อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 3 วันที่ 3 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 3 วันที่ 3 มิ.ย.59

เช้าวันใหม่ ที่บ้านสนทรรศน์ กษิดิศฟื้นแล้ว และรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้นั่งสมาธิฟื้นฟูพลัง รับว่าที่หมดแรงคงเพราะใช้พลังจิตเกินกำลัง สนทรรศน์ประชดว่างั้นอุ้ยคงโดนอสูรร้ายของพ่อเล่นงานไปแล้วสิ กษิดิศบอกว่า

“ตอนนี้เด็กคนนั้นยังปลอดภัยดี เพราะได้บุญเก่า ช่วยเอาไว้ แต่เจ้าตัวยังไม่หมดเคราะห์ อสูรมันไม่มีทางรามือง่ายๆ”

สนทรรศน์ไม่เชื่อเห็นว่าสิ่งที่พ่อทำเป็นเรื่องงมงาย แต่กษิดิศย้ำยืนยันว่าตนต้องช่วยอุ้ยให้ได้ เขาถามว่าทำไมต้องเป็นอุ้ยด้วย?



“กรรมที่ผูกกันมาแต่อดีต เป็นตัวลิขิตให้เราทุกคน ได้มาเจอกันในปัจจุบัน ถึงอยากจะหนีก็หนีไม่พ้น ทางเดียวที่ต้องทำคือ หยุดทุกอย่างให้ได้ในชาตินี้”

สนทรรศน์ขอร้องพ่อให้หยุดยุ่งกับตนและเพื่อน กษิดิศนิ่งเครียดไม่ยอมแพ้ หาทางที่จะพบอุ้ยให้ได้ จึงโทร.ไปบอกดุ๊กว่า สนทรรศน์อาการหนัก ทีมทำหนังสั้นจึงมาเยี่ยม กษิดิศบอกวรินทร์ว่าเธอกำลังมีเคราะห์ตนอยากช่วย พ่อลูกโต้แย้งกันหนัก วรินทร์เห็นว่าไหนๆก็มาแล้วจึงอยู่ให้กษิดิศทำพิธี แต่ก่อนทำพิธีเธอถามว่าคุณพ่อไม่เคยเจอตนมาก่อนทำไมถึงทราบว่าตนมีเคราะห์และเคราะห์ที่ว่าคืออะไร

“มนุษย์มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ หนูกำลังต้องรับสืบทอด บาปกรรมที่บรรพบุรุษเคยทำ” วรินทร์ถามว่าบาปกรรมนั้นคืออะไร “เสร็จพิธีก่อนแล้วค่อยคุยกัน พนมมือ ตั้งใจเป็นสมาธินึกถึงพระรัตนตรัย”

กษิดิศพรมน้ำมนต์ใส่ตัววรินทร์แล้วหันไปหยิบพระขรรค์เงินจากแท่นร่ายคาถาเป่ามนต์ลงบนพระขรรค์ ชักออกจากฝัก แล้ววางบนกระหม่อมวรินทร์ สนทรรศน์หวาดเสียวทนไม่ได้บอกให้พ่อหยุดเถอะดึงวรินทร์ให้ลุกขึ้น

“หยุดไม่ได้ ถึงตอนสำคัญแล้ว นั่งลงหนูอุ้ย”

สนทรรศน์ไม่ฟังเสียงดึงวรินทร์ออกไป เอารถมารับเพื่อนๆพากลับ เขาขอโทษเพื่อนๆ และขอบคุณที่อุ้ยไม่โกรธ ส่วนกอหญ้ากับดุ๊กที่นั่งข้างหลังแอบคุยกันว่าท่าทางสนทรรศน์โกรธพ่อน่าดูและคงอายที่พ่อ

ทำอะไรเพี้ยนๆ วรินทร์ตำหนิว่าอย่าพูดถึงผู้ใหญ่แบบนั้น กอหญ้าถามว่าหรืออุ้ยเชื่อที่พ่อพี่ทรรศน์ว่าตัวเองมีเคราะห์จริงๆ?

ooooooo

โอฬารกลับบ้านด้วยความผิดหวังที่ไม่ได้คุยเรื่องเงินลงทุนในบริษัทกับวรนาฎ แล้วก็ตกใจเมื่อแก้วรายงานว่าตอนที่เขาไม่อยู่มีหญิงสาวสวยเอาน้ำหอมมาให้แต่ไม่ยอมบอกชื่อ

