อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 2 วันที่ 2 มิ.ย..59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 2 วันที่ 2 มิ.ย..59

สามพี่น้องแห่งมนัสวาณิชย์ก้มกราบวรนาฎพร้อมกัน สุดาดวงเอ่ยขอโทษที่ไม่ได้พาหลานมากราบคุณป้าเลย วรนาฎพูดอย่างเมตตาว่าทุกคนต่างมีภารกิจ โอฬารบอกว่าตอนนี้มาพร้อมกันแล้วให้ลูกๆแนะนำตัวแก่คุณยายเลย

“ไม่จำเป็นหรอกคุณโอฬาร มีรึ ที่คนเป็นยายจะไม่รู้จักหลานของตัวเอง” วรนาฎมองรัชโรจน์พูดอย่างรู้ดีว่า “รัชโรจน์พี่ชายคนโตหัวดี สนใจเรื่องโบร่ำโบราณตั้งแต่เด็ก สมแล้วที่เป็นอาจารย์โบราณคดี” แล้ววรนาฎก็มองรังสรรค์ พูดให้กำลังใจว่า “รังสรรค์ ถึงจะขี้เล่นเรียนไม่จบ แต่ยังดีที่มีความทะเยอทะยาน ต้องพยายามหนักหน่อยนะ ส่วนคุณสุดท้อง วรินทร์ คงอยากเป็นนักข่าวสินะ ถึงได้เลือกเรียนนิเทศใช่ไหมลูก”

วรินทร์สบตาวรนาฎเหมือนถูกมนต์สะกดตกอยู่ในภวังค์ จนโอฬารเตือนว่าคุณยายถาม อย่าเสียมารยาท วรินทร์จึงรู้สึกตัวรีบขอโทษ



“เอาเถอะ ไม่ต้องตอบก็ได้ เข้ามาหายายซิ ขอยายดูหน้าใกล้ๆหน่อย...หน้าตาสะสวยไม่เบานี่” พลางยกมือลูบศีรษะเบาๆ วรินทร์สะดุ้ง วรนาฎถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่ามือคุณยายเย็นจัง “คนแก่ก็แบบนี้แหละเลือดลมไม่ค่อยจะดีนัก”

ส่วนกับโอฬารวรนาฎแสดงความเสียใจที่หุ้นส่วนตายไป พูดให้ปลงว่าชีวิตมันก็ไม่มีอะไรแน่นอนแบบนี้แหละ

“ครับ...เหตุการณ์มันกะทันหันจนผมทำใจไม่ทัน ตอนนี้ก็มืดแปดด้าน” โอฬารได้จังหวะโอดครวญทันที

“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก พักให้หายเหนื่อยกันเสียก่อน แล้วเราค่อยคุยกัน หลังงานขันโตกคืนนี้ก็ได้”

โอฬารยิ้มมีความหวัง ก็พอดีดาวเวียงเข้ามาเชิญทุกคนไปพักผ่อน

ooooooo

กษิดิศพ่อของสนทรรศน์ที่บอกว่าจะเข้าป่าไปนั่งสมาธิสะสมบารมีหลายเดือนจู่ๆก็กลับมาบอกสนทรรศน์ว่าต้องรีบกลับมาก่อนกำหนดเพราะเขา สนทรรศน์หยอกว่าอย่าบอกนะว่าพ่อนั่งทางในเห็นตนบาดเจ็บ

“แผลนี่มันแค่เริ่มต้น พ่อเห็นเงาดำปกคลุมตัวแก มันเป็นพลังอำนาจของพวกวิญญาณร้าย”

สนทรรศน์บอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุไม่เกี่ยวกับผีวิญญาณอะไร เลยถูกพ่อจับแขนขึ้นดู พอรู้ว่าสนทรรศน์บาดเจ็บจากการเล่นละครสั้นให้วรินทร์ ก็บอกว่าต้องการคุยกับวรินทร์

สนทรรศน์ติดต่อนัยน์เนตรขอเบอร์โทร.ของวรินทร์เธอไม่ยอมให้อ้างว่าไม่มีและตนกำลังจะไปต่างจังหวัด กษิดิศจึงขอดูจากหนังสั้นที่เขาเล่นให้วรินทร์ก็ได้ สนทรรศน์ต่อรองว่าเอาไว้ตนไปเรียนแล้วจะถามให้

“ไม่ได้ พ่อต้องการดูเดี๋ยวนี้” กษิดิศจริงจังจน สนทรรศน์ มองพ่ออย่างไม่เข้าใจ แต่ก็เรียกดุ๊กกับกอหญ้ามาบอกว่าต้องการดูฟุตเตจที่ถ่ายไปแล้วคืนนี้เลยอ้างว่าอยากดูว่าตัวเองดูดีหรือเปล่า

ปรากฏว่าภาพบนจอกระตุก มีอะไรดำๆวูบผ่านไป กษิดิศสั่งให้หยุดภาพ เห็นมีเงารูปร่างคล้ายตะขาบมีจุดแดงที่ดวงตาปรากฏที่ด้านหลังชั้นหนังสือ กอหญ้าถามว่าเงาอะไรตอนถ่ายไม่เห็นมี ผีหรือเปล่า?

