อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 พ.ค.59

ศตวรรษตัดสินใจวางปืนลงกับพื้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ “ผมไม่ได้อยากเห็นโสมตาย แค่อยากเห็นคุณคิดได้แล้วเป็นคนใหม่ ลองมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นดูบ้างไหม? เหมือนอย่างที่ผมยอมให้นุศเขาไปมีชีวิตใหม่โดยไม่มีผมอยู่ในชีวิตเขาไง ถ้าโสมทนเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ คุณจะไม่มีวันหาความสุขได้เลย!!”
โสมมิกามีอาการสับสน “ไม่ต้องมาสอน... โสมไม่เชื่อหมออีกแล้ว!!” โสมมิกาเดินถอยหนีจากศตวรรษ แล้วเสียหลักจนตัวเซจะล้มหงาย
“ระวัง!!” ศตวรรษตกใจรีบเข้าไปกระโดดเข้าไปรวบตัวของโสมมิกาเอาไว้ได้ทัน
โสมมิกาเห็นศตวรรษช่วยชีวิตเธอยิ่งสับสนหนัก “ทำไมไม่ปล่อยให้ตาย จะมาช่วยไว้ทำไม!! “
“ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้อยากเห็นโสมตาย”

แอเซาะพาบอดี้การ์ดและลูกน้องวิ่งขึ้นมาตอนที่เห็นศตวรรษโอบกอดโสมมิกาเอาไว้


“ปล่อยคุณโสมเดี๋ยวนี้!!” ทุกคนยกปืนขึ้นขู่ไปที่ศตวรรษ
ศตวรรษตกใจที่เห็นอุดมศักดิ์ส่งคนมาช่วยโสมไว้อีก
“เอาเลย อย่างมากก็แค่ตายพร้อมกัน อยากตายนัก งั้นเราตายไปด้วยกัน” ศตวรรษดึงโสมมิกามาบังตัวของเขาเอาไว้เพื่อขู่ให้พวกนั้นวางอาวุธลง บอดี้การ์ดตกใจที่เห็นศตวรรษเอาโสมมิกามาเป็นโล่กำบัง “เลือกเอาอยากได้ตัวหรือศพเจ้านายแกกลับไป”
โสมมิกาตะโกน “ยิงมาเลย!! ฉันไม่กลัวตาย!!” บอดี้การ์ดกับลูกน้องพากันมองกันสับสน แต่มือยังไม่วางปืนลง โสมมิกาย้ำ “บอกให้ยิงไงเล่า!! รออะไร!!”
แอเซาะมองไปเห็นปืนของตัวเองวางอยู่ที่พื้น จึงอาศัยทีเผลอที่พวกนั้นกำลังงุนงงพุ่งไปหยิบปืนที่พื้นขึ้นมา บอดี้การ์ดเห็นก็ตกใจ พวกลูกน้องพากันแตกตื่นนึกว่าศตวรรษจะตุกติก ในเสี้ยววินาทีนั้น ลูกน้องคนหนึ่งทำปืนลั่นออกไป ศตวรรษตกใจเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงรีบผลักร่างของโสมมิกาให้ล้มลงพื้นเพื่อหลบกระสุน ในขณะที่ตัวเขาก็กระโดดหลบกระสุนจนตัวหงายหลังตกลงไปจากหน้าผา
โสมมิกาตกใจ “หมอ!!!”
ร่างของศตวรรษปลิวตกหน้าผาลงไป แอเซาะช็อคเมื่อเห็นศตวรรษตกลงไปต่อหน้า เขารีบวิ่งไปดู “พี่”
โสมมิกากรีดร้อง “หมอ......หมอออออ”
บอดี้การ์ดรีบอาศัยจังหวะนั้นเข้าไปลากโสมมิกาไปทันที “หนีก่อนครับ”
“ไม่จริง... หมอ!!” โสมมิกายังช็อคที่เห็นศตวรรษตกผาไปต่อหน้า จึงไม่มีเรี่ยวแรงจะเดิน พวกลูกน้องจึงต้องพากันลากลงไป

ร่างของศตวรรษตกลงมายังพื้นทะเลด้านล่าง ร่างของเขามีร่องรอยบาดเจ็บจากการปะทะโดนโขดหิน ก่อนจะจมลงทะเลอย่างรวดเร็ว ร่างของศตวรรษจมดิ่งลงทะเลไปโดยไม่มีเรี่ยวแรงจะช่วยเหลือตัวเองแต่อย่างใด

ที่บนหน้าผา ทั้งแอเซาะและชาวประมงยังตะโกนหาศตวรรษเพราะหวังว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ “พี่วรรษ!!!”
“หมอ!!!”
“พี่อย่าเป็นอะไรนะพี่!!”

