อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 5 วันที่ 10 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 5 วันที่ 10 มิ.ย.59

ดาวเวียงตามมาตะปบมือเธียรสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ทันใดนั้นประตูห้องพิธีกรรมเปิดออก วรนาฎยืนผงาดถามว่ามีอะไรกัน ดาวเวียงบอกว่าคนนี้บังอาจบุกเข้ามาในเรือน

“ผมขอโทษแทนปู่เธียร เอ่อ...พี่เธียรด้วยครับคุณยายใหญ่” รัชโรจน์ออกรับหน้า เธียรมองวรนาฎอุทานอึ้งว่า คุณยาย? “ใช่...นี่คุณยายใหญ่ของผม คุณยายวรนาฎ”

เธียรยกมือไหว้ตะลึง พูดตะกุกตะกักว่า ไม่คิดว่าคุณยายของรัชโรจน์จะยังสาวและสวยขนาดนี้

“อาจารย์ยังไม่แก่โรจน์ก็ยังเรียกว่าปู่เลย โลกนี้มันมีอะไรประหลาดๆอย่างนี้แหละ ทำไมถึงสนใจเรื่องเมืองเชลียงล่ะ”



“ผมศึกษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเมืองนี้มานานแล้วครับ ผมว่ามันมีเสน่ห์น่าค้นหา เห็นโรจน์บอกว่าคุณยายมีของโบราณสะสมไว้เยอะ เลยอยากจะขออนุญาตไปคุ้มไม้สักเพื่อเยี่ยมชมน่ะครับ”

“ไม่ต้องไปถึงที่โน่นหรอกอาจารย์ ที่เรือนนี้ก็มี” วรนาฎยิ้มอย่างมีเลศนัย

วรนาฎพาทั้งสองไปยังอีกห้องหนึ่ง รัชโรจน์กับเธียรตะลึงงันเมื่อเห็นวัตถุโบราณล้ำค่าถ้วยชามสังคโลกวางโชว์เต็มไปหมด เธียรเอามือถือถ่ายรูปอย่างตื่นตาตื่นใจหลงใหลไคล้คลั่งบอกว่าไม่นึกเลยว่าของสะสมทุกชิ้นของคุณยายจะสมบูรณ์ขนาดนี้

“เสียดายนะครับ ถ้าเมืองเชลียงไม่ถูกทิ้งร้างคงมีของล้ำค่าให้เราได้ศึกษาอีกมาก”

“ไม่จริง!!” วรนาฎขัดขึ้นทันที “เมืองชลียงไม่ได้ถูกทิ้งร้าง แต่มันล่มสลายเพราะต้องคำสาป...คำสาปจากคนที่ถูกพระยาเชลียงและธิดาของมันทำร้ายอย่างทรมานต่างหาก” เธียรถามทันทีว่าใครที่ถูกธิดาเชลียงทำร้าย วรนาฎได้สติพูดเสียงอ่อนลงว่า “ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร คุณทวดเล่าให้ฟังแค่ว่าคนคนนั้นถูกทำร้ายด้วยพระขรรค์เงินคู่บ้านคู่เมือง”

เธียรรำพึงทึ่งว่าตนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย วรนาฎบอกว่าตนก็ไม่เชื่อและก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับพระขรรค์เงินด้ามนั้นจริงๆ รัชโรจน์ถามตื่นเต้นว่า “คุณยายใหญ่เจอพระขรรค์ที่ไหนครับ”

กลับถึงบ้าน รัชโรจน์โทรศัพท์ถามสนทรรศน์ที่เสียใจอับอายกับการกระทำของพ่อกำลังนั่งดื่มเบียร์จนมึนอยู่ที่อัฒจันทร์เชียร์รักบี้ว่า

“ได้ข่าวว่าคุณพ่อของทรรศน์มีพระขรรค์โบราณของเชลียงเหรอ พอดีพี่กับรุ่นพี่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ อยากจะขอเข้าไปดูหน่อย ทรรศน์พอจะช่วยได้ไหม”

