อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/5 วันที่ 11 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/5 วันที่ 11 พ.ค.59

ศตวรรษเห็นชาครีย์เข้ามาก็ยิ่งหันไปเร่งอนุศนิยาที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ “10 วันต่อให้นุศจะยกลูกให้เขา ผมก็จะไม่ว่าอะไร” คำพูดของศตวรรษจี้ใจดำของอนุศนิยาที่กำลังคิดหนักเรื่องที่ชาครีย์คิดกับเธอเกินเพื่อน
“เขามากวนใจอะไรนุศรึเปล่า”
ศตวรรษรีบกดดันอนุศนิยาด้วยการหยิบพาสปอร์ตมายึดไว้ “ถ้าผมเปลี่ยนใจนุศไม่ได้ ผมจะไม่รั้งนุศไว้อีกเลย”
“จะให้เรียก รปภ. ขึ้นมาไหม?”
อนุศนิยาคว้าแหวนจากโต๊ะมาแล้วสวมกลับไปที่นิ้วตอนที่ชาครีย์เดินมาถึงโต๊ะ ศตวรรษเห็นอย่างนั้นก็ดีใจมาก “วันนี้นุศจะกลับกับเขา ครีย์ไม่ต้องไปส่งก็ได้”

ชาครีย์ตกใจมากที่เห็นอนุศนิยายอมไปกับศตวรรษ “ก็ไหนว่า...”


ศตวรรษรีบหันไปกันท่าทันที “เจ้านายสั่งจะไม่ทำตามรึไง”
ชาครีย์หมั่นไส้มากที่เห็นศตวรรษหันมาแขวะ
อนุศนิยาเห็นท่าไม่ดีเลยรีบถือกระเป๋าแล้วเร่งศตวรรษให้ออกมา “เร็วๆ สิ จะไปหรือไม่ไป”
ศตวรรษเห็นอย่างนั้นก็แกล้งเข้าไปรวบมือของอนุศนิยามาจับแล้วเดินออกไปด้วยกันเพื่อเย้ยให้ชาครีย์เห็นอนุศนิยาไม่พอใจจะสะบัดออกแต่ศตวรรษไม่ยอม ชาครีย์ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอนุศนิยา

อนุศนิยาเดินออกมาถึงด้านหน้าอาคารที่รถของเธอมาจอดรออยู่
“แค่ 10 วัน ห้ามยื้อ ห้ามตุกติกอีกเด็ดขาด “
“นับจากพรุ่งนี้เราจะกลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง”
“ขอย้ำไว้ตรงนี้เลยนะ 10 วันคุณเปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอก”
“อย่างน้อยใน 10 วันนี้ขอให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด เริ่มจากพรุ่งนี้ผมจะมารับพานุศไปหาหมอ” อนุศนิยาไม่สนใจ เดินขึ้นรถเธอไปทันที “นุศได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า”
อนุศนิยาปิดประตูรถ ไม่ฟัง ทำให้ศตวรรษรู้ว่าอนุศนิยาจะต้องตุกติกกับเขาแน่ๆ

อีกด้านหนึ่งของถนน รถของอุดมศักดิ์มาจอดซุ่มดูศตวรรษอยู่ห่างๆ รถของอนุศนิยาขับออกมาจากตึกสวนผ่านรถของอุดมศักดิ์ไป เหลือแต่ศตวรรษที่เดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขา ศตวรรษยิ้มที่อนุศนิยายอมรับข้อเสนอ
พออุดมศักดิ์เห็นศตวรรษก็เจ็บใจ “โสมไม่มีที่ให้อยู่ แต่มันยังหน้าระรื่นอยู่ได้ มึงไปสั่งสอนให้มันรู้ว่าใครหักหลังกูจะอยู่อย่างเป็นสุขไม่ได้”
“ครับนาย”
รถมอเตอร์ไซค์ของศตวรรษขับผ่านรถของอุดมศักดิ์ไป อุดมศักดิ์มองตามอย่างคับแค้น

