไม่รู้ว่าจะทลายกำแพงในใจของอนุศนิยาได้รึเปล่า

ชาครีย์กำลังมานั่งหาไอเดียสเก็ตช์งานอยู่ภายในห้องตัวอย่าง อนุศนิยาแปลกใจที่เห็นชาครีย์ลงมาทำงานที่นั่นจึงเดินเข้ามาหา อนุศนิยาเดินมาเห็นชาครีย์กำลังสเก็ตช์ภาพตู้เก็บของอยู่หลายๆ แบบบนกระดาษ
“ใส่ลิ้นชักหลายๆ ชั้นสิ ผู้หญิงชอบให้มีที่เก็บของกระจุกกระจิกเยอะๆ” อนุศนิยาพูดพร้อมกับดึงดินสอจากมือชาครีย์ไปวาดเติมชั้นลิ้นชักลงไปให้ในรูป
ชาครีย์แอบลอบมองอนุศนิยาจากระยะใกล้อย่างเคลิ้มๆ “ก็เพราะนิสัยอย่างนี้มีตู้เท่าไหร่ก็เก็บไม่พอซะที”
ชาครีย์ถือโอกาสเอามือกุมไปที่มือของอนุศนิยาที่ถือดินสออยู่ แล้วจับมือนุศให้วาดตามที่เขา อนุศนิยาเพิ่งรู้สึกตัวว่าชาครีย์กำลังโอบเธอเอาไว้ อนุศนิยารู้สึกอึดอัดเมื่อชาครีย์ฉวยโอกาสเข้ามาใกล้ชิดชนิดที่หน้าแทบจะชิดกัน อนุศนิยาเกร็งจนไม่กล้าหันไปมอง ชาครีย์จับมือนุศวาดรูปเป็นลิ้นชักตู้ใบเดิมจากมุมด้านข้างเมื่อลิ้นชักถูกเปิดออก เพื่อเผยให้เห็นพื้นที่ว่างด้านในลิ้นชัก แล้วอธิบายไปด้วย “เขาว่าถ้าอยากจัดระเบียบชีวิต คนเราก็ต้องเลือกทิ้งของไม่จำเป็นออกไปบ้าง แต่ปัญหาก็คือคนเรามักไม่กล้าทิ้งอะไรออกไปจากชีวิตเพราะมัวแต่เสียดาย” อนุศนิยาหันมามองชาครีย์ ชาครีย์จับมือของอนุศนิยามากุมไว้ “ถ้าตัดสินใจไม่ได้ว่า 'ควรทิ้งอะไร' ให้เลือกถามตัวเองแทนว่า 'อยากอยู่กับสิ่งไหนตลอดไป' นุศคิดสิว่าในชีวิตที่เหลืออยู่ นุศอยากเก็บใครไว้ในชีวิตนุศบ้าง”
อนุศนิยาได้ยินดังนั้นก็รู้ในทันทีว่าชาครีย์กำลังให้เธอทบทวนเรื่องของศตวรรษ อนุศนิยาก้มมองที่รูปลิ้นชักว่างเปล่าแล้วครุ่นคิด

ศตวรรษเดินหาอนุศนิยาแล้วก็มาเจออนุศนิยากับชาครีย์อยู่ที่ห้องตัวอย่างพอดี ศตวรรษอึ้งเมื่อเห็นภาพของสองคนใกล้ชิดกันขนาดนั้น

ชาครีย์บอกอนุศนิยาอย่างตั้งใจ “ถ้านุศไม่ทิ้งคนเก่า นุศจะจัดระเบียบชีวิตตัวเองไม่ได้ ถ้านุศยังไม่พร้อมที่จะอยู่คนเดียว เราพร้อมจะดูแลนุศกับลูกให้มีชีวิตใหม่ได้”
อนุศนิยาตกใจมากที่ชาครีย์แสดงความรู้สึกออกมา “ครีย์...”
“ผู้ชายคนนั้นไม่ได้จำเป็นกับชีวิตนุศ อย่าปล่อยให้เขามาถ่วงชีวิตนุศอยู่อีกเลยนะ หย่ากับเขาแล้วเรามาเริ่มต้นกัน ไม่ใช่แค่คาซ่า แต่เราสัญญาว่าเราจะออกแบบชีวิตให้นุศกับลูกใหม่ทั้งหมด”
อนุศนิยาลำบากใจมากที่เห็นชาครีย์คิดไปไกลถึงขั้นนั้น

