อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 5 วันที่ 13 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 5 วันที่ 13 พ.ค.59

“ผู้ชายคนนี้คือโลแกน ทำไมเขาถึงทำเป็นไม่เคยรู้จักเรา”

ระหว่างทานข้าวกัน ความช่างพูดของคอลิน ทำให้ ชามินต์รู้อีกว่าโลแกนมีคู่หมั้นชื่อนีล่า

การรับรู้เรื่องของโลแกนขณะทานข้าว ทำให้ชามินต์ทานไม่ลงและขอตัวกลับ โลแกนบอกว่าจะให้คนรถไปส่ง แต่ถึงเวลาจริงๆ เขากลับนั่งรถไปด้วย ชามินต์นั่งมองไปนอกหน้าต่างอย่างอึดอัด โลแกนมองท่าทีเธอขำๆ ถามว่า

“บ้านคุณอยู่ไหน”



“คุณไม่รู้หรือว่าแกล้งไม่รู้” ชามินต์ถามอย่างหมดความอดกลั้น แล้วก็ยิ่งเจ็บปวดสับสนเมื่อโลแกนถามว่า ทำไมหมอพูดเหมือนตนรู้จักบ้านคุณหมอ ชามินต์รู้ตัวพูดเสียงอ่อนลง “อ๋อ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ฉันก็แค่พูดเล่น”

โลแกนยังถามว่าเธออยู่คนเดียวหรือ ชามินต์จ้องหน้าเขาบอกว่าเคยมีคนอยู่ด้วย แต่อยู่ๆเขาก็หายไปโดยไม่บอกตนสักคำ โลแกนพาซื่อบอกว่าถ้าตนเป็นผู้ชายคนนั้น ตนจะไม่มีวันทำอย่างนั้นกับหมอเด็ดขาด เพราะหมอเป็นผู้หญิงที่สวยและน่ารักมาก

“คุณกำลังจีบฉันเหรอ”

“ก็คุณหมอบอกว่ายังไม่มีใครไม่ใช่หรือครับ”

“งั้นก็เสียใจด้วย ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ จอดตรงนี้แหละค่ะ”

พอลุงจินจอดรถที่หน้าอพาร์ตเมนต์ ชามินต์เปิดประตูรถเดินเข้าอพาร์ตเมนต์ไปทันที โลแกนกดกระจกเปิดเรียกและนัดพรุ่งนี้ทานข้าวเย็นด้วยกันอีก ไม่ใช่ที่บ้าน แต่เป็นที่ร้าน

“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันลืมบอกคุณไปอีกอย่างว่า ฉันก็ไม่ชอบคนมีเจ้าของ” แล้วเดินเข้าอพาร์ตเมนต์ไปเลย

“หมอคนนี้แปลก ทำไมพูดจาเหมือนโกรธเรา” โลแกนนึกขำแกมแปลกใจ

พอเข้าไปเจอยามจางที่เห็นรูปโลแกนในหนังสือพิมพ์เก่าถ่ายกับบรรดานักธุรกิจในฐานะลูกมหาเศรษฐีประธานบริษัทลูคอเปอเรชั่นเอามาให้ดู แต่นาทีนี้ ชามินต์ในสภาพที่หัวใจเจ็บปวดความรู้สึกสับสนแหลกสลายบอกกับยามจางว่าเขาจะเป็นใครก็ช่าง ต่อไปนี้ให้เลิกพูดถึงผู้ชายคนนี้ จำไว้ว่าไม่ต้องพูดถึงผู้ชายคนนี้ให้ได้ยินอีก ทำเอายามจางงง

เมื่อเข้าห้องพัก ชามินต์ยังเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมโลแกนต้องทำเหมือนไม่รู้จักตน นึกถึงคำพูดของโลแกนที่เธอเป็นห่วงว่าเขาจะหลงทาง โลแกนบอกว่า “ถึงผมจะหลงทางหายไป ผมก็จะกลับมาหาคุณหมอจนได้”

“แต่วันนี้นายลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยพูดไว้ ฉันไม่น่า หลงเชื่อนายเลย...” ชามินต์น้ำตาไหลอย่างเจ็บปวดแค้นใจ

ooooooo

ในคืนที่เงียบสงัด...คลาก ครูเกอร์ นั่งในห้องเล่นเปียโนที่บ้าน เขาเล่นเปียโนในอารมณ์ที่เหม่อลอย ...ตกอยู่ในภวังค์ของเรื่องราวในอดีต...

