อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 1 วันที่ 25 มิ.ย.59

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 1 วันที่ 25 มิ.ย.59

ณ ถ้ำอัคนีวารีทิพย์ในป่าลึกเมืองกาญจน์ หลวงตาเอี่ยม พระธุดงค์ผู้มีบุญบารมีแรงกล้า ได้พาเณรแคล้วและดำมะกอก ศิษย์เอกตัวน้อยไปฝึกกรรมฐานเพื่อฝึกจิตให้รอดพ้นจากคราวเคราะห์และกรรมเก่า แต่บรรยากาศน่าสะพรึงโดยรอบทำให้สองศิษย์เริ่มหวั่น ยิ่งเมื่อมีเงาดำทะมึนวิ่งผ่านยิ่งตกใจ

เณรแคล้วและดำมะกอกวิ่งไปหลบหลังหลวงตาเอี่ยม ซึ่งยืนนิ่งและพูดกับเงาดำลึกลับนั้นด้วยท่าทีสงบ

“เจริญพร อาตมามาดี เรามาเพื่อบำเพ็ญศีลวิปัสสนากัมมัฏฐาน ขอให้ท่านจงเปิดทางให้เราด้วยเถิด”



เงาดำและเสียงคำรามน่ากลัวค่อยๆหายไป พร้อมกับแสงสว่างที่ลอดมาตามผนังและเพดานถ้ำ ศิษย์เอกทั้งสองยังหวาดกลัวกับสิ่งเร้นลับจนหลวงตาต้องปลอบและอธิบายให้เข้าใจ

“เขาไม่ใช่ผีหรอก เขาคือสางอารักษ์ เป็นภูตเฝ้าถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เรามาดี เขาไม่มายุ่งกับเราหรอก”

“โห...หลวงตา จะสางภูตผีปีศาจมันก็ผีอยู่ดีนั่นแหละ ผมไม่อยู่หรอก” ดำมะกอกโอด

หลวงตาเอี่ยมส่ายหน้าช้าๆ “หลวงตาพาเอ็งสองคนมาที่นี่เพื่อฝึกจิตให้มีสมาธิ ตั้งมั่นแน่วแน่ จำไว้นะ...ดำ เณรแคล้ว เอ็งทั้งสองต้องเริ่มฝึกจิตให้ได้ตั้งแต่วันนี้ก่อนที่...อะไรๆมันจะสายเกินไป”

แต่ถึงจะพยายามสอนแค่ไหน ศิษย์เอกทั้งสองก็ว่อกแว่กจนฝึกไม่สำเร็จ หลวงตาเอี่ยมเหนื่อยใจมาก ได้แต่สวดภาวนาอย่างปลงๆ ก่อนจะเข้าสู่ภวังค์จนเกิดนิมิตเห็นเทพองค์หนึ่ง

“เจริญพร...ท่านคงเป็นเทพที่ปกป้องดูแลถ้ำ อาตมาพาศิษย์น้อยมาฝึกปฏิบัติกรรมฐาน หากศิษย์ของอาตมาซุกซนหรือลบหลู่อะไร อาตมาขออภัยแทนเด็กทั้งสองด้วย”

“มิได้พระคุณเจ้า เรามาเพื่อบอกท่านว่าถึงเวลาของภารกิจอันสำคัญของพระคุณเจ้าแล้ว”

กล่าวจบก็อันตรธานหายไป ทิ้งไว้แค่เสียงแว่วเข้ามาในโสตประสาทของหลวงตาเอี่ยม

“หยดวารีทิพย์...ธาตุศักดิ์สิทธิ์ ทุกพันปีธาตุจะรวมมวลเป็นหนึ่ง ประทับบนโลกเพื่อปราบมารสำคัญ โดยผู้ถูกเลือกที่มีศีลกรรมฐานสูงเช่นพระคุณเจ้า ถึงจะสามารถรวมหยดวารีทิพย์ให้เป็นพญาเหล็กไหลและนางพญาเหล็กไหลได้”

