อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 3 วันที่ 7 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 3 วันที่ 7 พ.ค.59

“ผมไม่ได้กลัวตายหรอกครับ แต่ผมกลัวว่าถ้าคุณโลแกนรู้เรื่องนี้ เขาต้องไม่พอใจเจ้านายนะครับ” เหว่ยซานบอกว่าตนเป็นว่าที่พ่อตามันไม่กล้าหือหรอก อาเหวินจะท้วงติงอีก ถูกเหว่ยซานตวาดให้หุบปากและไปเตรียมการตามที่ตนบอก

ขณะนั้นนีล่าเดินเข้ามาพอดี เหว่ยซานถามว่ารู้หรือยังว่าโลแกนจะกลับเมื่อไหร่ นีล่าบอกว่าเขาเลื่อนไปเป็นสิ้นเดือน

เหว่ยซานบ่นว่าไปไหนถึงยอมทิ้งงานเป็นเดือนๆ แบบนี้ ต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ หรือว่าไปติดผู้หญิง นีล่าจำต้องปดแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าว่า อาจเป็นไปได้ถ้าสิ้นเดือนนี้เขากลับมาจะลองถามดูแล้วจะเลี่ยงไป



“เดี๋ยวนีล่า ฉันจะเตือนแกนะ แกอย่าทำเป็นชะล่าใจปล่อยให้โลแกนไปกับผู้หญิงอื่นบ่อยๆ”

“แต่พ่อก็รู้ว่าหนูไม่ได้รักพี่โลแกน”

“รักหรือไม่รักไม่เกี่ยว พ่อต้องการให้แกแต่งงานกับโลแกนคนเดียวเท่านั้น” เหว่ยซานจ้องนีล่า เธอสะบัดหน้าไปเหว่ยซานมองอย่างฮึดฮัดขัดใจ

นีล่าเข้าประชุมกับกรรมการบริษัท เมื่อกรรมการคนที่หนึ่งถามว่าโลแกนจะกลับเมื่อไร เธอบอกว่าสิ้นเดือน กรรมการอีกคนบ่นว่าสองเดือนเชียวหรือ โลแกนหายไปเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ อีกคนบอกว่าขืนเป็นแบบนี้บริษัทจะเสียหาย

“พอดีคุณโลแกนเขาไปเล่นสกีแล้วเกิดอุบัติเหตุขาหักน่ะค่ะก็เลยต้องอยู่โรงพยาบาล ที่ยังไม่กลับมาเพราะเขาไม่อยากกลับมาในสภาพที่ดูไม่ดี”

กรรมการถามกันว่าแล้วเราจะเอายังไงดี คุณซิมกรรมการคนที่หนึ่งบอกว่าเราต้องแจ้งไปตามหน่วยงานและลูกค้าว่าโลแกนเกิดอุบัติเหตุจะสะสางงานทุกอย่างได้ตอนสิ้นเดือน นีล่ารีบเห็นด้วย กรรมการซิมจึงเลิกประชุม

นีล่าไม่สบายใจเพราะยิ่งโกหกเรื่องโลแกนก็ยิ่งถลำลึก บอกตัวเองว่าจะโกหกต่อไปไม่ได้แล้ว พอดีเจอเดนิส เธอปรารภอย่างหนักใจว่าตนไม่สามารถโกหกกรรมการบริษัทต่อไปได้อีกแล้ว เดนิสถามว่าทำไม?

“ก็พวกเขากำลังสงสัยว่าพี่โลแกนหายไปไหนน่ะสิ แถมตอนนี้พ่อฉันก็เริ่มไม่เชื่อแล้วด้วยว่าทำไมอยู่ๆ พี่โลแกนถึงหายไปนานขนาดนี้”

เดนิสบอกว่าตนก็ส่งคนไปหาโลแกนจนทั่วแล้วแต่ไม่เจอ พอดีมือถือเขาดัง เดนิสรับสาย นีล่ามองลุ้น