คืนหนึ่ง ในผับที่ไลลาซึ่งเป็นนักดนตรีกำลังเล่นเปียโนด้วยฝีมือและลีลาอ่อนช้อยงดงาม คลากดื่มด่ำทั้งเสียงดนตรีและหลงใหลในความงามของไลลา เขาให้พนักงานนำดอกไม้ช่องามมอบให้เธอ เมื่อเธอมองมาที่เขา คลาก ครูเกอร์ หนุ่มหล่อมาดดี ก็ส่งจูบให้แซวๆ พอเธอค้อนประหม่า คลากก็ยิ้มในความน่ารักของเธอ

การเริ่มต้นที่ดีคืนนั้น นำมาซึ่งการรู้จักสนิทสนมในคืนต่อๆมาที่คลากเพียรไปฟังเปียโนที่ผับ จนเขาอ้อนว่า เมื่อไหร่จึงจะได้ทานอาหารกับเธอสักมื้อ

“คุณก็ส่งดอกไม้มาทุกวันสิ ฉันอาจจะใจอ่อน” ไลลายิ้มขำๆ แต่คลากมองเธออย่างมีความหวัง

จากช่อดอกไม้ในคืนแรก พัฒนาเป็นความรักจนกระทั่ง...คืนนี้...คลากนั่งอยู่หน้าเปียโน น้ำตาไหล เขารำพึงในคืนเงียบสงัดอย่างปวดร้าว...

“ไลลา รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณแค่ไหน...”

เช้าวันรุ่งขึ้น โลแกนที่ความจำกลับคืนมาแล้วเขานั่งที่โต๊ะทำงาน หยิบรูปไลลาที่วางอยู่บนโต๊ะดูรูปแล้วคิดถึงอดีต...

วันนั้น...ไลลาบนเตียงเข็นของโรงพยาบาล ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดและเขม่าควันดำ โลแกนวิ่งตามเตียงปลอบน้อง

“ไลลา...ทำใจดีๆไว้นะ น้องต้องไม่เป็นอะไร”

“พี่โลแกน...ฝาก...คอลินด้วย...ฝาก...ลูกฉันด้วย ...” พูดได้แค่นั้นไลลาก็หลับตาลง โลแกนเขย่าเรียกน้องสาว ไลลาพยายามพูดประโยคสุดท้ายว่า “ฝากลูกฉัน ด้วย...ฉัน...รักพี่”

โลแกนหัวใจสลายทรุดหมดสติไปหน้าห้องฉุกเฉินนั่นเอง...

ทันทีที่รู้สึกตัว โลแกนถามหมอว่าน้องสาวตนเป็นอย่างไรบ้าง หมอบอกว่าเธอทนพิษบาดแผลไม่ไหว โลแกนร้องไห้โฮจะถลาเข้าห้อง เดนิสกอดเขาไว้ท่ามกลางความสลดเศร้าของทุกคน....