บอดี้การ์ดรีบจูงโสมมิกาหนีลงมาจากบนเขา โสมมิกายังช็อคและเป็นห่วงศตวรรษอยู่จึงได้อาละวาดทำร้ายบอดี้การ์ด “ไอ้บ้า....ฆ่าเขาทำไม!!”
“มันจะส่งคุณให้ตำรวจ”
“ฉันทำเขาตาย” โสมมิกาสลัดตัวหนีจากบอดี้การ์ดเพื่อจะวิ่งกลับไปดูศตวรรษ ลูกน้องเข้ามาดักหน้าไว้ไม่ให้โสมมิกากลับขึ้นไป
บอดี้การ์ดเตือน “ถ้าคุณกลับขึ้นไป คุณโดนจับแน่… หนีเร็วเข้า”
“ไม่ไป!! ฉันไม่หนี”
“ไม่มีเวลาแล้ว... ไป!!” บอดี้การ์ดคว้าตัวโสมมิกาลงไปจากเขาไปอย่างรวดเร็ว
ศตวรรษซึ่งจมอยู่ใต้ทะเล ปรือตาขึ้นมาเพียงเล็กน้อย แต่ยังปล่อยให้ร่างลอยคว้างอยู่ ศตวรรษทำท่าจะหมดลมไปในไม่ช้า ในสติวูบสุดท้ายนั้นศตวรรษมองไปเห็นร่างของอนุศนิยาอยู่ใต้น้ำ เป็นภาพในความทรงจำที่เขาเห็นอนุศนิยาในวันแรกที่พบกัน อนุศนิยาอยู่ในชุดกรุยกรายไม่ต่างจากพรายน้ำ ศตวรรษยิ้มเมื่อเห็นอนุศนิยาอีกครั้ง ดวงตาของศตวรรษกระพริบช้าๆ ทำท่าเหมือนใกล้จะปิดลงเต็มที ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก็คืออนุศนิยามองสบตามายังเขา ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

ในเวลาเดียวกัน อนุศนิยาแว่วเสียงศตวรรษดังขึ้น “ถ้าเหนื่อยก็หลับซะ ถึงแล้วจะปลุกให้”
อนุศนิยาที่หลับอยู่ที่เบาะหลังของรถลืมตาสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย อนุศนิยารีบหันไปมองตรงฝั่งคนขับเพราะนึกว่าศตวรรษจะมาเซอร์ไพรส์ขับรถให้ แต่เมื่ออนุศนิยามองไปก็กลับเห็นเป็นชาครีย์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย
อนุศนิยาอึ้ง ผิดหวัง “ครีย์...”
“ตกใจเหรอ เราให้คนรถนุศกลับเอง ขอเป็นโชเฟอร์ให้คุณหนูนุศหนึ่งวันนะ” อนุศนิยาหน้าจ๋อย โกรธตัวเองที่ดันหวังให้เป็นศตวรรษขึ้นมา “เป็นอะไรรึเปล่า?”
“เปล่า”
“นุศดูเหนื่อยเชียว พักซะนะ”
ชาครีย์ออกรถไป อนุศนิยานั่งพิงเบาะ พยายามจะข่มตาหลับลงแต่อดคิดถึงศตวรรษไม่ได้ว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่
อนุศนิยารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาดที่วันนี้สลัดศตวรรษออกจากความคิดไม่ได้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อนุศนิยารีบรับ “ประภาว่าไง? “
“ทางตำรวจโทรมาจากกระบี่ แจ้งว่าคุณวรรษพลัดตกหน้าผาหายไปค่ะ”
อนุศนิยาช็อค ทำโทรศัพท์หล่นจากมือทันที “ไม่!!!” อนุศนิยากรีดร้อง เอามือปิดหน้าร้องไห้เสียงดัง
ชาครีย์เห็นอนุศนิยาเป็นอย่างนั้นก็ตกใจ “นุศ...เกิดอะไรขึ้น ...นุศ”

