อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 3 วันที่ 6 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 3 วันที่ 6 พ.ค.59

ชามินต์บอกโลแกนว่าต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นห้ามเขาเข้าห้องนอนตน โลแกนบอกว่าเห็นว่าสายแล้วกลัวคุณหมอจะไม่สบายเลยเข้าไปดู ชามินต์บอกว่าถ้าตนไม่อนุญาตห้ามเข้าเด็ดขาด โลแกนรับคำแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ให้อ่าน

ระหว่างชามินต์อ่านหนังสือพิมพ์ โลแกนมองเธอเคลิ้ม มองจนชามินต์รู้สึกตัวถามว่ามองอะไร โลแกนพูดซื่อๆว่า

“คุณหมอเป็นผู้หญิงที่สวยมากครับ สวยที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นผู้หญิงมา” ชามินต์เขินที่ถูกชมต่อหน้า หลบตาไปทางอื่นบอกว่าเพราะตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็เห็นแต่ตนคนเดียวเท่านั้น



ถูกโลแกนทักว่าทำไมหมอต้องแก้มแดงด้วย ชามินต์แก้เกี้ยวว่าตนคงปัดบลัชออนเยอะไปหน่อย

แล้วลุกหยิบกระเป๋าไปเลย โลแกนมองตามโบกมือ “ทำงานให้สนุกนะครับคุณหมอ”

พอออกจากห้อง ชามินต์บ่นตัวเองว่าเมื่อกี๊ไม่น่า เขินเลยเสียฟอร์มหมด แต่ก็อดคิดถึงคำชมของโลแกนไม่ได้ จนไปถึงโรงพยาบาลก็ยังยิ้ม เดินฮัมเพลงไปตามทาง

ooooooo

คอลินมีไข้เพราะตากแดดเที่ยวสวนสนุกเมื่อวาน ลุงจินวัดปรอทแล้วบอกว่ามีไข้ ป้าหวาจะพาไปหาหมอ คอลินไม่ยอมไปจนเดนิสต้องมาหลอกล่อว่าไปหาหมอแล้วจะพาไปซื้อหุ่นยนต์ หมอก็ทั้งสวยและใจดีด้วย คอลินจึงยอมไป

ไปถึงโรงพยาบาลเดนิสแนะนำนีล่าแก่ชามินต์ว่าเป็นน้องสาวและคอลินเป็นหลานชายมีไข้ตัวร้อน

นีล่าต่อว่าที่เดนิสแนะนำว่าตนเป็นน้องสาว เขาถามว่าแล้วจะให้แนะนำว่าอะไร นีล่าบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทก็ได้ เดนิสถามว่าเพื่อนสนิทกับน้องสาวมันต่างกันยังไง นีล่างอนที่เขาช่างไม่เข้าใจอะไรเสียเลย

ชามินต์ปะเหลาะหลอกล่อจนตรวจคอลินและให้ทานยาได้สำเร็จ พาออกมาหาเดนิสบอกว่ามีไข้นิดหน่อยให้นอนพักแล้วทานน้ำมากๆ อย่าลืมทานยาที่หมอสั่ง ไม่เกินสองวันก็หาย คอลินบอกเดนิสว่า หมอบอกให้ตนกินไอติมได้แล้ว เดนิสถามว่าจริงหรือ

“ทานได้สักสองคำค่ะ ชาร์มว่าเดี๋ยวขึ้นรถก็คงหลับแล้วล่ะค่ะ เพราะชาร์มให้ทานยาไป” แล้วขอตัว

พอชามินต์ไป นีล่าถามเดนิสว่าเขาชอบหมอชามินต์หรือ เดนิสบอกวันไหนที่เป็นแฟนเขาเธอก็จะเห็นเอง

“แต่ผมชอบคุณหมอชาร์มนะครับน้าเดนิส คุณหมอน่ารักกว่าเจ๊นีล่าตั้งเยอะ” นีล่าโมโหบอกว่าถ้าชอบก็ไปอยู่กับเขาเลยจะได้ไม่ต้องเลี้ยงไอติมแล้วเดินไปเลย คอลินวิ่งตามร้องให้รอตนด้วย เดนิสมองตามว่าที่แม่เลี้ยงกับว่าที่ลูกเลี้ยง บ่นงึมงำ