หลวงตาเอี่ยมนั่งสวดภาวนาอีกพักใหญ่หลังจากนั้น พลันบรรยากาศในถ้ำก็เปลี่ยนจากมืดสลัวเป็นมีแสงสว่างคล้ายมีคนจุดไฟทั่วถ้ำ ศิษย์เอกทั้งสองเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น แล้วก็ถึงกับอึ้งไปอึดใจ เมื่อได้เห็นพญาเหล็กไหล หยดน้ำสีดำมันวาวระยับ ไหลมาตามผนังถ้ำช้าๆ พร้อมกันกับนางพญาเหล็กไหล หยดน้ำสีดำปนแดงเข้ม

“อีกไม่นาน...คงกระพันนารี...กุมารผู้พิทักษ์เหล็กไหลจะจุติ นางจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะมีอำนาจควบรวมเหล็กไหลทั้งหมดให้มีแสนยานุภาพทรงพลังเหนือศาสตราใด...”

ooooooo

หลายสิบปีต่อมา...เณรแคล้วลาสิกขา กลายเป็นหนุ่มใหญ่และจอมขมังเวทที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงตาเอี่ยม เช่นเดียวกับดำมะกอก สหายรักและพี่น้องร่วมสาบาน แต่โชคชะตาและกรรมเก่า ทำให้เพื่อนรักทั้งสองต้องจากกันในที่สุด โดยที่แคล้วแยกไปอยู่ตามลำพังกับวรมัยหรือแอร์พอร์ท ลูกสาวคนเดียวที่เกิดกับพจนารี เมียเก่า

หลังเลิกกับพจนารี แคล้วก็ลบความทรงจำของลูกสาวและย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแอร์พอร์ทถึงวัยต้องเข้าเรียนมัธยมปลาย จอมขมังเวท อดีตเณรน้อยและหนึ่งในลูกศิษย์เอกของหลวงตาเอี่ยมจึงได้ลงหลักปักฐานที่ญี่ปุ่น แต่เพราะพลังพิเศษของแอร์พอร์ท ที่มีเขาเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับ ก็ทำให้สองพ่อลูกต้องย้ายที่อยู่อีกครั้ง

แอร์พอร์ทมีเรื่องกับพวกนักเลงยากูซ่าเจ้าถิ่น แม้จะจัดการจนแตกกระเจิงและกลับบ้านพักได้อย่างปลอดภัย แต่แคล้วก็ไม่ไว้ใจ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำและสั่งให้ลูกสาวคนเดียวเก็บของ

คำสั่งเด็ดขาดและน้ำเสียงฉุนเฉียวของพ่อ ทำให้แอร์พอร์ทหงุดหงิด โต้อย่างเซ็งๆที่ต้องย้ายที่อยู่อีกแล้ว

แคล้วโมโห ตอกกลับเสียงห้วน “ยังจะพูดดี พ่อย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าใช้ความสามารถนี้ให้คนเห็น ถ้าเจอคนใช้พลังเป็น ฝีมือลูกจะเหมือนโชว์เด็กเล่นไปเลย เก็บของซะ...เราจะไปเที่ยวบินเช้ามืดนี่เลย”

“ไปไหน ทำไมเราต้องย้ายหนีไปเรื่อยๆ เราหนีใครหรือพ่อ”

“สักวันลูกก็จะรู้ สิ่งที่พ่อต้องการตอนนี้ คือคนที่จะคุ้มครองเราได้”

แม้จะไม่เข้าใจคำสั่งและความคิดของพ่อนัก แอร์–พอร์ทก็ไม่มีทางเลือก ต้องผละไปเก็บกระเป๋า รวบรวมสัมภาระเพียงหยิบมือ เพราะย้ายที่อยู่บ่อย แล้วออกจากบ้านที่อาศัยมาหลายปีมุ่งสู่สนามบิน

แคล้วเห็นท่าทางจ๋อยๆของลูกสาวก็อดเห็นใจไม่ได้ แต่เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เลยจำต้องตัดใจขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ หวังพึ่งให้เพื่อนเก่าช่วยหาที่กบดานให้

และระหว่างที่นั่งเครื่องบินกลับเมืองไทยนั่นเอง ที่คำพูดของหลวงตาเอี่ยม ตอนเขาลาสิกขาเมื่อหลายสิบปีก่อน ลอยกลับมาในหัวอีกครั้ง แววตาเมตตาของท่าน ยังตราตรึงในใจเขาจนถึงวันนี้

