อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 6 วันที่ 15 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 6 วันที่ 15 พ.ค.59

โลแกนกลับมาที่โต๊ะอาหาร ครู่หนึ่งนีล่าก็ขอตัวกลับ โลแกนบอกว่าอย่าเพิ่งกลับตนมีเรื่องงานจะคุยด้วย

โลแกนเล่าว่าตนจะเปิดมอลล์แถวจูไห่ อยากให้เธอไปเซอร์เวย์รอบๆให้หน่อย ว่าคนแถวนั้นมีไลฟสไตล์อย่างไรบ้าง ชอบหรือไม่ชอบอะไร ให้ไปพรุ่งนี้เลยเพราะวันศุกร์ตนจะเข้าที่ประชุมเรื่องนี้กับกรรมการ นีล่าถามว่าทำไมเขาไม่ไปเอง โลแกนบอกว่าตนติดธุระ แต่จะให้เดนิสไปด้วย นีล่าถามประชดว่าเขาจะว่างหรือ

“ว่าง พรุ่งนี้ฉันว่างทั้งวัน”

โลแกนบอกว่าไม่ได้ไปวันเดียวต้องค้างด้วย เดนิสจะทักท้วงก็ถูกนีล่าดักคอว่าไม่กล้าไปค้างกับตนเพราะกลัวถูกหมอชาร์มเข้าใจผิดใช่ไหม “ไม่ใช่ นี่นีล่าอย่าพูดแบบนี้นะ เดี๋ยวหมอชาร์มได้ยินจะไม่ดี”



“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว พรุ่งนี้นายไปกับนีล่า แล้วเดี๋ยวช่วยขับรถไปส่งนีล่าที่บ้านด้วย” เดนิสติงว่าแต่เขาเป็นคู่หมั้น “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไว้ใจนาย ไป... จะได้ไม่กลับบ้านมืด”

พอเดนิสกับนีล่าออกไป โลแกนก็โทรศัพท์หาชามินต์ทันที เขาโทร.ไปขอโทษชามินต์ที่ตนพูดเล่นจนเธอโกรธ และขอเลี้ยงข้าวขอโทษได้ไหม ชามินต์ตอบเสียงแข็งว่าบอกแล้วว่าตนไม่ได้ใส่ใจเรื่องของเขา แล้วตัดสายเลย

“เดี๋ยวสิครับ” โลแกนบอกไม่ทัน ฟังเสียงปลายสายบ่นขำๆอย่างเสียดาย “ปิดเครื่องซะแล้ว”

ooooooo

อาเหวินเข้าไปรายงานเหว่ยซานในห้องทำงานที่บ้านว่า

“อาเหลียนโทร.มาบอกว่าเมื่อวานหมอชามินต์มาที่บ้านคุณโลแกนกับหมอเดนิสครับ แต่ขากลับไปคนเดียว”

“จากวันนั้นที่เราเจอหมอชามินต์ที่ร้านอาหาร โลแกนมันเคยไปรับส่งหรือพาหมอชามินต์ไปกินข้าวอีกหรือเปล่า”

อาเหวินบอกว่าอาเหลียนบอกไม่มี และตลอดทั้งอาทิตย์ตนไม่เห็นไปเฝ้าหมอชามินต์ อาเหลียนยืนยันว่าหมอชามินต์ไปไหนมาไหนคนเดียวไม่มีใครรับส่ง และเชื่อว่าโลแกนไม่ได้ชอบหมอคนนี้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องห่วงว่าโลแกนจะนอกใจนีล่า” อาเหวินถามว่าจะให้ตามชามินต์อีกไหม “ถ้าแกแน่ใจว่าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องแล้ว” เหว่ยซานยกชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ

วันนี้...พอชามินต์เข้าโรงพยาบาลเหม่ยหงถามว่าไปไหนมาตนโทร.เข้ามือถือก็ไม่เปิด ชามินต์บอกว่าตนปิดโทรศัพท์เพราะรำคาญพวกโรคจิตโทร.มากวน แล้วบอกให้เหม่ยหงไปหยิบฟิล์มเอกซเรย์ของผิงผิงให้หน่อย พอเหม่ยหงออกไป โทรศัพท์ที่โต๊ะก็ดังขึ้น พยาบาลรับสายแล้วส่งให้ชามินต์ เธอถามว่าใคร พยาบาลบอกว่าเพื่อน

