อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 11 วันที่ 26 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 11 วันที่ 26 มิ.ย.59

สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อแก้วตื่นขึ้นมาในเช้าวันจัดงานรวมญาติ บ้านมนัสวานิชย์ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ประดับสวยงามมีผ้าทอประดับ มีป้ายงานรวมญาติสายพระยาเชลียง มีตั่งกลางห้องให้วรนาฎนั่ง มีตัวมกรวางขนาบข้าง

ทุกคนตื่นเต้นว่าใครเป็นผู้จัด แก้วยืนยันว่าตนไม่เห็นใครมาจัดเลย ตื่นมาก็เห็นเป็นแบบนี้แล้ว

รัชโรจน์กับวรินทร์มองหน้าอย่างรู้กันว่าต้องเป็นมีฝีมือของวรนาฎแน่ ทันใดนั้นรัชโรจน์ได้รับไลน์แจ้งว่า ดาวเวียงถูกจับได้ตอนนี้ถูกทำลายวิญญาณไปแล้ว วรินทร์ถามว่าเราก็ไม่มีทางรู้ว่าพระขรรค์อยู่ไหนแล้วใช่ไหม

“พวกนั้นกำลังพยายามหากันอยู่ เราต้องถ่วงเวลาทางนี้ไว้ให้นานที่สุด”



แล้วจู่ๆสัปเหร่อก็มาถามสนทรรศน์ว่าพวกเขาใช่ไหมที่จะมารับศพไร้ญาติ แล้วพาไปที่ศาลาซึ่งมีพระรูปหนึ่งยืนหันหลังให้อยู่บอกว่า

“พระผู้นี้แหละ ท่านมาขอไว้ไม่ให้เผา บอกฉันว่าเดี๋ยวญาติๆจะมารับ” พอพระรูปนั้นหันมา สนทรรศน์อุทานขนลูกซู่

“ท่านมหาเถร!”

สนทรรศน์ หนานจรวยและเดชรีบก้มกราบ พอเงยขึ้น มหาเถรก็หายไปแล้ว สนทรรศน์วิ่งไปที่โลงศพทันที เดชวิ่งตามไปดู ตะโกนบอกตื่นเต้นว่า

“อาจารย์ อสูรมันซ่อนศพไอ้อภิศักดิ์ไว้ในโลงศพไร้ญาติจริงๆด้วย”

ทุกคนรีบไปดูพบว่าพระขรรค์ซ่อนอยู่ใต้ซากศพของอภิศักดิ์ สนทรรศน์จับมือหนานจรวยที่ตามองไม่เห็นแล้วมาจับพระขรรค์ หนานจรวยได้สัมผัสพระขรรค์แล้วยิ้มปีติเป็นที่สุด...

ooooooo

ในงานรวมญาติ ญาติมากันเต็มงานมีทั้งญาติจริงและญาติปลอม มานพเข้าไปไหว้วรนาฎแนะนำตัวเอง วรนาฎบอกว่านัยน์เนตรพูดให้ฟังอยู่บ่อยบอกให้ไปคุยกันข้างใน พลางสั่งรังสรรค์ให้ช่วยแจกเข็มกลัดทองคำประจำตระกูลให้ทุกคนด้วย

“แต่มีข้อแม้นะ ญาติทุกคนจะต้องถอดพระและเครื่องรางทุกชนิดฝากไว้ก่อน” วรนาฎบอกว่าให้ถือว่าเข็มกลัดทองนี้เป็นของขวัญจากตน พวกญาติอยากได้เข็มกลัดทองรีบถอดพระไว้ในแก้ว วรนาฎมองอย่างพอใจ...

วรินทร์กับรัชโรจน์กระซิบบอกกันว่าโทรศัพท์ติดต่อพวกสนทรรศน์ไม่ได้เลย ขณะนั้นเอง วรนาฎประกาศหลังจากชมการฟ้อนสุโขทัยจบลงว่า

“วันนี้นับว่าเป็นโอกาสดี ที่พวกเราเหล่าตระกูลสายพระยาเชลียงได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ฉันวรนาฎและครอบครัวมนัสวานิชย์ในฐานะเจ้าภาพยินดีต้อนรับญาติๆ ทุกท่านด้วยใจจริง”