ความอับอายที่พ่อถือพระขรรค์ไล่ฟันวรนาฎที่มหาวิทยาลัย กอปรกับรัชโรจน์สนใจเรื่องนี้ สนทรรศน์จึงแอบเข้าไปขโมยพระขรรค์ที่กษิดิศวางไว้ข้างตัวขณะนอนหลับ เอาไปให้รัชโรจน์ที่ห้องพักอาจารย์คณะโบราณคดีที่มหาวิทยาลัย รัชโรจน์อยากรู้ว่ากษิดิศได้พระขรรค์นี้มาจากไหนจะขอสัมภาษณ์ท่านได้ไหม

“อย่าเลยครับ เขาคงไม่สะดวก เอาเป็นว่าผมรบกวนฝากไว้ที่อาจารย์นะครับ จะศึกษากันนานเท่าไหร่ก็ได้” สนทรรศน์ฝากกราบขอโทษคุณยายและขอโทษอุ้ยด้วย รัชโรจน์ถามว่าขอโทษเรื่องอะไร แต่สนทรรศน์ออกไปแล้ว

ooooooo

อภิศักดิ์หนุ่มหล่อเจ้าเล่ห์ เจ้าชู้ประตูดิน คั่วอยู่กับพรรณทิพย์และเคยมั่วกับนิลุบล คืนนี้มาเฝ้าพรรณทิพย์ที่ผับ นิลุบลมาหาก็หอมแก้มประสาคนเคยขาม้าเคยขี่ พรรณทิพย์หึงพรวดเข้าจิกหัวนิลุบลออกจากอ้อมกอดอภิศักดิ์ตบฉาดใหญ่ด่าเช็ด

นิลุบลโดนตบและโดนด่าก็ตบคืน เลยตบกันอุตลุด อภิศักดิ์เข้าไปแยกสั่งพรรณทิพย์ให้หยุด ตวาดรู้ไหมว่านิลุบลเป็นหุ้นส่วนของตน งานตนพังเพราะเธอนี่แหละ

อดิศักดิ์โมโหเดินหนีไป พรรณทิพย์จึงไปหารัชโรจน์ที่คิดว่าหล่อกว่ารวยกว่าอภิศักดิ์ เมื่อรู้ว่ารัชโรจน์อยู่ห้องพักครูคณะโบราณคดีก็เดินไปหา ถึงหน้าห้องได้ยินเสียงเธียรคุยกับรัชโรจน์แว่วออกมาจึงแอบฟัง

“ชัดๆ ของเก่าชัวร์ ไม่ได้เพิ่งทำขึ้นสมัยนี้แน่ แต่จะเป็นพระขรรค์คู่บ้านคู่เมืองเชลียงหรือเปล่า คงต้องเช็กให้ละเอียดอีกที งาม...งามจริง สภาพดีแบบนี้ พวกค้าของโบราณเห็นคงตาลุก”

พรรณทิพย์ได้ยินก็ตาลุก อยากรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร พอดีรัชโรจน์ต้องไปสอน เธียรยังคงนั่งดูพระขรรค์อย่างหลงใหล พรรณทิพย์รอจนเธียรหอบหนังสือและกล่องพระขรรค์ออกมา เธอแกล้งพรวดออกไปชนจนของร่วง ทำทีรีบช่วยเก็บและอาสาถือไปส่งที่รถ ตลอดเวลา

พรรณทิพย์ยั่วยวนจนเธียรที่เคยหลงใหลแต่โบราณวัตถุ เจอของสดเข้าก็เคลิ้ม

ooooooo

ในห้องพิธีกรรมเรือนปั้นหยา ดาวเวียงถามวรนาฎว่าให้เธียรไปหาพระขรรค์แล้วแน่ใจหรือว่าได้แล้วเขาจะเอามาให้ เพราะท่าทางบ้าๆ บอๆอย่างนั้น

