อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 2 วันที่ 29 มิ.ย.59

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 2 วันที่ 29 มิ.ย.59

“ว่าแต่...คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่โดนลูกหลงที่กาญจน์แน่นะ”

“แน่! จำผิดแบบนี้ ฉันว่าไปตัดแว่นใส่ดีกว่ามั้ง”

สองหนุ่มสาวคงเถียงกันไม่เลิก ถ้าหมวดจ๋าจะไม่มาตามณัฐเดชไปหาสายสืบเสียก่อน แอร์พอร์ทเลยได้แยกตัวไปสอนยูยิตสู และก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะทั้งสองวนมาเจอกันอีกที่ร้านอาหารริมทางตอนเย็นของวันเดียวกัน

แอร์พอร์ทโมโหมาก เชื่อจริงๆจังๆว่าเขาสะกดรอยตามมา “ถามจริง...คุณตามฉันมาทำไมเนี่ย”



ณัฐเดชนึกสนุก ต่อปากต่อคำด้วยยิ้มๆ “ไม่ได้ตาม จะมากินข้าวขาหมู แต่วันนี้ไม่ขาย เลยแวะมากินก๋วยเตี๋ยวแทน เจอคุณก็ดีละ เพราะผมเพิ่งได้รับคำสั่งจากท่านรองเพิ่มเติม ให้คอยช่วยดูแลคุณกับพ่อคุณแบบใกล้ชิด”

“จะใกล้ชิดทำไม แค่นี้ก็อึดอัดจะแย่แล้ว”

“ท่านเป็นห่วงเรื่องคดีทลายบ้านพัก เพราะมีการฆ่าตัดตอนพวกที่เกี่ยวข้อง ท่านกลัวมันจะลามมาฝั่งตำรวจ”

“แบบนี้คุณควรดูแลพ่อฉันดีกว่ามั้ง”

“ไม่รู้ล่ะ...เอาเป็นว่าตั้งแต่วันนี้ ผมจะวนเวียนแถวๆ คุณทุกวัน ถ้าวันไหนไม่อยู่ ก็จะฝากให้ตำรวจคนอื่นดูแล”

จบคำก็ถือวิสาสะหยิบมือถือเธอมากดเบอร์เขา ก่อนจะพาตัวไปส่งถึงบ้าน แอร์พอร์ทอยากจะบ้าที่ขัดอะไรเขาไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลย พร้อมกับหวังลมๆแล้งๆว่าเขาจะเลิกตอแยและตามติดเธอไปเอง

ooooooo

งานรวมญาติของคฑาผ่านไปแล้ว ไลล่าประสาทเสียมาก ต้องเจอแต่สายตาและถ้อยคำดูถูกถากถางจากบรรดาญาติของพ่อเลี้ยง แต่ก็โวยวายไม่ได้นอกจากเก็บมาระบายกับพจนารี แม่เลี้ยงด้วยความอึดอัดใจ

“จะไปแคร์พวกปากไม่ดีอย่างนั้นทำไม คิดซะว่าปีหนึ่งเจอแค่ครั้งเดียว มันไม่มีผลอะไรต่อชีวิตเราอยู่แล้ว”

“พวกนั้นอาจไม่สำคัญ แต่สายตาญาติๆที่มองว่าล่าไม่ใช่สายเลือดของคนตระกูลนี้ มันเจ็บมากนะแม่”

“ถ้าแม่กับพ่อไม่รักล่าเมื่อไหร่ ค่อยมาเสียใจดีกว่า ช่างหัวไฮโซเถอะลูก ยกเว้นว่าอยากทำตัวเลียนแบบละครโทรทัศน์น้ำเน่า ที่เอะอะก็ต้องดราม่าบีบน้ำตา เรียกเรตติ้งกันแบบไม่มีเหตุผล”

“ล่าไม่ได้เลียนแบบละครโทรทัศน์สักหน่อย ไม่งั้นก็ต้องทำเสียงกรี๊ดๆแล้วล่ะ”

น้ำเสียงและท่าทีที่อ่อนลงของลูกสาวทำให้พจนารียิ้มบางๆ ไลล่าเห็นแม่อารมณ์ดี จึงอ้อนเสียงหวาน

“แม่เล่าให้ฟังอีกสิ ว่าทำไมพ่อถึงตั้งชื่อล่าว่าไลล่า”

“เพราะว่าวันนั้น...ขณะที่คุณพ่อกำลังขับรถไล่ล่าพวกโจร จู่ๆบนรถพ่อก็มีเด็กน้อยน่ารักปรากฏขึ้นมาที่เบาะหลังรถ แล้วส่งเสียงเชียร์ให้พ่อไล่ล่าโจรให้ได้ เมื่อพ่อจับโจรได้ ก็มาพูดกับเด็กคนนั้นว่าขอบใจนะที่มาช่วยไล่ล่ากับฉัน...เจ้าหนูไล่ล่า ต่อมาพวกเราเลยเรียกชื่อเด็กคนนั้นเพี้ยนมาเป็นไลล่าผู้น่ารัก...”