“โลแกน แกไปอยู่ไหนของแกวะ นี่ฉันต้องมาดูแลลูกแกกับแฟนแกนะโว้ย”

ooooooo

เลิกงานแล้ว ชามินต์เดินออกจากโรงพยาบาลกลับที่พักตามเส้นทางที่เดินเป็นประจำมาห้าปีกว่าแล้ว เวลาเดียวกันโลแกนก็ออกจากห้องพักมายังจุดที่รับส่งเธอเป็นประจำ ต่างเดินมาถึงพร้อมกัน ชามินต์ถามว่า “นี่นายมาทำไม”

“ก็มารอรับคุณหมอน่ะสิครับ ผมเป็นห่วงคุณหมอครับ”

มันเป็นเวลาที่โลแกนมีความสุข เพราะนอกจากจะหายห่วงแล้วเขายังได้ช่วยชามินต์ถือของเดินมาด้วยกัน แต่วันนี้เขาบอกชามินต์ว่าตนกินไข่ในตู้เย็นหมดแล้วส่วนเนื้อสัตว์กับผักก็คงทำอาหารได้อีกแค่มื้อเดียว ชามินต์หยอกว่ากินของตนหมดตู้เย็นเลยหรือ โลแกนขอโทษหน้าจ๋อย ชามินต์พูดทีเล่นทีจริงว่าถ้าจำได้อย่าลืมเอาเงินมาใช้หนี้ก็แล้วกัน

“ครับ ผมไม่ลืมหรอก ผมจะคืนให้พร้อมกับดอกเบี้ยด้วยครับ”

“ไหนๆ นายก็ออกมาแล้ว งั้นวันนี้เรากินอาหารข้างนอกแล้วกันนะ กินเสร็จแล้วค่อยไปซื้อของในซุปเปอร์”

ชามินต์เดินนำไปในถนนสวย โลแกนช่วยถือของให้ เมื่อถึงร้าน ชามินต์สั่งอาหาร ครู่เดียวออส่วนกับอาหารอื่นอีกสองสามอย่างก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ โลแกนบอกว่าน่ากินจัง ชามินต์บอกให้กินเลย เขาตักออส่วนกินทำตาโตชมว่า

“อร่อยจริงๆครับ คุณหมอนี่เก่งจริงๆ รู้จักร้านนี้ ด้วย” ชามินต์บอกว่าตนชอบร้านนี้ เพราะอร่อยแล้วก็ไม่แพงด้วย โลแกนมองหน้าถามว่า “คุณหมอเป็นหมอที่นี่นานแล้วหรือครับ”

ชามินต์เล่าสบายๆว่า ตนได้ทุนเรียนหมอจากโรงพยาบาลนี้ พอเรียนจบก็เลยขอสมัครมาทำงานใช้ทุน โลแกนถามว่าเธอเป็นคนที่นี่หรือ ชามินต์บอกว่าตนเป็นคนไทย โลแกนถามลึกลงไปว่าแล้วคิดถึงพ่อแม่ไหม

“ฉันไม่มีพ่อแม่ ฉันโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า พ่อแม่เอาฉันมาทิ้งไว้ตั้งแต่ยังแบเบาะ”

โลแกนสงสารจนน้ำตาคลอ ชามินต์บอกว่าไม่ต้องสงสารตนหรอก ชีวิตเขาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากตนเท่าไหร่ เพราะเขาจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ถ้าเขาเจอพ่อแม่หรือแม้แต่แฟน เขาคิดว่าจะจำกันได้ไหม โลแกนบอกว่าจำไม่ได้

“ใช่ นายยังจำไม่ได้แม้แต่ตัวนายเองว่านายเป็นใคร ฉันว่านายน่าสงสารมากกว่าฉันนะ”

