อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 20/4 วันที่ 11 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 20/4 วันที่ 11 พ.ค.59

ลูกน้องสองคนขึ้นไปหิ้วร่างของศตวรรษไว้คนละข้าง ศตวรรษแทบไม่มีแรงลุกไหว “ถึงฆ่าผม โสมก็หนีความผิดตัวเองไม่ได้!!”
“กูถึงจะให้มึงชดใช้ให้ลูกกูอยู่นี่ไง!!” บอดี้การ์ดไปส่งปืนให้อุดมศักดิ์ อุดมศักดิ์คว้ามา เล็งไปที่ศตวรรษ ศตวรรษตกใจ “ทำโสมตายทั้งเป็น แกก็ต้องตาย”
ศตวรรษอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีจากการลูกน้องที่จับตัวไว้ อุดมศักดิ์ไม่รอ รีบยิงออกไปทันที ศตวรรษวิ่งหนีไปที่ประตูกระจกที่เป็นบันไดเลื่อนขึ้นไปยังชั้นบนของตึก ในเวลาเดียวกับที่กระสุนพุ่งเข้าไปที่กระจก เศษกระจกแตกกระจายในระหว่างที่ศตวรรษกำลังวิ่งฝ่าเข้าไปพอดี ร่างของศตวรรษล้มคว่ำลงกับเศษกระจก แน่นิ่งไป รปภ.ของตึกวิ่งเป่านกหวีดออกมาหลังจากได้ยินเสียงปืน
“ไม่น่ารอดแล้วครับ”

อุดมศักดิ์เห็นอย่างนั้นก็รีบกลับขึ้นรถแล้วหนีไปทันที


ทางด้านอนุศนิยายังคงฝึกโยคะอย่างสงบอยู่ในคลาส
“เอาล่ะค่ะ ทีนี้คุณแม่ลองพิงทิ้งน้ำหนักด้านหลังเอนลงไปที่ตัวคุณพ่อ”
หญิงตั้งครรภ์ทุกคู่พร้อมใจกับเอาตัวลงไปที่สามีที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง อนุศนิยานั่งนิ่งเพราะไม่สามารถทำตามได้
อนุศนิยามองตามทุกคนไปอย่างน้อยใจ
คุณครูเดินมาหาอนุศนิยาเดินเข้าทำแทนคู่ให้ “มาค่ะ ลองทำดูนะคะ”
ขณะที่คุณครูกำลังจะไปนั่งลงด้านหลังอนุศนิยานั้น ประตูคลาสเรียนก็เปิดออก เห็นชายคนหนึ่งก้าวเข้ามา ทุกคนในห้องหันไปมองที่คนๆ นั้นเป็นตาเดียว แม้แต่อนุศนิยาเองก็ตกใจ ชาครีย์เดินเข้ามา เพื่อจะมากู้หน้าให้กับอนุศนิยา
“คุณศตวรรษใช่ไหมคะ เชิญทางนี้เลยค่ะคุณพ่อ”
อนุศนิยาเห็นชาครีย์ต้องเข้ามาแทนที่ ยิ่งทำให้อนุศนิยารู้สึกตอกย้ำว่าเธอโดนทิ้ง

ศตวรรษลุกจากจุดเกิดเหตุ พยายามพยุงร่างของตัวเองที่บาดเจ็บขึ้นบันไดจากที่จอดรถชั้นใต้ดินเพื่อขึ้นไปหาอนุศนิยาที่อยู่ชั้นบน
รปภ. พยายามจะเข้าไปช่วยศตวรรษ “บุญนะเนี่ยไม่ถูกกระสุนเข้าให้... แล้วนั่น...”
“แค่กระจกบาด ... ไม่เป็นไร” ศตวรรษพยายามจะขึ้นบันไดเลื่อนไป
ที่ท้องของศตวรรษมีเลือดออกเพราะถูกกระจกบาด แต่ศตวรรษเอามือกุมแผลเพื่อพยายามห้ามเลือดไว้ แล้วพยายามแข็งใจที่ขึ้นไปหาอนุศนิยาให้ได้