กษิดิศถามดุ๊กกับกอหญ้าทันทีว่าเป็นเพื่อนกับอุ้ยใช่ไหม แล้วตอนนี้อุ้ยอยู่ไหน?!

ooooooo

ดาวเวียงพาครอบครัวโอฬารไปยังเรือนรับรองที่มีเงาตะขาบลอดช่องใต้ประตูเข้าไปก่อนแล้ว บอกว่าถึงเวลาเลี้ยงขันโตกแล้วจะมาตามเอง เตือนว่า “อย่าเดินเพ่นพ่าน แถวนี้อันตรายกว่าที่พวกคุณคิด”

พอเข้าห้องปิดประตู รังสรรค์บ่นว่าคนอะไรแววตาไม่เป็นมิตรเลย รัชโรจน์ชมว่าบ้านสวยสะอาดเป็นระเบียบไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนรับใช้แค่คนเดียว สุดาดวงตัดบทว่ามากันเหนื่อยๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนดีกว่า พลางดึงโอฬารเข้าห้องพัก

“พี่โรจน์ พี่สรรค์ อุ้ยมีเรื่องจะบอก”

พอเข้าห้องพักก็เล่าอย่างตื่นเต้นว่า คุณยายใหญ่คือผู้หญิงในความฝันที่ช่วยตนจากอสูร รัชโรจน์ติงว่าอุ้ยจำคนผิดมากกว่า ทันใดรังสรรค์ก็ร้องอย่างเจ็บปวดบอกว่าถูกตะขาบกัด วรินทร์ตกใจวิ่งไปหยิบยาจะทาให้ รังสรรค์กลับหัวเราะร่าทั้งสองจึงรู้ว่าถูกหลอก วรินทร์บ่นว่าเล่นอะไรตกใจหมด

“ก็ขนาดคุณยายใหญ่ยังหลุดออกมาจากความฝัน มันก็ต้องมีตะขาบหลุดมาด้วยสิ ไม่งั้นก็ไม่ครบเซต”

เลยถูกวรินทร์ไล่ทุบ รัชโรจน์มองน้องหยอกล้อกันแล้วส่ายหน้า

ที่ลานโล่งหน้าเรือนวรนาฎ มีการแสดงเชิดหุ่นคนระบำศรีสัชนาลัย นางรำหน้าขาวซีด ปากแดงแช้ด ส่วนคนเชิดหน้านิ่งไร้อารมณ์ วรินทร์ใช้มือถือถ่ายวีดิโออย่างสนใจ รัชโรจน์อธิบายความเป็นมาของการเชิดหุ่นคนอย่างรู้ลึกรู้ดี

สามพี่น้องชวนกันถ่ายเซลฟี่อย่างสนุกสนาน สุดาดวงเรียกลูกๆให้มานั่งเพราะคุณยายจะลงมาแล้ว วรินทร์จูงมือรัชโรจน์กลับไปที่โต๊ะ รังสรรค์รั้งท้ายพลางดูรูปที่ถ่ายเซลฟี่กัน ปรากฏว่านางรำที่เป็นแบ็กกราวนด์หายไปหมด หันไปดูละครหุ่นคนก็ยังแสดงเป็นปกติ ก้มมองโทรศัพท์อีกทีภาพก็กลายเป็นปกติทุกอย่างเลยคิดว่าตัวเองตาฝาด

อาหารพิเศษที่วรนาฎจัดต้อนรับครอบครัวนี้คือ ข้าวเปิ๊บซึ่งเป็นเมนูเก่าแก่ขึ้นชื่อของที่นี่ โดยจัดพิเศษให้วรินทร์เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบยี่สิบปีก่อน ต่อจากนั้นจึงจัดให้ทุกคน

ทุกคนทานข้าวเปิ๊บกันอย่างเอร็ดอร่อยและดูการแสดงไปด้วย ไม่นานวรินทร์ก็หลับผล็อยไป คนอื่นก็พากันหลับหมด ดนตรีไทยเงียบลง คณะเชิดหุ่นคนก็หยุดนิ่งแล้วกลายร่างเป็นควันดำลอยหายไป