“ยี่สิบปีที่ข้าให้เอ็งบวชเรียน คงช่วยให้เอ็งมีสติพอจะประคองชีวิตให้ผ่านกรรมที่เอ็งต้องเจอไปได้”

“หลวงตาพอจะบอกได้รึยังครับ ว่ากรรมอะไรที่ผมต้องเจอ”

“มันเป็นชะตาที่ลิขิตมาแล้ว เอ็งมีหน้าที่สำคัญต้องดูแลปกป้องผู้มีบุญบารมีต่อไปในอนาคต”

คำพูดของหลวงตา ทำให้แคล้วนึกสงสัย แต่ไม่ทันอ้าปากถาม หลวงตาเอี่ยมก็หยิบพญาเหล็กไหลและนางพญาเหล็กไหลให้เขาเก็บไว้เสียก่อน พร้อมกำชับ

“เอ็งเคยเห็นกับตาแล้วว่าสิ่งนี้มีพลังมากแค่ไหน อันนี้ของเอ็ง...หากยึดมั่นในความดีงาม ไม่ปล่อยใจไหลไปตามด้านมืดกิเลสตัณหา พญาเหล็กไหลจะส่งเสริมให้เจ้าเจริญรุ่งเรือง และมีพลังพอจะยับยั้งพลังมารได้”

สายตาของแคล้วจ้องไปที่พญาเหล็กไหลด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจสุดขีด

“พญาเหล็กไหล โห...หลวงตาให้ผมจริงๆเหรอครับ”

หลวงตาเอี่ยมพยักหน้า ก่อนจะชี้ไปที่นางพญาเหล็กไหล “ส่วนอีกอัน...ถึงวันหนึ่งเอ็งจะรู้ว่าต้องมอบให้ใคร”

หลายปีต่อมาในชีวิตฆราวาส แคล้วแต่งงานกับพจนารีและมีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อว่าหนูนา และเพียงไม่กี่ปีหลังจากลูกสาวกำเนิด เขาจึงได้เข้าใจคำพูดทิ้งท้ายของหลวงตาเอี่ยม เพราะผู้มีบารมีคนนั้นก็คือลูกสาวของเขาเอง

“หมายความว่า...ผมต้องนำนางพญาเหล็กไหลใส่ไว้ในร่างเธอหรือครับ”

“ที่สำคัญ...เอ็งจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ แม้กระทั่งตัวนังหนูเอง”

“แล้วถ้าวันหนึ่งเธอเกิดสงสัยว่าทำไมร่างกายถึงสามารถทนต่อสิ่งที่มากระทบได้ล่ะครับ”

“ข้าเป็นพระ คงสอนวิธีโกหกไม่ได้ เอ็งลองหาทางเอาเองละกัน”

แคล้วไม่มีทางเลือก ต้องใส่นางพญาเหล็กไหลเข้าไปในตัวหนูนา ลูกสาวคนเดียว พร้อมกับฝึกวิชา รวมทั้งฝึกให้เด็กหญิงนั่งกรรมฐาน เพื่อควบคุมพลังพิเศษในตัว โดยไม่เคยอธิบายสักครั้งว่าพลังพิเศษที่ว่า ทั้งหนังเหนียวและแทงไม่เข้านั้น มีที่มาที่ไปมาจากไหน แม้แต่พจนารีก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง...หนูนาถูกรถชนกระเด็น แต่กลับไม่เป็นอะไร แคล้วจึงได้สำเหนียกว่าคงปั้นเรื่องหลอกลูกสาวได้ยากเต็มที สุดท้ายเลยตัดสินใจบอกความจริงบางอย่าง ด้วยการให้ลูกสาวฝึกนั่งสมาธิขั้นสูง

“มันเป็นการฝึกวิชาผู้วิเศษ ซึ่งพ่อได้เสกคาถานี้ไว้กับลูก”

“ดีจัง งั้นคุณพ่อสอนวิชาผู้วิเศษให้หนูนาด้วยสิ หนูนาอยากเป็นผู้วิเศษ”

“ได้ แต่ลูกห้ามนำวิชานี้ไปใช้หรือทดลองกับคนอื่น...ตกลงไหม”