ที่แท้เป็นสายจากโลแกน ชามินต์ถามเสียงแข็งว่าโทร.มาทำไม โลแกนบอกว่าแค่อยากคุยกับเธอ

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ แค่นี้นะคะ แล้วหวังว่าคุณจะไม่โทร.หาฉันอีกถ้าไม่มีธุระ” พูดแล้วตัดสายเลย เหม่ยหงถามว่าใคร “อ๋อ...พวกโรคจิตน่ะ”

อึดใจเดียวก็มีเสียงโทร.เข้ามาอีก เหม่ยหงขอรับเองบอกว่าจะเล่นงานไอ้พวกโรคจิตให้สะใจไปเลย

พอรับสายถามว่าใคร ปลายสายขอคุยกับหมอชามินต์บอกว่าเป็นเพื่อน เหม่ยหงถามว่าคนเมื่อกี๊ใช่ไหม พอปลายสายบอกว่าใช่ เหม่ยหงใส่ไม่ยั้ง ด่าจนเหนื่อยแล้วตัดสายเลย พูดอย่างสะใจ “หน็อย...นึกว่าจะแน่”

“สงสัยหมอชาร์มจะโกรธเราจริงๆ” โลแกนจิบชาพึมพำ

ooooooo

เดนิสกับนีล่าไปเซอร์เวย์ตามที่โลแกนมอบหมาย เดนิสชมว่าโลเกชั่นไม่เลว นีล่าชมว่าโลแกนตาแหลมมากที่คิดจะลงทุนสร้างมอลล์ที่นี่

“ถ้าเธอชอบมันพี่ก็ดีใจ เพราะเธอจะต้องเป็นคนคุมโปรเจกต์นี้ ทำให้สำเร็จนะ เพราะมันจะได้เป็นก้าวแรกในการทำงานของเธอ”

“รับรอง ฉันจะทำให้ติดตลาดเลย”

จากการไปทำงานร่วมกัน ทำให้ทั้งสองนึกถึงอดีตที่เคยสนิทสนมเล่นเที่ยวและไปไหนมาไหนด้วยกัน จนเมื่อต่างโตเป็นหนุ่มสาวก็กลายเป็นความรัก แต่ถูกเหว่ยซานกีดกัน เพราะต้องการให้นีล่าแต่งงานกับโลแกนตามสัญญาของบรรพบุรุษสองตระกูล

เหว่ยซานเรียกเดนิสไปเตือนว่า

“ฉันไม่อยากให้ลูกสาวฉันไขว้เขว เธอกับโลแกนก็เป็นเพื่อนรักกัน ฉันไม่อยากให้ผิดใจกันเรื่องนีล่า”

“ครับ จากนี้ไปผมจะระวังการคบหากับนีล่าให้มากขึ้น”

“ฉันดีใจนะที่เธอเข้าใจ” เหว่ยซานพยักหน้าพอใจ แต่เดนิสเจ็บปวดอยู่ลึกๆ

ooooooo

คืนนี้...ขณะ คลาก ครูเกอร์ นิ้วเคาะเปียโนแต่ใจเขาเหม่อลอยถึงอดีตเมื่อครั้งคบหากับไลลา วันนั้นไลลาเลิกเล่นเปียโนแล้วเขาอยากไปส่งเธอที่บ้านอยากรู้จักพี่ชายเธอ แต่ไลลาไม่ยอมให้ไปเพราะพี่ชายดุมากและไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเธอ

คลากหยอกเธอว่าพูดราวกับพี่ชายเธอเป็นมาเฟีย ไลลาบอกไม่ใช่ก็ใกล้เคียง พอถึงสี่แยกเธอบอกให้เขาส่งตรงนี้ คลากบอกว่าพรุ่งนี้จะมารอตรงนี้ ไลลามองหน้าถามว่ารอทำไม

“ก็ผมรักคุณไง”

คำพูดตรงๆอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของคลากทำเอาไลลาสะเทิ้นเขินอายเปิดประตูรถลงไป คลากคว้ามือไว้ทวง

“ยังไม่เห็นบอกผมเลยว่าคุณก็รักผม บอกผมหน่อยเถอะนะ ว่าคุณก็รักผมเหมือนกัน” คลากพยักหน้าให้พูด

ไลลาโผหอมแก้มเขาแทนคำพูด วิ่งข้ามถนนไปแล้วจึงหันมาตะโกน

“ฉันรักคุณ”