อนุศนิยากำลังฝึกโยคะคู่กับชาครีย์ที่มาเป็นตัวแทนสามีให้ อนุศนิยากำลังทำใจให้สงบนิ่งและไม่คิดอะไรนอกจากฝึกตามคู่อื่นๆ ไปเรื่อยๆ ที่ด้านนอกคลาสศตวรรษพาตัวเองมาถึงหน้าห้องเรียนได้ พอศตวรรษเห็นอนุศนิยากำลังฝึกอยู่กับชาครีย์อยู่ และทุกคนกำลังอยู่ในอาการสงบ ศตวรรษก็ไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะข้างใน ศตวรรษก้มลงมองมือที่ใช้ห้ามเลือดที่ท้อง เลือดออกมากจนน่ากลัว

ศตวรรษลากสังขารเดินกลับมาที่รถเพื่อจะขับไปที่โรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล
รปภ. เดินมาหาศตวรรษ “ไหวรึเปล่า ผมเรียกรถพยาบาลให้ดีกว่า”
“ไม่เป็นไร” ศตวรรษขึ้นไปนั่งบนรถ เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์จากอนุศนิยาโทรมา ศตวรรษลังเลอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสาย
อนุศนิยาออกมาจากคลาสพร้อมกับชาครีย์ ทันทีที่ศตวรรษรับสาย อนุศนิยาก็ตะคอกมาตามสายทันที “นี่ทำบ้าอะไร? จะไม่มาแล้วนัดฉันมาทำไม!!”
“ผมขอโทษ ผมมาแล้วแต่...”
“มาแล้วแล้วหายไปไหน คิดว่าเวลาของคนอื่นไม่สำคัญรึไง หรืออยากจะแกล้งให้ฉันบากหน้ามาคนเดียว ให้ฉันรู้ว่าฉันต้องง้อคนอย่างคุณใช่ไหม? เสียใจด้วย ฉันไม่อายหรอกนะ ฉันอยู่ตัวคนเดียวได้ อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป ฉันจะไม่เสียเวลาในชีวิตให้กับคนอย่างคุณอีกแล้ว!!” อนุศนิยาวางสายไปด้วยความโมโห พอเธอหันมาเห็นชาครีย์ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก็รู้สึกอับอาย เพราะชาครีย์พยายามเตือนเธอเรื่องศตวรรษมาก่อนหน้า
ศตวรรษอยากจะอธิบายแต่ก็เจ็บมากจึงกลั้นใจอดทนเอาไว้

ที่ห้องฉุกเฉิน ศตวรรษใบหน้าซีดเผือดกำลังนอนรับการรักษา หมอกำลังช่วยเย็บแผลที่ถูกกระจกบาดที่หน้าท้องให้ ศตวรรษยังคงรู้สึกตัวอยู่ตลอด แต่ไม่รู้สึกเจ็บเพราะฤทธิ์ของยาชา
พยาบาลรีบร้อนเข้ามา พร้อมแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ “ผลเอ็กซเรย์มาแล้วค่ะ”
หมอเย็บแผลเสร็จแล้ว หันไปเอาฟิล์มมาส่องดู ศตวรรษเหลือบไปมองที่ฟิล์มของตัวเองด้วย “ซี่โครงหักหลายซี่ สงสัยคงต้องให้นอนดูอาการที่นี่คืนนี้”
ศตวรรษมองไปยังฟิล์มเอ็กซเรย์อย่างหนักใจ คิดว่าอุดมศักดิ์อาจจะไม่ปล่อยเขาให้รอดชีวิตไปได้