“ฮัลโหล...ว่าไง...อะไรนะ เจอตัวโลแกนแล้วหรือ... แถวเต้าสงหรือ แกส่งคนออกไปดูแถวนั้น ดูทุกตรอกทุกซอย เข้าใจไหม” เดนิสสั่งเครียด พอปิดโทรศัพท์ เดนิสบอกนีล่าว่าตนต้องไปดูโลแกนแล้ว นีล่าคว้ากระเป๋าขอไปด้วย

ooooooo

ลูกน้องเดนิสพาไปที่ถนนย่านเต้าสงบอกว่าคนขายเกาลัดบอกว่าเห็นโลแกนเดินผ่านแถวนี้ เดนิสถามว่าแน่ใจหรือลูกน้องแน่ใจเพราะตนอัดรูปโลแกนแจกคนแถวนี้ไปทั่วแล้ว เดนิสสั่งให้ดูที่นี่ไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทุกวัน

นีล่าถามว่าถ้าเป็นโลแกนจริงๆ ทำไมเขาไม่กลับบ้านมาหาพวกเรา เดนิสก็สงสัย นีล่าคาดว่าคงไม่ใช่โลแกน แล้วชวนกันกลับ เดนิสจะให้รถไปส่ง นีล่าอ้อนว่าหิวชวนไปกินร้านอร่อยเดินไปอีกสองบล็อกเท่านั้น ชวนเดินไปเพราะอากาศกำลังสบาย

นีล่าเกาะแขนเดนิสเดินไป เขาบอกให้ปล่อยใครเห็นเข้าจะน่าเกลียดเพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นีล่างอนเอามือออกแล้วยืนหน้าง้ำบอกว่าไม่กินแล้ว ถามว่าเขาเกลียดตนใช่ไหม ตนรู้ว่าตั้งแต่ตนหมั้นกับโลแกนเขาก็เปลี่ยนไป พยายามตีตัวออกห่างทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราสนิทกัน ตอนเด็กๆเราเคยวิ่งเล่นหยอกล้อกอดคอกัน บางครั้งก็เคยจุ๊บกันด้วย

เดนิสรีบห้ามอย่าพูดอีกคนอื่นได้ยินจะไม่ดี อีกไม่นานเธอต้องแต่งงานกับโลแกนเพราะพ่อเธอกับพ่อโลแกนตกลงกันไว้แล้ว นีล่าย้ำว่าเขาก็รู้ว่าตนไม่ได้รักโลแกน เดนิสบอกให้หยุดพูดแต่นีล่าอารมณ์ขึ้นพูดไม่หยุด ตัดพ้อว่าความพอใจของผู้ใหญ่แต่ความซวยทั้งหมดตกที่ตนคนเดียว หันตะโกนใส่เดนิส

“ฉันเกลียดพี่ ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดพี่” นีล่าร้องไห้วิ่งหนีไป เดนิสมองตามถอนใจพึมพำ

“อะไรกันวะเนี่ย?”

ooooooo

วันนี้โลแกนไปรับชามินต์ที่จุดนัดพบตามปกติ ขณะเดินมาถึงป้ายรถเมล์ สวนกับชายคนหนึ่งที่มองเขาจนเหลียวหลัง โลแกนพึมพำอย่างระแวง

“ไอ้นี่บ้ารึเปล่า อยู่ๆมาจ้องหน้าเรา” แต่พอหันกลับไปก็เห็นชามินต์มาถึงแล้ว เขาโบกมือเรียก “ทางนี้ครับ คุณหมอ”

“ฉันรู้ว่านายมารับฉันตรงนี้ทุกวัน ไม่ต้องตะโกนเรียกฉันหรอก อายเขา”

“ขอโทษครับ ผมคงดีใจน่ะครับที่เห็นหน้าคุณหมอ”

“ไม่ต้องมาทำเป็นหวานเลย เอ้า...” ชามินต์ส่งกระเป๋าให้ถือแล้วเดินนำไป โลแกนเดินตามยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข

มาพักกันริมแม่น้ำสวย ชามินต์ซื้อซาลาเปาแบ่งกันกิน โลแกนเล่าว่าเมื่อกลางวันตนไปซื้อหนังสือแถวเต้าสงมา ชามินต์ตกใจถามว่าไปถึงเต้าสงเชียวหรือ โลแกนบอกว่าไม่ต้องห่วงว่าตนจะหลงเพราะตนทำเครื่องหมายไว้ตามเสาตลอดทางเลย