“ตกลงค่ะ หนูนาจะฝึกไว้เฉยๆ”

ooooooo

วรมัยหรือแอร์พอร์ทตื่นจากหลับใหล พร้อมกับดึงตัวเองจากอดีตเมื่อหลายปีก่อน ความทรงจำสลัวรางเกี่ยวกับแม่เลือนรางเต็มทีจนแทบจำอะไรไม่ได้ และแคล้วก็พอใจให้เป็นแบบนั้น เพราะไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวต้องมีห่วงจนแอบไปทำอะไรลับหลังให้ตัวเองมีภัย

สองพ่อลูกบินมาถึงเมืองไทยในเช้าวันต่อมา และได้รับการช่วยเหลือจากคฑา นายตำรวจตงฉินชั้นผู้ใหญ่ เพื่อนเก่าของแคล้ว ให้พักในบ้านคุ้มครองพยาน บรรยากาศในบ้านทำให้แอร์พอร์ทคิดถึงวัยเยาว์ และจักรยานคันเก่าที่พิงพังพาบในห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ก็ทำให้เธอยิ้มกว้าง และไม่รอช้าจะพามันไปโลดแล่นรอบเมือง

เวลาเดียวกันที่ตลาดกลางใจเมือง...ณัฐเดช นายตำรวจหนุ่มหล่ออนาคตไกล ไล่ล่าโจรปล้นร้านทองอย่างดุเดือด โดยมีหมวดจ๋า ตำรวจสาวหน้าใสแต่ฝีมือไม่ใสตามใบหน้า ล้อมจับอีกแรง และก็เพราะความดีความชอบครั้งนี้ ทำให้ตำรวจหนุ่มได้ทำคดีสำคัญ คือคดีฆาตกรรมหลวงตาเอี่ยม ผู้มีพระคุณของเขา

คฑาเป็นคนมอบหมายให้ณัฐเดชดูแลคดีหลวงตาเอี่ยมด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าคงไม่มีใครเหมาะเท่า

“ขอบคุณครับท่านรอง หลวงตามีบุญคุณกับผม ถ้าผมเคลียร์คดีนี้ไม่ได้ ผมนอนตายตาไม่หลับแน่นอน”

“ไม่มีใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลังหลวงตาเอี่ยมได้ดีเท่าหมวด คดีฆาตกรรมพระแบบนี้มันสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ เพราะหลวงตาเป็นพระสายสมถะ ไม่โด่งดังร่ำรวยอะไร”

“สิ่งที่หลวงตามี มันเป็นความเชื่อที่มีค่ามากกว่าเงินทองมากครับ...ท่านรอง”

“หมวดหมายถึง...เหล็กไหลใช่ไหม”

“ครับ มีคนบอกว่าอยู่กับหลวงตาองค์หนึ่ง แต่ผมก็ไม่เคยเห็นนะครับ”

“อาจมีมากกว่าหนึ่งก็ได้ ถ้าจะโยงเป็นประเด็นนี้ละก็ คนที่มีเหล็กไหลในครอบครองคือผู้ต้องสงสัยทั้งหมด!”

ด้านดำมะกอก...หลังจากออกจากวัดก็ผันตัวเองไปเป็นพ่อค้าอาวุธและยาเสพติด อำนาจของพญาเหล็กไหลที่ได้จากหลวงตาเอี่ยม รวมไปถึงวิชาอาคมต่างๆ ถูกใช้ไปในทางชั่วและผิดกฎหมาย อย่างเช่นวันนี้...ที่เขากำลังใช้พลังพิเศษของพญาเหล็กไหลจัดการนักโทษของกองกำลังชนกลุ่มน้อย!