พวกญาติทั้งจริงและปลอมต่างปรบมือแสดงความดีใจกันกึกก้อง ทันใดก็มีชายสองคนถือหีบสมบัติออกมาวางบนโต๊ะที่เตรียมไว้แล้ว ทุกคนมองที่หีบสมบัติเป็นตาเดียว วรนาฎเอ่ยขึ้นว่า

“ที่ฉันเชิญทุกคนมาในวันนี้ ก็เพราะฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องรักษาสมบัติล้ำค่าของบรรพบุรุษอยู่เพียงคนเดียว ฉันอายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ ฉันจึงอยากจะหาทายาทมาช่วยรักษาทรัพย์สมบัติเหล่านั้นแทน”

เสียงฮือฮาดังขึ้น มานพแย่งซีนทำคะแนนว่า

“คุณป้ายังสาว ยังแข็งแรง ยังอยู่กับพวกเราได้อีกนานครับ”

โอฬารเบะปากอย่างหมั่นไส้ ส่วนวรนาฎพยักหน้าให้ชายสองคนที่ยกหีบออกมาเปิดหีบ เห็นสร้อยทองคำโบราณเต็มหีบ ญาติทั้งจริงทั้งปลอมฮือฮา มานพถึงกับลุกขึ้นมองตาโตจนนัยน์เนตรต้องดึงให้นั่งลง แม้แต่โอฬารและสุดาดวงก็มองตะลึง

ooooooo

ขณะที่งานรวมญาติที่บ้านมนัสวานิชย์กำลังดำเนินไปอย่างตื่นเต้นขึ้นทุกทีนั้น ที่ถนนสายหนึ่ง สนทรรศน์ เดช เธียร และหนานจรวยก็กำลังบ่ายหน้ามาอย่างเร่งรีบ แล้วจู่ๆเธียรที่เป็นคนขับรถก็เบรกเอี๊ยดเพราะเจอด่านตำรวจ

ทุกคนเซ็งที่ยิ่งรีบก็ยิ่งมีอุปสรรค...

ที่บ้านมนัสวานิชย์... ก่อนแจกเข็มกลัดทองโบราณ วรนาฎหยิบเข็มกลัดขึ้นมาอันหนึ่ง บอกทุกคนว่า...

“ของพวกนี้...ล้วนเคยอยู่ในตำหนักของพระยาเชลียงเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน บางชิ้นก็เคยประดับบนเรือนกายของสตรีผู้สูงศักดิ์มาแล้ว ทุกคนในที่นี้ ล้วนเป็นคนสูงศักดิ์ที่สืบสายเลือดมาจากพระยาเชลียง ทุกคนจึงมีสิทธิครอบ– ครองมัน แต่ก่อนที่ฉันจะมอบของล้ำค่าเหล่านี้ให้ใคร ฉันมีเรื่องเล่าที่ขาดหายไป
ของพระยาเชลียง ต้นตระกูลเรา มาเล่าสู่กันฟัง เรื่องเล่าที่ถูกกาลเวลาทับถมจมอยู่ในความมืดมน...อนธการ...”

ทุกคนตั้งอกตั้งใจฟัง วรนาฎวาดมือออกไปทันใดนั้น เข็มกลัดที่อกเสื้อของโอฬารก็มีควันดำรูปตะขาบลอยออกมา กระจายกว้างออกไป...ควันดำลอยเข้าจมูกของแขกทุกคนในบ้าน วรินทร์เคลิ้มหลับตาลง วรนาฎเห็นแล้วยิ้ม

กำแพงข้างหลังวรนาฎค่อยๆปรากฏภาพเมืองเชลียงขึ้นรางๆแล้วชัดขึ้น...ชัดขึ้น จนกลายเป็นเมืองเชลียงที่สวยงาม มีผู้คนเดินไปมาหน้าตายิ้มแย้มมีความสุข....

วรนาฎหรือคำหยาดในอดีตชาติ...เดินเข้าไปในเมืองเชลียงที่สวยงาม เล่าสิ่งที่เป็นอยู่เวลานั้นให้ทุกคนฟัง...

“เมืองเชลียงจะไม่มีวันงดงามวิจิตรไปได้ หากขาดช่างศิลป์ผู้รังสรรค์...”