โลแกนรับว่าจริง เพราะเขาตัวคนเดียวไม่มีใครเลยแต่ยังโชคดีที่ยังมีคุณหมอ ชามินต์ติงว่าจะหวังพึ่งตนไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก โลแกนอ้อนวอนว่าตนไม่มีใครเลยจริงๆ คุณหมออย่าเพิ่งทิ้งตนไป จนกว่าตนจะจำอะไรได้บ้าง และถ้าตนหางานทำได้ก็จะเอาเงินมาเลี้ยงคุณหมอ

“แต่ฉันกลัวว่าวันใดที่นายจำอะไรได้ นายจะเผ่นหนีไปก่อนน่ะสิ”

“ไม่มีวันหรอกครับ เพราะชีวิตผมมีแต่คุณหมอคนเดียวที่ผมรัก” ชามินต์มองหน้าเขาชะงัก โลแกนยืนยันว่าตนพูดจริงๆ ชามินต์เลยชวนคุยเรื่องอื่นดีกว่า โลแกนหน้าเจื่อนพึมพำ “สงสัยคุณหมอจะไม่เชื่อว่าเรารักคุณหมอจริงๆ”

ooooooo

เดนิสยังสืบหาโลแกนอย่างจริงจัง เมื่อได้เบาะแสจากจางหย่งเจียงว่าโลแกนเข้าบ่อนจึงถามลุงจินกับป้าหวา ลุงจินบอกว่าปกติโลแกนไม่ชอบเรื่องการพนัน ป้าหวาก็ไม่เคยได้ยินเพราะยุ่งอยู่กับคอลินทั้งวัน

ลุงจินแนะนำให้เดนิสไปถามเจนิสฮุ่ยที่เป็นนักร้องดูเพราะระยะหลังเห็นโลแกนไปมาหาสู่บ่อยๆ เดนิสจึงให้ลุงจินช่วยพาไปหาเจนิสฮุ่ย พอทั้งสองลุกไป ป้าหวาก็หึงแทนนีล่าและหวงแทนคอลินบ่นอย่างขัดใจ

“คุณโลแกนนี่นะ มีลูก มีคู่หมั้นอยู่แล้ว ยังจะไปมีผู้หญิงอื่นอีก”

ลุงจินพาเดนิสไปบาร์ที่เจนิสร้องเพลง เธอเป็นสาวสวยมีเสน่ห์ ร้องเพลงไปหว่านเสน่ห์ไปจนเดนิสเคลิ้มไปเหมือนกัน พอร้องเพลงจบเธอเดินมาที่โต๊ะเดนิส ถามว่าเขามีเรื่องอะไรจะคุยกับตนหรือ เดนิสถามว่าเธอสนิทกับโลแกนใช่ไหม

เจนิสตอบอย่างระมัดระวังว่าจะว่าสนิทก็สนิทจะว่าไม่สนิทก็ไม่สนิท ลุงจินพูดแทรกว่าเธอสนิทเพราะโลแกนไปหาเธอที่อพาร์ตเมนต์บ่อยๆ เดนิสแนะนำแก่เจนิสว่าลุงจินเป็นคนขับรถของโลแกน เจนิสมองลุงจิน
อย่างชั่งใจ บอกเดนิสว่า

“ก่อนที่ฉันจะตอบ ฉันต้องถามก่อนว่าคุณเป็นอะไรกับคุณโลแกน”

เดนิสบอกว่าเป็นเพื่อน เธอถามว่าเขาต้องการอะไรจากตน เดนิสอยากรู้ว่าโลแกนคุยเรื่องบ่อนอะไรกับเธอบ้าง เจนิสบอกว่าไม่มี ย้อนถามว่าทำไมเขาไม่ถามโลแกนเอง

“ตอนนี้โลแกนไปต่างประเทศ”

“อ้าว...ไม่เห็นเขาบอกฉันเลยว่าจะไปต่างประเทศ แล้วคุณมาถามฉันเรื่องบ่อนทำไม คุณโลแกนเขาเล่นเสียติดเงินที่บ่อนหรือ”

