อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 4 วันที่ 8 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 4 วันที่ 8 มิ.ย.59

“เดี๋ยว...” กษิดิศถอดสร้อยพระขรรค์เงินที่คอยื่นให้ “สร้อยของแกให้หนูอุ้ยไปแล้ว แกจะไม่มีอะไรคุ้มตัว สวมไว้พ่อขอร้อง”

“ขอบคุณครับพ่อ แต่ผมอยากเจออสูร ผมจะได้หายสงสัยเสียที” สนทรรศน์เดินไปอย่างไม่สนใจ

กษิดิศเครียด หันมองรูปสุรนิตย์คิดหนัก

เมื่อกลับถึงห้องนอน สนทรรศน์คิดถึงความฝันที่รีสอร์ต เขาได้พบมหาเถร ท่านมองและบอกอย่างเอ็นดูว่า



“ถึงเวลาที่ต้องตื่นจากนิทราแล้วโยม กรรมใดที่เป็นเหตุให้ผูกไว้ ผู้นั้นจักต้องปลดปล่อย” คิดถึงความฝัน แต่เขาก็ยังปฏิเสธอย่างสับสนว่า “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ เราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องบ้าๆนี่นานไปแล้ว”

ooooooo

นิลุบลหอบทองคำแท่งที่โอฬารให้ไปหาซินแสมังกรที่ตำหนัก ไปถึงจะก้าวลงจากรถ รู้สึกกระเป๋าเบาผิดปกติ จึงเปิดดู ทันใดนั้นตะขาบที่อยู่เต็มกระเป๋าก็ไต่ยั้วเยี้ยมาตามมือตามตัว นิลุบลร้องกรี๊ดสุดเสียง

ซินแสได้ยินเสียงออกมาดู เห็นนิลุบลเต้นเหยงๆ อยู่คนเดียวไม่เห็นอะไร เพ่งจิตจึงเห็นตะขาบยั้วเยี้ยไปหมด

“สมุนปีศาจ! หยิบกระบี่ไม้ไผ่มา” พอศิษย์เอากระบี่ไม้ไผ่มา ซินแสฟันกระบี่ไปมา ตะขาบตามตัว

นิลุบลก็หายไป ซินแสบอกให้นิลุบลเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น

นิลุบลบอกว่าตนก็ไม่รู้ จู่ๆทองคำแท่งที่โอฬารให้มาก็กลายเป็นตะขาบ ซินแสถามจนรู้ว่าใครให้ทองคำแท่งมา จิกตาพึมพำว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา วิชาอาคมแก่กล้าพอดู ไปหยิบฮู้มาบอกนิลุบลว่า

“อั๊วจะสั่งสอนป้าของเมียอาโอฬารเอง”

นิลุบลให้โอฬารเอาฮู้ไปแปะไว้เหนือประตูเข้าออก เรือนปั้นหยา จนวรนาฎและดาวเวียงร้อนกระวนกระวาย ทนไม่ได้ออกไปดู เห็นไฟกำลังโหมเรือนปั้นหยา วรนาฎคำรามแค้น...

“ใคร! ใครที่มันคิดจะลองดีกับข้า” วรนาฎหลับตาเพ่งสมาธิรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พึมพำ “แค่เศษกระดาษ คิดว่าจะทำอะไรข้าได้” แล้วว่าคาถาเกิดลมหมุนพุ่งกระแทกหน้าต่างออกพัดฮู้ปลิวหลุดไป วรนาฎคำรามแค้น “ถ้ามันชอบเล่นกับไฟ ข้าก็จะให้มันสมใจ”

วรนาฎไปที่ตำหนักซินแสมังกร ซินแสถูกตะขาบรุมทำร้าย ร้องขอความช่วยเหลือลนลาน ตรงไปคว้าน้ำมนต์ที่แท่นเจ้าแม่กวนอิมกรอกปาก วรนาฎพูดเป็นเสียงเจ้าโขนว่า

“ไม่มีเทพองค์ไหนจะช่วยเอ็ง ในเมื่อเอ็งมันละโมบ ใช้วิชาเอาเปรียบคนอื่น”

ooooooo

วรินทร์น้อยใจที่สนทรรศน์พูดเหมือนไม่เชื่อว่าตนไม่ได้แกล้งทำผีเข้า ซ้ำยังบอกว่ามีเรื่องที่สงสัยคาใจมากจะต้องหาคำตอบให้ได้ด้วย