ไลลาหัวเราะร่าเริงวิ่งหายไปในสี่แยก คลากดีใจวิ่งตามไป แต่ไม่เห็นเธอแล้ว

ในคืนหนึ่ง...คลากบอกขณะนอนกอดไลลาที่ห้องนอนของเขาว่าอยากพบพี่ชายเธอเพื่อขอเธอแต่งงาน ไลลาบอกว่ากลัวพี่ชายจะไม่ยกให้เพราะคลากยังไม่มีงานทำจะเลี้ยงตนได้หรือ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ถ้าพี่ชายคุณรู้ว่าผมเป็นใคร เขาต้องยกให้แน่ เพราะตระกูลครูเกอร์ของผมสามารถเลี้ยงคุณได้ตลอดทั้งชีวิต” ไลลาสะดุดหูถามว่าเขานามสกุลครูเกอร์หรือ “ใช่...ผมคลาก ครูเกอร์”

“ทำไมคุณไม่บอกฉัน” ไลลาผวาเฮือกหน้าซีด ช็อก

“ผมขอโทษ ผมก็แค่อยากเป็นคนธรรมดามากกว่าไม่ต้องการเป็นลูกของโจ ครูเกอร์ เจ้าพ่อมาเฟีย”

ไลลาลุกขึ้นทันที บอกว่าขืนพี่ชายรู้ว่าตนคบกับเขาพี่ชายต้องฆ่าเขาแน่ คลากถามว่าทำไมถึงต้องฆ่า?

“ฟังฉันให้ดีนะ สิ่งที่พี่ชายฉันเกลียดและไม่ยอมรับก็คือพวกมาเฟีย เราจะให้เขารู้เรื่องของเราไม่ได้”

นึกถึงเหตุการณ์นี้แล้ว คลากอึ้งคิดเห็นใบหน้าคอลินที่ยิ้มน่ารักทักทายกันในห้องน้ำชายที่ร้านอาหาร

วันต่อมาคลากไปหาชามินต์ที่โรงพยาบาล บอกเหม่ยหงว่ามาหาหมอชามินต์เป็นการส่วนตัว

“จะให้เรียนคุณหมอชามินต์ว่าใครมาขอพบคะ”

“ผม คลาก ครูเกอร์ครับ”

เหม่ยหงบอกให้รอสักครู่ แล้วเดินตื่นเต้นไปบอกชามินต์ ถามชามินต์ว่าหมอไปรู้จักพวกมาเฟียตั้งแต่เมื่อไหร่ เขามาหาทำไม หมอไปมีเรื่องอะไรกับเขาหรือ

“รู้จักโดยบังเอิญน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ไปเชิญเขาเข้ามา” เหมยหงบอกว่าได้ยินชื่อแล้วตกใจหมด “จะไปตกใจทำไมเขาไม่ได้ฆ่าเราสักหน่อย พี่เหม่ยหงเชิญเขามาเถอะ”

เหม่ยหงออกไปครู่เดียวคลากก็ผลักประตูเข้ามา ชามินต์ถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือ คลากบอกว่ามาชวนไปทานข้าว ชามินต์ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดว่า

“อย่าหาว่าฉันเสียมารยาทนะคะ ฉันคงไม่ไปทานข้าวกับคุณหรอกค่ะไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน” คลากขอเหตุผลเชิงตัดพ้อ ชามินต์ตอบอย่างผ่าเผยว่า “คุณก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายหรอกนะคะ เพียงแต่ดิฉันไม่ชอบไปไหนกับคนที่ไม่รู้จักค่ะ”

คลากดักคอว่าหรือโลแกนห้าม “ไม่ได้เกี่ยวกับคุณโลแกนหรอกค่ะ เอาล่ะค่ะฉันต้องขอตัวไปทำงานก่อน”

คลากถามว่าเขาจะฝากของเล่นไปให้คอลินได้ไหม เพราะรู้สึกถูกชะตากับคอลินเลยอยากให้ของขวัญ ชามินต์รับฝาก คลากขอบคุณแล้วกลับไป

ooooooo

ตกเย็นชามินต์เอาของเล่นที่คลากฝากไปให้คอลิน เป็นตุ๊กตาหุ่นยนต์ถูกใจคอลินมาก ชมว่าลุงคลากใจดีจริงๆ แต่พอโลแกนรู้ว่าคลากฝากมา ก็สั่งให้คอลินเอาไปทิ้งถังขยะ คอลินไม่ยอม โลแกนก็ดึงจากมือคอลินเอาไปทิ้งเอง