แม้จะสัญญามั่นเหมาะก่อนแยกกันเมื่อคืนก่อน ว่าจะแวะไปรับเธอมาเรียนตอนเช้า แต่ณัฐเดชก็ทำตามสัญญาไม่ได้ เพราะติดภารกิจสำคัญ ต้องไปล่าแก๊งคนร้ายกับหมวดจ๋า และเมื่อภารกิจผ่านพ้น เขาจึงโผล่ไปขอโทษเธอถึงวิทยาลัย แต่กระนั้น...ท่าทางและหน้าตาสะดุดตาของเขา ก็ทำให้แอร์พอร์ทต้องหลบไปคุยในที่ลับตา

“ผมจะมาขอโทษที่เมื่อเช้าไม่ได้ไปรับคุณ นัดครั้งแรกก็ทำพลาดซะแล้ว”

“อ้าว...คุณจะมารับฉันเหรอ มาทำไม ไม่ได้รอเลย ลืมแล้วด้วย”

“คุณลืมจริงๆเหรอ งั้นผมจะได้ไม่รู้สึกผิด”

“แล้วไปทำอะไรตั้งแต่เช้า หรือว่าตื่นสาย”

“ผมไปจับคนร้าย แต่สุดท้ายก็เอาผิดเขาไม่ได้”

แก้วกับริณ แก๊งเพื่อนสาวของแอร์พอร์ทได้แต่มองมายิ้มๆ เพราะชายหนุ่มหน้าตาดีไม่ได้เผยตัวจริงว่าเป็นตำรวจ แต่แกล้งแนะนำตัวว่าเป็นแฟนของแอร์พอร์ทจนเจ้าตัวที่ถูกแอบอ้างถึงกับหน้าตึง และไม่รอช้าจะลากแฟนกำมะลอไปคุยอีกมุม เพื่อหลบสายตาอยากรู้อยากเห็นของสองเพื่อนรัก

ooooooo

ณัฐเดชเล่าเรื่องคดีที่เขาดูแล และเหตุการณ์จับโจรร้ายที่ทำให้เขาหัวเสียถึงตอนนี้ วรมัยหรือแอร์พอร์ทได้แต่รับฟังเงียบๆ ก่อนจะพูดถึงวิธีการตบตาตำรวจของมิจฉาชีพสมัยนี้

“ไม่แน่ว่าพวกคนร้ายอาจทำแบบที่พ่อเคยทำก็ได้ ทำหลักฐานว่าออกนอกประเทศ แต่ไม่ได้ออกจริง”

ตำรวจหนุ่มนิ่วหน้า แอร์พอร์ทเลยอธิบายให้ฟังง่ายๆ

“พ่อมีหนังสือเดินทางสองเล่ม ใช้เล่มแรกประทับ ตราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วเดินออกมา พออีกสามวันพ่อก็เดินทางอีกครั้งโดยใช้เล่มที่สอง คราวนี้บินไปจริงๆ และกลับตามกำหนดที่วางไว้”

“แปลว่าในสามวันนั้น หากพ่อคุณทำผิดอะไร ก็เอาโทษไม่ได้เพราะมีหลักฐานว่าอยู่ต่างประเทศ”

“ใช่...พ่อรับงานโจรกรรม บอกไปอย่างนี้ คุณจะย้อนกลับไปจับพ่อหรือเปล่า”

ณัฐเดชส่ายหน้า “ถ้าที่คุณเล่ามาสามารถนำไปจับกุมคนร้ายได้ แสดงว่าทำคุณไถ่โทษให้พ่อคุณ ว่าแต่ทำได้ยังไง เที่ยวบินต้องมีหลักฐานในคอมพิวเตอร์ชัดเจน”

“นั่นคือข้อเสียของคอมพิวเตอร์ พ่อตั้งใจทำอย่างนั้นเพื่อให้ชื่อปรากฏในนั้นไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตอนเข้าไปอีกครั้ง ก็ใช้หนังสือเดินทางที่สะกดชื่อเพี้ยนจากเดิม เมื่อไปคนละสายการบิน คอมพ์ก็จับไม่ได้ นึกว่าเป็นคนละคนกัน”

“พ่อคุณนี่สุดยอด วันหลังต้องไปเรียนวิชาพวกนี้กับพวกท่านบ้างแล้ว...”