“ใช่ ผมต้องเอาเงินไปใช้หนี้แทนเขา” เจนิสประชดว่าช่างเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ “เอาละครับ ถ้าคุณไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ผมคงรบกวนเวลาคุณเท่านี้” เจนิสถามว่าไม่ฟังตนร้องอีกสักเพลงสองเพลงหรือ หรือว่าตนร้องไม่เพราะ “เพราะครับ เพราะมาก วันหลังผมจะมาฟังใหม่ ขอตัวครับ” เดนิสลุกเดินไปลุงจินลุกตาม เจนิสมองตามพึมพำเคลิ้ม

“เดนิสก็หล่อไปอีกแบบ”

พอเจนิสเดินกลับมาผ่านโต๊ะหนึ่ง เธอถูกแอรอนนักข่าวคู่ขากระชากจนลงไปนั่งที่ตักถามว่าผู้ชายเมื่อกี๊เป็นใคร

“เขาชื่อเดนิส ชาน เป็นเพื่อนโลแกน เขาถามว่าโลแกนคุยเรื่องเกี่ยวกับบ่อนให้ฉันฟังบ้างไหม ฉันบอกไม่มี” แอรอนถามว่าทำไมถึงมาถามเธอ “ฉันก็ไม่รู้ เอ๊ะ... หรือว่าโลแกนถูกฆ่าตายไปแล้ว ถ้าเขาตายมันจะเกี่ยวอะไรกับเราไหม” แอรอนบอกว่าไม่เกี่ยว เราแค่ขายข่าวให้เขา “งั้นเราควรจะบอกคนที่ชื่อเดนิสดีไหมว่าโลแกนไปที่บ่อนทำไม”

“ไม่ได้ ขืนเราบอกไป ไอ้คนที่ฆ่าโลแกน ลู มันจะฆ่าปิดปากเรา เธอต้องเงียบเลยนะ เข้าใจรึเปล่า”

เจนิสบ่นว่าถ้าโลแกนตายจริง ตนก็จะไม่มีบ่อเงินบ่อทองให้สูบอีก แอรอนแนะให้สูบจากเดนิส เพราะหน้าตาก็หล่อดีท่าทางก็กระเป๋าหนักพอกัน

“คุณเจนิสคะ ถึงคิวร้องเพลงแล้วค่ะ” พนักงานมาเตือน

พอเจนิสลุกไป แอรอนก็ครุ่นคิดเรื่องโลแกนเมื่อครั้งที่คุยกันที่ร้านกาแฟก่อนที่โลแกนจะหายตัวไป...

ครั้งนั้นโลแกนบอกว่า รู้ว่าน้องสาวตนมาหาเขาก่อนตาย แอรอนทำหน้างง โลแกนเอารูปให้ดู แอรอนรับว่าเคยคุยกันสองสามครั้ง เสียใจด้วยตนเพิ่งรู้ว่าเธอตายแล้ว โลแกนอยากรู้ว่าก่อนตายเธอคุยอะไรกับเขา แอรอนยักท่าว่าไม่มีอะไรมาก แต่พอโลแกนบอกว่าอยากรู้ว่าเขาขายข่าวอะไรให้น้องสาวตน แอรอนทำอิดออด โลแกนรู้ทันควักเงินปึกหนึ่งวางที่โต๊ะ

“เอา...คราวนี้บอกได้รึยัง” แอรอนเอื้อมมาหยิบเงินมองหน้าโลแกนยิ้มให้

คิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วแอรอนสงสัยว่า “หรือว่าโลแกนจะถูกฆ่าตายเหมือนน้องสาว?”

ooooooo

เช้านี้ชามินต์ตกใจเมื่อโลแกนหายไป ลงไปถามยามจางก็ไม่เห็น ชามินต์ว้าวุ่นใจกลับขึ้นห้อง แต่อึดใจเดียวโลแกนก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมถุงโจ๊กบอกว่าไปซื้อโจ๊กเพราะเธอกินอาหารจำเจกลัวจะเบื่อ แล้วกุลีกุจอจัดใส่ชามให้