“ก็เพราะมันมีสติไม่เข้มแข็ง เต็มไปด้วยโลภะนี่ล่ะ มันถึงต้องทำตามคำสั่งข้า”

วรนาฎเล่าอย่างมั่นใจว่า วันที่เธียรมาหา เขาบอกว่าต้องการเป็นคนที่เปิดประวัติศาสตร์ลับของเมืองเชลียง ตนจึงอ่อยว่าเห็นถึงความตั้งใจจริงของเขาจึงอยากช่วย แล้วกระซิบบอกว่า

“เอาพระขรรค์มาให้ฉัน แล้วฉันจะบอกเรื่องที่อาจารย์อยากรู้... คำสาปและการล่มสลายของเมืองเชลียง”

พอดีรัชโรจน์ที่ออกไปโทร.คุยกับสนทรรศน์ถือโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าโทรศัพท์สายตัดไป ตนจะพยายามติดต่อสนทรรศน์คืนนี้

เล่าเหตุการณ์วันนั้นแล้ว วรนาฎบอกดาวเวียงอย่างมั่นใจว่า

“ความโลภ ความทะเยอทะยานของมัน จะทำให้มันรีบมาหาข้า”

วรินทร์ไปหาสนทรรศน์เจอแต่เพื่อนเขา เพื่อนคนนั้นปรารภว่าไม่รู้สนทรรศน์เป็นอะไรหมกตัวอยู่แต่ในโรงยิม เธอจึงไปหา บอกเขาว่าคุณยายใหญ่และตนไม่ได้โกรธอะไรเขาเลย ยิ้มให้กำลังใจบอกว่า

“เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ท่านทำเพื่อปกป้องพี่ทรรศน์นะคะ อุ้ยเองรู้สึกดีใจด้วยซ้ำ ที่ความเมตตาของคุณลุงเผื่อแผ่มาถึงอุ้ยด้วย”

“แต่มันเป็นความเมตตาที่มาจากความงมงาย อุ้ยไม่รู้หรอกว่าพี่ต้องทนฟังเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้แต่ตอนแม่ป่วย พ่อก็ไม่เคยดูแล เอาแต่ไปเข้าป่า ถือศีล จน...จนคุณแม่เสีย”

“คุณลุงอาจจะทำเพื่ออุทิศบุญให้คุณป้า คุณป้าจะได้หายป่วย” สนทรรศน์โต้ว่านั่นเป็นข้ออ้างที่สนับสนุนความเชื่อลมๆแล้งๆ “แต่อุ้ยไม่คิดอย่างนั้น เรื่องบางเรื่อง มันก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน อย่างเรื่องที่อุ้ยถูกผีเข้าที่ศรีสัชนาลัยแล้วก็อีกหลายๆเรื่องที่อุ้ยเจอ”

สนทรรศน์ถามว่าเช่นเรื่องอะไรบ้าง วรินทร์ตัดบทว่าช่างมันก่อนเถอะ ตนแค่อยากจะบอกว่า คุณลุงรักเขา และนี่เป็นเรื่องที่เขาควรเชื่อ สนทรรศน์ฟังแล้วท่าทีอ่อนลง...

ooooooo

กษิดิศตื่นขึ้นมาไม่เห็นพระขรรค์ ตกใจมากวิ่งออกจากห้องตรงไปที่ห้องพระ ก็ไม่เห็น ค้นจนทั่วห้องก็ไม่เจอ

“ไอ้ทรรศน์!” กษิดิศนึกได้ พึมพำโกรธมาก

เวลาเดียวกัน เธียรโทร.บอกวรนาฎขณะกำลังขับรถไปหาว่า ตนได้พระขรรค์มาแล้วและกำลังจะไปหาคุณยายที่บ้าน วรนาฎดีใจมากบอกว่าอย่ามาที่นี่เลยตนจะไปพบดีกว่า นัดแนะกันแล้วเธียรบ่นว่าไกลขนาดนั้นเลยหรือ พลางกลับรถไปอีกทาง นัดเธียรแล้ว วรนาฎสั่งดาวเวียงว่า