คืนเดียวกันที่บ้านเพียงเมืองกาญจน์...ดำมะกอกหรือชื่อใหม่ว่าดนัย บุกมาเค้นคอเมียเก่าอย่างเพียง ถึงเรื่องลูกชายคนโต ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน แต่เธอก็ปากแข็ง ไม่บอก แถมตอกเสียงห้วน

“ไม่...เขาไม่ใช่ลูกแก เขาดีเกินกว่าจะมีพ่อเป็นสัตว์นรกอย่างแก”

“คนอย่างกูอยากได้อะไรก็ต้องได้”

“เหมือนที่อยากได้พญาเหล็กไหล จนเนรคุณผู้มีพระคุณงั้นเหรอ แกมันยิ่งกว่าเดรัจฉาน ฆ่าได้กระทั่งพระเจ้า”

“กูไม่ได้ทำ!”

“ไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใครไปได้”

“แค่บอกมาว่าลูกเป็นใคร อยู่ที่ไหน เอ็งก็จะไม่เจ็บตัว”

“วันนี้...แกไม่มีทางรู้ในสิ่งที่แกอยากรู้”

“มันต้องมีหลักฐานอะไรสักอย่างสิ”

พูดจบก็รื้อของทั่วห้อง เพียงเครียดมาก เริ่มหายใจติดขัด ต้องหายาพ่นเพื่อบรรเทาอาการกำเริบของโรคประจำตัว แต่ไม่ทันเจอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงตวาดของดำมะกอกผัวเก่า

“เป็นไปได้ยังไง ใบเกิด รูปถ่าย สมุดผลการเรียน ไม่มีอะไรเลย!”

“ก็เพราะฉันรู้น่ะสิว่ามันต้องมีวันนี้ รู้ไว้เลยว่าไอ้พ่อสารเลวที่ทิ้งลูกเมียจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จะไม่มีวันที่ลูกฉันจะเรียกแกว่าพ่อแน่ๆ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไปให้พ้น!”

“กูไปแน่! แต่หลังจากที่มึงบอกมาว่าลูกชายกูเป็นใคร”

ooooooo

เพียงยอมตาย แต่ไม่ปริปากบอกความลับใดๆ เกี่ยวกับลูกชายคนเดียว ดำมะกอกหรือดนัยแค้นใจมาก ตัดสินใจฆ่าเมียเก่าอย่างเลือดเย็น ก่อนจะสั่งบิ๊กเจ๋งให้ตามสืบเรื่องลูกชายคนโต

กว่าณัฐเดชจะรู้เรื่องแม่อาการเพียบหนักก็เกือบไปไม่ทันเสียแล้ว เพราะดันรถเสีย ต้องแวะซ่อมอีกพักใหญ่ ดำมะกอกหรือดนัยผ่านมาเห็น ก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว อีกฝ่ายก็คือลูกชายคนโต

เพียงจากไปหลังจากได้เห็นหน้าลูกชายคนเดียว พร้อมกับคำสั่งเสียสุดท้ายไว้ว่าดำมะกอกคือตัวการเรื่องทั้งหมด ณัฐเดชเสียใจมาก และหมายมั่นปั้นมือจะต้องตามหาเบาะแสเกี่ยวกับคนชื่อดำมะกอกให้ได้

ด้านวรมัยหรือแอร์พอร์ท...นั่งสมาธิช่วยพ่อตามหาเงาเดรัจฉานจนเจอ และแคล้วก็ไม่รอช้า หาทางจับของเล่นทางไสยศาสตร์เพื่อทดลองบางอย่าง แอร์พอร์ทเห็นพ่อไม่กลัวพวกผีร้าย ก็อดแปลกใจไม่ได้ แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นสิ่งของที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกาแขวนภายในห้อง

“พ่อซ่อนยันต์ปราบเงาเดรัจฉานไว้นี่เอง ถึงว่า...ไม่ยอมให้แอร์ยุ่งกับนาฬิกาพวกนี้ เอาไงพ่อ ลุยต่อเลยไหม”