“เชิญพี่หาคำตอบไปเถอะ แต่อุ้ยได้คำตอบแล้ว”

ว่าแล้วถอดสร้อยพระขรรค์เงินใส่กล่องเครื่องประดับเก็บใส่ลิ้นชักเดินออกจากห้องไป

แม้สุดาดวงจะตรอมใจเรื่องโอฬาร แต่กับลูกๆ เธอพูดและปฏิบัติให้มองพ่อในแง่ดี แต่ลูกๆรู้ความจริงแล้วและพยายามที่จะไปพาพ่อกลับมาหาแม่ แต่โอฬารที่ยังถูกซินแสสะกดจิตอยู่ปฏิเสธคำขอร้องของลูกๆ

แต่เมื่อซินแสถูกวรนาฎกำจัดไปแล้ว โอฬารก็พ้นจากมนต์สะกดไปด้วย เขามึนหัว นิลุบลประคองไปนอน แต่พอตื่นขึ้นมา เขาก็พ้นจากมนต์สะกด กลับมาเป็นตัวเอง จึงรู้ว่าที่แล้วมาตนถูกเล่นคุณไสยตุ๊กตาฝังรูปฝังรอย

นิลุบลแอบโทรศัพท์รายงานซินแสอย่างกระหยิ่มแต่โทรศัพท์ซินแสให้ฝากข้อความ เธอจึงฝากข้อความว่า

“บลจะโทร.มาขอบคุณค่ะ นกหวีดไม้ไผ่กับตุ๊กตาลงยันต์ของอาจารย์ มัดคุณโอฬารอยู่หมัด ตอนนี้เขาตัดขาดจากเมียกับลูกเขาแล้ว ถ้าบลขายทองคำทั้งหมดได้ บลจะโอนเงินเข้าบัญชีอาจารย์นะคะ”

โอฬารถามนิลุบลว่าทำไมตนถึงได้มาอยู่ที่นี่

เธอบอกว่าเขาทะเลาะกับเมียและจะขอหย่ามาอยู่กับตน โอฬารโต้ว่าตนไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด เธอกล้าทำเสน่ห์ใส่ตนหรือ แล้วทองคำหายไปไหนหมด

นิลุบลบอกว่ามันกลายเป็นตะขาบไปหมดแล้ว ป้าของเขาเป็นแม่มดเป็นปีศาจ โอฬารโมโหจะตบ เธอท้าว่าจะตบก็ตบเลยแต่ตนก็ยังยืนยันว่าป้าของเขาเป็นปีศาจ!

ทะเลาะกับโอฬารแล้วนิลุบลก็หนีไปหาซินแส แต่ศิษย์บอกว่าอาจารย์ปิดตำหนักเงียบตั้งแต่บ่ายแล้วตนไม่กล้ารบกวน พรุ่งนี้ค่อยมาได้ไหม นิลุบลบอกไม่ได้ตนมีธุระด่วน พอเปิดประตูเข้าไป เจอร่างซินแสตายมือเท้าหงิกงอ นิลุบลช็อก

ฝ่ายวรนาฎสะใจที่กำจัดซินแสเสียได้ แต่ยังห่วงเรื่องเครื่องรางของอุ้ย ดาวเวียงบอกว่าตนแตะต้องตัวอุ้ยได้หรือว่าเครื่องรางเสื่อมแล้ว

“มันไม่ได้พกติดตัวมาต่างหาก นี่ล่ะเป็นโอกาสดีที่จะทำลายมันซะ”

ooooooo

สุดาดวงตรอมใจจนล้มป่วย วรินทร์สงสารแม่ ไปอ้อนวอนพ่อถึงคอนโดของนิลุบล พ่อก็ไม่ยอมกลับ บรรยากาศในบ้านมนัสวาณิชย์จึงเงียบเหงา เศร้า

แต่แล้วจู่ๆเย็นนี้แก้วก็ร้องบอกอย่างดีใจว่า

“คุณผู้ชายกลับมาแล้วค่ะ”

โอฬารเข้ามาเห็นสุดาดวงนอนป่วยอยู่ เขารีบเข้าไปหาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนเป็นห่วงมาก สุดาดวงยังเสียใจ มองห่างเหินถามหมางเมินว่าตนเป็นอะไรเขายังสนใจอีกหรือ