โอฬารรู้ทันทีว่าเป็นนิลุบลเมียเก็บของตนแต่ต้องเก็บอาการ รีบกลบเกลื่อนบอกทุกคนว่ามากันเหนื่อยๆ แยกย้ายกันไปพักเสีย

วันต่อมาเขาไปหานิลุบลที่คอนโด เธออ้อนถามว่าจำได้ไหมว่าเคยสัญญาอะไรไว้กับตน เขาหลับตานิ่ง เธอบอกว่าเขาเคยสัญญาจะเปิดร้านอาหารให้ ตอนนี้ตนหาทำเลได้แล้ว

โอฬารบอกว่าตอนนี้ไม่ได้เพราะบริษัทกำลังมีปัญหา ตอนนี้แค่ผ่อนคอนโดกับรถให้ก็แย่แล้ว ถ้าจะเปิดร้านก็ต้องขายคอนโด นิลุบลบอกว่าตนวางมัดจำไว้แล้ว ชวนไปหาซินแสมังกรที่เพิ่งกลับจากไต้หวัน

เชื่อว่าซินแสช่วยเขาได้

เมื่อไปหาซินแสมังกรที่ตำหนัก ซินแสนับนิ้วตรวจดวงชะตาบอกว่าโอฬารกำลังมีเคราะห์ใหญ่ต้องแก้เคล็ดด้วยการลงทุน ใช้เงินต่อเงินถ้าทำเกี่ยวกับอาหารก็จะดี โอฬารบอกว่านิลุบลกำลังอยากทำพอดีตนจะรีบจัดการเลย

“ดีๆ เมื่อฟ้าประทานโอกาส ลื้อต้องรีบคว้า”

ทุกคนยิ้มแย้มพอใจที่โอฬารจะได้แก้เคล็ดให้พ้นเคราะห์ใหญ่ครั้งนี้

ooooooo

กษิดิศเอาสร้อยห้อยพระขรรค์เงินเล็กๆให้สนทรรศน์ดู บอกว่าที่จริงมันเป็นของเขาแต่ตอนนี้คนจำเป็นที่สุดคืออุ้ยให้เขาเอาไปให้เธอใส่ติดตัวไว้ สนทรรศน์ทำท่าจะแย้ง ถูกตัดบทว่า

“แกจะไม่เชื่อฉันก็ได้ เอาเป็นว่า ฉันจะไม่ยุ่งกับหนูอุ้ยอีก ถ้าเขายอมสวมสร้อยพระขรรค์เงินนี้”

สนทรรศน์รับไว้แต่ลังเลว่าจะให้วรินทร์ดีหรือไม่ เขาไปหาวรินทร์ที่ห้องตัดต่อ ชี้แจงเรื่องพ่อเมื่อคืนนี้ เธอบอกว่าไม่ได้คิดอะไรท่านคงมีเหตุผลของท่าน สนทรรศน์ย้ำว่าคุณพ่อมีความเชื่ออะไรบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ถ้าพ่อพยายามติดต่อผ่านใครมาหรือทักอะไรแปลกๆ เหมือนวันนั้นก็อย่าไปสนใจ วรินทร์บอกว่าตนคงไม่ได้พบท่านอีกแล้ว

“ไม่แน่หรอก ถ้าพ่อพี่เขาตั้งใจจะทำอะไร เขาไม่เลิกง่ายๆ”

“แล้วท่านจะทำอะไรล่ะค่ะ?”

จู่ๆไฟในห้องตัดต่อก็ดับ วรินทร์บ่นว่าไม่รู้มันดับ ได้ยังไงเดินสะดุดบางอย่างเพราะมืดมาก สนทรรศ คว้าตัวไว้ทัน

ดุ๊กกับกอหญ้าเห็นสนทรรศน์มาหาวรินทร์ที่ห้องตัดต่อเม้าท์กันว่าพี่เขาอยากดูหนังหรืออยากมาหาอุ้ยกันแน่ ถ้าพี่เนตรรู้มีหวังกรี๊ดสลบแน่ กอหญ้าบอกว่าช่วยไม่ได้อุ้ยน่ารักนิสัยดีกว่า คนมีรสนิยมอย่างพี่ทรรศน์ย่อมเลือกอุ้ยอยู่แล้ว

จริงดังคาด พอนัยน์เนตร์รู้จากพลอยและเมย์ว่าสนทรรศน์มาหาวรินทร์ที่ห้องตัดต่อก็ลิ่วไปทันที เจอสนทรรศน์เอามือถือมากดแสงอีกมือยังโอบวรินทร์ นัยน์เนตรเห็นเต็มตาประชดพูดว่าจะมาช่วยเช็กหนังไม่นึกว่าจะเห็นเลิฟซีนสดๆแทน