“ไลลา พี่สัญญา พี่จะหาตัวไอ้คนที่มันทำกับน้อง แล้วพี่จะฆ่ามันด้วยมือพี่เอง” โลแกนสัญญากับไลลาด้วยความแค้น

วันต่อมา ลุงจินบอกโลแกนว่าถึงเวลารับศพไลลาที่โรงพยาบาลแล้ว โลแกนขอให้ลุงจินไปรับแทนเพราะตนไม่กล้าไปที่โรงพยาบาลอีกแล้ว เมื่อลุงจินไป โลแกนบอกไลลาในรูปว่า

“พี่ยังไม่ลืมสัญญานะ พี่จะตามหาคนที่ฆ่าน้องให้ได้”

ooooooo

เพราะนีล่าไม่ได้รักโลแกนแต่มีใจให้เดนิส วันนี้เธอไปรอเขาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อชวนไปทานข้าวกลางวัน เดนิสถามว่าทำไมเธอไม่ชวนโลแกน เธออ้างว่าโลแกนพาคณะกรรมการไปกินข้าวข้างนอก และตนก็ไม่ได้ทำงานที่นั่น

“ก็ในฐานะคู่หมั้นไง”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากไปกินกับพวกคนแก่ ไปเถอะ อย่าพูดมาก ฉันหิว” พลางคล้องแขนจะพาไป เดนิสมองหน้า บอกว่าถ้าอยากให้ตนไปกิน ให้เอามือออกด้วย นีล่าสะบัดแขนออกอย่างขัดใจ

แต่พอทั้งสองเดินเลี้ยวไปก็เจอชามินต์ สองฝ่ายต่างชะงัก ชามินต์ถามว่าหมอเดนิสจะออกไปข้างนอกหรือ เดนิสตอบทันทีว่าเปล่า หมอชาร์มมีอะไรกับตนหรือเปล่า พอเธอบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา เดนิสบอกว่าได้ นีล่าทักท้วงทันทีว่าเรากำลังจะไปทานข้าวกัน ชามินต์บอกว่ากลับมาค่อยคุยก็ได้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยังไม่หิว นีล่าถ้าเธอหิวเธอก็ไปกินอะไรรองท้องก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพี่คุยธุระกับหมอชาร์มเสร็จแล้วพี่จะตามไป”

“ก็ได้” นีล่าสะบัดเสียงงอนๆ เดนิสจึงเดินไปกับชามินต์ นีล่ามองตามคิดอย่างหวั่นใจ “หรือว่าพี่เดนิสจะชอบหมอชาร์มจริงๆ”

ชามินต์ตัดสินใจบอกเดนิสว่าตนขอยกเลิกงานที่บ้านโลแกน อ้างว่าเกรงจะไม่มีเวลาดูแลคอลิน เดนิส ถามว่าเงินน้อยไปหรือ ขอให้บอกตรงๆ เพราะตนกับโลแกนเป็นเพื่อนสนิทกัน

เดนิสเดาไปต่างๆนานา ชามินต์บอกว่าตนไม่เคย ทำงานนอกสถานที่แบบนี้ แต่ในที่สุดเธอก็ต้องยอมรับงานนี้เมื่อเดนิสขอร้องเพราะตนเห็นว่าไม่มีใครเอาใจและรักเด็กเท่าเธอ ตนอยากให้เธอดูแลคอลิน ขอร้องว่า

“ถ้าไม่มีอะไรลำบากก็ถือว่าช่วยผมหน่อยนะครับ คอลินแกกำพร้าแม่มาตั้งแต่เล็ก พอมาเจอหมอชาร์มแกก็ชอบหมอชาร์มมาก ไม่ว่าหมอสั่งหรือให้ทำอะไรเขาก็ทำตามทุกอย่างเลยครับ ถือว่าสงสารเด็กนะครับ”

เมื่อชามินต์จำต้องรับงานนี้ เดนิสชวนไปทานข้าวด้วยกัน เธอปฏิเสธ และเร่งให้เขารีบไปเดี๋ยวนีล่าจะรอนาน

“ช่างเขาเถอะครับ เขาไม่ได้เป็นแฟนผม เขาเป็นคู่หมั้นโลแกนน่ะครับ เป็นว่าที่แม่เลี้ยงคอลินในอนาคต”

