อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 2 วันที่ 5 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 2 วันที่ 5 พ.ค.59

เย็นแล้ว ชามินต์ตรวจเด็กชายคนสุดท้ายเสร็จมาเขียนใบสั่งยาในห้องแล้วจะกลับ ซันไชน์เปิดประตูเข้ามาบอกว่าแม่เอาขนมมาให้

“คุณแม่บอกว่านี่เป็นขนมเปี๊ยะที่อร่อยมากนะครับ อยากให้คุณหมอได้ทาน”

“ก็ได้จ้ะ ขอบใจนะ งั้นเดี๋ยวหมอจะเอากลับไปกินบ้านเลย เดี๋ยวหมอออกไปขอบคุณคุณแม่ก่อน”

ชามินต์หยิบกระเป๋ากับถุงขนมและถุงเสื้อผ้ากับอาหารที่ซื้อกลับไปด้วย

ชามินต์ออกไปขอบคุณคุณนายหลี่แม่ของซันไชน์ คุณนายหลี่จะไปส่ง ชามินต์ขอบคุณแต่ไม่ต้องเพราะที่พักตนอยู่ใกล้เดินสิบนาทีก็ถึงแล้ว แต่พอแยกกันฝนก็ตก ชามินต์บ่นตัวเองที่ลืมเอาร่มมาด้วย


แต่พอมองไปฝั่งตรงข้าม ชามินต์เห็นโลแกนยืนถือร่มอยู่ เธอทำมือตำหนิว่าบอกแล้วไม่ให้ออกมา โลแกนบอกใบ้ว่าเอาร่มมาให้ พลางกางร่มเดินข้ามฟากมาหา ชามินต์บ่นว่า “ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าออกจากห้อง”

“ผมกลัวว่าคุณจะโดนฝนน่ะครับ ไปเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย” พอชามินต์กางร่มเดิน โลแกนจับแขนเตือน “ถนนลื่นครับ ระวัง” ชามินต์เหลือบมองเขาบอกว่าตนเดินเองได้ โลแกนจึงปล่อยมือ แต่ก็ยังคอยระวัง พาเธอเดินฝ่าสายฝนมาตามทาง

พอกลับถึงห้องพัก โลแกนกุลีกุจอจะต้มน้ำชงชาร้อนให้ดื่ม ชามินต์บอกให้เขาไปอาบน้ำก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบายพลางส่งถุงเสื้อผ้าและของใช้ให้แล้วเดินเข้าห้องไป โลแกนหยิบของในถุงออกดู มีเสื้อยืดสองตัว กางเกงวอร์ม มีดโกนหนวดและโฟมสำหรับโกนหนวด

“นึกตั้งนานว่าเราอยากได้อะไร มีดโกนหนวดนี่เอง” โลแกนยิ้มกับตัวเอง

โลแกนโกนหนวด อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ปรากฏว่าเสื้อยืดตัวเล็กรัดติ้วสั้นเต่อ กางเกงก็เอวคับ ชามินต์เอามือปิดปากหัวเราะบอกว่าร้านที่โรงพยาบาลมีไซส์นี้ใหญ่ที่สุดแล้ว พรุ่งนี้จะพาไปหาซื้อใหม่ แล้วจะเตรียมอาหารกินกัน โลแกนกุลีกุจอช่วยแกะถุงอาหารให้ ชามินต์จึงให้เขาช่วยแกะใส่ชามเดี๋ยวตนจะเวฟให้ โลแกนนั่งมองเพลินจนเหม่อ ชามินต์เตือนว่าอย่าเหม่อให้มากยิ่งจำอะไรไม่ได้อยู่ เตือนว่าถ้าออกไปข้างนอกมัวแต่เหม่อระวังจะถูกรถชนหรือไม่ก็หลงทาง

ชามินต์เตรียมอาหารเสร็จถามว่ากินได้ไหม โลแกนบอกว่าตนกินอะไรก็อร่อยหมดแหละ อาหารของคุณหมออร่อยทุกอย่าง แล้วพูดเหมือนจำขึ้นใจว่า

“แต่ผมไม่ลืมนะครับ วันไหนที่ผมมีเงิน ผมจะเอาเงินมาใช้คุณหมอ”

“ให้มันจริงเถอะ ฉันกลัวว่าพอจำอะไรได้ก็ลืมฉันแล้ว”

