อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 4 วันที่ 7 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 4 วันที่ 7 มิ.ย.59

รัชโรจน์ไปส่งนัยน์เนตรที่บ้าน เจอนักเลงบ่อนมาทวงหนี้มานพพอดี เมื่อมานพไม่มีเงินให้ก็ยึดรถของนัยน์เนตรไป บอกว่าถ้าอยากได้รถคืนก็เอาเงินไปไถ่

พอพวกนักเลงบ่อนไปกันหมดแล้ว วรรณาและพรรณทิพย์เพิ่งลงมาจากข้างบนทำเป็นห่วงใยมานพมาก พรรณทิพย์เห็นรัชโรจน์ก็ทิ้งสายตาอ่อยแต่รัชโรจน์ไม่สนใจ บอกนัยน์เนตรว่าจะไปแจ้งความให้ มานพรีบห้ามบอกว่าไม่เป็นไรตนจัดการเองได้และตอนนี้ตนอยากพัก รัชโรจน์จึงลากลับ

มานพจะออกข้างนอกบอกว่าจะไปหาเงินมาใช้หนี้ ถูกวรรณาดักคอว่าไปหาเงินหรือไปหาเหล้ากินกันแน่ บ่นหัวเสียว่า “โอ๊ย...กรรมอะไรของฉันนะ ถ้ารู้ว่าจะมีหนี้ท่วมหัวอย่างนี้อย่าหวังได้แอ้มฉันเลย”



วรรณาพาลด่าพรรณทิพย์ว่าให้ไปประจบคนแก่ก็ดันไปเจอผีบ้าบอ พรรณทิพย์บอกแม่ว่าประจบคนแก่ตนไม่ถนัดแต่สอยหนุ่มๆ มันงานอาชีพ คิดดู ถ้าตนเป็นสะใภ้บ้านมนัสวานิชย์อย่างน้อยสินสอดก็ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน วรรณาเลยยิ้มออก

ฝ่ายรัชโรจน์กลับถึงบ้านรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่มีเรื่องกันเพราะคุณพ่อมีผู้หญิงอื่นและคุณยายก็รู้เรื่องนี้ เขาจึงจะไปคุยกับคุณยาย รังสรรค์บอกว่าไม่ต้องไป เพราะอุ้ยกำลังไปหาคุณยายใหญ่แล้ว

ที่เรือนปั้นหยา วรนาฎกำลังใช้พลังรักษาดาวเวียง ท่องบ่นมนตราพึมพำจนร่างตะขาบยักษ์กลายเป็นร่างดาวเวียง ก็พอดีกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น วรินทร์เข้ามาขอโทษที่มารบกวนตนมีเรื่องอยากจะถามคุณยายเพราะสงสารคุณแม่มาก

“ไม่ต้องห่วง อุ้ยยังมียายอยู่ทั้งคน ยายมีวิธีทำให้ผู้หญิงคนนั้นไปจากชีวิตของพ่อหลาน ผู้หญิงคนนั้นผูกมัดพ่อหลานไว้ด้วยคุณไสย เราต้องล้างอาถรรพณ์ที่มันทำให้ได้ คืนนี้อุ้ยมาค้างกับยายแล้วยายจะสอนให้”

วรนาฎดึงวรินทร์เข้าไปกอด พอเสื้อวรินทร์สัมผัสกับวรนาฎความร้อนก็แผ่กระจายออกทัวร่างวรินทร์จนวรนาฎผงะ วรินทร์ตกใจจะประคองคุณยายไปพัก

วรนาฎรีบห้ามอย่าเข้าใกล้บอกให้กลับไปก่อน เดี๋ยวดาวเวียงคงมา ตนดูแลตัวเองได้สักพักก็คงหาย วรินทร์จึงลากลับบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่
พอวรินทร์กลับไปแล้ว ดาวเวียงเข้ามาประคอง วรนาฎบอกว่า

“นังเด็กนั่นมันมีพลังประหลาด ตอนนี้พลังข้าถดถอยเพราะรักษาเอ็งจึงยากจะต้านไว้ได้”

ดาวเวียงเล่าว่าผู้ชายที่ชื่อสนทรรศน์สวมสร้อยเครื่องรางให้อุ้ย ตนบาดเจ็บก็เพราะสร้อยเส้นนั้น วรนาฎสงสัยว่าสนทรรศน์ทำไมจึงมีเครื่องรางที่สู้กับอำนาจตะขาบได้ หรือเขาจะมีวิชา