“หรือคะ...ขอตัวนะคะ” ชามินต์ตัดบทฝืนยิ้มและผละไป เดนิสมองตามถอนใจเบาๆ

เมื่อแยกตัวมาแล้ว ชามินต์ปลอบใจตัวเองว่า “เอาน่ะ ถือว่าเป็นหน้าที่ เราไม่ควรเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัว แต่ไม่อยากเห็นหน้านายนั่นเลย เฮ้อ...” ชามินต์ถอนใจเซ็งๆกับภาวะจำยอม

ooooooo

วันนี้เหว่ยซานมาหาโลแกนที่ห้องทำงาน เสนอโครงการน่าสนใจแก่เขา คืองานที่มิสเตอร์จางชวนร่วมหุ้นเปิดกาสิโนใหม่ ตนจึงมาชวนเขาร่วมหุ้นด้วย โลแกนบอกว่าก่อนที่คุณพ่อจะเสีย ท่านย้ำกับตนว่าไม่ให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการพนัน

“แต่นี่มันไม่ใช่บ่อนกาสิโนอย่างเดียวนะ มันจะมีทั้งช็อปปิ้งมอลล์ ศูนย์ประชุม โรงแรม ทุกอย่างครบวงจรรับรองว่าธุรกิจนี้คืนทุนภายในห้าปี”

“ผมต้องขอบคุณท่านเหว่ยซานครับที่มีเจตนาดีต่อผม แต่อย่างที่บอกน่ะครับ ว่าตระกูลของเราได้ล้างมือจากธุรกิจที่เกี่ยวกับอบายมุขและเรื่องผิดกฎหมายแล้ว”

เมื่อหว่านล้อมโลแกนให้ร่วมทุนเปิดกาสิโนไม่สำเร็จ เหว่ยซานเร่งเรื่องการแต่งงานกับนีล่าถามว่าหา ฤกษ์แต่งรึยัง โลแกนบอกว่ายังเพราะตอนนี้ตนกำลังยุ่งกับการขยายธุรกิจใหม่ เหว่ยซานถามว่าหรือเขามีผู้หญิงอื่นอยู่ในใจ โลแกนบอกว่าไม่มี เหว่ยซานกำหนดว่า

หลังปีใหม่เขาต้องแต่งงานกับลูกสาวตนตามข้อตกลง เหว่ยซานดึงโลแกนเข้าไปกอดบอกว่า

“เธอก็เหมือนลูกชายฉัน”

โลแกนกอดตอบ แต่ในความคิด เขาคิดถึงวันที่เข้าไปที่บ่อนและแอบเห็นเหว่ยซานก่อนที่จะทำเสียงดังจนถูกไล่ล่า เขาคิดถามในใจว่า

“คุณไปทำอะไรที่นั่น...เหว่ยซาน”

ooooooo

เย็นนี้ เดนิสขับรถสปอร์ตพาชามินต์มาส่งที่บ้านโลแกน ขณะทั้งสองก้าวลงจากรถเดินเข้าบ้านนั้น โลแกนมองจากชั้นบนยิ้มๆ แล้วทั้งโลแกนกับคอลินก็ลงจากชั้นบนมาด้วยกัน คอลินวิ่งออกมารับชามินต์ที่หน้าบ้าน

ชามินต์ทักและขอจับตัวคอลินบอกว่าตัวไม่ร้อน คอลินไม่สนใจบ่นคิดถึงพี่ชาร์มจังแล้วขอหอมแก้มที

“นี่คอลิน น้าว่านายเจ้าชู้เหมือนพ่อเลยนะ เอะอะหอมแก้มตลอด”

“ก็ผมรักพี่ชาร์มนี่ น้าเดนิสห้ามแย่งนะ”

ชามินต์ตัดบทชวนไปที่ห้องตรวจ เดินเข้าไปเจอโลแกนออกมาพอดี เขาทักชามินต์ถามว่าสบายดีหรือ เธอตอบค่ะแล้วขอตัวเลย คอลินเจ้ากี้เจ้าการดึงชามินต์ออกไปบอกว่าอย่าไปคุยกับป๊ะป๋าเลย

