อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 พ.ค.59

“ก็พี่วรรษเป็นคนดีเกินไป กับคนอย่างนั้นเสียตัวให้ได้ แต่ไปเสียใจให้มันทำไม อีนั่นมันไม่มีหัวใจ รักใครไม่เป็นหรอก”
แอเซาะกับมาเรียมหันไปมองศตวรรษอย่างกลัดกลุ้ม ศตวรรษนั่งจับเจ่าอยู่ริมหาด ทำใจที่จะเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ที่ไม่มีอนุศนิยา
อนุศนิยานั่งอยู่ที่เตียง มองไปยังพาสปอร์ตและซองตั๋วเครื่องบินสองซองทั้งของเธอเองและของชาครีย์ อนุศนิยาครุ่นคิดอย่างหนักว่าควรจะเดินทางไปตามที่แพลนไว้ดีไหม

อุดมศักดิ์หันมาอาละวาดใส่บอดี้การ์ด “อะไรนะ ยันโสมหายตัวไปจากเซฟเฮาส์ มันหายไป?”
“มีสายบอกว่าอยู่ที่กระบี่ แต่ตอนนี้ยังไม่เจอตัวครับ”


“มึงไปตามหาตัวมันให้เจอ ก่อนตำรวจจะเจอตัวมันเลยนะ ถ้าหามันไม่เจอ มึงไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้า”
บอดี้การ์ดรีบเผ่นออกไปทันที อีหนูเห็นอุดมศักดิ์หัวเสีย อีหนูพยายามจะเข้าไปเอาใจ “ใจเย็นนะคะ”
“ยัดซิลิโคนไว้ในกระโหลกรึไง ลูกทั้งคนจะให้ใจเย็นอยู่ได้ยังไง” อุดมศักดิ์ของขึ้นใส่เพราะเป็นห่วงโสมมิกามากจนทำให้อีหนูเปิดเปิงไปอีกคน

วันต่อมา ศตวรรษกับแอเซาะหิ้วกระเป๋าเครื่องมือแพทย์เดินไปตรงท่าเรืออย่างรีบร้อน
“เร็วหน่อยพี่... ทางนี้” แอเซาะรีบเดินนำศตวรรษไปที่เรือประมงที่จอดอยู่ที่ท่า
เมื่อทั้งคู่เดินลงไปในเรือ โสมมิกาที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณนั้นก็เดินออกมา โสมมิกายิ้มเมื่อเห็นศตวรรษกลับมาใช้ชีวิตที่เกาะรอกอีกครั้ง

เรือประมงลำหนึ่งจอดเทียบอยู่บนท่าเรือ ศตวรรษกับแอเซาะดูคนไข้ที่อยู่ในเรือประมง คนไข้คนนั้นเป็นแรงงานพม่าที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย คนเจ็บสลบไปไม่ได้สติ
ศตวรรษเห็นที่ช่วงอกของคนไข้มีรอยฟกช้ำอยู่ทางด้านขวา จึงได้ลองเคาะที่ปอดทางขวาของคนไข้ดูเพื่อไล่ฟังเสียง “น่าจะมีเลือดคั่งในปอด ทำไมถึงปล่อยเอาไว้อย่างนี้”
ชาวประมงบอก “มันเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่กล้าไปโรงพยาบาล”
“ต้องเจาะระบายเลือดออกมา ถ้าปล่อยให้ติดเชื้ออาจไม่รอด “
“หมอช่วยมันหน่อย มันกำลังจะมีลูก อย่าให้มันเป็นศพกลับไป มันเตรียมของนี่เอาไว้ให้ลูก หมอเอาเป็นค่ารักษามันก็ได้” ชาวประมงยัดถุงกำมะหยี่เล็กๆ ใส่มือศตวรรษ
ศตวรรษเอาออกมาดูเห็นเป็นสร้อยทองที่เป็นสร้อยข้อเท้าเด็ก ศตวรรษเห็นแล้วยิ่งสงสารเมื่อรู้ว่าคนเจ็บกำลังต้องการจะเจอลูกแค่ไหน
แอเซาะวิตก “เอาไงดีพี่”
ศตวรรษกดดัน เขากำสร้อยเส้นนั้น สีหน้าเคร่งเครียด ระหว่างนั้นมีเสียงมือถือที่เปิดสั่นไว้ดังอย่างต่อเนื่อง ศตวรรษหันไปมองเห็นโทรศัพท์มือถือกำลังมีสายเรียกเข้า
ชาวประมงเล่า “เมียมันโทรมาทุกวัน คงไม่รู้ว่าผัวมันกำลังจะตาย นี่ก็ไม่รู้จะส่งข่าวบอกเขาว่ายังไง”
ศตวรรษหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมา เห็นหน้าจอเป็นรูปคู่ของคนเจ็บกับภรรยาที่อยู่ที่พม่า ศตวรรษมองแล้วสงสารเมื่อรู้ว่าคนไข้ยังมีคนที่รักรอให้เขากลับไป “พวกเขาต้องได้อยู่พร้อมหน้ากัน” ศตวรรษฮึดทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตครอบครัวของคนเจ็บเอาไว้เพื่อจะชดเชยกับครอบครัวตัวเองที่เขาทำพลาดไป