วรินทร์ชี้แจงว่าจู่ๆไฟก็ดับ ถูกนัยน์เนตรจับผิดว่าไฟที่ทางเดินไม่เห็นดับ พลอยกับเมย์ก็แจ๋เข้าไปดูบอกว่าในห้องตัดต่อไฟก็สว่างจ้า นัยน์เนตรหาว่าพวก

วรินทร์รวมหัวกันดึงสนทรรศน์มาเล่นหนังสั้นเพื่อจะได้ใกล้ชิด มันเป็นแผนของเธอทั้งหมดแล้วเดินไปอย่างฉุนเฉียว วรินทร์พยายามเรียกไว้จะชี้แจง ส่วนกอหญ้ากับดุ๊กที่เพิ่งเม้าท์กันหยกๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ที่ห้องตัดต่อ...ดาวเวียงยืนดูอยู่ ก่อนที่จะหายตัวไป

ooooooo

ที่คุ้มไม้สักของวรนาฎ...วรนาฎตาวาวตวาดลั่น

“ไม่ได้!! ทายาทของข้าจะมีความรักไม่ได้” ดาวเวียง เสียงอ่อยว่าตนแค่สงสัย “ข้าไม่มีเวลาจะเสี่ยงอีกแล้ว”

“ถ้าอย่างงั้น อิฉันจะไปจัดการไอ้ผู้ชายคนนั้นเอง ตัดไฟเสียแต่ต้นลมจะดีกว่า”

“ไม่ต้อง...หากทำอะไรเกินเลย ให้ทายาทของข้ารู้ตัวทุกอย่างจะพังหมด” ดาวเวียงถามว่าทำยังไงดีเวลา ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว “ข้าจะลงไปจัดการเรื่องทุกอย่างเอง!”

วรนาฎพูดอย่างมาดมั่น

ooooooo

วรินทร์พยายามชี้แจงกับนัยน์เนตรว่าตนไม่คิดอะไรกับสนทรรศน์จริงๆ สัมพันธ์กันแต่เฉพาะเรื่อง ละครเท่านั้น ละครจบก็จบ นัยน์เนตรท้าว่าให้มันจริงเถอะ จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีแล้วกัน จะคอยดู

เมื่อวรินทร์กลับบ้าน เธอปรารภกับแม่ว่ารู้สึกพี่เนตรไม่คอยชอบตน ในสายตาของพี่เนตรตนทำอะไรก็ผิดไปหมด

“แม่ว่าอุ้ยน่าจะเข้าใจเนตรมากกว่านะ อุ้ยก็เห็นแล้วว่าครอบครัวของเนตรเป็นยังไง” สุดาดวงชี้ให้เห็นว่า การที่แม่ของเนตรตายอย่างกะทันหันเนตรตั้งตัวแทบไม่ทันอยู่แล้วยังต้องมาทำใจยอมรับแม่เลี้ยงอีก นี่อาจทำให้เนตรมองโลกในแง่ร้าย สอนลูกว่า “ถ้าเรามองคนอื่น ด้วยเหตุด้วยผล เราก็จะเข้าใจเขามากขึ้น”

“ค่ะคุณแม่ อุ้ยโชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่พร้อมหน้า” วรินทร์กอดแม่ไว้อย่างมีความสุข

ooooooo

มานพพ่อของนัยน์เนตรติดหนี้พนันถูกนักเลงบ่อนตามมาข่มขู่คุกคามถึงที่บ้านว่าให้หาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นคราวหน้าไม่รอดแน่
นัยน์เนตรผิดหวังมากที่พ่อติดการพนัน แต่มานพอ้างว่าตนดิ้นรนหาเงินเพื่อให้ลูกมีชีวิตที่สุขสบายอย่างที่เคยเป็น แต่เข้าบ่อนแล้วเล่นเสีย ยิ่งเสียก็ยิ่งเล่นหมายกู้คืนจนติดการพนันถอนตัวไม่ขึ้น

“ความสุขของบ้านนี้มันหมดไปตั้งแต่วันที่แม่ตายแล้ว ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว” นัยน์เนตรเสียใจร้องไห้วิ่งออกไป