วรนาฎลุกขึ้นกวาดตามองทุกคน ยิ้มสมใจ พลันซุปในหม้อก็หมุนวนเป็นควันลอยขึ้นเป็นร่างตะขาบจางๆ...

ooooooo

นัยน์เนตร วรรณาและพรรณทิพย์ หอบข้าวของพะรุงพะรังจะไปบ้านวรนาฎ เพราะวรรณาคาดว่าวรนาฎโทร.ไปหาคนบ้านมนัสวาณิชย์อาจจะป่วยใกล้ตายแล้วถึงเรียกลูกหลานไปรับมรดก

นัยน์เนตรไม่พอใจที่มาแช่งคุณยายของตน วรรณาถามว่าแล้วท่านสนใจนัยน์เนตรในฐานะหลานไหมล่ะ?

“จะสนใจยังไงล่ะ ก็แม่เล่าให้หนูฟังเองว่ายายทวดของพี่เนตรมีผัว เอ๊ย...สามีสองคน แม่พี่เนตรเป็นสายตรงสามีคนที่สอง ส่วนคุณยายวรนาฎกับคุณยายของอุ้ยมาจากสายสามีคนแรก เขาก็ต้องเป็นสายตรงกว่าพี่เนตรน่ะสิ” พรรณทิพย์โพล่งขึ้น

“เธอไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ตระกูลของฉัน แล้วถึงฉันจะมาจากสายไหน มันก็ยังดีกว่าพวกที่ไม่มีเชื้อสายอย่างเธอ”

พรรณทิพย์จะเอาเรื่อง ถูกวรรณาสั่งให้หุบปาก แต่ก็เหน็บว่า นัยน์เนตรไม่ได้อยู่ในสายตาของท่านเลย ไม่อย่างนั้นจะเรียกแต่บ้านนั้นมาทำไม นัยน์เนตรถูกเหน็บแทงใจดำเลยตอกหน้าไปว่าเรื่องนั้นตนหาคำตอบเองได้!

พากันมาถึงเรือยนต์ที่จอดเทียบท่าอยู่ นัยน์เนตรให้ไปส่งที่คุ้มริมน้ำของคุณยายวรนาฎ คนเรือไม่ไปอ้างว่ามืดแล้ว นัยน์เนตรบอกว่าตนมีเงินจ้าง คนขับเรือส่ายหัวดิกทำท่าสยองบอกว่าเท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม

“แล้วถ้าพวกฉันจ่ายให้สองเท่าล่ะ?” วรรณาทุ่มเงินล่อ

ooooooo

วรินทร์กินข้าวเปิ๊บแล้วหลับไป ตื่นขึ้นมาพบตัวเองนอนอยู่ในห้องคุณยาย วรนาฎบอกว่าตนให้ดาวเวียงไปอุ้มมาเองเพราะยายมีเรื่องจะขอร้องให้อุ้ยช่วย

“คุณยายใหญ่อย่าพูดอย่างนี้สิคะ คุณยายอยากให้อุ้ยทำอะไร บอกมาได้เลย อุ้ยยินดีทำให้ทุกอย่าง”

วรนาฎทำพิธีสืบชะตา บอกวรินทร์ว่าแม้ดูภายนอกตนจะดูแข็งแรงแต่ที่จริงเจ็บออดๆแอดๆมาหลายปี พ่อหมอที่เคารพจึงแนะนำให้ทำพิธีสืบชะตา

ในห้องพิธีกรรม มีสะตวงที่มีเครื่องทำพิธีครบถ้วน วรนาฎเล่าอดีตนับแต่วรินทร์เกิดว่าตนเป็นคนรับขวัญและตั้งชื่อให้ วรินทร์สำนึกบุญคุณที่คุณยายเมตตาและในฝันก็ได้ช่วยตนจากอสูรร้าย จึงรับทำพิธีสืบชะตาร่วมกับคุณยาย วรนาฎจึงสอนคาถาให้แล้วให้วรินทร์ทวนให้ฟัง

“ด้วยเดชเดชะ ตัวข้า วรินทร์ มนัสวาณิชย์ ขอบูชาเจ้าโขน เจ้าชะตา ดั่งบูชาครูผู้ประศาสตร์ศิษย์ ข้าน้อมรับสืบชะตาทายาท ขอเป็นทาสเจ้าโขน...ชั่วชีวิต”