รถของอุดมศักดิ์มาจอดรอโสมมิกาอยู่ที่ถนนแห่งหนึ่งเลียบชายฝั่งทะเล
ลูกน้องวิ่งเข้ามารายงานอุดมศักดิ์ “ท่านครับ... มีตำรวจตามคุณหนูมา”
อุดมศักดิ์หน้าเครียด มองไปเห็นอีกคันจะขับมาจอดรั้งท้าย บอดี้การ์ดและลูกน้องของอุดมศักดิ์พาโสมมิกาลงมาจากรถที่เพิ่งมาถึง โสมมิกาตกใจมากที่เห็นอุดมศักดิ์มารอ
“ฉันสั่งให้หนี แกจะกลับมาอีกทำไม อยากจบชีวิตในคุกรึไง!!”
“มันจบแล้วป๋า หมอไม่รอดแล้ว”
“ยังจะอาลัยอาวรณ์มันอยู่อีก อยากตายไปกับมันด้วยรึไง!!”
เสียงไซเรนรถตำรวจดังมา ทุกคนพากันตกใจ “ตำรวจตามมาแล้วครับ ทำยังไงดี”
“เปลี่ยนรถแล้วหนีไปซะ”
“แล้วป๋าล่ะ”
“ฉันจะดักพวกมันไว้ให้ แกรีบไปซะ”
“ไม่เอา”
เสียงไซเรนรถตำรวจดังใกล้เข้ามาขึ้นเรื่อยๆ
“น้ำหน้าอย่างแกรู้จักเอาตัวรอดที่ไหน ถ้ายังอยากมีอนาคตก็หนีไป”
บอดี้การ์ดพยายามลากโสมมิกาไปขึ้นรถของอุดมศักดิ์
“ไม่เอา... จะให้โสมทิ้งป๋าได้ยังไง”
“ฉันเอาตัวรอดได้ มีแต่แกนี่แหละ“
โสมมิกาสะบัดตัวออกจากบอดี้การ์ด “ไม่!! โสมไม่อยากหนี”
“ไปเดี๋ยวนี้!! ถ้าแกยอมให้ตำรวจจับได้ แกก็ไม่ใช่ลูกฉัน!!”
“ป๋า”
“ถ้าแกหนีตอนนี้ ซักวันเรายังมีโอกาสได้เจอกัน” ไฟจากหน้ารถตำรวจสามคันขับเข้ามาในระยะไกล อุดมศักดิ์เห็นอย่างนั้นก็รีบเร่ง “ไปซะ.... แล้วจำไว้ ถึงฉันตาย ก็อย่ากลับมา”
บอดี้การ์ดรีบลากพาโสมมิกาไปขึ้นรถ โสมมิกาเสียใจที่ต้องจากกับพ่อแบบนี้ รถของโสมมิกาขับออกไป โสมมิกาหันมามองอุดมศักดิ์แล้วร้องไห้เมื่อเห็นอุดมศักดิ์ยอมสละตัวเองเพื่อเธอ “ป๋า....”
อุดมศักดิ์มองโสมมิกาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบขึ้นไปยังรถคันที่โสมมิกานั่งมา เพื่อตบตาหลอกล่อตำรวจให้เข้าใจว่าโสมมิกาอยู่ในรถคันนี้ ลูกน้องของอุดมศักดิ์เอาปืนมายิงตอบโต้ตำรวจเพื่อกันไม่ให้ตำรวจขับตามรถโสมมิกาไปได้ ตำรวจเห็นอย่างนั้นก็ยิงปืนกระหน่ำมาที่รถของอุดมศักดิ์
โสมมิกาหันมามองจากกระจกหลัง เห็นพ่อยอมเสี่ยงตายเพื่อเธอแล้วก็รู้สึกผิดอย่างมาก “ป๋า...โสมขอโทษ”
รถของโสมมิกาขับห่างออกไป ในขณะที่รถของอุดมศักดิ์กั้นทางรถตำรวจไว้ให้ ทำให้ตำรวจไม่ทันรู้ว่าโสมมิกาหนีไปก่อนหน้าแล้ว อุดมศักดิ์ที่สั่งการลูกน้องให้ยิงสกัด จนดูท่าจะเพลี่ยงพล้ำตำรวจ
“เอาไงดีครับ”
อุดมศักดิ์ยกมือบอกลูกน้องให้หยุด เสียงปืนเงียบสงบลง
ตำรวจรีบเข้าเพื่อล้อมจับอุดมศักดิ์ “มอบตัวซะ คุณหนีไม่รอดแล้วคุณโสมมิกา”
อุดมศักดิ์ก้าวลงจากรถ แล้วเดินไปหาตำรวจอย่างไม่กลัวใดๆ ทั้งสิ้น ตำรวจตกใจที่เห็นอุดมศักดิ์ลงมาแทน

