อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 20 วันที่ 11 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 20 วันที่ 11 พ.ค.59

ห้องของมิรันตรีที่รกยุ่งเหยิง มีเสื้อผ้าพาดตามที่ต่างๆ ของห้อง ชยากรไม่ได้รังเกียจอย่างเดิมกลับรู้สึกขำด้วยซ้ำ
มิรันตรีเห็นอย่างนั้นก็อาย รีบเข้าไปคว้าเก็บชิ้นส่วนต่างๆ “ไม่บอกว่าจะมา เลยไม่ได้เก็บห้อง “
“ไม่เป็นไรหรอก จนป่านนี้แล้ว ไม่ต้องสร้างภาพนักก็ได้”
พอมิรันตรีได้ยินชยากรพูดอย่างนั้นก็เลยโยนของที่เก็บวางโครมลงไปใหม่ “นั่นสินะ ถึงอารับไม่ได้ ก็ไม่เห็นต้องแคร์อะไร”
ชยากรลงนั่งที่โซฟา “ที่จริงตอนนี้ฉันก็ลดสเป็คลงเยอะแล้ว หน้าตาไม่เกี่ยง นิสัยเอาแค่พอใช้ จะซกมกบ้างก็ไม่เป็นไร”เขารู้สึกเหมือนนั่งทับอะไรจึงลุกขึ้น หยิบออกมา เจอซากเสื้อใส่แล้วอยู่ที่โซฟา จึงหยิบมางงๆ

มิรันตรีรีบไปคว้ามาทิ้งแบบอายๆ “หมอเขาผ่าขี้เลื่อยออกจากหัวไปด้วยรึไงถึงเพิ่งมาคิดได้”
“ฉันก็แค่จะหาคนที่ไตเข้ากันได้ เธอก็รู้ใช่ไหมล่ะว่าฉันกำลังจะบริจาคไตให้พี่พล ดังนั้นในอนาคตเผื่อมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา ฉันก็ต้องการไตที่เข้ากันได้มาใช้ เธอว่าจะมีใครใจดีอยาก ‘สละไตแลกใจ’ กับฉันไหม”


“เห็นแก่ตัว ใครได้ไปคงซวยตาย”
“โรแมนติคจะตาย กว่าเจอคนที่เนื้อเยื่อเข้ากับเราได้ก็คงจะเหมือนพรหมลิขิตเลยล่ะ เดทแรกก็จะไปตรวจแมตชิ่งเนื้อเยื่อกัน อยากลองไปตรวจไหมล่ะ”
“ไม่ต้องมาทำซีอุยแถวนี้เลยนะ โรคจิต!!”
ชยากรพยายามจะเรียกร้องความสนใจด้วยการเอานิ้วไปม้วนปลายผมมิรันตรีเล่น มิรันตรีรำคาญพยายามสะบัดออก แต่ชยากรก็ยิ่งแกล้ง มิรันตรีฟึดฟัดที่ชยากรมาทำรุ่มร่าม ช่างเดินออกมาจากห้องน้ำมา ชยากรเลยรีบเก๊ก
“ตัวควบคุมความร้อนมันพัง ต้องเปลี่ยนใหม่ เดี๋ยวผมออกไปซื้ออุปกรณ์มาให้”
“ไม่เป็นไร เอาไว้วันหลังก็ได้..” มิรันตรีจะออกปากห้ามแต่ไม่ทันช่างออกไปแล้ว
ชยากรยิ้มเพราะรู้ว่ามิรันตรีแค่อึดอัดที่จะต้องมาอยู่กับเขาสองต่อสอง“จะรีบไล่กลับ กลัวฉันจะทำอะไรเธอรึไง?“
“ไม่ได้กลัว แต่จะมืดแล้ว มัวตัดไฟ จะอยู่มืดๆ เข้าไปได้ยังไง” มิรันตรีหงุดหงิดเดินหนีไป
ชยากรกลับสบายใจที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับมิรันตรี
ช่างไฟออกมายืนที่หน้าห้องมิรันตรี แล้วรีบโทรรายงาน “สองชั่วโมงเหรอครับ”
นันทพลเป็นคนสั่งการช่างไฟ “ไว้สองชั่วโมงค่อยกลับเข้าไป ปล่อยเขาไว้อย่างนั้นแหละ” นันทพลวางสาย แล้วหันมายิ้มกับอังกาบ
“จะได้ผลแน่เหรอคะ แผนล่อเนื้อเข้าปากเสือเนี่ย”
“เหยื่ออยู่ตรงหน้าแล้ว ตะครุบไว้ไม่ได้ก็ให้มันเป็นแมวไปละกัน“