วรินทร์ท่องคาถาจบก็เกิดลมพัดวูบจนเทียนในห้องดับ วรนาฎยิ้มพอใจ บอกให้วรินทร์กินเครื่องเซ่นในสะตวง แล้วค่อยเอาสะตวงกับธูปไปไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ วรินทร์เลือกหยิบกล้วยชิ้นหนึ่งใส่ปากโดยไม่ติดใจอะไร

เมื่อวรินทร์เอาสะตวงไปไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่กลับเข้าห้องพิธีกรรมแล้ว วรนาฎกำชับให้จำไว้ว่า ห้ามลืมตาเด็ดขาดจนกว่าพิธีกรรมจะแล้วเสร็จ แล้ววรนาฎก็ไปยืนข้างหลังวรินทร์เริ่มบทสวดด้วยภาษาประหลาด แววตา

วรนาฎเปลี่ยนเป็นดุดันหน้าเหี้ยม จ้องวรินทร์ตาไม่กะพริบ แล้วเงาวรนาฎก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเงาตะขาบยักษ์คืบคลานเข้าทาบร่างวรินทร์!

ที่บ้านสนทรรศน์ เมื่อดุ๊กกับกอหญ้ากลับไปแล้ว สนทรรศน์ถามพ่อว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นแล้วอุ้ยเกี่ยวอะไรด้วย

“เด็กคนนั้นกำลังถูกอสูรร้ายคุกคาม พ่อต้องพยายามหาทางช่วยเท่าที่จะทำได้ ไม่อย่างนั้นอาจมีคนตายอีกเยอะ” กษิดิศพยายามรวบรวมพลังแต่ไม่สำเร็จ บอกว่า “เด็กคนนั้นอยู่ในที่ที่อำนาจจิตของพ่อไปไม่ถึง” แล้วฟุบหมดสติไป

ooooooo

คนขับเรือพานัยน์เนตร วรรณา และพรรณทิพย์มาถึงท่าเรือ วรนาฎเร่งให้ทุกคนขึ้นจากเรือแล้วรีบกลับไปเลย พวกนัยน์เนตรขึ้นไปแล้วมองหาไม่เห็นบ้านสักหลัง พลันก็เกิดลมพายุฟ้าแลบแปลบปลาบ นัยน์เนตรแบกกระเป๋าวิ่งออกไปทันที

วรรณาและพรรณทิพย์วิ่งตามไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่วรินทร์เอาสะตวงมาวางไว้ พรรณทิพย์วิ่งชนนัยน์เนตรจนเซไปเหยียบสะตวงกระจาย ลมแรงจนธูปสิบสามดอกลุกเป็นไฟไหม้สะตวง ทันใดนั้นหลอดไฟในห้องพิธีกรรมระเบิด วรนาฎโกรธรู้ว่ามีคนมาทำลายสะตวงของตนพัง แต่บอกวรินทร์ว่าอย่าลืมตาแค่หลอดไฟแตกให้ทำพิธีกรรมต่อไป แต่สั่งดาวเวียงทางกระแสจิตว่า “มีคนบุกรุก จัดการมัน!”

ดาวเวียงไปหลอกหลอนส่งเสียงหัวเราะประกาศก้องไปทั่วทิศ “มึงทำลายสะตวงกู พวกมึงต้องตาย!”

สองแม่ลูกร้องกรี๊ดเผ่นกระเจิงไปไม่สนใจนัยน์เนตรที่เจ็บเท้าอยู่ นัยน์เนตรตะเกียกตะกายวิ่งตามร้องบอกให้รอด้วย

ทั้งสามถูกดาวเวียงหลอกหลอนวิ่งกระเจิง นัยน์เนตรวิ่งไปหมดสติอยู่หน้าห้องพิธีกรรม วรินทร์ออกมาเห็นร้องบอกคุณยายให้ช่วย สุดาดวง โอฬาร รัชโรจน์และรังสรรค์ต่างฟื้นขึ้นมาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายวิ่งออกมาดู เจอวรินทร์บอกให้รีบไปช่วยนัยน์เนตร

ขณะทุกคนสาละวนจะพานัยน์เนตรไปโรงพยาบาลอยู่นั้น สองแม่ลูกก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาบอกว่าถูกผีหลอก แต่ตอนนี้จะไปไหนไม่ได้ต้องพบคุณยายก่อน นัยน์เนตรรู้สึกตัวขึ้นมาถามว่าคุณยายอยู่ไหน ดาวเวียงบอกว่าตอนนี้คุณยายไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น คุณยายต้องการพักผ่อนท่านบอกว่าหายดีแล้วจะติดต่อกลับไปเอง พวกคุณกลับไปได้แล้ว เชิญเก็บข้าวของ ตนจะไปตามเรือมารับ โอฬารผิดหวังมากที่ยังไม่ได้เจรจากับวรนาฎเรื่องเงินทุน

เมื่อไล่พวกที่มากลับไปหมดแล้ว ดาวเวียงเข้าไปบอกวรนาฎในห้องพิธี วรนาฎที่พลังอ่อนกลายเป็นคนแก่เสียงแหบแห้ง ด่าดาวเวียงว่า “เพราะเอ็ง เอ็งทำเกินคำสั่งข้านังดาวเวียง!”