ทุกคนอึ้งกับการกระทำของโลแกน คอลินถึงกับร้องไห้ ชามินต์ไม่พอใจถามว่าทำไมต้องทิ้งด้วย แค่คลากมีน้ำใจและถูกชะตากับคอลินเท่านั้นเอง

“ผมไม่ต้องการให้ใครซื้อของเล่นให้ลูกผม”

“ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนหยาบคายขนาดนี้” ชามินต์ตำหนิแล้วเดินตามลุงจินที่ถือกระเป๋าเครื่องมือหมอเข้าไป

คอลินร้องไห้เสียใจ ถามว่าทำไมป๊ะป๋าใจร้าย ชามินต์ได้แต่ปลอบว่าเดี๋ยวเขาคงซื้ออันใหม่ให้ ส่วนป้าหวาขอโทษชามินต์ แก้ต่างให้โลแกนว่าปกติเขาไม่ใช่คนอย่างนี้ ลุงจินชี้ว่าเป็นเพราะพวกครูเกอร์เป็นมาเฟีย โลแกนไม่ชอบมาเฟีย

“แต่ชาร์มว่ามันเกินไปนะคะ แค่ของเล่นของเด็ก ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย”

ลุงจินกับป้าหวามองหน้ากันนิ่งไม่กล้าพูดอะไรอีก ชามินต์จึงเริ่มตรวจคอลิน เมื่อตรวจเสร็จเดินลงมา โลแกนที่ยืนดื่มเครื่องดื่มอยู่ถามว่าคอลินเป็นอย่างไรบ้าง ชามินต์ตอบสั้นๆ ว่าปกติดี

โลแกนขอโทษเรื่องของเล่น ชามินต์บอกว่าคนที่เขาควรขอโทษคือคอลินมากกว่า คอลินเสียใจที่เขาทำแบบนั้น เตือนว่าอย่าทำนิสัยก้าวร้าวแบบนี้ต่อหน้าเด็กบ่อยๆ มันจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็ก

“ผมแค่ไม่อยากให้ลูกผมไปสนิทสนมกับคลาก ครูเกอร์”

ชามินต์ไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่บอกว่าตนจะทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว ทีแรกโลแกนก็ถามว่าทำไม โกรธตนหรือ เธอบอกว่ารู้สึกว่าตนไม่เหมาะกับที่นี่เท่านั้น เมื่อไม่สามารถยับยั้งได้ โลแกนพูดอย่างไม่พอใจว่า

“หึ...พูดอย่างกับเราต้องง้อ นึกว่าตัวเองเป็นหมอคนเดียวรึไง”

พอชามินต์ออกไปลุงจินจะไปส่ง เธอบอกว่าไม่เป็นไรตนอยากกลับเอง

รุ่งขึ้นโลแกนให้เดนิสหาหมอใหม่ให้เพราะชามินต์ลาออกแล้ว เดนิสถามว่ามีเรื่องอะไรเพราะเธอไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล โลแกนให้ไปถามเธอเอง เดนิสเชื่อว่าโลแกนต้องพูดหรือทำอะไรให้เธอไม่พอใจแน่ แต่โลแกนก็ยังเงียบ

ooooooo

ชามินต์ยังคิดไม่ตกเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมโลแกนจึงทำเหมือนไม่รู้จักตน ขณะนั่งเหงาๆ เหม่ยหงลุ้นให้หมอโจเข้าไปทำคะแนน หมอโจเข้าไปถามเหมือนไม่รู้จะคุยอะไรดีว่า เพื่อนหมอชาร์มที่ความจำเสื่อมเป็นอย่างไรบ้างแล้ว

“อ๋อ...ตอนนี้เป็นปกติดีแล้วค่ะ จำได้หมดทุกอย่าง ยกเว้นฉัน” หมอโจบอกว่าเหมือนโลแกนเพื่อนหมอเดนิสที่จำได้เฉพาะเรื่องในอดีตก่อนที่จะโดนทำร้าย แต่เรื่องปัจจุบันจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่กับใคร”