คืนนั้นอนุศนิยาโทรปรึกษากับมิรันตรีเพราะยังไม่ค่อยจะเชื่อในศตวรรษอยู่ดี
“กลั้นใจอีกสิบวัน นุศก็จะหมดเวรหมดกรรมซะที”
มิรันตรีฟังแล้วเหนื่อยใจที่อนุศนิยาทิฐิอย่างนั้น “ระวังจะไปหลวมตัวรักเขาเข้าอีกที”
“ถ้านุศไม่มั่นใจ นุศไม่ตกปากรับข้อเสนอทุเรศๆ นี่หรอก”
“คุณวรรษเขาก็ต้องมั่นใจเหมือนกันถึงได้กล้าออกปากขอทำให้นุศเปลี่ยนใจ”
“เขาทำให้นุศหวั่นไหวไม่ได้หรอก นุศจะไม่ให้ใครมาหัวเราะเยาะว่านุศต้องง้อคนอย่างเขา คอยดูนุศจะทำให้เขาต้องเผ่นไปก่อนสิบวันด้วยซ้ำ”
มิรันตรีถึงกับถอนหายใจกับความใจแข็งของอนุศนิยา

ที่เซฟเฮ้าส์ที่เสาวรสมาเก็บตัวพักอยู่ ศตวรรษก็กำลังเฟซไทม์ปรึกษาเรื่องนี้กับเสาวรสอยู่ที่บ้านเหมือนกัน
“แบบนี้ถ้าไม่สำเร็จก็เท่ากับแม่จะไม่ได้เห็นหน้าหลาน ทำไมถึงกล้ายกให้เขาไปอย่างนั้น”
“ผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากซื้อเวลา เพื่อพิสูจน์ให้นุศรู้ว่าผมรักเขาและลูกมากแค่ไหน”
“แม่กลัวว่าเขาจะอยากเอาชนะมากกว่าอะไรนะสิ”
“ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ ผมจะไม่ยอมเสียครอบครัวของผมไป“ เสาวรสฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยใจแทนเมื่อเห็นศตวรรษยอมใช้ลูกเป็นเดิมพัน “แม่รอผมหน่อยนะครับ ถ้าผมเคลียร์เรื่องทางนี้เรียบร้อยและสถานการณ์ดูแล้วปลอดภัย ผมจะไปรับแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน แม่จะได้มาเลี้ยงหลานนะครับ”
เสาวรสฟังแล้วน้ำตาตื้นมาจุกที่คอ “แม่จะคอยเอาใจช่วยนะลูก”
ศตวรรษวางสายแม้จะเหนื่อยล้า แต่เขามุ่งมั่นที่จะเอาครอบครัวของเขากลับมาให้ได้

อนุศนิยามาทำงานในเช้าวันต่อมา
ชาครีย์รีบเดินตามอนุศนิยาอย่างร้อนใจ “นี่นุศจะกลับไปรีเทิร์นกับสามีเหรอ?”
“เปล่า”
“ก็แล้วทำไมยังต้องไปสุงสิงกับเขา ถ้านุศไม่ตัดให้ขาด เขาก็จะนึกว่านุศยังมีใจ“
“ใครจะคิดเพ้อเจ้ออะไรนุศคงห้ามความคิดเขาไม่ได้ นุศตั้งใจว่าจะอยู่ตัวคนเดียว ใครก็เปลี่ยนใจนุศไม่ได้ทั้งนั้น”
ชาครีย์แอบอึ้งไปที่เห็นอนุศนิยาพูดเหมือนตัดโอกาสเขาไปด้วย อนุศนิยาเองก็แอบรู้สึกผิดที่พูดออกไปตรงๆ
ประภารีบเข้ามาหาอนุศนิยา “คุณนุศขา.... คุณนุดีมารอแต่เช้าแล้วค่ะ”
อนุศนิยาถอนใจเพราะรู้ว่านุดีจะต้องนำปัญหามาให้