ศตวรรษและแอเซาะพาคนเจ็บมาที่ศูนย์แพทย์ของเขา ศตวรรษหอบอุปกรณ์การแพทย์เดินนำ ในขณะที่แอเซาะกับชาวประมงช่วยกันแบกร่างของคนเจ็บไปที่ตัวอาคาร โสมมิกาแอบมองมาจากทางด้านหลังของตัวอาคาร เห็นศตวรรษกำลังพาร่างคนไข้ขึ้นไปรักษา โสมมิการอจังหวะที่จะหาทางไปพบศตวรรษให้ได้

ภายในศูนย์แพทย์ของศตวรรษที่ยังไม่ได้เปิดใช้จึงทำให้ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ใดๆ แม้แต่เตียงที่ใช้ก็เป็นเพียงโต๊ะตัวยาวที่เอาผ้าพลาสติกมาปูกันติดเชื้อเท่านั้น คนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงชั่วคราว ศตวรรษผูกมาสก์เอาไว้ที่ใบหน้า กำลังเอาเข็มฉีดยาชาแทงฉีดเข้าไปที่ลำตัวข้างขวาของคนเจ็บเพื่อจะเตรียมเจาะปอด ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้สลิงเปล่าที่ใช้สำหรับเจาะปอด เจาะเข้าไปเพื่อจะถ่ายเลือดที่คั่งในผนังหุ้มปอดออกมา แอเซาะและชาวประมงมายืนดูศตวรรษพยายามช่วยชีวิตคนเจ็บอย่างลุ้นๆ

โสมมิกาค่อยๆ เดินขึ้นมายังศูนย์แพทย์เพื่อจะไปหาศตวรรษ เมื่อเดินขึ้นมาถึงบนอาคารก็ยังไม่เจอใคร เพราะทุกคนเข้าไปรวมตัวอยู่ในห้องเพื่อช่วยศตวรรษเจาะปอดให้คนไข้ โสมมิกาค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างช้าๆ

เลือดจากปอดของคนเจ็บค่อยๆ ไหลผ่านสายยางลงสู่ขวดที่วางไว้ที่พื้นด้านล่างของเตียง
“มันจะรอดรึเปล่าหมอ”
“ต้องค่อยๆ ถ่ายเลือดที่คั่งออกมาให้หมด” ศตวรรษลุกไปเช็คถุงน้ำเกลือที่เขาต่อไว้ให้กับคนเจ็บ ตอนที่ศตวรรษกำลังปรับสายน้ำเกลืออยู่นั้นสายตาเขาจับไปเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนจากหน้าประตูห้องมาสะท้อนอยู่บนถาดเครื่องมือแพทย์ของเขา พอเห็นดังนั้น ศตวรรษหันไปไปหยิบกระดาษมาจดบางอย่างลงไป แล้วเดินมาส่งให้แอเซาะ “ไปร้านยา แล้วซื้อยาพวกนี้มา”
“ได้พี่” แอเซาะรับกระดาษแผ่นนั้นไปโดยไม่เปิดดู แล้วรีบร้อนออกไปพร้อมกับชาวประมง

แอเซาะกำกระดาษที่ศตวรรษให้มาวิ่งลงจากตัวอาคารศูนย์แพทย์ไปที่เรือสปีดโบ๊ทที่จอดไว้ตรงหน้าหาดพร้อมกับชาวประมง พอแอเซาะออกไปแล้วโสมมิกาที่หลบอยู่ในอาคารมองตามพวกเขาไป