ส่วนรุ่นใหญ่อย่างเดนิสกับโลแกนก็ใช่เล่น เดนิสจับผิดโลแกนว่าอย่าทำเจ้าชู้กับหมอชาร์มมากนัก เพราะดูแววตาเขาจ้องหมอชาร์มมันไม่ปกติ

“ที่ฉันจ้องเขาเพราะทุกครั้งที่เขาเจอฉัน เขาชอบมองฉันแบบแปลกๆ เหมือนกับเขาโกรธอะไรฉันสักอย่าง เหมือนกับว่าฉันเคยทำอะไรให้เขาโกรธ”

“เขาไม่เคยรู้จักนายเขาจะโกรธนายได้ยังไง ฉันว่านายอย่าพูดมั่วเลย นายมันเจ้าชู้ อย่าลืมสิว่านายมีคู่หมั้นแล้วนะ”

โลแกนโต้ว่าเป็นการหมั้นเพราะเรื่องครอบครัว เดนิสดักคอว่าอย่าบอกนะว่าจะไม่แต่งงานกับนีล่า โลแกนอ้างว่าตนไม่เหมาะกับนีล่า เธอเหมาะกับเขามากกว่า ก็พอดีนีล่าเดินเข้ามา เธอขอโทษที่มาช้าเพราะรถติด โลแกนบอกว่ากำลังพูดถึงเธออยู่พอดี นีล่าถามเดนิสว่านินทาอะไรตนอีก

“ไม่ได้นินทา พี่กำลังบอกว่าจริงๆแล้วเธอเหมาะสมกับ...” โลแกนพูดไม่ทันจบเดนิสก็ชิงพูดแทรกว่า

“โลแกนมาก ถ้าเธอสองคนแต่งงานกันจะต้องเป็นคู่ที่ดังที่สุดบนเกาะนี้เลย”

นีล่ามองเดนิสอย่างหมั่นไส้ที่พยายามยัดเยียดตนให้โลแกน พอดีคอลินเดินมากับชามินต์ชวนป๊ะป๋าไปกินข้าวกันเถอะ ชามินต์จะขอตัวกลับ เดนิสรีบพูดว่า

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ บ้านโลแกนก็เหมือนบ้านผม ผมบอกป้าหวาให้ทำอาหารที่คุณชอบ ไปครับ” ว่าแล้วก็เดินนำไป ชามินต์จึงเดินตาม นีล่าชักสีหน้า

โลแกนถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าไม่มีอะไรไปกันเถอะ แล้วเดินหงุดหงิดไป

ที่โต๊ะอาหาร เดนิสตักซุปปลาหิมะให้ชามินต์ นีล่าทำประชดตักอาหารให้โลแกนบ้าง คอลินโวยวายว่าไม่เห็นมีใครตักให้ตนเลย เดนิสแซวว่าเพราะคอลินไม่มีคู่ เลยถูกตัวแสบย้อนว่า “ก็พี่ชาร์มไงคู่ผม น้าเดนิสน่ะมาแย่งผม” ชามินต์เลยเลื่อนซุปปลาหิมะที่เดนิสตักให้ตนยกให้ คอลินขอบคุณ มองหน้าเดนิสถามเย้ย “เป็นไงน้าเดนิส”

สงครามประสาทเล็กๆที่โต๊ะอาหารยุติลงเมื่อโลแกนเปลี่ยนเรื่องถามชามินต์ว่า วันก่อนคุยกันหมอบอกว่ามีแฟนแต่แฟนหายไปถามว่าจะให้ตนตามให้ไหม ตนช่วยได้เผื่อคุณหมออยากตบหน้ามัน

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันลืมเขาแล้ว” ชามินต์ตอบประชด เดนิสถามว่าใคร ชามินต์บอกว่าคนมาอาศัยอยู่ด้วยแล้วอยู่ๆเขาก็หายไป โลแกนติงว่าแต่วันนั้นหมอบอกว่าแฟน