นุดีมาขอร้องอนุศนิยาด้วยท่าทางร้อนใจ “นุศช่วยมารับช่วงตกแต่งคอนโดกู้หน้าให้อาก่อนได้ไหม ถ้าขืนงานของอายังไม่ผ่าน Q.C. มีหวังอาถูกปรับค่าเสียหายอาน”
“ในเมื่ออาไปเสนองานตัดราคาคาซ่า ก็ต้องทำให้สินค้าได้มาตรฐานตามราคาที่แข่งไปสิคะ”
“อายอมรับว่าอาพลาด แต่ถ้าอาโดนฟ้องคราวนี้ ต้องหมดทางทำมาหากินแน่”
“อาเจอเรื่องแบบนี้ แล้วนายเล็กอยู่ยังไงคะ?”
“โอยยย...นายเล็กมันจะอยู่ยังไง มันก็หายหัวไปน่ะสิ..นายเล็กมันเคยสู้กับอะไรที่ไหน นุศช่วยอาเถอะนะ อารับปากว่าถ้านุศช่วยอา นุศจะให้อาทำอะไรอาก็จะยอมทั้งนั้น”
อนุศนิยาเหล่มองนุดีแบบไม่ไว้ใจ

พี่น้องคนอื่นๆ พากันโวยทันทีหลังจากที่อนุศนิยาเอาเรื่องของนุดีเข้าที่ประชุม
นันทนาโวย “เรื่องอะไรจะต้องไปช่วยมัน มันแย่งลูกค้ารายนี้ เราไปด้วยซ้ำ พอเดือดร้อนยังจะกล้า ขอให้เราไปกู้หน้ารักษาคอนเน็คชั่นให้ตัวเอง”
นนทิยาเห็นใจ “แต่นี่ก็แสดงว่าเขาหมดหนทางแล้วจริงๆ นะ ถึงได้กล้าบากหน้ามาขอเราเนี่ย”
นันทนายังใจแข็ง “ตีงูต้องตีให้ตาย อย่าไปไว้ชีวิตมัน ไม่งั้นมันกับผัวก็จะแว้งกัดเราอีก”
อนุศนิยาแย้ง “แต่ถ้าคิดในทางกลับกัน ถ้าเรายอมช่วยเขาตอนนี้ ก็จะซื้อใจเขากลับมาได้ทันที ที่สำคัญที่สุด คือ นุศเป็นห่วงตาเล็ก ถ้าเราไม่ช่วยอานุดี นายเล็กก็จะไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลย!”
ทุกคนให้ไปมองอนุศนิยา ทำหน้าแตกตื่นเหมือนเห็นผี
นาวิกาอึ้ง “นี่อาไม่นึกเลยนะว่านุศจะมีธรรมาภิบาลขนาดนี้”
นนทิยาเอ่ย “พอท้องแล้ว ฮอร์โมนมีผลจริงๆ นะเนี่ย”
นันทนาย้อน “นี่... ถ้าเพลียชีวิตมาก อาว่าเราไปนอนอยู่บ้านดีไหม อยู่ๆ จะมาเป็นกวนอิมทำทานโปรดสัตว์ตัดทางทำมาหากินตัวเองทำไม!!
ประภาเข้ามาในห้องประชุม แล้วเดินเข้ามาบอกอนุศนิยา “คุณนุศขา... คุณวรรษมารับแล้วค่ะ”
อนุศนิยาอึ้งเมื่อรู้ว่าทำงานจนเลยเวลาที่ศตวรรษนัดไว้ พออาๆ ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งพากันปวดตับหนักขึ้นอีก
นนทิยาเปรย “เอาอีก... นี่อย่าบอกนะเรายกโทษให้ผัวแล้ว!!”
“เปล่าค่ะ”
นันทนาย้ำ “เจ็บแล้วช่วยจำทีเถอะนะ หนี้ท่วมหัวอย่างนั้น ซักวันมันจับลูกเธอไปเรียกค่าไถ่”
อนุศนิยาเหนื่อยใจที่ทุกคนเอาแต่ระแวงจับผิดเรื่องของเธอกับศตวรรษ