ศตวรรษออกมาจากห้องที่ใช้รักษาคนไข้ เขาถอดถุงมือยางแล้วเก็บอุปกรณ์แพทย์ที่ใช้ พลางวางกรรไกรลงแช่แอลกอฮอลล์ในถาด โสมมิกาเดินเข้ามาหาศตวรรษจากทางด้านหลัง ศตวรรษรู้ตัวแล้วว่าโสมมิกามาซ่อนตัวอยู่ในอาคาร หลังจากที่เขามองเห็นเงาของเธอเมื่อครู่ ศตวรรษยังคงทำงานต่อไปโดยไม่กระโตกกระตาก
“ตกอับต้องกลับมาเป็นหมาวัดจนได้”
“ก็ยังดีกว่าผู้ร้ายหลบหนีอย่างโสมแล้วกัน” ศตวรรษหันมาจ้องหน้าโสมมิกา
โสมมิกาเห็นศตวรรษไม่มีอาการแปลกใจซักนิดที่เห็นเธอ “รู้ด้วยเหรอว่าโสมจะมา”
ศตวรรษเดินเอาของไปทิ้งลงที่ถังขยะ ทำตัวปกติทุกอย่างเพราะตั้งใจจะถ่วงเวลาโสมเอาไว้ “ผมโดนแฉขนาดนั้น โสมคงจะรีบมาสมน้ำหน้า”
“สุดท้ายนังนุศมันก็ไม่มีวันลดตัวมาเอาหมอจริง ป่านนี้มันคงหนีเอาตัวรอดไปแล้วล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงผมหรอก ห่วงตัวเองดีกว่า โสมไปไม่รอดหรอกนะ มอบตัวซะเถอะนะ”
“จะยัดเยียดให้โสมติดคุกไปทำไม ถึงโสมติดคุก อีนุศมันก็ไม่แม่พระพอจะย้อนกลับมาเอาหมอหรอกนะ”
“ถึงชาตินี้ผมกับนุศจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าโสมจะไม่ต้องรับกรรมที่ทำลงไป ยังไงโสมก็ต้องชดใช้”
โสมมิกาโกรธ เดินไปคว้ากรรไกรที่ศตวรรษเพิ่งจะล้างเสร็จ แล้วหันปลายกรรไกรมาทางตนเอง “งั้นก็ฆ่าโสมสิ เอาคืนที่โสมเคยจะฆ่านังนุศไง” เธอยื่นกรรไกรส่งให้ “อยากเอาคืนโสมนักก็แทงเลย”
ศตวรรษมองกรรไกรที่โสมมิกายื่นมา แล้วมองโสมมิกาอย่างรังเกียจที่เธอดูไม่มีทีท่าจะสำนึกแต่อย่างใด

แอเซาะอยู่บนเรือกับชาวประมง ขณะกำลังติดเครื่องสตาร์ทเรือ เขาหยิบกระดาษเขียนชื่อยาออกมาดูอีกทีให้แน่ใจ ทันทีที่แอเซาะคลี่กระดาษออกดูก็ทำสีหน้าตกใจ ข้อความในกระดาษที่ศตวรรษเขียนไว้ว่า “คนร้ายอยู่ที่นี่ เรียกตำรวจที”
แอเซาะรีบหันไปเปิดช่องเก็บของภายในเรือแล้วหยิบปืนออกมา เขาหันไปบอกชาวประมง “วิทยุเรียกตำรวจมาเดี๋ยวนี้!!” ชาวประมงตกใจ แอเซาะรีบกระโดดลงจากเรือเพื่อกลับขึ้นเกาะไปช่วยศตวรรษทันที พอลงมายังเห็นชาวประมงยืนเหวอ อยู่ก็ตะโกนกลับขึ้นไป “เร็วซี่!! ยืนบื้ออยู่ได้!!”