ดาวเวียงชี้แจงว่าตนหวังดีเพราะผู้หญิงคนนั้นทำลายสะตวง วรนาฎถามว่าใครเป็นคนพาพวกนั้นมา

“ไอ้คนเรือ มันคงเห็นแก่ค่าจ้าง แต่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ อิฉันแก้แค้นให้คุณท่านแล้ว”

นั่นคือ พอเรือออกจากท่าไม่นาน คนเรือก็ซบหน้ากับพวงมาลัยเรือตาเบิกค้าง ตะขาบคลานออกจากปากน่าสยอง...

วรนาฎบอกดาวเวียงอย่างอ่อนล้าว่า “ข้าใช้พลังอีกไม่ได้แล้ว ข้าต้องออกจากร่างวรนาฎเพื่อฟื้นฟูพลัง” แล้วล้มลงนอนหมดเรี่ยวแรง บอกดาวเวียงให้ออกไปเฝ้าด้านนอกไว้อย่าให้ใครเข้ามารบกวน

พอดาวเวียงออกไป เสียงวรนาฎก็กลายเป็นเสียงเจ้าโขน และมีเงาตะขาบเคลื่อนออกไป เหลือแต่เงาดำของวรนาฎแล้วร่างนั้นก็ล้มหงายหมดสติลงบนเตียง

อสูรกายเจ้าโขนเดินฝ่ากลุ่มควันดำมืดออกไปยังห้องพิธีกรรม มีตุ๊กตาสังคโลกตั้งเด่นเป็นสง่า เจ้าโขนเอ่ย

“จงมอบพละกำลังให้แก่ข้า”

เทียนทุกเล่มไหววูบพร้อมกัน อสูรกายเจ้าโขนยื่นมือไปสัมผัสหัวตุ๊กตากุมารสังคโลกแล้วเร่งร่ายคาถา ดวงตาตุ๊กตาสังคโลกแดงวาบ แล้วคลื่นพลังงานก็ถูกถ่ายจากตุ๊กตาย้อนไปตามแขนของอสูรกายเจ้าโขน!

ooooooo

ที่ห้องนอนวรนาฎ ดาวเวียงร้องเรียกอย่างตระหนกร้อนรน “คุณหนูคะ คุณหนูตื่นสิเจ้าคะ คุณหนู รีบตื่นเถอะเจ้าค่ะ”

วรนาฎค่อยๆลืมตาขึ้นเรียกดาวเวียงเป็นเสียงคนแก่ ดาวเวียงดีใจมากน้ำตารื้นรีบเข้าประคองวรนาฎให้ลุกขึ้น

“นี่ฉันเป็นอะไรไป!! ดาวเวียง...ทำไมฉันถึงมีสภาพแบบนี้” วรนาฎมองดูเนื้อตัวที่เหี่ยวย่นของตัวเองอย่างแปลกใจ

“คุณหนูหลับไปเนิ่นนานจนบ่าวไม่กล้าคิดว่าจะได้เจอคุณหนูอีก มันนานมาก และคงทรมานมากเหลือเกินสิเจ้าคะ”

วรนาฎพยายามทบทวนความจำ ภาพยายทรัพย์ สุรนิตย์คนรักเก่า วัชรีวัลย์ และตะขาบสีเพลิงแวบเข้ามา วรนาฎจำได้สบตาดาวเวียงพึมพำ “อสูร!!”

“อสูรมันยึดครองร่าง แล้วกักขังดวงจิตของคุณหนูไว้ตั้งแต่หกสิบปีที่แล้ว” วรนาฎถามว่าตนหลับไปนานขนาดนั้นเชียวหรือ เพราะความโง่ของตนแท้ๆ “พลังของอสูรช่วยรักษาร่างของคุณหนูให้ยังสาวและสวยไม่เสื่อมคลาย แต่ตอนนี้มันออกจากร่างนี้ไป คุณหนูถึงได้ตื่นขึ้น และกลายเป็นคนชราเช่นนี้”

“แล้วเธอล่ะดาวเวียง เธอเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเธอถึงไม่เปลี่ยนไปเลย”