อนุศนิยานั่งรอศตวรรษอยู่บนเตียง สีหน้าหงุดหงิด เมื่อไม่เห็นศตวรรษกลับมา อนุศนิยาก็ล้มตัวลงนอนอย่างไม่พอใจ ปฏิทินถูกขีดฆ่าไปจนเหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวันแต่ความสัมพันธ์ระหว่างศตวรรษและอนุศนิยากลับยิ่งเลวร้ายลง

ในเวลาเดียวกันนั้น ศตวรรษนอนเจ็บอยู่ลำพังที่ห้องที่โรงพยาบาล ท่าทางของศตวรรษดูอิดโรยมาก ศตวรรษนอนก่ายหน้าผาก หนักใจว่าอาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวอีกต่อไป

โรงพยาบาลเช้าวันถัดมา ศตวรรษกำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกที่ท้องของศตวรรษมีผ้าพันแผลปิดแผลที่เย็บเอาไว้ เขากำลังเอาถุงน้ำแข็งประคบตามร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายซึ่งภายในมีอาการกระดูกซี่โครงหัก ศตวรรษเอาชุดเตรียมเข้าห้องผ่าตัดมาสวม แต่แค่กางแขนออกก็รู้สึกเจ็บที่ซี่โครงที่หัก ทำให้เขาต้องพยายามฝืนความเจ็บไว้ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว

ญาติๆ มารออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดก่อนที่หมอจะทำการปลูกถ่ายไตจากชยากรไปให้นันทพล ศตวรรษเดินมาที่หน้าห้องผ่าตัด พออนุศนิยาหันมาเห็นศตวรรษมาก็หันมามองเพียงแว่บหนึ่งแล้วไม่พูดอะไร เพราะยังโกรธเรื่องที่เขาผิดนัดและหายไปทั้งคืน
อังกาบเข้าไปหาศตวรรษ “ฝากดูคุณพลกับชยาให้ด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะช่วยดูให้เอง” ศตวรรษมองไปที่อนุศนิยา แต่อนุศนิยาก็ไม่หันมา ศตวรรษจึงเข้าไปในห้องผ่าตัดทันที
ศตวรรษเข้าไปหานันทพลที่กำลังนอนรอให้พยาบาลวัดค่าต่างๆ ก่อนดมยา พอนันทพลเห็นศตวรรษเข้ามาก็ยิ้มสู้
“ไม่ต้องกลัวนะครับ รับรองว่ากลับมาจะแข็งแรงกว่าเดิม”
“ถ้าหายแล้ว ขอหลานชายอีกซักคนนะ เดี๋ยวช่วยเลี้ยง”
“เรื่องนี้คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมมั้งครับ”
“ก็รีบง้อเมียให้ได้สิ อย่าช้า”
พอเห็นนันทพลมีความหวังขนาดนั้นก็ทำให้ศตวรรษหนักใจ

เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมตัวผ่าตัดให้ชยากรอยู่ที่อีกห้องหนึ่ง พยาบาลพามิรันตรีเข้ามาหาชยากรที่นอนรออยู่บนเตียงที่เพิ่งเคลื่อนย้ายลงมาจากห้องพัก ชยากรสวมหมวกคลุมผมและชุดคนไข้เตรียมผ่าตัด
“ญาติมาแล้วค่ะ”
มิรันตรีเข้ามาหาชยากรที่เตียง “พยาบาลบอกว่าอาจะฝากของ ของอะไร?”
พยาบาลรู้ทัน พากันมองหน้ากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ชยากรเอาแหวนแต่งงานออกมา มิรันตรีตกใจ
“ฝากไว้หน่อยได้ไหม ที่จริงกะจะให้ตั้งแต่วันนั้น แต่ดันมาเกิดเรื่องเลยไม่ทันได้ให้”
พยาบาลพากันหัวเราะคิกคัก
“มาฝากมิทำไม”
“ฝากแต่ไม่อยากได้คืน อยากให้ช่วยรับเอาไว้ เอาไปคิดดูนะว่าแต่งงานกับฉันได้ไหม”
“มาบอกอะไรตอนนี้ล่ะคะ”
“ฉันถามแล้ว พยาบาลบอกว่าต้องแต่งงาน 3 ปี สามีถึงจะรับไตจากภรรยาได้ ฉันไม่อยากเสี่ยง เลยว่าจะรีบๆ แต่งเอาไว้ เผื่อฉันเป็นอะไร มีเธอจะได้อุ่นใจ”
“เรื่องอะไรมาใช้มิเป็นอะไหล่” มิรันตรีหมั่นไส้จะไปทุบชยากรแต่ชยากรจับมือเอาไว้
“ถ้าเธอตกลง ฉันจะคุยกับหมอให้ปลูกถ่ายหัวใจให้เราด้วยดีไหม” มิรันตรีอายทุกคนในห้องมาก “เธอดูแลคนอื่นมาเยอะแล้ว ฉันอยากช่วยดูแลเธอบ้าง จะรอฟังคำตอบตอนออกไปนะ”
มิรันตรีได้ยินอย่างนั้นก็รู้ว่าชยากรคงจะรู้สึกผิดต่อเธอ