ภาพกลายเป็นบริเวณเตาเผาสังคโลก โขนช่างปั้นร่างกำยำเหงื่อท่วมมันเลื่อมหน้าตามอมแมม กำลังสุมฟืนอยู่หน้าเตา

“ไอ้โขน ธุลีเล็กๆ ที่ไม่มีใครแลเห็น มันกำพร้าแลเติบใหญ่ด้วยเศษข้าวเศษเนื้อของเหล่าช่างปั้น แม้ถูกกดขี่ดูแคลนมันสู้ทนอาบเหงื่อต่างน้ำ วาดหวังจะมีวันของตน...จนกระทั่งวันหนึ่ง ฟ้าก็เปิดทางให้มัน...”

เป็นเหตุการณ์ที่โขนปั้นตัวมกรให้พระยาเชลียง พระยาเชลียงพอใจมาก แต่งตั้งให้เป็นช่างหลวงตบแต่งพิหารหลวงเตรียมจัดงานฉลองใหญ่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง โขนตะลึงตอบด้วยความดีใจสุดชีวิตว่า

“ข้าจักทำอย่างสุดกำลังฝีมือเชียวจ้ะ”

วรนาฎเล่าด้วยน้ำเสียงที่สลดลงว่า “แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องพังทลายลง เทพจากฟากฟ้ากลับบดขยี้มันด้วยฝ่าตีน มันคงผิดเอง ที่จอดเรือไม่ดูฝั่ง จะนั่งไม่ดูแผ่นดิน...”

ภาพกลายเป็น...โขนถูกจับมัดมือไปนั่งคุกเข่าอยู่กลางห้อง เมื่อพระยาเชลียงออกมาก็ถีบโขนกระเด็น ชี้หน้าตวาด

“ไอ้ไพร่สถุล กูอุตส่าห์มีใจเมตตามึงด้วยเห็นว่าเป็นคนมีฝีมือ แต่มึงกลับเหิมเกริมได้ใจ บังอาจลบหลู่กูเยี่ยงนี้ กูจะลงโทษมึงให้จงหนัก”

โขนรีบก้มกราบร้องขอละล่ำละลัก “อภัยให้ข้า... ข้าหารู้ไม่ว่าแม่นางคือธิดาแห่งท่าน หากข้ารู้ ข้าจักกล้าล่วงเกินนางได้อย่างไร”

โขนชี้แจงว่า คำหยาด ธิดาของพระยาเชลียงแต่งตัวเป็นหญิงชาวบ้านไปที่พิหารในยามวิกาล ตนจึงหลงผิด แต่กลับถูกพระยาเชลียงหาว่าโขนไม่สำนึก สั่งให้เอาตัวไปโบยสามสลบ แล้วเอาไปเผาในเตาทุเรียงของโขนเอง

มิไยว่าโขนจะกราบไหว้วิงวอนร้องขอชีวิต แต่ก็ถูกลากออกไปจนได้

วรนาฎถามทุกคนในห้องจัดงานรวมญาติที่ฟังเรื่องในอดีตกันเงียบกริบด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า

“มันถูกต้องแล้วรึ ที่ไอ้โขนต้องถูกลงทัณฑ์จากโทษที่ไม่ได้ก่อ มันถูกแล้วรึ...ที่พระยาเชลียงฟังความจากข้างของพวกตนฝ่ายเดียว มันถูกแล้วรึ...ที่ผู้ครองเมือง ไม่คิดจะฟังคำของไพร่ต่ำต้อยที่ถูกใส่ความ แม้สักเพียงน้อย”

โขนถูกจับโยนลงปล่องไฟเตาทุเรียง ทหารจุดไฟเผาแล้วถอยออกไป วรนาฎพูดอย่างเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังลึกในใจมาเจ็ดร้อยปีว่า

“ไอ้โขนต้องตายอย่างทุรนทุราย ความตายแม้จักทรมาน แต่ความอยุติธรรมกลับทุกข์ทรมานยิ่งกว่าร้อยเท่าพันทวี!”

ooooooo

ภาพและเสียงร้องโหยหวนของโขนในเตาทุเรียงสร้างความสยดสยองแก่ทุกคนในห้องจัดงาน...

ท่ามกลางความเงียบงัน ควันดำลอยกลับเข้าเข็มกลัดของโอฬาร แล้วทุกคนก็ตื่นจากภวังค์ ภาพสยดสยองหายไป โอฬารกับวรินทร์มองหน้ากันอย่างแปลกใจ โอฬารถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อกี๊ตนรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในเมืองเชลียงจริงๆ รังสรรค์บอกว่าตนก็เหมือนกัน และเห็นพ่อเป็นพระยาเชลียงด้วย

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 11 วันที่ 26 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