เรือสปีดโบ๊ทของแอเซาะออกมาจอดกลางทะเล นักประดาน้ำขึ้นจากน้ำกลับมาบนเรือ หลังจากลงไปช่วยกันค้นหาร่างศตวรรษ
แอเซาะช่วยดึงตัวนักประดาน้ำขึ้นมา “ไม่เจออะไรเลยเหรอ?”
นักประดาน้ำส่ายหน้าอย่างหมดหวัง “มืดแล้ว ค้นไปก็ไม่เจอ”
“โฮๆ พี่วรรษ.... พี่วรรษกลับมาหามาเรียมเดี๋ยวนี้นะ!! จะทิ้งมาเรียมอย่างนี้ได้ยังไง” เสียงของมาเรียมก้องไปในทะเล ก่อนจะนิ่งไปเหลือแต่ความเงียบ ทำให้มาเรียมกับแอเซาะใจหาย
แอเซาะตะโกนบ้าง “พี่วรรษ.... ได้ยินไหมพี่?... พี่อยู่ที่ไหน?”
เรือของแอเซาะจอดรอค้นหาร่างของศตวรรษอยู่กลางทะเลกว้างใหญ่ในความมืด ดูไร้ความหวังมาก

อนุศนิยากับชาครีย์อยู่บนเรือสปีดโบ๊ท กำลังมุ่งหน้าไปที่เกาะรอก อนุศนิยาอยู่บนเรือ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะยังเป็นห่วงศตวรรษ ชาครีย์หันมามองอนุศนิยาที่ร้องไห้จนตาบวมช้ำก็รู้สึกสงสาร ชาครีย์รู้แล้วว่าอนุศนิยาคงยังรักและห่วงศตวรรษมาก จึงได้แต่มองเพื่อให้กำลังใจเธอ