มิรันตรีต้องจุดเทียนในห้องเพื่อรอช่างที่ตัดไฟไว้ ระหว่างนั้นชยากรแอบเอาแหวนที่จะใช้ขอมิรันตรีแต่งงานออกมาเรียกขวัญกำลังใจตัวเอง
ชยากรแกล้งเข้าไปโอบมิรันตรีทำทีจะช่วยต่อเทียนจุดไฟให้ “โรแมนติคดีนะ”
“ร้อนจะตาย ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับมาซ่อมให้เสร็จๆ“
“ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงจะกรี๊ดกร๊าดที่เราได้อยู่กันแบบนี้” ชยากรแกล้งเข้าไปกุมมือของมิรันตรีที่ถือเทียนอยู่
“ จะทำอะไร” มิรันตรีพยายามเอาตัวรอดด้วยการเอาเทียนไปลนมือของชยากร
ชยากรสะดุ้ง“โอ๊ย...นี่“
มิรันตรีรีบออกไปไกลๆ ทำท่าไม่ไว้ใจชยากร “อย่ามาหื่นแถวนี้นะ”
ชยากรขำที่มิรันตรีกลัว เลยแกล้งล้อ “ใครหื่นกันแน่ เอาเทียนมาลน เสียดายโซ่แส้ก็ไม่มี”
“กลับไปเลยไป” มิรันตรีถอยตัวออกไปห่างๆ
“ไม่เอาน่า เรามาคุยกันดีๆ เถอะนะ”
“ไม่คุยแล้ว!!“ มิรันตรีไม่ไว้ใจชยากร รีบเอาเก้าอี้ไปที่หน้าตู้ไฟ แล้วปีนขึ้นไปที่หน้าตู้ไฟ
ระหว่างที่กำลังงมหาปุ่มที่แผงไฟในความมืด ชยากรก็เข้าไปรวบตัวกอดมิรันตรีไว้จากด้านหลัง “ขอโทษ...” มิรันตรีตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นชยากรจู่โจมเข้ากอดเธอไว้ “ฉันขอโทษที่ร้ายกับเธอมาตลอด ขอโทษที่เคยทำเธอร้องไห้ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ถ้าฉันสัญญาว่าจะเป็นคนใหม่ เธอจะกลับมารักฉันใหม่ได้มั้ยมิ?“
มิรันตรีพยายาจะสลัดตัวออก “ปล่อย...”
ชยากรกอดแน่นขึ้นอีก “ตอบมาก่อนสิ”
มิรันตรียิ่งดิ้นหนี “โอ๊ย...อา... “
ชยากรเห็นมิรันตรีดิ้นหนี ก็เลยตัดสินใจอุ้มมิรันตรีลงจากเก้าอี้ มิรันตรีตกใจมากที่ชยากรรวบตัวเธอลงมา ชยากรอุ้มและจ้องตามิรันตรีเอาไว้ ชยากรเอาหน้าเข้าไปใกล้มิรันตรี “ถ้าเธอจูบตอบ ฉันถือว่าเธอยกโทษให้นะ”
มิรันตรีหลับตาปี๋ ชยากรยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เพื่อรอคำตอบจากมิรันตรี ขณะที่ชยากรกำลังจะเข้าไปจูบมิรันตรี เสียงกดออดที่ประตูก็ดังขึ้น ทำให้มิรันตรีได้สติผลักตัวออก
มิรันตรีรีบไปส่องดูที่หน้าประตู แล้วตกใจ “พ่อมา!!” มิรันตรีตกใจลนลาน
ชยากรก็ตกใจเมื่อรู้ว่าที่บ้านของมิรันตรีจะมาขัดจังหวะแบบนั้น
มิรันตรีพาแม่เข้ามานั่งที่โซฟาทั้งๆ ที่ในบ้านยังมืดอยู่ พ่อกับแม่มิรันตรีดูเป็นผู้ใหญ่ต่างจังหวัดฐานะปานกลาง พ่อนั่งรถเข็นคนป่วยมา ส่วนแม่ถือตะกร้าอาหารมาด้วย
“มาได้ไง? หมอไม่ได้นัดวันนี้นี่นา แล้วทำไมแม่ไม่โทรมาให้ไปรับล่ะ”
“ไม่ได้มาหาหมอหรอก พ่อเขาบ่นถึงจนไม่ยอมกินข้าว ก็เลยต้องพามาหา”
“แล้วนี่มายังไงกันจ๊ะ?”
“แม่เช่ารถตู้มา อยากจะมาเซอร์ไพรส์น่ะ แล้วทำไมอยู่มืดๆ อย่างนี้”
“อ๋อ... พอดีมีช่างมาซ่อมไฟจ้ะ”
ชยากรมาหลบอยู่ในห้องน้ำ ส่วนพ่อของมิรันตรีก็เข็นรถเข็นสำรวจห้องจนมาเจอชยากร ชยากรตกใจเมื่อพ่อเห็นเขา พ่อของมิรันตรีจ้องมาที่ชยากรเขม็ง ถามตวาดเสียงดังมาก “ใคร?”
ชยากรตกใจรีบฉายไฟทำเป็นเก็บอุปกรณ์ “ผม...ผมมาซ่อมไฟครับ”
มิรันตรีได้ยินก็รีบเข้ามาหาพ่อที่หน้าห้องน้ำ พร้อมอธิบายบอกพ่อ “พ่อ...เขามาซ่อมไฟ... นี่ช่างไฟ” เธอหันไปบอกชยากร “ซ่อมเสร็จแล้วใช่ไหม”
“ออกไป!!”
ชยากรสะดุ้ง คิดว่าพ่อคงจะหวงมิรันตรีมาก “ครับๆ“
“เรียบร้อยแล้วนะ” มิรันตรีส่งซิกให้ชยากร
ชยากรรีบถือกระเป๋าเครื่องมือของช่างออกมาจากห้องน้ำ หันหลังจะเดินออก
“เดี๋ยว...” ชยากรกับมิรันตรีตกใจที่แม่เรียกชยากรเอาไว้ แม่เดินเข้ามามองชยากรอย่างสงสัย “เปิดไฟได้รึยัง”
มิรันตรีกับชยากรมองกันโล่งใจ
“ผมสับคัตเอ้าท์ไว้ เดี๋ยวเอาขึ้นให้ครับ” ชยากรรีบไปที่ตู้ไฟ แล้วสับสวิตช์ไฟจนไฟในห้องกลับมาใช้ได้
พอหันมาก็เจอพ่อเข็นรถเข้ามาจับผิดอีก “ใคร?”
ชยากรอึ้งเมื่อเห็นพ่อของมิรันตรีถามซ้ำอีก
“ช่างไฟไงพ่อ“
พ่อไม่พอใจ คว้าของแถวนั้นปาใส่ชยากร “ไป... ไป๊!!”
ชยากรเหวอเมื่อเห็นพ่อมิรันตรีอาละวาดใส่ มิรันตรีต้องจับตัวไว้ “ไม่เอาน่าพ่อ”
แม่รีบพาชยากรออกไปส่งที่หน้าห้อง “ลุงเขาเป็นอัลไซเมอร์ อย่าถือเลยนะ”
ชยากรตกใจมากเพราะไม่เคยรู้เรื่องครอบครัวของมิรันตรีมาก่อน