“ไม่หรอกครับ ผมไม่มีวันลืมคุณหมอหรอก”

ชามินต์ดูแลโลแกนที่จำอะไรไม่ได้ จึงว่านอนสอนง่ายสอนอะไรก็พยักหน้ารับ ไม่มีพิษมีภัยใดๆ

ooooooo

รุ่งขึ้น ชามินต์พาโลแกนไปหาร้านเสื้อที่คิดว่าจะมีไซส์ใหญ่กว่าที่ซื้อจากโรงพยาบาล ขณะเดินหาร้านเสื้อผ้า โลแกนเห็นอะไรบางอย่างจึงเดินเข้าไปดูในร้าน ชามินต์หันมาจะเรียกก็ไม่รู้จะเรียกอย่างไรเพราะตัวเขาเองก็จำชื่อตัวเองไม่ได้

ชามินต์เดินย้อนกลับมาดู เห็นโลแกนยืนดูมิวสิกบ็อกซ์ที่กำลังหมุนอยู่ในร้านอย่างสนใจ พอเธอเดินเข้าไปหาโลแกนสะดุ้งรีบขอโทษบอกว่าพอดีตนเห็นไอ้นี่

ชามินต์ถามว่าชอบหรือ

“ไม่รู้สิครับ ผมรู้สึกเหมือนเคยเห็นไอ้นี่ที่ไหนก็ไม่รู้”

“ที่บ้านนายคงมีมั้ง ฉันว่าไปเถอะ เรายังไม่ได้ซื้อของเลยนะ เดี๋ยวฝนตก”

โลแกนเดินตามชามินต์ออกไปอย่างว่าง่าย

เวลาเดียวกัน ที่ห้องนอนคอลินบ้านโลแกน คอลินมองมิวสิกบ็อกซ์หมุนเศร้า ป้าหวาเอาซาลาเปาไส้หมูแดงร้อนๆมาให้ คอลินไม่กินร้องไห้จะหาป๊ะป๋าถามว่าป๊ะป๋าไปไหน พอป้าหวาเซ้าซี้ให้กินก็ไล่ป้าหวาออกไป ตัวเองมุดไปใต้เตียง

ขณะนั้นนีล่าและเดนิสผลักประตูเข้ามา นีล่าถามว่าคอลินเป็นอะไรร้องไห้เสียงดังไปถึงข้างล่าง เดนิสถามว่าทำไมมุดไปอยู่ใต้เตียง เมื่อป้าหวาเล่าให้ฟัง นีล่าบอกให้คอลินกินซาลาเปาเสียก็ถูกคอลินหันหน้าหนีบอกว่าเจ๊นีล่าอย่ามายุ่งกับผม

เดนิสจึงหลอกล่อว่า น่าเสียดายที่คอลินไม่ยอมออกมา ตนอุตส่าห์จะมาพาไปเที่ยวสวนสนุก แต่ถ้าคอลินไม่ไปก็จะพาป้าหวาไปแทน ป้าหวาร่างตุ๊ต๊ะทำท่าดีอกดีใจแบบเด็กที่จะได้กินไอติม บอกว่าจะทานเผื่อคอลินด้วย

พอทั้งหมดจะออกไป คอลินก็คลานกระดื๊บๆจากใต้เตียงบอกให้รอด้วย เดนิสยิ้มเอาใจบอกให้คอลินขี่คอตนไปเลย

“คุณเดนิสนี่เก่งจริงๆนะคะ สามารถล่อหลอกให้น้องคอลินออกจากใต้เตียงได้ สุดยอดจริงๆ” ป้าหวาชมแล้วขอตัว ฝากเดนิสกับนีล่าดูแลคอลินด้วย ถามว่าได้ข่าวโลแกนบ้างหรือยัง

นีล่าบอกว่ายัง แต่เดนิสกำลังให้คนตามหาอยู่คิดว่าเร็วๆนี้น่าจะรู้ ป้าหวาได้แต่หวังว่าโลแกนจะไม่เป็นอะไร หันพูดกับรูปโลแกนว่า “คุณโลแกนคะ รีบกลับมาบ้านเถอะนะคะ คุณหนูคอลินร้องไห้หาคุณทุกวันเลย”

ooooooo

ชามินต์พาโลแกนไปกินบะหมี่น้ำกันที่ร้านอาหาร ปรารภบอกว่าต้องเร่งหาชื่อเขาเสียทีไม่อย่างนั้นไม่รู้จะเรียกว่าอะไร โลแกนบอกว่าดีตนก็จะได้รู้ชื่อตัวเองด้วย