ชามินต์บ่นว่าไปไหนทำไมไม่บอก เกิดเจอพวกนั้นจะทำยังไง โลแกนบอกว่าก็วิ่งหนีมัน แล้วเร่งให้กินโจ๊กกับปาท่องโก๋กำลังร้อนๆ ใหม่ๆ ชามินต์ถามว่าทำไมซื้อมาห่อเดียว เขาบอกว่าหมอกินไม่หมดอยู่แล้ว ตนรอกินส่วนท่ีเหลือก็พอ

“อย่ามากินของเหลือจากฉันบ่อยๆ เกิดฉันเป็นโรคอะไรขึ้นมานายอาจจะตายฟรีก็ได้นะ”

“ถ้าคุณหมอตาย ผมก็ต้องขอตายตามล่ะครับ ชีวิตผมคงขาดคุณหมอไม่ได้ ถ้าชีวิตผมไม่มีคุณหมอ ป่านนี้ผมก็อาจจะตายไปแล้ว” โลแกนพูดซื่อๆจนชามินต์อึ้งกินโจ๊กแค่สองคำก็วางช้อน โลแกนถามว่าไม่อร่อยหรือ “อร่อย...แต่ถ้าฉันกินหมด แล้วนายจะกินอะไรล่ะ”

ฟังแล้วโลแกนยิ่งซึ้ง เมื่อหมอจะไปทำงาน เขาบอกว่าไม่ต้องเอาร่มไป ยังไงเย็นนี้ตนก็ต้องไปรับอยู่ดี

ชามินต์วางร่มลงแล้วเดินไป โลแกนมองตามด้วยความรักและห่วงใยจากหัวใจของชายผู้เดียวดาย

ระหว่างเดินไป ชามินต์คิดถึงประโยคที่โลแกนบอกว่า “ชีวิตผมคงขาดคุณหมอไม่ได้” คิดแล้วก็ยิ้ม รีบเรียกสติตัวเองคืนมา บ่นเขินๆ ขำๆ ว่า

“ชักจะบ้าแล้วเรา มาซึ้งอะไรกับอีตานี่”

ooooooo

คลาก ครูเกอร์ ไปหาเดนิสที่โรงพยาบาลเพื่อถามข่าวโลแกนว่าไปต่างประเทศเมื่อไรจะกลับ เดนิส บอกว่าตอนนี้ตนยังติดต่อไม่ได้ คลากเปลี่ยนประเด็นถามว่า

“คุณเดนิสรู้เรื่องที่เหว่ยซานเข้าไปแย่งที่เกาเทียนไปจากผมแล้วใช่ไหมครับ” เดนิสบอกว่าได้ยินเหมือนกันและตนได้ทัดทานไปแล้วแต่เหว่ยซานไม่ฟัง คลากปรารภว่า “ผมจึงอยากให้โลแกนรีบกลับมาเคลียร์เรื่องนี้เสีย เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ผมคงต้องเอาเกาเทียนคืน”

เดนิสบอกว่าตนเข้าใจความรู้สึกของเขาดี แต่ถ้าขืนทำอะไรลงไปมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่และเขาจะเสียทั้งเงินและชีวิตคนเปล่าๆ คลากบอกว่าถ้าเหว่ยซานไม่ เริ่มต้นก่อนตนก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเดนิสติดต่อโลแกนได้ตนก็อยากให้เขาบอกเรื่องนี้แก่โลแกนด้วย เดนิสรับปาก คลากจึงขอตัวกลับ พอคลากกลับไป เดนิสก็เครียดเมื่อคิดถึงโลแกน

คลากออกจากห้องเดนิส เจออาฟงยืนรออยู่ เขาบอกว่าโลแกนยังไม่กลับ อาฟงบอกว่าแสดงว่ายังไม่มีใครเจอโลแกน

“ใช่ ถ้าวันนั้น คนที่ฉันเจอเป็นโลแกนจริง เขาไปเดินทำอะไรแถวนั้น แถมเดินกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้”