“โชคเข้าข้างข้าแล้ว ข้าจะแยกร่างไปกำจัดศัตรู เอ็งคอยเฝ้าร่างข้าในห้องนี้ไว้ ถ้าไอ้พวกบ้านโน้นมันมา ก็บอกว่าข้ากำลังสวดมนต์นั่งสมาธิ”

แล้ววรนาฎก็นั่งหน้าตุ๊กตาสังคโลกรวบรวมพลัง แยกร่างออกเป็นสอง ร่างหนึ่งลุกยืนแล้วหายตัวไป อีกร่างเป็นกายหยาบนั่งสมาธิอยู่ในห้อง

ฝ่ายกษิดิศเครียดมาก นั่งพิมพ์จดหมายใส่โน้ตบุ๊ก ถอนหายใจอย่างวิตกกังวลอะไรบางอย่าง เสร็จแล้วเข้าไปในห้องนอนสนทรรศน์ ปลดสร้อยพระขรรค์เงินด้ามจิ๋วใส่ไว้ในปลอกหมอน ยืนมองที่นอนสนทรรศน์ด้วยความเป็นห่วง พึมพำ

“วันหนึ่งแกจะเข้าใจว่าพ่อกำลังทำอะไรอยู่”

แต่พอกษิดิศสะพายกระเป๋าออกมาก็ต้องผงะ เมื่อเจอวรนาฎยืนแสยะยิ้มอยู่ ถามเย้ยหยันว่า

“อยากเจอข้าอยู่ไม่ใช่เหรอ ข้าก็เลยมาหาถึงที่ ไหนล่ะพระขรรค์ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะมีฤทธิ์สักแค่ไหน” กษิดิศบอกให้หยุดก่อกรรมเถิดไม่อย่างนั้นจะไม่มีทางได้ผุดได้เกิด “ข้าไม่เคยหวังจะได้ไปเกิด สิ่งที่ข้าต้องการคือชีวิตที่เป็นนิรันดร์ในร่างของทายาทพระยาเชลียง”

กษิดิศถามว่าทำไมต้องจองเวรกับพวกเขาด้วย วรนาฎบอกว่าเพราะมันทำให้ตนเป็นแบบนี้ พริบตาวรนาฎก็กลายเป็นอสูรเจ้าโขน กษิดิศผงะ

“ไอ้พระยาเชลียงและธิดาของมันทำให้ข้าต้องเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ไม่ตายก็เหมือนตาย พวกมันต้องชดใช้” กษิดิศถามว่าแล้วสนทรรศน์ลูกชายตนเกี่ยวอะไรด้วย “มันก็รวมอยู่ในศัตรูที่ข้าต้องคิดบัญชี”

“ใครทำกรรมอะไรก็ต้องรับผลกรรมนั้น หยุดเสียเถิด ไม่งั้นแกจะต้องทุกข์ทรมานในนรกชั่วกัปชั่วกัลป์”

“ถ้าข้าต้องลงนรก พวกมันก็ต้องลงไปขุมลึกกว่า รวมทั้งเอ็งด้วย” อสูรเจ้าโขนขยุ้มคอกษิดิศคำราม

กษิดิศล้วงเอาสร้อยประคำจากกระเป๋าสะพายออกมาจี้อสูรเจ้าโขน เกิดรอยไหม้เล็กน้อย อสูรเจ้าโขนหัวเราะเย้ย

“หึ...คิดหรือว่าของกระจอกพวกนี้ จะทำอะไรข้าได้”

กษิดิศวิ่งเข้าไปในห้องพระ เขาผงะเมื่อเห็นตะขาบไต่ยั้วเยี้ยไปหมด เขาถอยชูประคำใส่อสูรเจ้าโขน ร่างนั้นกลายเป็นวรนาฎทันที วรนาฎกระชากสร้อยประคำขาด ลูกประคำกระเด็นเหลือแต่เชือก วรนาฎกำเชือกร่ายมนต์ เชือกเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต พุ่งเข้ารัดคอกษิดิศลากไปที่ห้องนอนอย่างเร็ว