“เฮ้ย โลแกน” เสียงชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกเสียงดัง โลแกนชะงักหันมอง เห็นชายฉกรรจ์เดินไปหาคนขายบะหมี่ “เอาบะหมี่แห้งให้สิบห่อนะโลแกน เดี๋ยวมาเอา”

พอชายคนนั้นเดินออกไป ชามินต์มองหน้าโลแกนพูดยิ้มๆว่าเมื่อกี้หลงดีใจนึกว่าเขาเจอคนรู้จักเสียอีก โลแกนบอกว่าตนก็นึกว่าเรียกตน ชามินต์ถามว่างั้นให้เขาชื่อโลแกนเลยดีไหม โลแกนเห็นด้วย

“บะหมี่เสร็จแล้วครับ” คนขายบอก โลแกนพูดอย่างสนิทปากว่าขอบคุณครับคุณโลแกน คนขายดีใจที่รู้จักชื่อตน โลแกนบอกว่าตนก็ชื่อโลแกนเหมือนกัน คนขายใจดีเลยให้กินฟรีฉลองที่ชื่อเดียวกัน

“แสดงว่าชื่อนี้เหมาะกับนาย พอมีชื่อแล้วก็โชคดีได้กินบะหมี่ฟรีเลยเห็นไหม” ชามินต์พูดขำๆ

กินบะหมี่กันแล้วก็ออกเดินตลาดซื้อของกันต่อ

ซื้อที่ต้องการได้ครบแล้วชามินต์ถามว่ายังอยากได้อะไรไหม โลแกนบอกว่าไม่ จึงชวนกันกลับ ชามินต์เสนอว่าเราเดินไปเรื่อยๆดีไหมเผื่อโชคดีระหว่างทางอาจเจอใครที่รู้จักเขา

“แล้วถ้าผมเจอไอ้พวกที่มันทำร้ายผมล่ะครับ”

“จริงสินะ ถ้ามันเจอนายแล้วรู้ว่านายยังไม่ตาย มันต้องเล่นงานนายอีกแน่ๆ งั้นฉันว่าเรารีบเดินกลับบ้านดีกว่า”

ขณะเดินกลับนั่นเอง ผ่านร้านกาแฟที่คลากครูเกอร์นั่งกินกาแฟอยู่ เขาเห็นโลแกนเดินผ่านไปแว่บหนึ่งบอกลูกน้องว่า เมื่อกี๊เห็นคนเหมือนโลแกนเดินผ่านไป แล้วทั้งคลากและลูกน้องก็ออกวิ่งตามไป

แต่คลากตามไม่เจอ เพราะชามินต์พาโลแกนเดินทางลัดตัดกลับที่พัก ลูกน้องคลากถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นโลแกน คลากบอกว่าถ้าไม่ใช่ก็คล้ายมาก

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็แสดงว่าโลแกนยังไม่ตาย” ลูกน้องจิกตาร้าย

ooooooo

ชามินต์กับโลแกนมาถึงที่พัก ยามจางทักว่าช็อปปิ้งที่ไหนมาหรือ ถามโลแกนว่านายซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย

“คุณเลิกเรียกผมว่านายได้แล้ว ตอนนี้ผมมีชื่อแล้ว” โลแกนอวด ยามจางถามว่าชื่ออะไร เขาบอกอย่างภูมิใจว่าโลแกน ยามจางอุทานว่าชื่ออย่างกับมาเฟีย โลแกนพูดจากสัญชาตญาณว่า “นายไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วฉันคือมาเฟีย”

ยามจางถามชามินต์หน้าตื่นว่าจริงหรือ เธอทำขึงขังบอกว่าจริง โลแกนขู่สำทับว่า “ระวังฉันจะตัดนิ้วนาย” แล้วหัวเราะชอบใจบอกว่า “แค่นี้ทำเป็นกลัว เอ้า ผมแบ่งขนมให้ลุงอันหนึ่ง”

“ไอ้หมอนี่มันร้ายจริงๆ หลอกเราซะตกใจว่าเป็นพวกมาเฟีย” ยามจางบ่นตามหลังโลแกนที่เดินขึ้นไปกับชามินต์