“คุณหมอชาร์มมีแฟนแล้วหรือคะ” นีล่าสนใจจี้ ชามินต์บอกว่าก็แค่คนรู้จักกัน แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ทุกคนมองหน้ากันอย่างเสียบรรยากาศ เดนิสต่อว่าโลแกนว่าอยู่ๆไปถามเรื่องส่วนตัวทำไม เสียมารยาท

โลแกนแก้เกี้ยวว่าเห็นเธอดูแลคอลินเลยอยากช่วยเป็นการตอบแทน

“แต่ผมว่าป๊ะป๋าตั้งใจจะจีบพี่ชาร์มมากกว่า”

โลแกนมองหน้าลูกชายตัวแสบขำๆ แต่นีล่าไม่ขำด้วย เธอมองเดนิสอย่างไม่ชอบใจที่เขาสนใจชามินต์มาก

ชามินต์ไปล้างมือที่ห้องน้ำ เธอจ้องตัวเองในกระจกพึมพำอย่างโกรธจัด

“หน็อย ยังมีหน้ามาถามอีก อยากจะตบหน้าสักฉาด ฮึ่ย...ทำไมหมอเดนิสต้องให้เรานั่งกินข้าวด้วยก็ไม่รู้”

หลังทานอาหาร เดนิสจะไปส่งชามินต์ อ้างว่าตนเป็นคนรับเธอมาก็ต้องไปส่ง นีล่าได้โอกาสบอกว่าดีแล้วแวะส่งตนด้วยเพราะเราไปทางเดียวกัน เดนิสกันท่าว่าวันนี้เอารถสปอร์ตมานั่งได้แค่สองคน

“เอาล่ะครับ ไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวผมให้ลุงจินไปส่งหมอชาร์มแล้วกัน ส่วนนายก็ไปส่งนีล่า” โลแกนตัดบท

เดนิสกับโลแกนกันท่ากันไปมาในที่สุดเดนิสยอมแพ้ต้องไปส่งนีล่าเพราะโลแกนบอกว่าจะให้ลุงจินไปส่งชามินต์ แต่พอไปส่งจริงๆ โลแกนนั่งรถไปด้วยหน้าตาเฉย อ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับหมอ

โลแกนถามชามินต์เรื่องแฟนอีกอ้างว่าอยากจะช่วย ชามินต์โกรธจี๊ด สั่งลุงจินให้จอดรถแล้วลงเลย โลแกนตามไปถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือ ชามินต์ตัดบทเสียงขุ่นว่าให้เขาลองถามตัวเองดู แล้วโบกแท็กซี่ไปเลย

“ให้เราถามตัวเองงั้นหรือ ถ้าเป็นเรา เราก็คงจะไม่ทิ้งผู้หญิงสวยน่ารักอย่างหมอหรอก” โลแกนบ่นงึมงำเดินกลับมาขึ้นรถ ลุงจินถามว่าทำไมอยู่ๆคุณหมอถึงกลับเอง โลแกนบอกว่าคงโกรธที่ตนถามเรื่องแฟน ลุงจินติงว่าเป็นตนก็โกรธเพราะไปถามจี้จุดเขา “อืม ก็คงจริงไอ้ผู้ชายคนนี้มันเลวจริงๆ ถ้าวันนึงฉันรู้ตัวละก็ จะตบหน้ามันสักที ไป...กลับเถอะ”

ฝ่ายชามินต์กลับถึงห้องพักยังหงุดหงิดไม่หาย คิดสงสัยว่าโลแกนทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่?

ooooooo

เดนิสไปส่งนีล่าที่หน้าบ้าน เธอชวนเข้าไปดื่มกาแฟสักแก้ว เดนิสอ้างว่าต้องรีบไปเพราะพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า