“มันยังหนุ่มแน่น ไม่น่าจะมีอาคม อิฉันคิดว่ามันอาจจะมีอาจารย์ดี”

“อาจารย์ดีงั้นรึ...” วรนาฎครุ่นคิด

ooooooo

ทันทีที่กลับจากศรีสัชนาลัย สนทรรศน์ดิ่งไปหากษิดิศที่สำนักพิมพ์ บอกพ่อว่าตนไม่แน่ใจว่ามันใช่อย่างที่พ่อคิดหรือเปล่า เมื่อกลับมานั่งในห้องพระ กษิดิศกราบพระแล้วเอ่ยขึ้น

“ที่พ่อไม่เล่าที่มาของพระขรรค์เงินให้ฟัง เพราะเห็นว่าแกไม่มีความศรัทธาเชื่อถือ พ่อกลัวว่าแกจะยิ่งต่อต้านมากขึ้น แต่เมื่อแกเอ่ยปากเอง พ่อก็จะเล่าให้ฟัง...”

กษิดิศเล่าตั้งแต่สมัยพ่อของตน คือสุรนิตย์ที่เป็นพ่อค้าเร่ ไปรักกับลูกสาวคหบดีสุโขทัย แต่แม่ของฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ ปู่จึงออกค้าขายแลกเปลี่ยนของโบราณจนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงเดินทางไปบ้านหญิงคนรัก แต่ต้องผิดหวัง

สุรนิตย์เห็นชายชาวจีนกำลังบงการคนงานขนเฟอร์นิเจอร์ออกจากบ้านมากองไว้ จึงเข้าไปถามว่าจะขนไปไหน

ชายจีนบอกว่าเจ้าของบ้านขายทั้งบ้านและเฟอร์นิเจอร์แล้ว มองสุรนิตย์ทักว่าเคยเห็นที่ไหน สุรนิตย์บอกว่าตนเคยเอาของเก่าไปขายให้เฮีย ชายจีนจึงจำได้ถามว่าหายไปไหนนานไม่เห็นหน้าเลย

“ผมไปค้าขายแถวภาคเหนือ แล้วก็ป่วยเป็นมาลาเรียนอนซมอยู่เป็นเดือน เฮียรู้ไหมครับ ทำไมคุณนายชวนชมถึงขายบ้าน”

“อีบอกบ้านนี้มันมีอาถรรพณ์ อาผู้ชายของบ้านอยู่ดีๆก็ตกบันไดตาย อาคุณนายอีก็กลายเป็นคนฟั่นเฟือน เลอะเลือน ลูกสาวคนเล็กอีก็เลยขายบ้านพาแม่ไปรักษาตัวที่พระนคร” สุรนิตย์ถามว่าแล้วลูกสาวคนโตล่ะ “อีย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว สงสัยจะแต่งงานไปละมั้ง”

กษิดิศเล่าถึงชีวิตที่ผกผันของสุรนิตย์ว่า

“ปู่ของแกตามหาคนรักอยู่หลายเดือน ก็ไม่ได้ข่าวคราว ความผิดหวังทำให้ยึดเหล้าเป็นเพื่อน จนเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้ง”

สุรนิตย์เมาเหล้าหัวราน้ำถูกอันธพาลรุมทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เขาหนีไปถึงสะพานถูกมันแทงที่ท้องแล้วถีบตกน้ำ สุรนิตย์จมดิ่งลงก้นแม่น้ำ เลือดจากแผลที่ท้องยังไหลไม่หยุด เขาหมดสติ ฝันเห็นตัวเองตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งนอนแผ่หมดแรงที่ตลิ่งเลือดจากแผลที่ท้องยังไหลไม่หยุด นึกในใจว่ารอดตายแล้ว

“แม้ว่ายถึงฝั่งก็ยังหาได้หลุดพ้นจากวัฏสงสารไม่” เสียงทุ้มเยือกเย็นเอ่ยขึ้น สุรนิตย์หันมองจึงเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งนั่งปฏิบัติสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมตลิ่งนั่นเอง เขาลุกขึ้นกราบ พระธุดงค์ยิ้มให้เอ่ยอย่างเมตตาว่า

“หยุดเถอะโยม เวลาที่เสียไป มันไม่คุ้มกับสิ่งที่ดำรงอยู่ คนรักของโยมนั้น บัดนี้ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไปแล้ว ชาตินี้จะตามก็หาพบไม่”