ที่ทางเดินในโรงพยาบาลนั่นเอง ชามินต์เดินคุยมากับเหม่ยหง พยาบาลรุ่นพี่ที่สนิทกัน เหม่ยหงเล่าว่าหมอโจพูดเชิงถามตนว่าหมอชาร์มมีแฟนหรือยัง ทำไมเขาชวนไปไหนถึงไม่เคยไปกับเขา ตนบอกว่าไม่มี

“ทำไมพี่เหม่ยหงไปบอกเขาอย่างนั้นล่ะ”

“อ้าว...พี่ก็บอกตามจริง สงสารเขานะ เขาขอให้พี่เป็นแม่สื่อให้ หมอชาร์มก็รับนัดไปทานข้าวกับเขาสักครั้งเถอะน่า”

ชามินต์บอกว่าตนไม่ได้รักหมอโจ เหม่ยหงดักคอว่าแสดงว่ามีอยู่ในใจแล้ว บอกมาซิว่าใคร ชามินต์บอกว่าไม่มีก็ไม่เชื่อเดาว่าหมอเดนิสใช่ไหม ชามินต์บอกว่าไม่ใช่ ขอร้องเหม่ยหงอย่าพูดไปเดี๋ยวหมอเดนิสได้ยินเข้าจะไม่ดี

“แต่พี่ว่าหมอชาร์มกับคุณหมอเดนิสก็เหมาะสมกันดี หมอชาร์มก็สวยน่ารัก ส่วนคุณหมอเดนิสก็ยังโสด”

“เขาจะมาชอบชาร์มได้ยังไง ชาร์มเป็นแค่หมอเล็กๆคนนึง แต่คุณหมอเดนิสเขาเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลเลยนะ”

“ของอย่างนี้มันอยู่ที่บุพเพสันนิวาส คนเราถ้าได้ชอบได้รักกันแล้ว ต่อให้รวยจนแค่ไหน หรือถูกจับแยกจากกัน ยังไงก็ต้องกลับมารักกันวันยังค่ำ”

“ชาร์มว่าพี่เหม่ยหงเนี่ย ท่าจะดูหนังเยอะไปแล้วนะ” ชามินต์พูดขำๆ เหม่ยหงบอกว่าตนพูดจริง แล้วเดินเลี้ยวผ่านไปทางลิฟต์ พอดีกับที่คลากกับอาฟงยืนอยู่หน้าลิฟต์ อาฟงเห็นสองสาวเดินผ่านไป ฉุกคิดได้ถามคลากว่า

“ผู้หญิงที่นายบอกว่าเดินกับคุณโลแกนหน้าตาเป็นยังไงครับ” คลากบอกว่าหน้าตาดี ตัวไม่สูงมาก อาฟงมองชามินต์กับเหม่ยหงเดินผ่านมา ถามว่า “เท่าคนนี้ไหมครับ”

คลากหันมอง พอดีชามินต์เดินเลี้ยวไปแล้วจึงเหลือแต่เหม่ยหง คลากบอกว่า “ไม่เหมือน คนนี้แก่กว่าเยอะ”

ooooooo

เหว่ยซานย่ามใจ สั่งอาเหวินให้รวบรวมสมัคร พรรคพวกเราให้มากที่สุด อาทิตย์นี้จะให้พวกเราไปยึดเขตซังอี้ของคลาก ครูเกอร์ อาฟงติงว่าจะดีหรือ เราจะล้ำเส้นเกินไปหรือเปล่า เหว่ยซานมองขวับถามว่ากลัวตายหรือ

“ผมไม่ได้กลัวตายหรอกครับ แต่ผมกลัวว่าถ้าคุณโลแกนรู้เรื่องนี้ เขาต้องไม่พอใจเจ้านายนะครับ” เหว่ยซานบอกว่าตนเป็นว่าที่พ่อตามันไม่กล้าหือหรอก อาเหวินจะท้วงติงอีก ถูกเหว่ยซานตวาดให้หุบปากและไปเตรียมการตามที่ตนบอก

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 3 วันที่ 6 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