“นายอย่าทำซ่าให้มากนัก ถ้านายหลงทางหายไป ฉันไม่ตามหาหรอกนะ”

“ไม่มีทางหรอกครับ ถึงผมจะหลง ผมก็ต้องหาทางกลับมาหาคุณหมอให้ได้” พลางเอาหนังสือที่ซื้อมาให้ดู “นี่ครับ ผมเจอหนังสือเกี่ยวกับเมืองไทยด้วยเลยซื้อมาให้คุณหมอ เมืองไทยมีที่สวยๆเยอะเลยนะครับ”

ชามินต์รำพึงว่าเห็นแล้ว อยากกลับเมืองไทยเหมือนกัน โลแกนถามว่าแล้วคุณหมอจะกลับเมืองไทยไหม เธอบอกว่าคงกลับและจะไม่มาที่นี่อีก โลแกนลุกเดินเลี่ยงไปยืนหันหลังร้องไห้กลัวว่าถ้าชามินต์กลับเมืองไทย แล้วชีวิตตนจะทำอย่างไรต่อไป ชามินต์บอกว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้เจอกับครอบครัวแล้ว

“ไม่เจอครับ ทุกวันนี้ผมยังจำอะไรไม่ได้เลย และถึงผมจะเจอครอบครัว ผมก็ไม่รู้จักเขา ชีวิตผมมีแต่คุณหมอคนเดียว สัญญากับผมนะครับ ว่าคุณหมอจะอยู่กับผมตลอดไป...นะครับ ผมรักคุณหมอ ผมรักคุณหมอจริงๆ บอกผมสิครับว่าถ้าคุณหมอไปเมืองไทยคุณหมอจะพาผมไปอยู่ด้วย” โลแกนโผกอดชามินต์ร้องไห้จนชามินต์บอกให้ปล่อยตนหายใจไม่ออก โลแกนรีบปล่อย “ผมขอโทษ ผมรักคุณหมอจริงๆนะครับ”

“อย่าบอกฉันแบบนี้ มันไม่ดีรู้ไหม บางทีนายอาจจะมีลูกมีเมียหรือไม่ก็มีคนรักคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกัน แล้วถ้าเขามาได้ยินนายพูดแบบนี้กับฉัน เขาจะเสียใจ”

“แต่ผมบอกแล้วไงครับว่าตอนนี้ผมไม่รู้จักใคร ผมรู้แค่ว่าผมรักคุณหมอ”

ชามินต์มองลึกเข้าไปในดวงตาของโลแกน แม้ดวงตานั้นจะมีน้ำตาคลอเคลือบแต่หลังม่านน้ำตานั้นเปี่ยมไปด้วยความรักความจริงใจของชายผู้โดดเดี่ยวนี้...

ooooooo

เดนิสถูกนีล่าตะโกนใส่หน้าว่าเกลียดเขาแล้ววิ่งหนีไป เดนิสยืนมึน เขาคิดถึงความสัมพันธ์กับนีล่าในอดีต ที่เขาซื้อพัดลมเล็กๆให้นีล่าเพราะเธอบ่นว่าร้อน ถามว่าชอบไหม นีล่าบอกว่าตนชอบทุกอย่างที่เขาซื้อให้

นีล่าถามเดนิสว่าจำตุ๊กตาหมีที่เขาซื้อให้ตอนตนเจ็ดขวบได้ไหม เดนิสบอกว่าจำไม่ได้เพราะนานมากแล้ว นีล่าตัดพ้อว่าเขาไม่เคยจำเรื่องของตนเลย เดนิสถามว่าจะจำทำไมเพราะเราเจอกันทุกวัน

“แต่ฉันจำเรื่องเกี่ยวกับพี่ได้ทุกอย่างเลยนะ จริงๆนะ”

เมื่อนีล่ากลับมาถึงห้องนอน มองพัดลมในมือที่เขียนคำว่าไอเลิฟยูบนใบพัด ตัดพ้อว่า “พี่ไม่ได้รักฉันจริงนี่”

แล้วนีล่าก็คิดถึงความเจ็บปวดที่เหว่ยซานบอกให้เธอหมั้นกับโลแกน นีล่าตกใจบอกว่าตนไม่ได้ชอบโลแกน