“จริงหรือคะ ฉันคิดว่าคุณโลแกนเขาแกล้งจำไม่ได้มากกว่า”

“ไม่หรอกครับ ผมทดสอบแล้ว เขาจำเรื่องในช่วงเวลาที่หายไปไม่ได้จริงๆ”

ฟังหมอโจแล้ว ชามินต์รู้สึกปลอดโปร่งขึ้น พยักหน้าบอกกับตัวเองว่า

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี เรื่องทุกอย่างจะได้จบลงเสียที” หมอโจถามว่าเรื่องอะไรหรือ “อ๋อ...หมายถึงว่าคุณโลแกนจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิมของเขาน่ะค่ะ”

“ใช่ครับ เพราะแกเองก็มีทั้งคู่หมั้นมีลูกชาย เหลือแค่แต่งงงานใหม่ ชีวิตก็สมบูรณ์แล้วครับ”

ชามินต์ขอตัวเพราะมีนัดกับแม่เด็ก หมอโจหวังว่าวันหลังค่อยคุยกันใหม่ แต่พอกลับไปเหม่ยหงถามว่าได้นัดหมอชาร์มกินข้าวไหม หมอโจบอกว่ายัง มัวคุยกันเรื่องอื่นไม่มีจังหวะชวน เหม่ยหงได้แต่ส่ายหน้าพึมพำ “โธ่...หมอโจ...”

ooooooo

เดนิสถามชามินต์ว่าโลแกนทำอะไรให้ไม่พอใจหรือถึงลาออก ชามินต์ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับโลแกนเป็นเหตุผลส่วนตัวของตน เธอขอโทษเดนิสที่รับปากเขาแล้วทำไม่ได้ เดนิสบอกว่าไม่เป็นไร ตนส่งหมอคนใหม่ไปแทนแล้ว

หมอเจินที่เดนิสส่งไปรักษาคอลินแทนชามินต์ ถูกคอลินปฏิเสธร่ำร้องหาแต่ “พี่ชาร์ม” หมอเจินจะฉีดยาให้ก็หนีเข้าห้องน้ำปิดประตูขังตัวเอง โลแกนจึงมาจัดการเอง ทั้งปลอบทั้งขู่ก็ไม่สำเร็จ ป้าหวาขอร้องให้ไปตามหมอชาร์มมาดีกว่า

“ไม่ ฉันจะไม่ตามใจเขา” โลแกนขอโทษหมอเจิน บอกว่าเดี๋ยวคอลินออกมาตนจะป้อนยาเอง บอกป้าหวาให้ไปส่งหมอเจินด้วย แล้วตัวเองก็ร้องเรียก “คอลิน ออกมาเสียดีๆ” แต่คอลินไม่ยอมออกมาร่ำร้องหาแต่พี่ชาร์ม โลแกนถอนใจบ่น

“ไอ้หมอนี่ ตามใจมันจนเคยตัว”

ชามินต์ยังครุ่นคิดเรื่องโลแกน เมื่อไปนั่งอยู่หน้าโบสถ์เธอมองพระเยซูบอกว่า

“เขาไม่ใช่โลแกนที่ลูกเคยรู้จักจริงๆ”

เมื่อไปเดินซื้อของและแวะเข้าร้านกาแฟ บังเอิญเจอนีล่านั่งอยู่ก่อนแล้ว นีล่าชวนนั่งด้วยกัน ถามว่าวันนี้ไม่ทำงานหรือ ชามินต์บอกว่าเป็นวันหยุดเลยมาเดินซื้อของ นีล่าถามว่าหมอชาร์มไม่ไปที่บ้านโลแกนแล้วหรือ น่าเสียดายเพราะคอลินรักหมอมาก

ชามินต์ถามว่านีล่ามาคนเดียวหรือ เลยได้ฟังเธอบ่นว่าตนชวนแต่ไม่มา ชวนทีไรก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าต้องทำงาน พูดปลงๆว่า

“แต่นีล่าก็ชินกับความเย็นชาของเขาแล้วล่ะค่ะ” ชามินต์ถามว่าแย่ขนาดนั้นเลยหรือ “ค่ะ...เขาทำดีกับทุกคนยกเว้นนีล่าคนเดียวที่เขาชอบเก๊กใส่ เขาจีบคุณหมอด้วยใช่ไหมคะ”