ฝ่ายโอฬาร ถูกนิลุบลวางยา เอาลิปสติกซุกไว้ที่เบาะรถ สว่างทำความสะอาดรถเจอจึงเอาให้รังสรรค์คิดว่าเป็นของสุดาดวง รังสรรค์เอาไปให้แม่ขณะอยู่กับพ่อ สุดาดวงบอกว่าตนไม่เคยใช้ลิปสติกสีนี้ โอฬารรีบบอกว่าอาจเป็นของคุณต้อมเลขาที่ติดรถตนไปคุยงานกัน เอาลิปสติกไปบอกว่าจะไปคืนคุณต้อม

นิลุบลทำเป็นขอโทษที่ตนเลินเล่อทำลิปสติกหล่นไว้ ถามว่าสุดาดวงสงสัยอะไรหรือเปล่า โอฬารบอกว่า ตนบอกเป็นของเลขา เตือนต่อไปต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้หน่อย

นิลุบลไปหาซินแสที่ตำหนัก ถูกเตือนว่าทำอะไรให้มีสติหน่อยทำโจ่งแจ้งเกินไประวังสุดท้ายจะไม่ได้อะไรเลย นิลุบลตัดพ้อว่าก็ซินแสไม่ช่วยให้ตนเป็นเมียแต่งโอฬารสักที

“อืม...ของแบบนี้จะใจร้อนไม่ได้ ต้องรอให้บ้านใหญ่อีดวงตกกว่านี้ก่อน แต่ไม่นานเกินรอหรอก ตอนนี้ลื้อเร่งให้อาโอฬารเอาเงินมาลงทุนทำร้านอาหารเร็วๆดีกว่า อั๊วปรับแต่งฮวงจุ้ยไว้ให้หมดแล้ว รับรองทำมาค้าขึ้น ขายอะไรก็มีแต่เฮง มีแต่รวย” นิลุบล

บอกว่าตนกำลังพยายามอยู่ ซินแสเร่งว่า “อย่าช้า ถึงจะเป็นของญาติอ๊ัว แต่เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร เกิดมีใครมาให้ราคาสูงกว่า อั๊วคงช่วยอะไรไม่ได้”

ooooooo

สุดาดวงอยากหารายได้ช่วยครอบครัว จึงให้แก้วไปรื้อหาเครื่องทำขนมเค้กในห้องเก็บของ แก้วรื้อไปเจอตุ๊กแกตัวเขื่อง ตกใจร้องลั่น
ท้องฟ้ามืดครึ้มลงฉับพลัน บรรดาสัตว์เลื้อยคลานต่างๆโผล่มาจากซอกมุมและรูท่อ เลื้อยกันยั้วเยี้ย ที่ประตูตะขาบกำลังไต่ขึ้นประตูรั้วอย่างน่าสะพรึงกลัว

แก้วเจอตุ๊กแกตัวเขื่องจนขวัญผวา เสนอว่ารอให้นายสว่างมาทำดีไหมตนกับตุ๊กแกไม่ถูกกัน

“เราไม่ทำอะไรเขา เขาก็ไม่ทำเรา ไม่ต้องกลัว” สุดาดวงปลอบ แต่แก้วถูกบรรดาสัตว์กระโจนเข้าหาจนขวัญกระเจิงหนีออกจากห้อง ไปเจองูเห่าที่สนาม ถูกงูกัดถามสุดาดวงว่าตนจะตายไหม

แต่สุดาดวงไม่เห็นอะไรเลย บอกว่าแก้วตาฝาด มากกว่า หรือถ้ามีมันก็คงหนีไปหมดแล้ว เพราะสัตว์ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ เขาก็ไม่ทำร้ายเรา

“หลานพูดถูก...มนุษย์นั่นแหละน่ากลัวที่สุด”

วรนาฎพูดแทรกขึ้น สุดาดวงกับแก้วหันไปดู เห็นวรนาฎยืนยิ้มอยู่

วรนาฎบอกว่าตนป่วยจึงมาขออาศัยอยู่ที่นี่สักพัก เพื่อรักษาตัว สุดาดวงรีบจัดห้องให้พักอยู่ใกล้ห้องพระเผื่อคุณป้าอยากสวดมนต์ไหว้พระ แต่พอวรนาฎเห็นพระประธานในห้องก็รีบปิดประตูหน้าซีดเผือด สุดาดวงถามว่าเป็นอะไร วรนาฎอ้างว่าคงเดินขึ้นบันไดสูงเกินไป ขอไปอยู่ที่เรือนปั้นหยาด้านหลังได้ไหม สุดาดวงจึงจัดให้ไปอยู่ที่นั่น