เรือของอนุศนิยาขับมาจนเจอกับเรือของแอเซาะและมาเรียมที่จอดหาร่างของศตวรรษ
แอเซาะและมาเรียมตะโกนเรียกศตวรรษดังลั่น “พี่วรรษ...อยู่ไหนพี่?”
“พี่วรรษได้ยินไหม? พวกเรามาช่วยพี่แล้วนะ”
เรือของอนุศนิยาเข้าไปจอดเทียบเรือของแอเซาะ พออนุศนิยาเห็นมาเรียมกับแอเซาะก็ดีใจมาก รีบตะโกนถาม “ยังไม่เจอคุณวรรษอีกเหรอ”
แอเซาะส่ายหน้าอย่างหมดหวัง “นี่ก็หาห่างจากเกาะออกมาเรื่อยๆ ไม่รู้ป่านนี้ถูกพัดไปไหน แต่มีทีมตำรวจน้ำช่วยค้นหาอยู่อีกด้านด้วยครับ”
อนุศนิยาหน้าสลด แต่ยังไม่ยอมหมดหวังรีบยืนขึ้นบนเบาะเรือ “ฉันจะหาเขาเอง คุณวรรษ นุศมาหาแล้ว คุณอยู่ที่ไหน? คุณวรรษ ได้ยินนุศไหม? คุณจะทิ้งนุศกับลูกแบบนี้ไม่ได้นะ!! ถ้าคุณทิ้ง นุศจะตามไปทวงหนี้คุณถึงชาติหน้า!!” มาเรียมกับแอเซาะเห็นอนุศนิยาตะโกนหาศตวรรษอย่างเป็นห่วงก็รู้แล้วว่าอนุศนิยายังรักศตวรรษอยู่มาก ไม่มีเสียงตอบ มีแต่ความเงียบ ทำให้อนุศนิยาท้อ เริ่มร้องไห้สะอื้นออกมา “นุศขอโทษ นุศอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ กลับมาเถอะนะ” อนุศนิยาพูดไปร้องไห้ไป ทำให้ทุกคนตรงนั้นสงสาร “เรายังรักกันอยู่ไม่ใช่เหรอ อย่าทิ้งนุศไว้คนเดียวเลย... ขอร้อง กลับมาเถอะนะ” เมื่อรู้ว่าหมดหวัง อนุศนิยาก็นั่งลงร้องไห้
มาเรียมปลอบ “กลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาหา”
“เขาเจ็บอยู่ ฉันห่วง กลัวเขาไม่ไหว เขาไม่สบาย ฉันจะปล่อยให้เขาตายไม่ได้” ทุกคนมองหน้ากันไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนใจอนุศนิยายังไง เพราะรู้ว่าอนุศนิยายังทำใจไม่ได้ อนุศนิยามองไปเห็นวัตถุบางอย่างอยู่ยู่ไกลๆ อนุศนิยานึกถึงวันที่เธอเจอกับศตวรรษขึ้นมาได้ อนุศนิยาชี้บอกทุกคนอย่างตื่นเต้น “นั่น... ตรงนั้น”
แอเซาะท้วง “อาจจะเป็นฝูงปลาหรือไม่ก็....”
อนุศนิยาไม่ฟัง กระโดดลงน้ำไปทันที ทุกคนตกใจที่นุศผลีผลามไปแบบไม่คิดชีวิตแบบนั้น
ชาครีย์ตะโกนเรียก “นุศ!!!”
อนุศนิยาว่ายน้ำจากเรือในทะเลเพราะเชื่อว่าศตวรรษอาจจะอยู่ตรงนั้น ร่างอันสะบักสะบอมของศตวรรษนอนลอยอยู่บนผิวน้ำ ด้านล่างเต็มไปด้วยพรายน้ำส่องประกายระยิบระยับ ศตวรรษนอนนิ่งไม่ลืมตาในอาการที่เป็นตายเท่ากัน อนุศนิยาว่ายมาจนเจอร่างของศตวรรษลอยอยู่กลางพรายน้ำ
อนุศนิยาดีใจ รีบโผเข้าไปหา “คุณวรรษ....” ศตวรรษไม่รู้สึกตัว อนุศนิยาพยายามร้องเรียกตลอดเวลา “คุณวรรษตื่น...ตื่นขึ้นมา” อนุศนิยารีบเข้าไปช่วยชีวิตศตวรรษเหมือนกับที่เขาเคยช่วยเธอตอนครั้งแรกที่เจอกัน อนุศนิยาเห็นศตวรรษหลับนิ่ง แต่ยังมีลมหายใจอยู่ อนุศนิยารีบกอดศตวรรษไว้ “นุศมาช่วยแล้ว.... อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ”

ที่หาดหน้าเกาะรอกในวันที่อากาศสดใส ศตวรรษลืมตาตื่นขึ้นมาแบบงุนงงหลังจากหมดสติไปหลายวัน เชสตั้งสติอยู่ซักพัก แล้วก็เริ่มระลึกได้ว่าเขาอยู่ที่กระท่อม ศตวรรษค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินลงมาจากกระท่อมอย่างยากลำบากเพราะยังปวดแผลอยู่มาก

อนุศนิยากำลังตากผ้าห่มอยู่ที่ราวแขวนหน้ากระท่อม ทำให้ศตวรรษมองไม่เห็นว่าอนุศนิยาอยู่ที่นั่น อนุศนิยาเดินออกมาจากราวแขวนผ้า เห็นศตวรรษรู้สึกตัวแล้วก็ตื่นเต้น “ตื่นแล้วเหรอ.. เป็นยังไงบ้าง”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