“ชอบหรือไม่ชอบ แกกับโลแกนก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี เพราะตระกูลเรากับตระกูลโลแกนมีข้อตกลงกันว่า ถ้าใครมีลูกสาวและอีกคนมีลูกชายต้องให้รุ่นลูกรุ่นหลานแต่งงานกัน” ส่วนที่นีล่าบอกว่าตนไม่ได้รักโลแกนนั้น เหว่ยซานบอกว่า “อยู่ไปวันนึงก็รักกันเองไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งงานกับโลแกนเพราะมันเป็น คำสัญญาของบรรพบุรุษเรา”

เวลานั้นนีล่าได้แต่ร้องไห้...กอดตุ๊กตาหมีที่เดนิสให้ตอนตนเจ็ดขวบ พูดกับตัวเองบอกพ่อว่า...

“แต่หนูรักพี่เดนิสนะพ่อ...”

ooooooo

ชามินต์เห็นโลแกนร้องไห้เมื่อเธอบอกว่าจะกลับเมืองไทยและไม่มาที่นี่อีก เธอคิดถึงอดีตของตัว เวลานั้นเธอยังเด็กเธอต้องสูญเสียเพลิน เพื่อนคนเดียวที่รักและผูกพันกันมาก เพลินป่วยจนเสียชีวิต ชามินต์ใจสลายร้องไห้พร่ำขอว่า

“เพลิน...เธออย่าทิ้งฉันไป...ฮือๆๆ เพลิน...แล้วฉันจะอยู่กับใคร...”

ชามินต์มองโลแกนวันนี้ที่ร้องไห้ด้วยความรู้สึกเดียวกับเธอเวลานั้น เรียกโลแกน ปลอบว่า

“นายหยุดร้องไห้เถอะ อีกไม่นานนายก็จะได้เจอครอบครัวของนายและได้กลับไปอยู่กับพวกเขา”

โลแกนร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็ก บอกว่าตนไม่เจอใครหรอก ทุกวันนี้ตนยังจำอะไรไม่ได้เลย ถึงเจอครอบครัวตนก็ไม่รู้จักเขา คร่ำครวญว่า...

“ชีวิตผมมีแค่คุณหมอคนเดียว สัญญากับผมนะครับว่าคุณหมอจะอยู่กับผมตลอดไป” โลแกนดึงชามินต์เข้าไปกอด “นะครับ ผมรักคุณหมอจริงๆ บอกผมสิครับว่าถ้าคุณหมอไปเมืองไทย คุณหมอจะพาผมไปอยู่ด้วย...”

ชามินต์กลับมาคิดถึงชีวิตของตัวเองในอดีตกับโลแกนเวลานี้ไม่ต่างกันเลย...แล้วเธอก็แปลกใจเมื่อมีเสียงเคาะประตู โลแกนนั่นเอง เขาเอากำไลหยกมาให้ บอกว่าสะสมเศษสตางค์จากการซื้ออาหาร เห็นสวยดีและไม่แพงเลยซื้อมาฝาก ชามินต์ขอบใจ แต่วันหลังไม่ต้องซื้ออะไรให้ตนแล้ว

แต่พอโลแกนไป เธอปิดประตูล็อกไปนอนที่เตียง หยิบกำไลหยกมาดู หลับตายิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

เช้านี้ ขณะโลแกนไปส่งชามินต์ ทั้งสองเดินดื่มกาแฟกันมาตามทาง ขณะเดินข้ามถนนเธอชวนเย็นนี้เราไปกินข้าวที่ร้านเล่งหงกันดีไหม แต่โลแกนหายไปแล้ว เธอตกใจวิ่งข้ามถนนกลับไปฝั่งเดิมมองหาโลแกนอย่างร้อนใจ

เดนิสขับรถผ่านมาพอดี เขาชะลอรถถามว่ากำลังจะไปโรงพยาบาลใช่ไหม ชวนไปด้วยกันตนกำลังจะไปเหมือนกัน ชามินต์ลังเล เขาถามว่ารอเพื่อนอยู่หรืองั้นตนไปก่อน เดี๋ยวเจอกัน

พอเดนิสขับรถผ่านไป โลแกนก็เดินมาหาชามินต์เอาดอกกุหลาบที่ซ่อนอยู่ข้างหลังให้บอกว่าเห็นสวยดีเลยอยากซื้อให้ถามว่าสวยไหม