“สุ...ผมขอโทษ ถ้าผมทำอะไรรุนแรงกับคุณ แต่มันไม่ใช่ตัวผม ผมโดน...บอกไปคุณก็คงไม่เชื่อ แต่ผมสาบานได้ว่าผมไม่รู้ตัวจริงๆ”
รังสรรค์ยังไม่ไว้ใจพ่อ ถามประชดว่าคุณพ่อจะอ้างไสยศาสตร์หรือ คุณพ่อไม่ได้นอกใจคุณแม่เลยใช่ไหม วรินทร์บอกให้รังสรรค์ออกมาก่อนเพราะคุณพ่อบอกแล้วว่าท่านไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่รังสรรค์ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

วรินทร์คิดถึงอาถรรพณ์ต่างๆที่ตนประสบทั้งเรื่องตอนถ่ายหนังสั้น ตนถูกดาวเวียงสิง และกษิดิศทำพิธี บอกพี่ชายว่า

“พี่สรรค์ ช่วงนี้อุ้ยเจอเรื่องแปลกประหลาดหลายอย่าง ที่หาเหตุผลมาพิสูจน์ไม่ได้ ถึงไม่อยากเชื่อก็คงไม่ได้แล้วล่ะ”

วรินทร์กับรังสรรค์จึงออกมาข้างนอกปล่อยให้พ่อกับแม่ได้คุยกันตามลำพัง

ooooooo

โอฬารชี้แจงสภาพของตนที่ถูกมนต์ดำจนทำ อะไรไม่เหมาะไม่ควรจนสุดาดวงเข้าใจ เขาถามว่าป้าวรนาฎรู้เรื่องนี้ไหม ตกเย็นจึงพากันไปหาวรนาฎที่เรือนปั้นหยา

“ไม่ต้องกังวลหรอก ป้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณถูกมนต์ดำครอบงำ ถึงได้ตั้งใจสวดมนต์ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุณ แล้วก็ได้ผลจริงๆ”

โอฬารกราบขอโทษที่ได้ล่วงเกิน วรนาฎบอกว่าตนไม่ติดใจ และพูดถึงเรื่องทองคำที่ลงทุนไป โอฬารบอกว่าจะหาเงินสดมาคืนให้เร็วที่สุด วรนาฎบอกว่าตนไม่ได้ทวงและยินดียกให้เพราะรู้ว่าเมื่อถูกคนอื่นเอาไปแล้วคงเอาคืนยาก และจะให้ไปลงทุนเพิ่มแต่ครั้งนี้ขอให้เป็นการกู้ ดอกเบี้ยให้เอาเข้าบัญชีของวรินทร์ เพราะตนตั้งใจจะยกทุกอย่างให้วรินทร์อยู่แล้ว

“เป็นบุญของลูกผมที่คุณป้าเมตตาแกขนาดนี้ ขอบพระคุณครับ ขอบพระคุณจริงๆ”

วันนี้พรรณทิพย์ไปหารัชโรจน์ที่มหาวิทยาลัยบีบน้ำตาคร่ำครวญว่ามานพมีหนี้สินมากและนัยน์เนตรก็ไม่ยอมช่วยเลย ทุกวันนี้ตนต้องออกหางานทำเพื่อช่วยคุณลุง รัชโรจน์สงสารบอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกเพราะเราเป็นญาติกัน

แต่ตกกลางคืนรัชโรจน์ขับรถผ่านหน้าผับเห็นพรรณทิพย์ทำงานที่ผับ เขาติงว่างานนี้ดูไม่เหมาะกับเธอที่ยังเป็นนักศึกษา พรรณทิพย์อ้างว่าตนไม่รู้จะทำงานอะไร ให้เขาช่วยหาให้จะเป็นเลขาของเขาก็ได้

รัชโรจน์บอกว่าตนไม่มีตำแหน่งนั้นแล้วขอตัวกลับ พรรณทิพย์แกล้งเป็นลม จนรัชโรจน์ต้องพาเข้าไปนั่งพักในห้องคาราโอเกะ เธออ้อนขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนตนก่อน แต่พอดีเขาได้รับโทรศัพท์จากวรินทร์บอกว่าตอนนี้พ่อกลับมาแล้ว คุณแม่บอกให้กลับมากินข้าวด้วยกัน คุณยายใหญ่ก็มาด้วย เร่งให้รีบกลับเร็วๆ