“ยังไม่ได้ ยันต์นี่ยังไม่ครบส่วน พ่อต้องไปถามหาตรงส่วนที่ขาดจากพวกเล่นของดู ไม่แน่...อาจจะได้มาใหม่แบบเต็มผืน ครบเมื่อไหร่ พ่อจะเข้าไปจับมันออกมาเอง ลูกไม่ต้องยุ่งแล้ว”

“ได้ไง...พอรู้ทางเข้าทางออก ก็เฉดหัวอาสาสมัครทิ้งเลยนะ”

“บอกตามจริง ถ้าไม่จำเป็น พ่อไม่อยากให้ลูกมายุ่งเรื่องคุณไสยหรือมนต์ดำพวกนี้หรอกนะ นานวันมันจะเข้าตัวจนถอนไม่ออกเหมือนเพื่อนบางคนของพ่อ”

“ถ้าพ่อกลัวอย่างนั้น แล้วจะมาสอนแอร์ทำไม”

“มันจำเป็น...เพื่อป้องกันลูกจากสิ่งแย่ๆที่จะมาทำร้าย อย่าถามนะว่ามันคืออะไร เพราะพ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“แล้วเพื่อนพ่อที่บอกว่าใช้มนต์ดำจนถอนตัวไม่ออก คือใครเหรอ แอร์รู้จักหรือเปล่า”

“ดำมะกอก...คือชื่อที่ใช้เรียกในหมู่คนเล่นของ เขาเป็นเพื่อนร่วมสาบานที่พ่อไว้ใจมากที่สุด”

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”

“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน เราขาดการติดต่อกันนานมาก...นานจนเขาอาจตายไปแล้วก็ได้”

ดำมะกอกหายสาบสูญจากชีวิตแคล้ว อดีตเณรน้อย ศิษย์เอกของหลวงตาเอี่ยม หรือชื่อใหม่ว่าคำรบ นานหลายปี แต่แท้จริงแล้ว ดำมะกอกไม่ได้หายไปไหนไกลเลย แต่วนเวียนไม่ใกล้ไม่ไกลนัก อย่างเช่นวันนี้ ที่แดงมะกล่ำ ลูกชายคนเล็กตามมาเฝ้าแอร์พอร์ทถึงวิทยาลัย

สองหนุ่มใหญ่ อดีตเพื่อนร่วมสาบานและศิษย์ร่วมสำนักหลวงตาเอี่ยมคลาดกันจนได้ เช่นเดียวกับแดงและแอร์พอร์ท ที่ไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอสถานการณ์แบบไหน หากวันหนึ่งความจริงเปิดเผยว่าพ่อแท้ๆของทั้งสองเป็นศัตรูกัน!

ooooooo

ไม่ใช่แค่แคล้วกับดำมะกอกที่มีความหลัง พจนารีก็มีอดีตฝังใจเรื่องลูกสาวที่เกิดกับแคล้ว ซึ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ว่าเป็นตายร้ายดีเช่นไร

วรมัยหรือแอร์พอร์ท ไม่รู้ตัวว่าแม่แท้ๆกำลังคิดถึง มัวหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆณัฐเดชก็หายหน้าหายตา ไม่โผล่มารับส่งเหมือนที่รับปากเป็นมั่นเหมาะก่อนหน้า แต่ที่แอร์พอร์ทไม่รู้ คือตำรวจหนุ่มต้องอยู่จัดการเรื่องงานศพแม่ที่เมืองกาญจน์ โดยมีคฑา หมวดจ๋าและนายตำรวจร่วมทีมคนอื่นอาสาช่วยงานอย่างแข็งขัน

ในที่สุดบิ๊กเจ๋งกับดำมะกอกก็สืบจนรู้ว่าแคล้วซ่อนตัวที่ไหน แต่ก็ไม่กระโตกกระตากออกไปให้เห็นหน้า ได้แต่ตามสืบจนรู้ว่าแคล้วกบดานในบ้านพักนอกเมืองกับวรมัยหรือแอร์พอร์ท ลูกสาวคนเดียว

“เด็กของเราบอกว่าไอ้แคล้วมักเก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปไหนโดยไม่จำเป็น ส่วนลูกสาวมัน นอกจากไปวิทยาลัยและโรงเรียนยูยิตสูแล้ว ก็ไม่ออกนอกเส้นทางเลยครับ”

“ดี...งั้นเอาตัวเด็กนั่นมา”

“แต่นายจำได้ใช่ไหมครับ ที่มือปืนเราบอกว่าลูกสาวของมันใช้มือบังกระสุน แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย”

“สั่งเด็กเราจัดเต็ม ใช้คนมือดีที่สุด จับลูกสาวมันมาให้ได้ ถ้ามันยิงฟันไม่เข้า แสดงว่าเหล็กไหลอยู่ในตัวเด็กนั่น บางทีเรื่องนี้อาจจะจบแบบที่ฉันไม่จำเป็นต้องฆ่าไอ้แคล้วก็ได้ อย่างน้อยฉันก็เคยร่วมสาบานเป็นเพื่อนกับมัน!”