นีล่ากับเดนิสพาคอลินไปเที่ยวสวนสนุกเล่นจนหนำใจแล้ว ไปซื้อไอติมกินกัน มือถือเดนิสดัง เขาดูเบอร์แล้วกดรับ

“ว่าไง...ที่ไหนนะ...อืมม์...โอเค ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

กดปิดโทรศัพท์แล้ว เดนิสบอกนีล่าว่าลูกน้องโทร.มาบอกเบาะแสโลแกนแล้ว ให้เธอพาคอลินไปส่งบ้าน ตนจะไปคุยกับคนที่บอกว่าเจอโลแกน

คอลินงอแง ทวงว่าไหนว่าจะพาไปกินเบอร์เกอร์ไง เดนิสบอกว่าตนมีธุระ พอเดนิสไปคอลินก็บอกให้นีล่าพาไปเล่นรถไฟเหาะอีกรอบ นีล่าบอกว่าตนไม่ไหวเพราะเล่นไปสามรอบแล้ว

“เจ๊ไม่ตามใจผม แล้วจะมาเป็นแม่เลี้ยงผมได้ไง”

“ถ้าเจ๊เป็นแม่เลี้ยงนายเมื่อไหร่ละก็ เจ๊จะเล่นงานนายทุกวันเลยคอลิน”

“อย่าหวังเลย ผมจะบอกป๊ะป๋าไม่ให้แต่งงานกับเจ๊” คอลินยื่นหน้ายื่นตาบอกแล้ววิ่งหนีไป นีล่าต้องรีบวิ่งตามว่าที่ลูกเลี้ยงจอมแสบไปจนเหนื่อยหอบ

เมื่อเดนิสไปพบจางหย่งเจียงที่ห้องพักในตึกแห่งหนึ่ง จางบอกเขาว่า

“เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว คุณโลแกนมาหาผม บอกให้ช่วยทำบัตรประชาชนปลอมให้หน่อย เขาจะเอาไปเข้าบ่อน เขาบอกว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเข้าบ่อน”

เดนิสถามว่าบ่อนที่ไหน จางบอกว่าตนไม่ได้ถามโดยอาชีพของตนไม่ควรถามเพราะเสียมารยาท เดนิสพึมพำว่าเข้าบ่อนหรือ จางถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ

“ไม่มีอะไร เพียงแต่เรากำลังตามหาโลแกน ถ้าคุณมีข่าวเกี่ยวกับเขาเพิ่มเติม โทร.หาลูกน้องของผมหน่อยนะ”

จางรับคำ มองตามเดนิสที่เดินออกไปอย่างสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกัน แล้วจางก็โทรศัพท์ถึงคลาก ครูเกอร์ทันที

“คุณเดนิสมาถามผมเรื่องที่คุณโลแกนมาขอให้ทำบัตรประชาชนปลอม ผมก็บอกไปตามจริงว่าคุณโลแกนมาทำบัตรไปเข้าบ่อน ท่าทางเขาเหมือนจะไม่รู้เรื่องว่าคุณโลแกนเข้าไปที่บ่อนทำไม”

คลากบอกว่าดีแล้ว จางถามว่ายังไม่มีใครเจอตัวโลแกนหรือ

“ยัง ถ้าแกมีข่าวอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับโลแกนก็บอกฉันด้วย” จางรับคำ คลากปิดโทรศัพท์นิ่วหน้าพึมพำ

“ถ้าเดนิสไม่รู้เรื่องที่โลแกนไปบ่อน เท่ากับว่าคืนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลแกน”

คลาก ครูเกอร์ คิดถึงคืนหนึ่งที่บ่อนเถื่อน เขาเห็นโลแกนเข้ามาส่งบัตรประชาชนปลอมให้ยามดู นักเลงคุมบ่อนถ่ายรูปบัตรประชาชนไว้แล้วให้ผ่านเข้าไป ครู่เดียวคลากยื่นบัตรวีไอพีของตนตามโลแกนเข้าไป

คลากดูโลแกนจากชั้นบนเห็นเขาพูดอะไรกับคนเสิร์ฟเครื่องดื่ม พอคนเสิร์ฟเครื่องดื่มเดินไป โลแกนดื่มเครื่องดื่มวางแก้วแล้วเดินไปด้านหลังที่มีป้ายห้องน้ำ คลากลงบันไดตามไปดู เห็นโลแกนเดินไปที่ประตูด้านหลัง ไขกุญแจเปิดแล้วเดินเข้าไป คลากรีบตาม แต่ประตูปิดล็อกแล้ว