มิรันตรีเดินออกจากห้องผ่าตัดมา เจออังกาบที่รออยู่หน้าห้อง
พออังกาบเห็นมิรันตรีถือแหวนออกมาก็ยิ้ม “ชยาเล่าเรื่องที่บ้านหนูมิให้แม่ฟังแล้ว เขาชมว่าหนูเก่งที่เป็นคนดูแลทางบ้าน เขาบอกว่าเขาอยากจะช่วยดูแลมิบ้าง ถึงชยาจะไม่ใช่คนเพอร์เฟ็กต์อะไร แต่หนูมิก็ทำให้เขาอยากเป็นคนดีขึ้นกว่าเก่า ช่วยสงเคราะห์ให้เขาเลิกอาภัพทีนะลูกนะ”
มิรันตรีหน้าเจื่อนไป คิดหนัก รู้สึกกดดันอย่างมากที่เห็นอังกาบคาดหวังขนาดนี้
ชยากรนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องผ่าตัด ให้ศัลยแพทย์ทีมแรกกำลังรุมล้อมชยากรที่นอนอยู่เพื่อทำการผ่าไตออกมาด้วยการผ่าแบบใช้หุ่นยนต์ ศตวรรษมาร่วมสังเกตการณ์อยู่ในห้อง คอยดูภาพบนจอที่ฉายขึ้นมา ด้านนอกอนุศนิยาและครอบครัวยังคงเฝ้ารอผลการผ่าตัดของทั้งคู่
มิรันตรีอยู่ที่อีกมุมหนึ่งมองดูแหวนแต่งงานที่ชยากรฝากไว้และส่งใจไปให้กำลังใจให้ชยากรปลอดภัย
แพทย์ผ่าตัดนำไตของชยากรออกมาใส่ถาดที่บรรจุน้ำแข็งบนรถเข็น แล้วเคลื่อนย้ายรถเข็นมายังห้องผ่าตัดอีกห้อง ศตวรรษเดินตามมาพร้อมกับทีมนี้ด้วย ห้องผ่าตัดอีกห้องหนึ่งซึ่งมีทีมแพทย์ชุดที่สอง ทีมนี้ได้รับไตจากชยากรส่งต่อมาปลูกถ่ายให้กับนันทพล
ที่ห้องพักคนไข้ ญาติๆ ทุกคนรวมถึงมิรันตรียังคงรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ

ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องพักเพื่อรอให้ชยากรกับนันทพลออกจากห้องผ่าตัด
“นุศจะให้อานุกับอาประสงค์กลับมาคุมโรงงานให้คาซ่า “
นันทนาตกใจ “ห๊ะ! นุศจะรับพวกมันกลับมา ไม่กลัวมันมาโกงเราอีกรึไง”
“นุศคิดว่านี่เป็นสิ่งที่พ่ออยากเห็นทันทีที่ตื่นขึ้นมาค่ะ นุศอยากให้พ่อเห็นว่าพวกเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าอาๆ ทุกคนกลับมาทำงานให้คาซ่า นุศว่าพ่อคงภูมิใจที่ทุกคนเห็นค่าสิ่งที่พ่อสร้างไว้ให้พวกเรา” คำพูดของอนุศนิยาทำเอาทุกคนเถียงไม่ออก เพราะนันทพลเป็นคนที่ทุกคนรักและเคารพที่สุด “อย่างที่ทุกคนรู้ นุศจะลาไปเมืองนอก ไม่มีนุศ คาซ่าก็อยู่ได้ แต่ถ้าขาดอาคนใดคนหนึ่งไป คาซ่าไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปยังไง อย่าให้นุศรู้สึกผิดที่ทิ้งภาระไว้ให้ทุกคนเลยนะคะ”
อาๆ ทุกคนไม่เคยเห็นอนุศนิยายอมขอร้องใครมาก่อน ทุกคนถึงกับอึ้งเมื่อเห็นนุศยอมอ่อนให้
นนทิยาเข้าไปลูบปลอบใจอนุศนิยา “นุศเหนื่อยก็ไปพักนะลูก พวกเราทุกคนก็ห่วงนุศเหมือนกัน”
อนุศนิยาถึงกับน้ำตาซึมที่นนทิยาทรีทเธออย่างเป็นหลานเป็นครั้งแรก
นาวิกาเสริม “ดูแลตัวเองกับลูกให้ดี เรื่องอื่นไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่เปิดออก ศตวรรษและพยาบาลเข็นชยากรซึ่งยังนอนหลับอยู่เข้าห้องมา ทุกคนตื่นเต้นเมื่อเห็นชยากรกลับมา พยาบาลช่วยกันเคลื่อนย้ายชยากรจากเตียงเข็นมานอนที่เตียงในห้อง
“ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แต่เพราะเราให้ยากดภูมิคุ้มกันเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายคุณพ่อปฏิเสธไตที่เปลี่ยนให้ใหม่ คุณพ่อก็เลยจะติดเชื้อได้ง่าย เลยต้องพักสังเกตอาการในห้องปลอดเชื้อไปเรื่อยๆ ก่อน”
อังกาบรีบถาม “แล้วชยาล่ะค่ะ”
“ถ้าหมดฤทธิ์ยาสลบก็คงจะฟื้นครับ คุณอาแข็งแรง ไม่กี่วันก็กลับบ้าน ใช้ชีวิตได้ปกติ”
ทุกคนพากันโล่งใจ เมื่อรู้ว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
อังกาบเข้าไปขอบคุณศตวรรษให้อนุศนิยาได้ยิน “ทีนี้บ้านเราก็หมดเรื่องซะที... ขอบคุณหมอมากนะลูกที่ดูแลคุณพลกับชยาให้อย่างดี ถึงจะเกิดเรื่องยุ่งๆ แต่อย่างน้อยเราก็ยังโชคดีที่ได้คนดีๆ เข้ามาเป็นครอบครัวเรา”
ศตวรรษเห็นทุกคนในครอบครัวของอนุศนิยากลับมารักกันก็รู้สึกดีใจ แต่พอหันไปเห็นอนุศนิยายืนทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาก็รู้ว่าอนุศนิยาคงไม่เปิดโอกาสให้เขาเป็นคนในครอบครัวอีกแล้ว

อนุศนิยาอึดอัดที่ศตวรรษอยู่ในห้อง เธอจึงเดินออกมาหลังจากที่ถูกอังกาบพูดกดดัน อนุศนิยาเจอมิรันตรีนั่งอยู่หน้าห้องพักก็แปลกใจ “อาชยาออกจากห้องผ่าตัดแล้วนะ ไม่ไปดูหน่อยเหรอ ถ้าอาตื่นมาเห็นมิคนแรกคงดีใจ”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 20/4 วันที่ 11 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