ดำมะกอกหลับตาช้าๆก่อนจะดำดิ่งสู่ความทรงจำในอดีต เหตุการณ์ที่ทำให้เขาสาบานเป็นพี่น้องกับแคล้ว...

ตอนนั้นทั้งเขาและอีกฝ่ายออกจากวัดแล้ว กำลังอยู่ในวัยหนุ่ม อยากรู้ อยากเห็นและอยากลองดี และ

วันหนึ่งทั้งสองก็ได้รู้ว่าหลวงตาเอี่ยมเก็บตำรามนต์ดำไว้ในกุฏิ

“เอ็งแน่ใจนะว่าหลวงตามีจริงๆ” ดำมะกอกถามด้วยสีหน้ากระตือรือร้น

“แน่ใจสิ ข้าเคยเห็นหลวงตาเก็บล็อกไว้ตั้งแต่ข้าเป็นเณรโน่นแหละ”

“ถ้าเอ็งอยากได้อาคมมหาเสน่ห์ เอ็งต้องไปเอาสมุดใบลานมา มีมนต์ดำทุกวิชาอยู่ในนั้น”

“เอาวะ...อาคมมหาเสน่ห์จะช่วยให้พจนารีเลิกเมินข้าสักที”

ความหวังเรื่องพจนารี หญิงสาวที่ตัวเองหมายปอง ทำให้ไม่กี่วันหลังจากนั้นแคล้วก็ขโมยสมุดใบลานของหลวงตาเอี่ยมมาจนได้ ดำมะกอกรีบเปิดดูด้วยดวงตาเป็นประกาย

“เอ็งมาดูให้เห็นกับตาว่าจริงอย่างที่ข้าพูดหรือเปล่า”

“จริงด้วยว่ะ คาถามนต์ดำทั้งหลายถูกรวบรวมไว้ในนี้ทั้งหมดเลย อย่างนี้ข้าฝึกทุกวิชาเลยได้ไหม”

“ได้อยู่แล้ว แต่เพื่อไม่ให้ใครบอกความลับเรื่องนี้ เราสองคนต้องมากรีดเลือดเป็นเพื่อนร่วมสาบานกันก่อน”

ระหว่างที่ดำมะกอกรำลึกถึงความหลัง...ณัฐเดชเพิ่งกลับจากงานศพของแม่ และไปรับวรมัยหรือแอร์พอร์ทที่ร้านจักรยาน สองหนุ่มสาวทักทายและต่อปากต่อคำกันอย่างสนิทสนมโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะต้องพากันหนีตายแบบไม่คิดชีวิต เมื่อจู่ๆก็ถูกกลุ่มโจรไม่ทราบที่มาตามฆ่า!

ooooooo

กว่าณัฐเดชกับแอร์พอร์ทจะหลบจากกลุ่มคนร้ายได้ ก็สะบักสะบอมเต็มที แต่คนเจ็บมากที่สุด ก็คือตำรวจหนุ่ม เพราะดันโชว์แมนเอาตัวไปบังสาวห้าวจนไหล่หลุด!

แคล้วต้องช่วยปฐมพยาบาลและขยับไหล่คืนให้ ก่อนจะทิ้งให้สองหนุ่มสาวพูดคุยตามลำพัง แอร์พอร์ทเอาเจลประคบแผลมาให้ ณัฐเดชขอบใจเบาๆแล้วตัดสินใจบอกสาเหตุที่หายไปหลายวันเพราะแม่ตาย

วรมัยหรือแอร์พอร์ทตกใจมาก หายงอนเป็นปลิดทิ้ง ละล่ำละลักถามใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น

“โดนบุกถึงบ้านโดยไม่มีสาเหตุ ของมีค่าอยู่ครบ”

“แล้ว...คุณพอนึกออกบ้างไหมว่าท่านมีศัตรูอะไรที่ไหน”