หลุยส์ราจีฟ หัวหน้ากองกำลังชนกลุ่มน้อย มองผลงานอำมหิตของดำมะกอกด้วยความทึ่ง แม้ว่าเขาจะมีทั้งเงินและกองกำลังทหาร แต่พลังพิเศษของอีกฝ่ายก็เป็นสิ่งที่ดูถูกไม่ได้

“คุณคงพอรู้มาบ้าง สงครามแยกดินแดนครั้งนี้ หลายสิ่งหลายอย่างดูสับสน อำนาจ อุดมการณ์ ศีลธรรมเก่าๆ และความจำเป็นที่จะปฏิรูปกองทัพ แต่ที่นั่นกับคนพื้นเมืองเหล่านี้ มันมีบางสิ่งล่อใจพอจะสถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้า”

“คนเราต้องมีข้อขัดแย้งในใจกันทุกคน ระหว่างความมีเหตุผลกับไร้เหตุผล ระหว่างความดีกับความชั่ว”

“ซึ่งความดีก็ไม่ใช่จะเสมอไป บางครั้งด้านมืดของจิตใจสามารถชนะสิ่งที่เรียกว่าผู้ที่ประเสริฐกว่า”

“โดยธรรมชาติของมนุษย์ ทุกคนมีจุดแตกหัก คุณกับผมก็มี ผมจะพิสูจน์สิ่งที่เกินคำว่าวิปลาสให้ดูกัน...”

ขาดคำดำมะกอกก็แสดงอิทธิฤทธิ์จากพญาเหล็กไหลให้ดูอีกรอบ ด้วยการปลิดชีพนักโทษการเมืองหลายคน หลุยส์ราจีฟพอใจมาก และไม่รอช้าจะผูกมิตรกับจอมขมังเวทจากประเทศไทยคนนี้!

ooooooo

วรมัยหรือแอร์พอร์ทกลับสู่สภาพนักเรียนอีกครั้ง ด้วยการเข้าเรียนในวิทยาลัยช่างกลแห่งหนึ่งในเมือง หญิงสาวผู้มีพลังลึกลับพยายามปกปิดนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเพราะอิทธิฤทธิ์ของนางพญาเหล็กไหลด้วยการใส่คอนแทกเลนส์ แต่กระนั้น...เธอก็มีเรื่องตั้งแต่เดือนแรกที่มาเรียนจนได้

แดง เดชดนัย หรือแดงมะกล่ำ ลูกชายของดำมะกอก เคยเจอกับแอร์พอร์ทที่ญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน และทันทีที่รู้ว่าเธอกลับมาอยู่เมืองไทยก็รีบบุกไปหาถึงวิทยาลัย แต่โชคไม่ดี ถูกนักเลงเจ้าถิ่นหาเรื่อง เกือบถูกปล้นหมดตัวเสียแล้ว ถ้าฉัตร บอดี้การ์ดส่วนตัวและลูกชายคนเดียวของบิ๊กเจ๋ง คนสนิทของดำมะกอก จะไม่ช่วยไว้

แต่ถึงจะรอดมาได้ เรื่องวิวาทก็ถึงตำรวจจนได้ แดงเลยต้องขึ้นโรงพักพร้อมกับฉัตร ร้อนถึงบิ๊กเจ๋งต้องมาช่วยเคลียร์และประกันตัวให้ ณัฐเดชกับเหล่าตำรวจน้อยใหญ่เฝ้ามองพฤติกรรมกวนประสาทและอิทธิพลของดำมะกอก มาเฟียเจ้าถิ่น ด้วยความระอาใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยตัวแดงกับฉัตร

ฉัตรถูกพ่อต่อว่าอย่างหนักที่ปล่อยให้แดงมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่นจนต้องขึ้นโรงพัก เขาพยายามแก้ตัว ว่าไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง แต่พ่อก็ไม่เชื่อ และคาดโทษเขาอย่างหนัก หากมีครั้งต่อไป!

ระหว่างที่แอร์พอร์ทไปเรียนหนังสือ...แคล้วก็หมกมุ่นกับเรื่องในอดีต เหตุการณ์ที่ผ่านมานานหลายสิบปีวนเข้าหัวเขาอีกครั้ง โดยเฉพาะตอนที่เขายังใช้ชีวิตอยู่กับพจนารีเมียเก่า...

เวลานั้นแอร์พอร์ทยังใช้ชื่อเดิมว่าหนูนา เด็กหญิงไม่รู้เรื่องว่าตนเองมีพลังพิเศษ และมีภารกิจสำคัญรออยู่ เลยไม่เคยสำเหนียกได้ถึงความผิดปกติ ผิดกับพจนารี ที่เครียดหนัก เมื่อเห็นว่าลูกสาวซนและเก่งกล้าเกินเด็กธรรมดา

แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องจนได้ เมื่อจู่ๆหนูนาก็หายตัวไปจากบ้าน!