“แหม...ทีกับฉันเอางานมาอ้าง ฉันอยากรู้จริงๆว่าถ้าเป็นคุณหมอชาร์มชวนขึ้นไปกินกาแฟบนอพาร์ตเมนต์พี่จะขึ้นไปไหม” เดนิสบอกว่าต้องขึ้นไม่ขึ้นก็เสียมารยาท นีล่าถามตรงๆ ว่าเขาชอบหมอชาร์มจริงหรือ เดนิสบอกว่าหมอน่ารักดีและยังโสดด้วย นีล่าแย้งว่าเท่าที่ตนดูหมอไม่ชอบเขา แต่เดนิสมีความหวังว่าวันนี้ไม่ชอบนานวันไปอาจชอบก็ได้ เมื่อนีล่าเซ้าซี้ เขาเสียงขุ่นว่า ตนจะชอบใครหรือรักใครไม่เกี่ยวกับเธอ

“เกี่ยวสิ...เพราะฉัน...”

“เธอเข้าบ้านได้แล้ว พ่อเธอมองอยู่นั่น ฝากสวัสดีพ่อเธอด้วย”

นีล่าจำต้องเข้าบ้าน เหว่ยซานถามทันทีว่าทำไมเดนิสถึงมาส่ง ที่จริงโลแกนควรมาส่งถึงจะถูกเพราะเขาเป็นคู่หมั้น เตือนว่าต่อไปเลิกทำตัวสนิทสนมกับเดนิสได้แล้วเดี๋ยวโลแกนจะไม่พอใจ นีล่าย้ำกับพ่อว่า บอกแล้วว่าตนไม่ได้รักโลแกน

“ฉันก็บอกแกหลายหนแล้วเหมือนกันว่ารักหรือไม่รักแกสองคนก็ต้องแต่งงานกัน เข้าใจรึเปล่า”

ฝ่ายเดนิสเมื่อแยกกับนีล่าแล้ว เขานึกถึงที่โลแกนเคยบอกว่าตนจะต้องแต่งงานกับนีล่าตามข้อตกลงที่ตระกูลตนกับตระกูลเหว่ยเคยสัญญากัน ถามเดนิสว่าคิดอย่างไร เดนิสนิ่งไปก่อนบอกว่า ก็ดี เขากับนีล่าก็เหมาะสมกันดี

โลแกนบอกเดนิสว่าตนรักนีล่าแบบน้องสาวและรู้ว่าเขารักนีล่า

“ถ้างั้นนายก็ดูผิดแล้ว เพราะฉันรักนีล่าเหมือนน้องสาวเช่นเดียวกับนาย” เดนิสฝืนยิ้มให้โลแกน

ooooooo

เพราะโลแกนฝันเห็นชามินต์บ่อยจนเขาสงสัย ถามหมอโจว่าเพราะเหตุใดจึงฝันเช่นนั้นทั้งที่ตนไม่รู้จักเธอ

“เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นความทรงจำเก่าช่วงที่คุณหายไปจากที่นี่ แล้วไปใช้ชีวิตหรือไปผูกพันอะไรกับเธอก็เป็นได้ครับ” โลแกนถามว่าแล้วมีโอกาสจะจำเรื่องราวที่หายไปช่วงนั้นได้ไหม “มันก็ห้าสิบห้าสิบล่ะครับ อย่าไปวิตกเลยครับ เรื่องแบบนี้บางทีอยู่ๆจะจำได้ มันก็จำได้ขึ้นมาทันทีเลยครับ”

โลแกนภาวนาขอให้จำได้เพราะตนอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร พอหมอโจกลับ คอลินก็เข้ามาปะเหลาะ ป๊ะป๋าว่าตนคิดถึงพี่ชาร์ม กว่าพี่ชาร์มจะมาก็อีกหลายวันให้ป๊ะป๋าชวนพี่ชาร์มมาทานข้าวนอกบ้านกันได้ไหม

โลแกนบอกว่าป๊ะป๋าชวนหมอคงไม่มา แต่จะต่อโทรศัพท์ให้คอลินชวน แล้วคอลินก็อ้อนจนชามินต์รับปาก โลแกนนัดพรุ่งนี้สิบเอ็ดโมงจะส่งรถไปรับ

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 5 วันที่ 13 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