ชามินต์บอกว่าอย่าเข้าใจผิดเขาไม่ได้จีบ ตนกับโลแกนไม่มีอะไรกัน นีล่าชะงักเพราะที่เธอบ่นนั้นคือเดนิส แต่ชามินต์เข้าใจว่าเป็นโลแกน นีล่ายิ้มขำที่ชามินต์เข้าใจผิด ยกกาแฟดื่ม

“จะว่าไปชาร์มสนิทกับคุณหมอเดนิสมากกว่า” ชามินต์เอ่ย นีล่าสำลักกาแฟถามว่าอะไรนะคะ “จริงๆ แล้วชาร์มสนใจคุณหมอเดนิสมากกว่าค่ะ”

นีล่ายกถ้วยกาแฟค้าง มองหน้าชามินต์อึ้ง เหวอ ...ขณะนั้นเองก็ได้รับโทรศัพท์จากป้าหวาบอกว่าคอลินตัวร้อนจัด ตนโทร.หาหมอเจินแต่หมอปิดเครื่อง โลแกนกับเดนิสก็ไปต่างจังหวัด ขอให้นีล่ามาช่วยพาคอลินไปโรงพยาบาลด้วย

นีล่าจะรีบไป พอชามินต์รู้ก็อาสาไปดูให้ ชามินต์ไปฉีดยาลดไข้ให้คอลินแล้ว บอกว่าอีกสักพักไข้น่าจะลด บอกป้าหวาก่อนกลับว่า “เดี๋ยวพอคอลินตื่น ให้ทานยาน้ำนี่หนึ่งช้อนโต๊ะ แล้วดื่มน้ำมากๆ”

“ฮือๆ ป๊ะป๋าใจร้าย พี่ชาร์ม...ผมคิดถึงพี่ชาร์ม...” คอลินเพ้อ

ชามินต์กับนีล่ามองหน้ากัน ป้าหวาบอกว่าคอลินรักหมอชาร์มมาก ตอนไม่มีไข้ก็พูดถึงแต่คุณหมอตลอดเวลา หลิงหลิงสาวใช้ขอร้องชามินต์ให้กลับมาเพราะหมอเจินให้ยาอะไรคอลินก็ไม่ยอมทานถึงได้ตัวร้อนแบบนี้

ทั้งป้าหวาและหลิงหลิงช่วยกันขอร้องจนชามินต์พูดไม่ออก แต่นีล่าขัดขึ้นว่า

“พวกเราอย่ากวนคุณหมอเลย ที่คุณหมอมารักษาคอลินไม่ได้เพราะว่ามีงาน” แล้วออกไปส่งชามินต์ แต่ออกมาเจอเดนิสกลับมา นีล่าถามว่าไหนว่าไปเกาลูนกัน เดนิสบอกว่าลุงจินบอกว่าคอลินไม่สบายจึงรีบกลับ

“คอลินเป็นยังไง” โลแกนพรวดเข้ามาถาม นีล่าบอกว่าหมอชาร์มฉีดยาให้แล้ว โลแกนถามเสียงขุ่นว่า “แล้วทำไมไม่เรียกหมอเจิน” พอนีล่าชี้แจงก็พาลถามว่า “ทำไมไม่ตามหมอคนอื่น”

เดนิสไม่พอใจบอกโลแกนว่าเขาควรจะขอบคุณหมอชาร์มที่สละเวลามาช่วยดูคอลิน ชามินต์ตัดบทว่าไม่ต้องและขอตัว นีล่าตามชามินต์ออกไป แต่หันชี้หน้าปรามโลแกนว่า “ทำไมพูดจาแบบนี้ เดี๋ยวฉันกลับมาก่อน”

เดนิสถามโลแกนว่าเป็นบ้าอะไร ทำไมพูดจาไร้มารยาทกับหมอชาร์ม โลแกนโต้ว่าในเมื่อเขาไม่อยากมาดูแลคอลินก็ไม่ต้องง้อ หมอมีเป็นร้อย เดนิสจ้องหน้าดักคอว่า

“ฉันว่านายต้องมีอะไรในใจกับเขา” โลแกนถามเสียงแข็งว่ามีอะไร “จะไปรู้หรือ เพราะโดยนิสัยนายไม่ใช่คนแบบนี้” โลแกนไม่พูด เดินขึ้นไปดูคอลิน เดนิส

มองตามส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจพฤติกรรมของเพื่อน

ooooooo

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 6 วันที่ 15 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