“เมื่อเช้าลูกบอกว่าจะหาที่ซ่อนใหม่ที่ฉันจะหา ไม่เจอ ฉันสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ กลัวลูกจะเข้าไปในป่า”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ลูกเราเก่งกว่าที่เธอคิดนัก” แคล้วยังไม่คิดมาก

“พี่ก็เอาแต่พูดแบบนี้ ลูกเราก็แค่เด็กตัวเล็กๆ พี่ไม่ห่วงลูกเลย ฝึกวิชาบ้าๆอะไรให้ สักวันฉันจะพาลูกหนีจริงๆ”

“เธอทำแบบนั้นไม่ได้นะ หนูนาต้องอยู่กับฉันเท่านั้น ลูกเกิดมาพิเศษ เธอไม่เข้าใจหรอก อย่าแม้แต่จะคิด ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่ได้เห็นหน้าลูกอีกเลย...จำไว้!”

พจนารีหน้าเสีย กลัวสามีพาลูกหนีไปจริงๆ และมันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อแคล้วไม่ไว้ใจให้เธอดูแลลูกสาวคนเดียวอีก เลยตัดสินใจหอบลูกสาวหนีออกจากบ้านกลางดึกคืนหนึ่ง โดยทิ้งจดหมายลาไว้หนึ่งฉบับ

“พี่ไม่มีทางเลือก ในเมื่อเธอไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ ไม่ต้องตามหาเรา เพราะเธอจะไม่มีวันเจอ ไม่ต้องห่วงว่าลูกจะร้องหาเธอ ลูกจะจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้อีกต่อไป ลาก่อน...แคล้ว”

ooooooo

ดำมะกอกหัวเสียมาก เมื่อรู้จากบิ๊กเจ๋งว่าลูกชายคนเดียวมีเรื่องต้องขึ้นโรงพัก แต่แดงกลับไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย แก้ตัวแกนๆ พร้อมกับขอไปเรียนลีลาศกลบเกลื่อน ดำมะกอกจึงต้องปล่อยเลยตามเลย และหันมาคาดคั้นกับคนสนิทถึงภารกิจสำคัญที่สั่งให้ไปจัดการก่อนหน้า

บิ๊กเจ๋งรอให้แดงออกจากห้อง จึงรายงานเสียงเครียดว่าส่งคนไปควานหาตัวพญาเหล็กไหลและนางพญาเหล็กไหลจากหญิงสาวต้องสงสัย แต่ก็พลาด อีกฝ่ายตอบโต้และหนีไปได้อย่างหวุดหวิด!

ดำมะกอกเจ็บใจมาก “อานุภาพเหล็กไหล แสดงว่าเหล็กไหลอยู่กับนังเด็กนั่น เอาตัวมันมาให้ได้ เราต้องรวมพญาเหล็กไหลให้ครบทั้งสามองค์ แล้วจากนั้นเราก็ต้องตามหาคงกระพันนารีให้เจอ”

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับ ว่าใครคือคงกระพันนารี”

“หลวงตาเคยบอก เมื่อพญาเหล็กไหลและนางพญาเหล็กไหลอยู่ใกล้กัน คงกระพันนารีจะมีดวงตาสีน้ำเงิน!”

จบคำ ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นอีกครั้ง ดำมะกอกยังจำได้ดีถึงคำพูดของหลวงตาเอี่ยม ในวันที่จะแยกจากกัน และวันนั้นเองที่หลวงตามอบพญาเหล็กไหลให้เขา

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 1 วันที่ 25 มิ.ย.59

ละครเรื่องคงกระพันนารี ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทประพันธ์ เรียว ช่อชรอุ่ม
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทโทรทัศน์ วรพันธ์ รวี / ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ / ปิยรส ทองดี
ละครเรื่องคงกระพันนารี กำกับการแสดงโดย ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครเรื่องคงกระพันนารี ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องคงกระพันนารี ติตามชมได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