วรนาฎถามหาวรินทร์ สุดาดวงจึงให้รัชโรจน์ไปรับกลับมาต้อนรับคุณยาย รัชโรจน์ไปรับปรากฏว่ารถเสีย จึงฝากสนทรรศน์ให้ช่วยพาไปส่ง เมย์กับพลอยจอมสาระแนเห็นเข้า ยุนัยน์เนตรว่าสนทรรศน์คงไม่ได้มาหาเธอเพราะมีตุ๊กตาหน้ารถมาด้วย นัยน์เนตรเจอรัชโรจน์ก็ต่อว่าหาว่าเปิดโอกาสให้ท้ายวรินทร์ไปกับสนทรรศน์ดูไม่งามเสียชื่อวงศ์ตระกูลหมด

รัชโรจน์ชี้แจงว่ารถตนเสีย อบรมนัยน์เนตรว่า “ถ้าห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ก็ช่วยไปสนใจการเรียน สนใจกิจกรรมอะไรที่มันเป็นประโยชน์ดีไหม จะได้สมกับที่เขายกย่องให้เป็นดาว” แล้วรัชโรจน์ก็โทร.ตามช่างมาดูรถ

ooooooo

เรือนปั้นหยาที่ไม่ได้รับการดูแลซ่อมแซมมานานจนสภาพทรุดโทรม วรนาฎเล่าให้สุดาดวงฟังว่า

“หลังจากยายทรัพย์ท่านสิ้น ป้าก็ต้องอยู่ดูแลมรดกของท่าน วัลย์เขายังเขียนจดหมายติดต่อป้าอยู่ ป้าถึงรู้ว่าคุณแม่ป่วยต้องย้ายมาอยู่ที่พระนครนี่” สุดาดวงบอกว่าบ้านทรุดโทรมมากคุณป้าอยู่ไม่ได้หรอก “ไม่ต้องห่วง ป้าอยู่ได้ ดีเสียอีก เงียบสงบไม่วุ่นวายกับใครดี”

วรินทร์กลับมาถึง รีบไปกราบยาย วรนาฎบอกว่า “ยายมาหาหมอที่กรุงเทพฯ เลยจะขอพักอยู่ด้วยสักระยะ อุ้ยคงไม่รังเกียจยายใช่ไหม” วรินทร์ถามว่าคุณยายป่วยเป็น อะไร “โรคคนแก่นั่นแหละ คงต้องให้หมอเขาวินิจฉัยก่อน”

สุดาดวงบอกว่าดีใจมากที่คุณป้ามาอยู่ที่นี่ตนและ หลานๆจะได้ช่วยกันดูแล สั่งให้แก้วขนกระเป๋าไปที่เรือนปั้นหยาและทำความสะอาดให้ด้วย วรินทร์จะไปช่วย

วรนาฎถามว่าที่บ้านนี้มีผู้ชายอีกคนไม่ใช่รึ สุดาดวงบอกว่ารังสรรค์หลับอยู่ อุ้ยจึงจะไปเรียกให้มาช่วย

“ไม่ต้องหรอก ให้เขาพักผ่อนเถอะ คนไม่ได้นอนมาทั้งคืนเดี๋ยวคนของยายก็มาแล้ว” วรนาฎยิ้มเย็น

พอโพล้เพล้ ตะขาบยักษ์ของดาวเวียงก็เลื้อยแหวกกอหญ้าปราดๆไปที่เรือนปั้นหยา ที่บันไดและประตู ปรากฏเงาของตะขาบยักษ์ทาบลง!
รัชโรจน์กลับมาเห็นแก้วลากกระเป๋าไปที่เรือนปั้นหยา ถามว่าทำไมให้คุณยายไปพักที่นั่น

“คุณยายท่านอยากจะพักที่นั่นค่ะเห็นบอกว่าจะมีคนรับใช้ตามมา ป่านนี้ยังไม่เห็น แก้วเลยต้องทำความสะอาดไว้คร่าวๆก่อน”

รัชโรจน์จึงช่วยแก้วลากกระเป๋าไป พอถึงหน้าเรือนปั้นหยาเขาชะงักงัน เมื่อเห็นรอยตะขาบยักษ์เป็นเมือกเหนียวๆ เหมือนที่หน้ารถตนวันก่อน เขารีบเดินขึ้นไปบนเรือน แก้วเดินตามหลังตกใจร้องลั่นว่า

ถูกผีจับขา รัชโรจน์หันไปดู เห็นดาวเวียง บอกแก้วว่านั่นคนรับใช้ของคุณยายต่างหาก

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 3 วันที่ 3 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