“ท่านอยู่อย่างสงบ ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครที่ไหนหรอกครับ”

“แล้วคุณเป็นอย่างไรบ้าง ไหวไหม”

“ไม่ไหวก็ต้องไหว”

“ฉันรู้ว่าคุณไหว คุณถึงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ แล้วก็แข็งแรงขนาดปกป้องฉันได้ คุณเก่งมากเลย เป็นฉันคงทำไม่ได้”

คำพูดปลอบโยนและให้กำลังใจของเธอ ทำให้ณัฐเดชถึงกับน้ำตาคลอ จนต้องเอ่ยขอบใจเธออีกครั้ง

แอร์พอร์ทยิ้มให้บางๆ “ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ คุณช่วยชีวิตฉันไว้ ในเวลาแบบนี้คุณยังทำหน้าที่ได้ดี แม่คุณมองลงมาต้องภูมิใจมากแน่ๆ ที่ลูกชายเข้มแข็งขนาดนี้”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก ความสัมพันธ์ที่ตั้งต้นแบบไม่ดีนัก ค่อยๆเพิ่มความไว้วางใจ และความสนิทสนมกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“พรุ่งนี้ผมมารับจริงๆนะ”

“รู้แล้วน่า บอกเป็นครั้งที่เจ็ดละ คุณพักผ่อนเยอะๆแล้วกัน”

“ผมชอบ...เวลาคุณอ่อนโยนแบบนี้”

แอร์พอร์ทหน้าแดง เขินจัดจนต้องไล่เขากลับเพื่อกลบเกลื่อนอาการ แล้วผลุนผลันเข้าบ้านไป ทิ้งให้ณัฐเดชมองตามขำๆ เริ่มรู้สึกอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ว่าสาวห้าวคนนี้ก็มีมุมน่ารักกับเขาเหมือนกัน...

ค่ำคืนหลังเหตุการณ์วิ่งหนีคนร้ายจบลงด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพและความอ่อนล้า วรมัยหรือแอร์พอร์ทเข้านอนทันที ก่อนจะตื่นเช้าวันใหม่พร้อมความสดใส แต่พลันก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นเงาเดรัจฉานในห้องนาฬิกาของพ่อ!

ooooooo

เงาเดรัจฉานอาละวาดและคำรามใส่วรมัยหรือแอร์พอร์ท เหมือนจะขู่ให้หญิงสาวผู้มาใหม่หลบออกไปให้พ้น แต่แคล้วหรือคำรบคิดว่าไม่น่าใช่สาเหตุนั้น แต่เป็นเพราะดวงตาสีน้ำเงินสดของลูกสาวคนเดียวมากกว่า

“ไปใส่คอนแทกเลนส์ซะ ดูเหมือนมันจะไม่ชอบตาสีนี้ของลูก”

แอร์พอร์ทผละไปทันที แคล้วเลยหันมาพูดกับเงาเดรัจฉานนิ่งๆ

“อย่าโกรธกันเลย หลังจากทดสอบเสร็จแล้ว เราจะปล่อยเจ้ากลับไป ไม่นานหรอก!”

วันเดียวกันที่หน้าบ้านแคล้ว...สองพ่อลูกมัวสนใจแต่เงาเดรัจฉาน เลยไม่ทันรู้ตัวว่ามีกลุ่มคนน่าสงสัยลอบสังเกตการณ์อยู่ บิ๊กเจ๋งกับพวกนั่นเองที่แอบมาสำรวจบ้านของแคล้วแล้วโทร.ไปรายงานดำมะกอก

“บ้านไม่มีคนอยู่ แต่เหมือนมีพลังงานบางอย่างวนเวียนเฝ้าแถวทางเข้า ดูท่าเพื่อนของนายจะมีวิชาพอตัว”

“คงเป็นของเด็กเล่นไว้หลอกพวกหัวขโมย เอาของที่ฉันให้แขวนคอ รับรองว่าของพวกนั้นได้หนีเตลิดแทบไม่ทัน”

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 2 วันที่ 29 มิ.ย.59

ละครเรื่องคงกระพันนารี ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทประพันธ์ เรียว ช่อชรอุ่ม
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทโทรทัศน์ วรพันธ์ รวี / ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ / ปิยรส ทองดี
ละครเรื่องคงกระพันนารี กำกับการแสดงโดย ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครเรื่องคงกระพันนารี ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องคงกระพันนารี ติตามชมได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