“ไม่ ผมจะไม่เลิกตามหาวรนาฎ ถึงเธอจะเหลือแต่ซากศพผมก็ต้องได้เห็น”

“คนรักของโยม ก่อกรรมเอาไว้หนักหนานัก โยมเองก็พัวพันอยู่ในวิบากนั้น เจ้ากรรมนายเวรย่อมตามจองล้างมิให้โยมทั้งสองได้สมหวัง แม้แต่ลูกหลานก็ไม่ละเว้น”

“เจ้ากรรมนายเวรผู้นั้นคือใครครับ”

“อสูร”

เมื่อเห็นสุรนิตย์อึ้ง มหาเถรเอ่ยว่า “กุศลกรรมเท่านั้น ที่จะทำให้อสูรร้ายคลายจากอาฆาต” มหาเถรเอี้ยวตัวไปหยิบพระขรรค์เทวดาข้างตัวส่งให้ สุรนิตย์มองพระขรรค์อย่างไม่เข้าใจความหมาย มหาเถรบอกว่า “รักษาไว้ วันใดอสูรร้ายปรากฏตัว โยมจะได้ใช้มัน”

พอสุรนิตย์เงยขึ้นจะถามอีก พระธุดงค์รูปนั้นก็หายไปแล้ว

ที่แท้นั่นคือความฝัน ความจริงเขายังสลบอยู่ก้นแม่น้ำ ในสายตาเขาเห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้าจึงพยายามแหวกว่ายไป เห็นพระขรรค์เงินปักอยู่ก้นแม้น้ำ สุรนิตย์ดึงพระขรรค์เงินขึ้นแล้วพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ ที่สะพาน มีชายฉกรรจ์สี่ห้าคนวิ่งมาชี้ให้ดูสุรนิตย์ที่ลอยตัวกลางแม่น้ำ เขากอดพระขรรค์ไว้แน่น

สิบกว่าปีผ่านไป...สุรนิตย์มีลูกชายคือกษิดิศ เขากับลูกนั่งอยู่ในห้องพระหน้าโต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน สุรนิตย์พนมมือท่องคาถาอะไรบางอย่าง ที่โต๊ะหมู่บูชา มีพานขนาดใหญ่บนพานมีพระขรรค์เทวดาด้ามใหญ่ และพระขรรค์ด้ามจิ๋วสองอัน

กษิดิศเล่าอย่างเลื่อมใสศรัทธาว่า

“ปู่ของแกถือว่า พระขรรค์เงินเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่กายทิพย์ของพระอริยเจ้ามอบให้ ทำให้ท่านเกิดใหม่อีกครั้ง ท่านจึงบูชาเอาไว้ และพอพ่อเกิดมา คุณปู่ก็ปลุกเสกพระขรรค์เงินด้ามจิ๋วขึ้นมา เพื่อให้พ่อห้อยคอ”

เวลานั้นสุรนิตย์บอกกษิดิศในวัยสิบขวบว่า

“พระขรรค์ด้ามจิ๋วนี้ พ่อขอให้อาจารย์ของพ่อปลุกเสกขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องรางไว้ป้องกันภัย สวมเอาไว้นะลูก”

“ป้องกันจากอะไรครับ”

“อสูรร้าย...”

สนทรรศน์ฟังพ่อเล่าจบถามว่า คุณปู่เชื่อว่า ลูกหลานของท่านจะถูกอสูรตามล่าเลยให้ห้อยพระขรรค์เงินไว้ กษิดิศบอกว่าไม่เพียงปู่เชื่อพ่อก็เชื่อ และยิ่งได้เห็นหนังสั้นของอุ้ยวันนั้นก็รู้สึกว่ามันใกล้เราเข้ามาทุกทีแล้ว

ฟังแล้วสนทรรศน์บอกว่าจบแค่นี้ก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ย้ำกับพ่อว่า

“ผมจะเชื่อสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยเหตุผล แต่สิ่งที่พ่อเล่ามามันยังไม่มีอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลเลย ผมของตัวไปนอนนะครับ”

“เดี๋ยว...” กษิดิศถอดสร้อยพระขรรค์เงินที่คอยื่นให้ “สร้อยของแกให้หนูอุ้ยไปแล้ว แกจะไม่มีอะไรคุ้มตัว สวมไว้พ่อขอร้อง”

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 4 วันที่ 7 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