ชยากรออกมายืนอยู่ที่หน้าห้องของมิรันตรี แต่ยังแอบแง้มเปิดประตูเข้าไปดู ชยากรเห็นมิรันตรีกำลังเอาปิ่นโตออกจากตะกร้าและคอยดูแลพ่อ
“ไหนดู... วันนี้มีอะไรกินน๊า...” มิรันตรีแกะปิ่นโตออกดู เห็นปลาทูอยู่ในนั้น
แม่เล่า “พ่อเห็นปลาทูเลยคิดถึงมิ ไม่ยอมกิน บอกจะเก็บให้มิ แม่เลยต้องพามา”
มิรันตรีได้ยินแล้วก็อึ้งที่พ่อยังจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ได้ มิรันตรีรีบใช้มือแกะปลาทู “งั้นมิแกะให้พ่อกิน พ่อต้องกินเยอะๆ นะ” มิรันตรีแกะปลาทูป้อนใส่ปากพ่อ พ่อจับมือของมิรันตรี เอาไปป้อนใส่ปากเธอ มิรันตรีรีบกินทำเสียงตื่นเต้น “โห.... อร่อยมาก”
ชยากรที่แอบมองอยู่ รู้สึกซึ้งที่เห็นภาพมิรันตรีเป็นที่รักของครอบครัวอย่างนั้น ภาพความน่ารักของมิรันตรีเวลาอยู่กับครอบครัวทำให้ชยากรประทับใจมาก เพราะมันก็เป็นสิ่งที่เขาโหยหาตลอดมา
“อ่ะ...พ่อกินมั่ง” มิรันตรีป้อนใส่ปากพ่อ
พ่อของมิรันตรียอมกิน แล้วจู่ๆ ชยากรก็นึกถึงเรื่องที่เขาทำให้มิรันตรีโกรธคราวก่อนขึ้นมาได้ เมื่อมิรันตรีรู้ว่าชยากรแกล้งความจำเสื่อม เธอโวยวายใส่เขา