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ ตอนนี้อสูรมันรักษาตัวอยู่ เราต้องฉวยโอกาสนี้รีบหนี ก่อนที่มันจะกลับมา”

ดาวเวียงรีบพยุงร่างวรนาฎมุ่งไปทางท่าน้ำ แต่วรนาฎหมดแรงเหมือนจะขาดใจ ดาวเวียงบอกว่าคงเป็นเพราะดวงจิตคุณหนูถูกขังนานเกินไปทำให้อ่อนแอ

วรนาฎถอดใจบอกให้ดาวเวียงหนีไปคนเดียวตนไม่ไหวแล้ว

“ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณหนูจะอ่อนแออีกไม่ได้ ถ้าไม่หนีคุณหนูก็จะถูกยึดครองร่างไปอีก จนกว่าจะหมดอายุขัย จะยอมแพ้รึคะ” ดาวเวียงพยายามพยุงวรนาฎลุกขึ้น ทันใดนั้นนางรำและคนเชิดหุ่นก็ปรากฏเป็นเงาดำขวางไว้ ดาวเวียงตวาดให้ถอยไป แต่กลับถูกเงาดำพุ่งเข้าใส่ ดาวเวียงกลายร่างเป็นผีปกป้องวรนาฎ ต่อสู้จนบริวารของเจ้าโขนสลายไป

“ดาวเวียง?!” วรนาฎอุทานรู้ว่าดาวเวียงตายไปแล้ว “เพราะฉันใช่ไหม ฉันเป็นต้นเหตุทำให้ดาวเวียงต้องตาย” ดาวเวียงไม่ทันตอบ เสียงหัวเราะของเจ้าโขนก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ ดาวเวียงเอาตัวบังวรนาฎมองไปรอบๆอย่างระวัง

พริบตานั้นเปลวไฟพุ่งเป็นสายเข้ามาแล้วม้วนตัวเป็นเกลียว อสูรเจ้าโขนเดินออกจากเปลวไฟนั้น ร่างที่ติดไฟค่อยๆมอดลง อสูรกายเจ้าโขนประกาศก้องว่า

“เอ็งมิใช่แค่ต้นเหตุหรอก แต่เอ็งเป็นคนฆ่ามันด้วยมือของเอ็งเอง!” ดาวเวียงบอกวรนาฎว่าอย่าไปฟังมันแล้วพุ่งเข้าโจมตีเจ้าโขน เจ้าโขนกลายร่างเป็นตะขาบนับร้อยตัวหายไปในพื้นดิน แล้วโผล่มารุมแทะร่างดาวเวียง วรนาฎร้องขออย่าทำดาวเวียงถ้าจะฆ่าก็ฆ่าตนเพราะไม่อยากอยู่อย่างทุกข์ทรมานต่อไปแล้ว

“เอ็งหนีชะตาตัวเองไม่พ้นหรอก ไม่ใช่เอ็งหรอกรึ ที่ยอมรับขอสืบทายาทจากข้าเอง ลืมไปแล้วรึวรนาฎ?!”

ooooooo

ในอดีต...ชวนชมมีลูกสาวสองคนคือวรนาฎและวัชรีวัลย์ วรนาฎเป็นคนมีจิตเมตตาและใจอ่อน เมื่อนายปลั่งซึ่งเป็นคนงานที่บ้านพลัดตกขณะขึ้นไปซ่อมหลังคาบ้านจนเป็นอัมพาต เธอดูแลเอาผ้าห่มอาหารและยาไปให้

นายปลั่งสำนึกบุญคุณให้ดาวเวียงลูกสาวกราบเท้าขอบคุณวรนาฎ ดาวเวียงกราบและขอเป็นทาสรับใช้คุณหนูไปจนตาย ขณะนั้นเองวัชรีวัลย์มาบอกว่าคุณแม่ให้มาตามเพราะพวกบ่าวขนของลงเรือกันหมดแล้ว วรนาฎสั่งนายปลั่งอย่าลืมกินยาบรรเทาอาการไปก่อน ตนจะไปกราบเยี่ยมคุณยายทรัพย์ที่ศรีสัชนาลัยสองสามวันกลับมาแล้วจะพานายปลั่งไปหาหมอ

ไปถึงคุ้มไม้สักที่ศรีสัชนาลัยของยายทรัพย์ ชวนชมบอกวรนาฎให้เข้าไปกราบคุณยาย ยายทรัพย์มองวรนาฎ ตะลึงเพราะหน้าตาเหมือนตนราวกับฝาแฝดต่างวัย