ศตวรรษทนเห็นภาพใกล้ชิดระหว่างสองคนนั้นไม่ได้ เขาหันหลังกลับและเดินออกมา สับสนว่าตัวเขาอาจจะกำลังถูกชาครีย์เข้ามาแทนที่

อนุศนิยาเดินหน้าเครียดกลับเข้ามาในห้อง ประภารีบตามมาแต่บอกแทบไม่ทัน “คุณนุศขา...พอดีว่า..... “ อนุศนิยาเข้ามาแล้วก็เห็นศตวรรษยืนอยู่ที่โต๊ะทำงานเธออยู่แล้ว “... ว่า...คุณวรรษมารออยู่นานแล้วค่ะ”
อนุศนิยาพยักหน้ารับรู้อย่างไม่พอใจนัก ประภาออกไปหน้าจ๋อยๆ ศตวรรษกำลังถือพาสปอร์ตของอนุศนิยาไว้ในมือ
ศตวรรษหันมาหานุศ “ทำเรื่องขอวีซ่าเตรียมเดินทางไว้พร้อมหมดแล้วนี่ ..นี่กลัวผมจนต้องหนีไปอย่างนี้เลยเหรอ?”
“ฉันไม่ได้กลัว แต่รำคาญ!คนแบบคุณ”
“หมดเรื่องโสมแล้ว ยังไม่เชื่อใจผมอีกรึไง”
“หนีคดีอยู่อย่างนี้ ถ้าขืนเรายังไม่หย่ากัน เขาคงแล่นมาฆ่าฉันซักวัน” อนุศนิยาเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ทำเหมือนศตวรรษไม่มีตัวตนอยู่ตรงหน้า
“ผมถึงยิ่งต้องอยู่ดูแลนุศไง”
“อยู่หาเรื่องเดือดร้อนให้ฉันมากกว่า”
ศตวรรษคิดอะไรบางอย่างแล้วตัดสินใจพูด “เอาอย่าง..นี้ถ้าอยากหย่า แทนที่จะจ่าย “เงิน” นุศจ่ายเป็น “เวลา” ให้ผมได้ไหม ผมไม่เอาเงินซักบาทก็ได้ แต่ขอเวลา 10 วันให้เราได้กลับมาคบกันใหม่ ถ้าสิบวันนี้นุศพิสูจน์ให้เห็นว่าอยู่โดยไม่มีผมได้ นุศไม่ต้องไปหรอก ผมจะไปเอง... แล้วชาตินี้นุศจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกเลย”
อนุศนิยาอึ้งมากที่เห็นศตวรรษเสนอเงื่อนไขมาแบบนั้น “10 วันคุณจะเสียเวลาเปล่า”
“แต่มันก็คุ้มที่จะเขี่ยผมออกจากชีวิตไม่ใช่เหรอ?“ ศตวรรษหยิบแหวนแต่งงานออกมาวางบนโต๊ะทำงานของอนุศนิยาเพื่อให้เธอตัดสินใจ
“คุณไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรด้วยซ้ำ”
“ครั้งหนึ่งนุศก็เคยคิดว่ารักคนอย่างผมไม่ได้ แต่ผมก็เคยเปลี่ยนใจนุศได้ สิบวันนี้ผมจะทำให้นุศกลับมารักผมให้ได้ “
อนุศนิยาจ้องมองแหวนบนโต๊ะนิ่งๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับชาครีย์ที่เปิดเข้ามา “เลิกงานแล้ว นุศจะกลับ...” ชาครีย์อึ้งเมื่อเห็นศตวรรษอยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว
ศตวรรษเห็นชาครีย์เข้ามาก็ยิ่งหันไปเร่งอนุศนิยาที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ “10 วันต่อให้นุศจะยกลูกให้เขา ผมก็จะไม่ว่าอะไร” คำพูดของศตวรรษจี้ใจดำของอนุศนิยาที่กำลังคิดหนักเรื่องที่ชาครีย์คิดกับเธอเกินเพื่อน
“เขามากวนใจอะไรนุศรึเปล่า”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/4 วันที่ 10 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