คลากยังนั่งอยู่ในห้องทำงานพึมพำ “โลแกนหายไปไหนวะ”

ooooooo

คืนนี้...โลแกนพยายามนึกทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน แต่ก็จำได้แค่ตื่นขึ้นมาก็เห็นชามินต์แล้วเท่านั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวลุกขึ้นมานั่งเอามือกุมหัวจนชามินต์เปิดประตูออกมาเจอถามว่าเป็นอะไรยังไม่นอนอีกหรือ

โลแกนเล่าว่าตนพยายามคิดว่าก่อนหน้ามาเจอเธอเกิดอะไรขึ้นแต่คิดไม่ออก ยิ่งปวดหัวรุนแรงขึ้น

ชามินต์บอกให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลที่นั่นมีเครื่องมือทันสมัยจะตรวจสมองของเขาได้ โลแกนบอกว่าตนไม่กล้าไป ไม่รู้ว่าทำไมพอคิดถึงคำว่าโรงพยาบาลตนก็กลัวมันมากแล้ว

“งั้นนายก็หยุดคิดก่อน ไม่ต้องพยายามคิดอะไรทั้งนั้น ฉันคุยกับหมอสมองที่โรงพยาบาล เขาบอกว่าบางทีนายปล่อยใจให้สบายความจำอาจจะค่อยๆกลับมาก็ได้” แล้วชามินต์ก็รินน้ำอุ่นให้ดื่มจะได้หลับสบาย เตือนอย่าลืมกินยาบำรุงสมองเด็ดขาด ขณะชามินต์รินน้ำให้ตัวเอง โลแกนก็จับมือเธอไว้ เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร!

“ผมอยากขอบคุณคุณหมอ ทำไมคุณหมอถึงดีกับผมมาก”

“ถ้าฉันใจร้ายใจดำกับนาย ฉันก็ไม่สมควรจะเป็นหมอน่ะสิ เอาล่ะ ปล่อยมือฉันได้แล้ว” โลแกนปล่อยมือและขอโทษ “นอนซะ แล้วก็อย่าพยายามคิดอะไร จะได้ไม่ปวดหัว เข้าใจไหม”

ชามินต์รินน้ำร้อนแล้วเข้าห้องตัวเอง โลแกนมองตาม เธอหันมาอีกทีเห็นเขามองอยู่ก็ปรามดุๆ ว่ายังไม่นอนอีก โลแกนรีบล้มตัวลงนอน แต่ยังแอบมองไปที่ห้องชามินต์อย่างสำนึกบุญคุณ

ฝ่ายเหว่ยซานเมื่ออาเหวินโทรศัพท์ติดต่อโลแกนไม่ได้ก็ยิ่งหงุดหงิด อาเหวินคาดว่าโลแกนคงไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย เหว่ยซานว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างโลแกนไปต่างประเทศจะไม่เอาโทรศัพท์ไป พอดีเห็นนีล่าเดินลงบันไดมาจึงเรียกมาถามว่าโลแกนจะกลับเมื่อไร ตนติดต่อไม่ได้มาหลายวันแล้ว

“เห็นเขาบอกว่าอีกสองสามอาทิตย์ค่ะ ถ้าเขาเสร็จธุระเขาก็คงกลับมาเร็วน่ะค่ะ หนูขอตัวก่อนนะ”

อาเหวินยุว่าถ้านานขนาดนั้นตนว่าเราจัดการเรื่องที่เกาเทียนเองดีกว่าไหม

“ใช่ เอาคนของเราไปให้เยอะที่สุด แล้วบอกคนของไอ้คลาก ครูเกอร์ว่าถ้าไม่อยากตายให้ออกไปจากเขตเกาเทียน”

อาเหวินจัดการทันที นำกำลังที่มีมีด ไม้ กระบอง สามง่าม และขวาน ดาหน้ากันไปเผชิญกับพวกอาฟงลูกน้องคลาก

“ข้าจะบอกพวกเอ็งอีกครั้งนะถ้าไม่อยากตาย ออกไปจากเขตเกาเทียนซะ”

“ถ้ามึงอยากจะได้เกาเทียนก็ต้องข้ามศพกูไปก่อน”

“ลุย พวกเรา!”