“ฉันงอน!! ฟื้นมาตั้งหลายวัน เธอไม่มา ก็นึกว่าเธอไม่แคร์ เลยแกล้งเมินใส่”
“เอาเรื่องอย่างนี้มาล้อเล่นได้ยังไง”
“ไม่ได้ล้อเล่น แค่ลองใจ”
“อาไม่รู้หรอกว่าหัวอกของคนที่ถูกลืมมันเป็นยังไง ไอ้นิสัยเสียเนี่ยหมอก็รักษาให้ไม่ได้หรอกนะ แก้ที่ตัวเองเถอะ” มิรันตรีบอกใส่หน้าชยากร แล้วเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ชยากรกลุ้มที่ทำให้มิรันตรียิ่งเกลียดขี้หน้าเขาเข้าไปใหญ่ “อ้าว...มิ เดี๋ยว...”

ชยากรรู้สึกผิดเมื่อรู้แล้วว่าสิ่งที่เขาทำกระทบกับปมในใจของมิรันตรีเรื่องพ่อพอดี จึงทำให้มิรันตรีกลัวว่าเขาจะจำเธอไม่ได้อีก ชยากรยืนมองภาพในครอบครัวของมิรันตรีอย่างสงสาร เขารู้สึกผิดที่เขาคอยเอาปัญหาไปสุมให้มิรันตรีทั้งๆที่มิรันตรีก็มีปัญหาในชีวิตหนักหนาสาหัสไม่แพ้เขา

อนุศนิยาเดินกลับเข้ามาในโถงบ้าน อนุศนิยาต้องชะงักเมื่อเห็นเป็นอนุกรนั่งรออยู่ที่บันไดทางขึ้น สีหน้าอนุกรดูแย่
อนุศนิยาเห็นหน้าน้องชายก็ดีใจ “นายเล็ก!”
“พ่อ...เป็นไงบ้าง!” อนุศนิยาได้ยินแบบนั้นก็น้ำตาจุก“อานุดีบอกเล็กว่าพ่อทรุด”
“นายควรเข้าไปเยี่ยมพ่อ”
“กลัวพ่อเห็นหน้าแล้วจะยิ่งเป็นหนักกว่าเก่าน่ะสิ”
“ตอนนี้คนที่พ่ออยากเห็นหน้าที่สุดคือ นาย พ่อไม่เคยพูดแต่พี่รู้ว่าพ่อคิดถึงนายทุกวัน “อนุศนิยาบอกน้องด้วยแววตาที่มั่นคง “ถ้านายพร้อมที่จะกลับมาทำงานที่คาซ่าก็ใช้โอกาสนี้พูดกับพ่อด้วยตัวนายเอง “
อนุกรฟังแล้วเริ่มลังเล

นันทพลนอนฟอกไตอยู่ อนุกรเข้ามาในห้องพักพร้อมกับอนุศนิยา อนุกรมาเห็นนันทพลนอนนิ่งแบบนั้นก็อดตกใจไม่ได้ เมื่อเห็นพ่ออาการหนักกว่าที่คิด
นันทพลพูดทั้งๆที่หลับตา “คุณกาบ..ฉันขอน้ำกินหน่อย”
อนุศนิยาพยักหน้าให้อนุกรไปทำ อนุกรเดินไปหยิบน้ำเทใส่แก้วแบบเก้ๆกังๆ
“น้ำค่ะพ่อ!”
นันทพลลืมตาขึ้นมา นันทพลไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคืออนุกร ลูกชายคนเดียวของเขา “ไอ้เล็ก!“

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 20 วันที่ 11 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