ยายทรัพย์ชมว่าเรื่องความสวย ลูกสาวของชวนชมกินกันไม่ลงเลยนะ สงสัยหัวกระไดบ้านคงไม่เคยแห้ง ชวนชมรีบบอกว่าลูกทั้งสองคนเป็นเด็กเรียบร้อยอยู่ในโอวาทไม่เคยชายตาแลหนุ่มๆที่ไหนเลย

“ดี เช่นนั้นแม่วรนาฎก็คงรู้แล้วนะว่าต้องมาอยู่กับยายที่นี่และให้สัตย์สาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าจะครองพรหมจรรย์ไปจนวันตาย”

วรนาฎตกใจถามชวนชมว่าตนไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยและไม่เคยรับปากอะไรกับคุณแม่ทั้งสิ้น

เรื่องแดงขึ้นมาเมื่อวรนาฎไม่ยอมเพราะตนมีคนรักแล้วและกำลังจะแต่งงานกัน ยายทรัพย์โมโหมากถามชวนชมว่าเขากล้าปดตนหรือ พูดเฉียบขาดว่า หากวรนาฎไม่ยอมครองเพศพรหมจรรย์ก็ไม่มีสิทธิ์รับมรดกของตน

ชวนชมกราบขอโทษคุณป้า หาว่าวรนาฎคงไม่ค่อยสบายเลยพูดจาเลอะเทอะ ขอเวลาคุยกันสักครู่ แล้วลากวรนาฎออกไปดุด่าว่าบ้าไปแล้วหรือถึงได้พูดกับคุณยายอย่างนั้น วัชรีวัลย์ขอร้องแม่อย่าดุพี่เลยเงื่อนไขของคุณยายเป็นตนก็รับไม่ได้

“แกสองคนมันโง่ ดูซิ ทรัพย์สมบัติของคุณยายมีตั้งเท่าไหร่ ท่านอุตส่าห์เอ่ยปากยกให้แกทั้งหมด ได้นั่งกินนอนกินสบายไปทั้งชาติ ไม่ดีหรือไง”

วรนาฎบอกว่าตนไม่อยากมีชีวิตโดดเดี่ยวแบบนั้น ตนอยากอยู่กับคนรักจนแก่เฒ่า ชวนชมโกรธมากแต่ยังเอาน้ำเย็นเข้าลูบ หว่านล้อมว่าตนหวังดีเพราะสุรนิตย์คนรักของเธอเป็นพ่อค้าเร่กระจอกงอกง่อยจะมีปัญญาอะไรมาเลี้ยงดูลูกแม่ได้ เผลอๆอาจมีเมียอยู่แล้วก็ได้ แล้วสั่งเด็ดขาดให้เลิกสุงสิงกับสุรนิตย์และอยู่รับมรดกคุณยายทรัพย์ที่นี่

วรนาฎเหมือนตายทั้งเป็นจึงคิดหนี วัชรีวัลย์สงสารพี่สาวช่วยหาเรือให้ แต่พอวรนาฎไปหาสุรนิตย์ที่บ้าน พบว่าเขาอยู่กับหญิงอื่นบอกว่าเป็นเมียที่แต่งงานกันมาเกือบปีแล้ว วรนาฎหัวใจสลายเป็นลมหมดสติไป รู้สึกตัวอีกครั้งก็อยู่ที่บ้านยายทรัพย์แล้ว ยายทรัพย์เกลี้ยกล่อมให้ลืมผู้ชายสับปลับคนนั้นเสียและมาเป็นทายาทของตน หว่านล้อมว่า

“ขอเพียงเอ็งยอมรับด้วยความเต็มใจ เอ็งจะได้ครอบครองทุกอย่าง ทั้งเงินทอง ทรัพย์สมบัติและชีวิตที่เป็นอมตะ ไม่มีวันแก่เฒ่า”

วรนาฎผิดหวังพลุ่งพล่านตัดสินใจยอมเป็นทายาทของยายทรัพย์ โดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดเป็นแผนของยายทรัพย์ที่เสกหุ่นพยนต์เป็นสุรนิตย์และหญิงคนนั้นหลอกจนวรนาฎหลงเชื่อ สิ้นหวังในชีวิตยอมเป็นทายาทของยายทรัพย์ที่กำลังจะหมดอายุขัยลง

ooooooo

ยายทรัพย์พาวรนาฎเข้าทำพิธีกรรมรับเป็นทายาททันที ระหว่างทำพิธีกรรมมีตะขาบยักษ์สีดำเมื่อมไต่ออกจากปากยายทรัพย์เลื้อยเข้าปากวรนาฎที่ต้องคาถายายทรัพย์จนอ้าปากขากรรไกรค้างบังคับตัวเองไม่ได้ แล้วยายทรัพย์ก็สิ้นลมไปทันที