“โทษทีนะทิพย์ พี่คงอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้แล้วมีธุระที่บ้าน” รัชโรจน์เดินออกจากห้องคาราโอเกะ พรรณทิพย์วิ่งตามตื๊อ แต่ไปชนเข้ากับอภิศักดิ์หนุ่มหล่อ พรรณทิพย์เหมือนต้องมนต์หยุดตามรัชโรจน์หันไป

อ่อยอภิศักดิ์แทน

ooooooo

วรินทร์โทรศัพท์บอกรัชโรจน์แล้วตัวเองก็เตรียมจะลงไปทานอาหารกับครอบครัว นึกถึงสร้อยพระขรรค์เงินได้ก็ส่งไลน์บอกสนทรรศน์ว่า “อุ้ยจะเอาสร้อยไปคืนพรุ่งนี้ พี่ทรรศน์เข้าคณะหรือเปล่าคะ”

พอดีแก้วมาตามให้ลงไปที่โต๊ะอาหาร วรินทร์เก็บสร้อยพระขรรค์วางโทรศัพท์ แล้วลุกออกไป

แก้วถูกดาวเวียงเข้าสิงและขโมยเอาสร้อยพระขรรค์เงินไปหมายทำลาย แต่ระหว่างเดินผ่านสนามหน้าบ้าน นายสว่างเห็นแก้วท่าทางแปลกๆ ทักว่าแก้วจะไปไหน แก้วหยุดกับที่ตกใจทำสร้อยหลุดจากมือ และดาวเวียงก็กระเด็นออกจากร่างแก้วกลายเป็นควันสลายไป แก้วกลับมาเป็นตัวเองสะบัดมือเร่าๆ เพราะแสบร้อน ถามนายสว่างว่าตนมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

นายสว่างวิ่งมาดูแก้ว เห็นสร้อยพระขรรค์ตกอยู่ หยิบขึ้นมาดูถามว่าแก้วเอามาจากไหน หรือว่าขโมยของเจ้านายมา ขณะนั้นเองรัชโรจน์กลับมาถึงเห็นสร้อยจำได้ว่าเป็นของสนทรรศน์ให้อุ้ยไว้ แก้วตกใจจะร้องไห้บอกว่าตนไม่ได้ขโมยแต่มันมาอยู่ที่ตนได้ยังไงไม่รู้
ที่โต๊ะอาหารในบ้าน ทุกคนมากันหมดแล้วขาดแต่รัชโรจน์ แก้วยังไม่มาวรินทร์จึงตักข้าวแจกแทน ในขณะที่วรนาฎก็เล่าประวัติของตระกูลให้ทุกคนฟังว่า...

“ตระกูลของเรานั้น สืบทายาทมาจากพระยาเชลียงแห่งสกุลพระร่วงเจ้า เมืองเชลียงนั้นเป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์มีเทพคุ้มครองดูแล ย่อมแผ่บารมีมาคุ้มครองลูกหลานแห่งสกุลนี้ ใครก็มาทำร้ายไม่ได้ง่ายๆ”

รังสรรค์นึกสนุกถามว่าแล้วคุณยายมีของขลังบ้างไหมตนอยากได้ไว้ป้องกันเผื่อโดนสาวๆทำเสน่ห์ใส่ เลยถูกสุดาดวงดุว่าพูดจาเหลวไหล แต่วรนาฎพูดต่ออย่างมีเป้าหมายว่า

“ยายไม่นิยมพวกของขลังหรอก แต่ถ้าเป็นพวกของเก่าพวกเครื่องทองของประดับก็พอมี ว่างๆยายจะให้อุ้ยไปเลือกเอา” อุ้ยขอบคุณ แต่ของแพงๆอย่างนั้นคงไม่เหมาะกับตน “ไม่มีใครเหมาะเท่าอุ้ยอีกแล้ว ของยายเป็นฝีมือช่างทองโบราณ รับรองอุ้ยต้องชอบ”

พลันวรนาฎก็ชะงักรู้สึกมีพลังบางอย่างมาปะทะ มองไปที่ประตูเห็นรัชโรจน์เดินเข้ามาทักทายทุกคน

ถามว่าตนมาทันเวลาพอดีใช่ไหม แล้วเดินไปหาวรินทร์เอาสร้อยพระขรรค์เงินคืนให้ วรินทร์งงถามว่าสร้อยไปอยู่ที่พี่โรจน์ได้ยังไง รัชโรจน์บอกว่าเธอทำตกไว้ตนเก็บได้ แล้วเอาสร้อยสวมให้บอกว่าเอาไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กัน