โสมมิกาเอากรรไกรไปยัดใส่มือของศตวรรษแล้วรวบมือของศตวรรษให้แทงมาที่หัวใจเธอด้วยท่าทางคลุ้มคลั่ง แต่ศตวรรษยื้อกรรไกรเอาไว้
“ถ้าต้องติดคุก โสมยอมตาย”
“ตายทั้งที่ไม่สำนึก จะมีประโยชน์อะไร”
“ในเมื่อเกลียดกันขนาดนี้ แล้วจะเก็บโสมไว้ในโลกทำไม!!”
“อย่างโสม แค่ตาย... มันง่ายไป” ศตวรรษกระชากกรรไกรจนกรรไกรหลุดมือกระเด็นไปที่พื้น
โสมมิกาผิดหวังที่เห็นศตวรรษไม่แคร์เธอ “ชีวิตโสมยังเน่าไม่พอรึไง แค่นี้ยังไม่สะใจหมอใช่ไหม!! ถึงจะต้องเอาตัวโสมไปเซ่นนังนุศให้ได้”
“หยุดโทษคนอื่นซะที ที่ทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้เพราะโสมทำตัวเองทั้งนั้น!!”
“แล้วที่หมอมาหลอกให้โสมรัก แล้วมาหักหลัง ทำเหมือนโสมไม่มีค่า คิดว่าที่ตัวเองทำมันไม่ผิดเลยงั้นใช่ไหม” โสมมิกาหันไปชี้ที่คนเจ็บที่นอนอยู่ “หมอดีกับทุกคนในโลก ...ยกเว้นโสมคนเดียว... ทำไมหมอดีกับโสมบ้างไม่ได้!!”
แอเซาะวิ่งปึงปังกลับเข้ามา ในมือถือปืนมาด้วย “ตำรวจกำลังมาแล้วพี่ คราวนี้มันไม่รอดแน่” แอเซาะยกปืนขู่ไปที่โสมมิกาด้วยท่าทางเก้งก้าง
ศตวรรษหน้าเสียเมื่อเห็นแอเซาะขึ้นมาจังหวะทำให้เสียเรื่อ
โสมมิกาผิดหวังมากที่เห็นศตวรรษหักหลังเธอ “ที่ไม่ฆ่าเพราะกะจะส่งโสมให้ตำรวจใช่ไหม”
“อย่าคิดว่าพ่อคุณจะปกป้องคุณได้”
“โสมไม่อยากติดคุก โสมไม่อยากไป!!”
“ไม่ติดตอนนี้ ก็ต้องหนีไปจนตาย”
โสมมิกาเห็นแอเซาะเล็งปืนมือทางเธอ โสมมิกาทำใจไม่ได้ วิ่งเตลิดออกไป แอเซาะตกใจ จึงหันปืนเล็งตาม กะจะยิงขู่ “หนีเหรอ!!”
“อย่า!!” ศตวรรษร้องห้าม
แอเซาะยิงปืนออกไป ศตวรรษปัดมือของแอเซาะไม่ให้ยิงถูกโสมมิกาเพราะไม่ต้องการจับตาย กระสุนไปถูกตรงราวบันได ขณะที่โสมมิกากำลังวิ่งหนีลงจากศูนย์แพทย์พอดี โสมมิกาผวา เพราะกระสุนเฉียดมาโดนตัวเธอมาก โสมมิกากรีดร้องแล้วรีบวิ่งเตลิดหนีไป
“โสม!!”ศตวรรษวิ่งตามมาจะจับโสมมิกา เห็นโสมมิกาวิ่งหนีเข้าไปทางป่า ศตวรรษรีบลงจากตัวเรือนไม้จะตามไป
“ดักไว้พี่ เดี๋ยวให้ตำรวจตามไป“ แอเซาะโยนปืนลงไปให้ศตวรรษ
ศตวรรษรีบถือปืนตามโสมมิกาไป

โสมมิกาวิ่งเตลิดหนีมาในป่าด้านหลังของศูนย์แพทย์ เธอวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงด้วยอาการตกอกตกใจ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังวิ่งไปไหน ศตวรรษตามมาเห็นโสมมิกาวิ่งขึ้นเนินเขาไป ศตวรรษรีบตะโกนตาม โสมมิกาหันมาเห็นศตวรรษยังตามมา โสมมิกากลัวจะโดนจับ รีบวิ่งหนีไป