“ฆ่ามัน!!” อาฟงตะโกน

กำลังทั้งสองฝ่ายเข้าตะลุมบอนกันทั้งตีทั้งฟัน แทงกันเลือดสาด

คลากแค้นมากสั่งอาฟงให้ระดมคนของเราทั้งหมดพร้อมอาวุธครบมือถล่มพวกเหว่ยซานให้พินาศ แต่ทนายติงว่า

“ช้าก่อนครับคุณคลาก ถ้าเราขืนทำอะไรบุ่มบ่ามลงไป มันจะเป็นการไม่ให้เกียรติคุณโลแกนนะครับ” คลากบอกว่าตอนนี้โลแกนไม่อยู่ “แต่ผมว่าเราควรจะรอให้คุณโลแกนกลับมา แล้วให้เขาเป็นคนตัดสินเรื่องนี้ดีกว่านะครับ คุณอย่าลืมนะครับ ปู่ของคุณโลแกนเป็นคนแบ่งเขตเกาเทียนให้กับคุณพ่อคุณ”

“แล้วทนายหลี่จะให้พวกไอ้เหว่ยซานเข้ามาคุ้มครองพื้นที่เรางั้นหรือ”

“ช่างมันเถอะครับ อย่างมากที่สุดก็แค่ไม่กี่วัน อย่าให้ทุกอย่างที่คุณพ่อคุณสร้างไว้ต้องมาพังในรุ่นคุณเลย”

คลากเชื่อคำทักท้วงของทนาย ยังความสะใจแก่เหว่ยซานมาก แผดหัวเราะเยาะว่า

“ฮ่ะๆๆ ไอ้คลาก ครูเกอร์ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนในที่สุดมันก็ไม่กล้าแหยมกับเรา” อาเหวินบอกว่า

คลากให้คนออกไปจากเกาเทียนหมดแล้ว “ดี แกจัดคนของเราเข้าไปดูแลเลย แล้วเพิ่มคนเข้าไปอีกเท่านึง เผื่อบางทีมันอาจจะกลับมาตลบหลังเรา”

อาเหวินคาดว่าคลากไม่กล้า “ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ทำเป็นมาอ้างโลแกน ลู ไม่รู้ซะแล้วว่าเราเป็นใคร กูนี่แหละพ่อตาโลแกนลูฮ่ะๆๆ” เหว่ยซานหัวเราะอย่างผยองลำพองใจ

ooooooo

เช้านี้ โลแกนเตรียมอาหารอย่างพิถีพิถัน เตรียมเสร็จแล้วยังไม่เห็นชามินต์ลงมา เป็นห่วงว่าสายแล้วเธอไม่สบายหรือเปล่า ย่องขึ้นไปดูก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะเงียบมาก ลองเรียกดูก็ไม่มีเสียงตอบ จึงผลักประตูเข้าไปเรียกใกล้ๆ

ชามินต์ตกใจถามว่ามาห้องตนทำไม โลแกนตกใจอึกอัก บอกว่าสายแล้วคุณหมอไม่ไปทำงานหรือ ชามินต์ตกใจที่ตื่นสายบอกให้โลแกนออกไปแล้วรีบลุกขึ้น โลแกนแง้มประตูโผล่มาบอกว่า ตนทำซุปร้อนๆไว้อาบน้ำเสร็จแล้วทานซุปหน่อย ชามินต์พยักหน้า บ่นตัวเองว่าเมื่อคืนตนคงจะลืมล็อกประตู แล้วรีบเข้าห้องน้ำ

พอออกจากห้อง โลแกนก็กุลีกุจอตักซุปและเอาขนมปังให้ จากนั้นหันไปรินน้ำส้ม ชามินต์ถามว่าแล้วเขาไม่กินหรือ โลแกนบอกว่า “เดี๋ยวคุณหมอทานเหลือแล้วผมค่อยทานครับ”

ชามินต์บอกโลแกนว่าต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นห้ามเขาเข้าห้องนอนตน โลแกนบอกว่าเห็นว่าสายแล้วกลัวคุณหมอจะไม่สบายเลยเข้าไปดู ชามินต์บอกว่าถ้าตนไม่อนุญาตห้ามเข้าเด็ดขาด โลแกนรับคำแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ให้อ่าน

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 2 วันที่ 5 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