“อืม...สวย วันหลังถ้านายจะหยุดแวะตรงไหนบอกฉันก่อน ฉันตกใจหมดเลย”

โลแกนถามว่าเธอกลัวตนหายไปหรือ ชามินต์ตอบว่าใช่พอนึกได้ก็ปฏิเสธว่าเปล่า เฉไฉมองดอกกุหลาบกลบเกลื่อน โลแกนยิ้มปลื้มแล้วชวนรีบไปกันเดี๋ยวสาย ชามินต์ถือกุหลาบเดินไปด้วยกัน โลแกนบอกให้ดมดูว่าหอมไหม ถ้าตนมีตังค์เยอะกว่านี้จะซื้อให้ช่อหนึ่งเลย โลแกนคุยอย่างมีความสุขที่ดอกกุหลาบถูกใจชามินต์

แต่พอไปถึงโรงพยาบาล เหม่ยหงทักว่าใครให้ดอกกุหลาบมา เดาว่าคงเป็นหมอเดนิส ก็พอดีหมอโจเปิดประตูเข้ามาในมือถือดอกไฮเดนเยีย บอกว่าเห็นสวยดีไม่รู้ว่าหมอชาร์มชอบหรือเปล่า ทักว่าดอกกุหลาบของหมอสวยดีใครให้หรือ

“ไม่มีใครให้หรอกค่ะ เหม่ยหงให้เอง” เหม่ยหงชิงตอบ หมอโจถามว่าฝากดอกไฮเดนเยียใส่แจกันด้วยกันได้ไหม ชามินต์อนุญาตเขาจึงเอาดอกไฮเดนเยียใส่แจกันเดียวกัน เหม่ยหงอมยิ้มเป็นนัยแล้วเดินออกไป เปิดโอกาสให้หมอโจอยู่กับชามินต์ตามลำพัง หมอโจจึงเดินไปกับชามินต์เพราะตนจะไปแผนกเด็กอยู่พอดี

ระหว่างทางหมอโจถามถึงเพื่อนที่ความจำเสื่อมว่าเป็นอย่างไรบ้างไม่เห็นพามาหาหมอเลย

“อ๋อ...ตอนนี้เขายังจำเรื่องอะไรในอดีตไม่ได้เลยค่ะ แต่ก็พูดจารู้เรื่องปกติ”

“งั้นให้เวลาเขาสักนิดนะครับ แต่ถ้าให้ดีผมอยากให้มาเอกซเรย์สมองหน่อยจะได้รู้ว่าเป็นอะไรมากน้อยแค่ไหน”

ชามินต์บอกว่าเขาไม่ยอมมา พูดถึงโรงพยาบาลก็ไม่ยอมมาท่าเดียว ทันใดนั้นเด็กชายเลิฟเดินมาหาชามินต์

“คุณหมอชาร์มครับ นี่ครับผมเอาดอกไม้มาฝากคุณหมอด้วย หมอชอบไหมครับ”

“ขอบใจจ้ะ ชอบจ้ะ”

“ชื่อดอกฟอร์เก็ตมีน็อตครับ อย่าลืมเลิฟนะครับคุณหมอ”

แม่ของเลิฟมาบอกให้ไปได้แล้วอย่ารบกวนคุณหมอเลยพลางจูงเลิฟไป ชามินต์มองตามเลิฟไปอย่างเอ็นดู

“แหม...อิจฉาคุณหมอจัง วันนี้ได้ดอกไม้ถึงสามดอก อยากรู้จังว่าคุณหมอชอบดอกไหนมากที่สุด”

“คงต้องชอบของน้องเลิฟน่ะค่ะ เพราะเขาบอกว่าฟอร์เก็ตมีน็อต”

“อ้อ...หรือครับ” หมอโจพึมพำหน้าจ๋อย ชามินต์พูดแก้ว่าพูดเล่น แล้วขอตัวแยกไป หมอโจบอกตัวเองอย่างเพิ่งนึกได้ว่า “งั้นครั้งต่อไป เราต้องหาดอกไม้ที่มีความหมายให้เธอ”

ooooooo

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 3 วันที่ 7 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