แอเซาะวิ่งมาทางหน้าหาด เห็นเรือสปีดโบ๊ทลำหนึ่งขับมาแต่ไกล แอเซาะกับชาวประมงเข้าใจว่าเป็นตำรวจน้ำที่แจ้งให้มาที่เกาะ ทั้งสองจึงโบกไม้โบกมือเรียกไว้ “ทางนี้...!!”
เรือสปีดโบ๊ทขับเข้ามาจอด เห็นบอดี้การ์ดที่นำทีมลูกน้องมาตามหาโสมมิกา ชาวประมงตกใจ “ไม่ใช่ตำรวจนี่หว่า!!”
บอดี้การ์ดถือปืนขู่กรรโชกมา “คุณโสมอยู่ที่ไหน!!”
ทั้งแอเซาะและชาวประมงต่างก็ผงะ เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีอาวุธมาครบทีม ส่วนตัวพวกเขาไม่มีอาวุธใดๆ เลย

โสมมิกาวิ่งเหนื่อยหอบเพราะแทบจะขึ้นเขาต่อไปไม่ไหว โสมมิกาตัดสินใจหลบเข้าไปซ่อนหลังต้นไม้ไม่ให้ศตวรรษเห็น ศตวรรษตามขึ้นมาถึง เขาหยุดยืนหาเมื่อไม่เห็นร่องรอยของโสมมิกา โสมมิกายืนลุ้นกลัวศตวรรษจะหันมาเจอ โสมมิกาเผลอไปเหยียบใบไม้แห้งเสียงดัง ศตวรรษหันตามเสียงมา เห็นโสมมิกาหยุดอยู่หลังต้นไม้
โสมมิกาผวา “อย่าเข้ามา...”
“มอบตัวซะ... ขึ้นไปก็ไม่มีทางให้หนีหรอก“ โสมมิกาไม่ฟัง เธอรีบวิ่งหนีขึ้นเขาต่อไป ศตวรรษรีบตามไป “โสม!! กลับมา!!”

บอดี้การ์ดของอุดมศักดิ์และชายชุดดำใช้ปืนจี้ให้แอเซาะกับชาวประมงพามาตามโสมมิกา “แน่ใจนะว่ามาทางนี้”
แอเซาะชี้ไปที่รอยเท้า “ก็เห็นอยู่เพิ่งมีคนผ่านมา”
“คุณโสม!! พวกเรามาช่วยแล้ว!!” ลูกน้องต่างก็รีบกระจายกำลังออกไปค้นหาโสมมิกาทันที

โสมมิกาวิ่งหนีศตวรรษที่วิ่งไล่ตามมาจนมาถึงจุดสูงสุดบนเกาะ บนนั้นเป็นหน้าผาที่มองลงไปน้ำทะเลด้านล่าง พอโสมมิกาวิ่งขึ้นมาจนสุดทาง ก็ตกใจเมื่อรู้ว่าคงจะหนีต่อไปไม่ได้แล้ว โสมมิกาหยุดยืนหอบอยู่บนหน้าผา ขณะที่ศตวรรษตามขึ้นมา
โสมมิกาตวาดกลับไป “อย่าเข้ามา ไม่งั้นโสมจะโดดลงไป”
“โดดลงไปไม่คุ้มหรอกนะ มอบตัวซะยังดีกว่า”
“ไม่!! โสมยอมตายยังดีกว่าโดนจับให้ทุกคนสมน้ำหน้า!!”
“แล้วไม่คิดถึงคนที่จะเสียใจถ้าคุณตายบ้างเหรอ”
“ไม่มี!! ... “
“ก็ป๋าคุณไง”
“โสมตาย... ป๋าจะยิ่งดีใจสิไม่ว่า”
“ชาตินี้คุณเกิดมาพร้อมขนาดนี้ยังหาความสุขไม่ได้ คิดว่าตายแล้วเกิดใหม่คุณจะหาความสุขได้เหรอ”
“ไม่ต้องมาพูดดี!! อยากให้โสมมีความสุข แล้วจะลากโสมเข้าคุกไปทำไม!!”
ศตวรรษตัดสินใจวางปืนลงกับพื้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ “ผมไม่ได้อยากเห็นโสมตาย แค่อยากเห็นคุณคิดได้แล้วเป็นคนใหม่ ลองมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นดูบ้างไหม? เหมือนอย่างที่ผมยอมให้นุศเขาไปมีชีวิตใหม่โดยไม่มีผมอยู่ในชีวิตเขาไง ถ้าโสมทนเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ คุณจะไม่มีวันหาความสุขได้เลย!!”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