ศตวรรษรออนุศนิยาอยู่ที่ห้อง ประภาเดินหน้าจ๋อยกลับมา “เอิ่ม... โทษทีนะคะ พอดีคุณนุศออกไปโรงงานแล้วค่ะ”
“อ้าว...ก็เมื่อกี๊คุณภาบอกว่าเขาประชุมไม่ใช่เหรอครับ”
“เอ่อ...ประชุมเสร็จก็เผ่นออกไปโรงงานเลยค่ะ”
ศตวรรษหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าอนุศนิยาตั้งใจเบี้ยวนัดเพื่อโกงเวลาให้หมดๆ ไป ศตวรรษหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาอนุศนิยา ศตวรรษรอสายอยู่แต่อนุศนิยาไม่รับ ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าเธอตั้งใจหนีหน้าเขาเห็นๆ

ศตวรรษถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กกลับเข้ามาในบ้าน เดินตรงเข้าไปหานันทพลกับอังกาบที่นั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันอยู่ พอทั้งคู่เห็นศตวรรษกลับมาก็ตกใจ
ศตวรรษยกมือไหว้ทั้งสองคน “สวัสดีครับ... ผมจะขอย้ายกลับมาอยู่ด้วยครับ”
อังกาบอึ้ง “แล้วนุศเขารู้แล้วรึยัง”
“ผมขอโอกาสเปลี่ยนใจเขา 10 วัน ถ้าผมเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ ผมจะไปเองครับ”
นันทพลได้ยินอย่างนั้นก็ทึ่งกับความพยายามของศตวรรษ นันทพลลุกขึ้นมาตบบ่าศตวรรษให้กำลังใจ “ถึงจะแค่หนึ่งวันก็มีความหมาย พ่อเอาใจช่วย เชื่อว่าหมอต้องทำได้”
ศตวรรษกับนันทพลยิ้มให้กำลังใจกัน

มิรันตรีกำลังปั่นงานหัวฟูอยู่ที่คอนโด กำลังคุยโทรศัพท์กับอังกาบไปด้วย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะย่า เดี๋ยวไว้มิตามช่างมาดูเองก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้หรอกจ้ะ หนูมิเป็นผู้หญิงอยู่ห้องคนเดียว จะเอาช่างขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ช่างที่ย่าหามาให้คนนี้ไว้ใจได้ หนูมิไม่ต้องห่วง”
มิรันตรีได้ยินเสียงออดหน้าห้องดังขึ้นพอดี “อุ๊ย... สงสัยมาแล้วค่ะ”
“มีอะไรก็บอกให้เขาดูให้นะลูก หนูจะได้อุ่นใจ”
“ขอบคุณค่ะ งั้นมิไปให้เขามาดูก่อนนะคะ“ มิรันตรีกดวางสายแล้วไปเปิดประตูห้อง พอเปิดประตูปุ๊บก็เจอชยากรมายืนอยู่ มิรันตรีเหวอ
“แม่ให้มาดูเครื่องทำอุ่น”
“อาเนี่ยนะจะมาซ่อมให้”
ชยากรหลบให้มิรันตรีเห็นช่างไฟที่มาด้วยกันที่หลบอยู่ด้านหลัง

ช่างกำลังไปซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่นอยู่ในห้องน้ำ โดยมีชยากรและมิรันตรีมายืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ชยากรสำรวจดูห้องของมิรันตรีที่รกยุ่งเหยิง มีเสื้อผ้าพาดตามที่ต่างๆ ของห้อง ชยากรไม่ได้รังเกียจอย่างเดิมกลับรู้สึกขำด้วยซ้ำ
มิรันตรีเห็นอย่างนั้นก็อาย รีบเข้าไปคว้าเก็บชิ้นส่วนต่างๆ “ไม่บอกว่าจะมา เลยไม่ได้เก็บห้อง “

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 19/5 วันที่ 11 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