วรนาฎลุกขึ้นทันทีอ้างว่าไม่ค่อยสบายคงต้องกลับไปพักก่อน วรินทร์จะไปส่งก็รีบปฏิเสธบอกว่ายายกลับเองได้

กลับถึงเรือนปั้นหยา วรนาฎเล่นงานดาวเวียงทันทีว่าทำงานพลาดอีกแล้ว ดาวเวียงกลัวบอกว่ามันปวดแสบ ปวดร้อนจนตนทนไม่ได้จริงๆ วรนาฎจิกตามองไปข้างหน้าพูดอย่างโกรธแค้นว่า

“ไม่ว่าเจ้าของสร้อยมันเป็นใคร ข้าจะกำจัดมันให้สิ้นซากทั้งคน ทั้งสร้อย!”

ooooooo

กษิดิศนั่งสมาธิในห้องพระ นิมิตไปว่าตนชักพระขรรค์เงินออกจากฝักมองรูปถ่ายของสุรนิตย์ ตั้งใจมุ่งมั่นว่า

“ฉันต้องจัดการแกให้ได้ ไอ้อสูรร้าย” พลันก็ได้ยินเสียงตึงตังในห้องสนทรรศน์ ลุกไปดูเห็นสนทรรศน์กำลังผูกคอตายดิ้นทุรนทุรายจึงรีบปลดเชือก แต่พอจับหน้าสนทรรศน์หันมาก็ช็อกเพราะกลายเป็นหน้าตัวเอง!

กษิดิศลืมตาเหงื่อแตกพลั่กสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับตัวเอง มาที่ห้องโถงเห็นโทรศัพท์ของสนทรรศน์ตกอยู่หยิบดูเห็นไลน์ที่วรินทร์ส่งมาบอกว่า “อุ้ยจะเอาสร้อยไปคืนพรุ่งนี้ พี่ทรรศน์เข้าคณะหรือเปล่าคะ” อ่านแล้วกษิดิศเครียดหนัก

ฝ่ายวรนาฎวางแผนหลอกโอฬารว่าจะไปซื้อของ ขอยืมนายสว่างขับรถไปให้ ระหว่างทางก็สะกดจิต

นายสว่างให้ขับไปที่มหาวิทยาลัยที่วรินทร์เรียน ขณะขับผ่านศาลพระภูมินายสว่างก็รู้ตัว งงตัวเองว่าทำไมพาวรนาฎมาที่นี่ แต่พอหันไปดูวรนาฎก็หายไปแล้ว

วรินทร์เอาสร้อยพระขรรค์มาคืนให้สนทรรศน์ วรนาฎเห็นจึงเข้าสิงนักศึกษาหญิงที่เดินมาให้ขับรถพุ่งเข้าชน สนทรรศน์ม้วนตัวหลบทำให้สร้อยพระขรรค์เงินตก ถูกรถทับหักกลาง วรนาฎยิ้มสะใจ

สนทรรศน์ลุกขึ้นหันมาทางวรนาฎ วรนาฎเห็นหน้าสนทรรสน์เต็มตาถึงกับตะลึง จำได้ว่าสนทรรศน์คือศัตรูของตนในชาติก่อน พึมพำแค้น

“ที่แท้ก็เป็นเอ็ง”

วรนาฎบังคับให้นักศึกษาที่ถูกสิงขับรถพุ่งเข้าชนสนทรรศน์ แต่รถหยุดกึกห่างจากสนทรรศน์แค่คืบเดียว วรนาฎยิ่งแค้น พึมพำ “เป็นไปไม่ได้ หรือมันมีของขลังอะไรอีก” พลันก็รู้สึกมีพลังปะทะจากด้านหลัง หันขวับไป เห็นกษิดิศถือพระขรรค์เงินเทวดายืนอยู่ประกาศว่า

“เวลาของแกจบแล้ว...” กษิดิศชักพระขรรค์เงินเทวดาออกจากฝัก พระขรรค์เปล่งประกาย วรนาฎถึงกับผงะ ถอยกรูด กษิดิศเห็นร่างอสูรซ้อนอยู่ในร่างวรนาฎ พึมพำแค้น “เป็นแกจริงๆด้วย ไอ้อสูรร้าย!”

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 4 วันที่ 8 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