เมื่อนายปลั่งตาย ดาวเวียงจึงดั้นด้นมาหาวรนาฎขออยู่เป็นข้ารับใช้ แต่วรนาฎกลายเป็นทายาทอสูรไปแล้ว จำดาวเวียงไม่ได้ ดาวเวียงเห็นร่างยายทรัพย์ฟุบตายอยู่ตรงนั้นก็ตกใจ พอเงยหน้าขึ้นก็ถูกควันดำพุ่งเข้าปะทะจนกระเด็นไป

วรนาฎที่กลายเป็นทายาทอสูรไปแล้วมองดาวเวียงตาขวางด่า “สอดรู้นัก อยากรับใช้นังวรนาฎนักใช่ไหม ข้าจะสนองให้” แล้วจิกกระหม่อมดาวเวียงกระชากมือขึ้นมาวิญญาณดาวเวียงหลุดจากร่างทันที นั่นคืออดีตเมื่อหกสิบปีก่อน

ooooooo

ปัจจุบัน...ดาวเวียงรู้ว่าเจ้าโขนฆ่าตนและสะกดวิญญาณไว้ใช้ วรนาฎหลุดจากวิญญาณอสูรประกาศว่าต่อไปจะไม่ยอมให้เจ้าโขนใช้ร่างตนก่อกรรมทำชั่วอีกต่อไป

“ฮ่ะๆๆ ที่ข้าครอบครองดวงจิตของเจ้าได้ เพราะเจ้าเลือกที่จะเป็นทายาทของข้าเอง...” อสูรกายเจ้าโขนหัวเราะสะใจ แล้วกระซิบกับวรนาฎที่ชราร่างกายเหี่ยวย่นว่า “คิดให้ดี เจ้าจะอยู่ในร่างที่ผุพังแก่เฒ่าแบบนี้ ต้องทนทุกข์ทรมานจนกว่าจะตายหรือจะอยู่ในร่างที่งดงาม เป็นอมตะตลอดไป”

วรนาฎลังเล ดาวเวียงเตือนสติว่า “อย่าไปเชื่อมันนะคะคุณหนู ถ้ามันได้ร่างใหม่เมื่อไหร่มันก็จะทิ้งร่างของคุณหนู”

ดาวเวียงพูดไม่ทันขาดคำ อสูรก็ปราดเข้าบีบคอทันที วรนาฎร้องห้ามอย่าทำดาวเวียง อสูรยื่นคำขาดว่า

“เลือกเอา จะให้ข้าทำลายวิญญาณนังคนนี้ ขณะที่เอ็งก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไร้ร่างสิงสู่ หรือจะยอมมอบวิญญาณให้ข้าเหมือนเดิม”

อสูรบีบคอดาวเวียงจนดิ้นทุรนทุรายแล้วจะเอามือฟาดกระหม่อม วรนาฎทนไม่ได้ ร้องห้าม บอกว่าตนยอมแล้ว อสูรจึงเหวี่ยงดาวเวียงกระเด็น พุ่งเข้าจับคอวรนาฎดันติดผนัง แล้วอสูรก็สลายร่างกลายเป็นตะขาบตัวเล็กๆเป็นกลุ่มพุ่งเข้าปากวรนาฎ ท่ามกลางเสียงตะโกนอย่างตระหนกของดาวเวียง “ไม่!!...”

พริบตานั้นร่างวรนาฎก็กลายเป็นสาวอีกครั้ง

อสูรในร่างวรนาฎเยาะเย้ยความอ่อนแอของเธอและจ้องดาวเวียงบอกว่า “ข้าคงเอาเอ็งไว้ไม่ได้อีก นังคนทรยศ” ดาวเวียงประกาศว่าตนไม่กลัวและไม่อยากเป็นทาสรับใช้อสูรอีกต่อไป

วรนาฎซึ่งบัดนี้กลายเป็นอสูรไปแล้ว เงื้อมือจิกไปที่กระหม่อมดาวเวียง จ้องสะกดจนดาวเวียงตัวสั่น

ตาค้าง หลับตาลง พอลืมตาขึ้นอีกครั้งแววตาก็เปลี่ยนไป วรนาฎคำรามว่า

“ข้าทำลายเอ็งแน่ แต่หลังจากข้าทำพิธีสืบทายาทคนต่อไปสำเร็จเสียก่อน”

“อิฉันขอเป็นทาสนายท่านตลอดไป” ดาวเวียงหมอบราบคาบท่ามกลางเสียงหัวเราะกึกก้องของอสูรกายเจ้าโขน

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 2 วันที่ 2 มิ.ย..59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