สนทรรศน์กับวรินทร์ซื้ออาหารกลับมาเห็นบ้านเงียบผิดปกติ แต่ไม่ได้คิดอะไร ช่วยกันจัดอาหารแล้วค่อยไปเรียกกษิดิศมากินกัน ขณะนั้นได้ยินเสียงโครม เอะใจขึ้นไปที่ห้องนอนกษิดิศเคาะประตูเรียก วรนาฎสะใจที่จะได้กำจัดสนทรรศน์เสียในคราวเดียวกัน แต่พอรู้ว่าวรินทร์มาด้วย ก็ผิดหวังไม่พอใจที่กำจัดสนทรรศน์ไม่ได้ รีบหายตัวไปทันที

สนทรรศน์กระแทกประตูเปิด ทั้งสองผงะเมื่อเห็นกษิดิศผูกคอห้อยอยู่ สนทรรศน์รีบปลดเชือกบอกวรินทร์ให้โทร.เรียกหน่วยกู้ภัย ตัวเองเขย่าร่างพ่อร้องเรียกไม่ขาดปาก

ooooooo

รัชโรจน์ไปหาวรนาฎที่เรือนปั้นหยา ดาวเวียงเปิดประตูห้องพระให้ดู เขาเห็นวรนาฎนั่งสมาธิหันหลังให้อยู่ รัชโรจน์บอกดาวเวียงว่าไม่รบกวนคุณยายดีกว่า แต่ถ้าเธียรมาหาคุณยายใหญ่ช่วยโทร.บอกตนด้วย

ดาวเวียงรับปากจะบอกให้ รัชโรจน์บ่นงึมงำกลับไป “ปู่เธียรเขาไปไหนของเขานะ”

เป็นเวลาที่เธียรอุ้มกล่องพระขรรค์เดินลิ่วไปที่เตาทุเรียง ซึ่งเป็นเตาเผาสมัยโบราณ เขาแปลกใจที่เตาเผาเก่ามีแสงไฟลุกโชน เธียรเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นชาวบ้าน

ล่ำบึกบึนสองคนกำลังสุมฟืนเพื่อเผาเครื่องสังคโลก เขาถามว่าพวกคุณเป็นใครมาทำอะไร แต่ไม่มีใครสนใจ

“พวกเขากำลังทำเครื่องสังคโลกไงล่ะ” เสียงวรนาฎตอบแทน พอเธียรหันมองเห็นวรนาฎในชุดธิดาพระยาเชลียงงามสง่า พออุทานเรียกคุณยายวรนาฎ กลับได้ยินวรนาฎบอกว่า

“ข้าคือธิดาพระยาเชลียงต่างหาก ข้านี่แหละธิดาพระยาเชลียง ผู้ที่ทำให้เมืองเชลียงล่มสลาย และเรื่องทั้งหมดก็เกิดตรงเตาเผานี่” เธียรงงว่าเตาเผาเกี่ยวอะไรด้วย “ไฟแค้นของคนผู้หนึ่ง ถูกจุดขึ้นที่นี่ และมันยังลุกโพลงไม่เคยดับมอดจนถึงวันนี้”

“ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“ใช่สิไม่มีใครจะเข้าใจความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ต้องโดนเผาทั้งเป็นหรอก ความปวดแสบปวดร้อนตอนที่เปลวไฟมันลามมาถูกเนื้อหนัง กลิ่นไหม้ของเส้นผมตัวเองที่ฉุนเข้าจมูก...จะกี่ภพกี่ชาติก็ไม่มีวันลืม” วรนาฎเจ็บแค้น น้ำตาคลอ

เธียรถามว่าคุณยายพูดถึงใคร พริบตานั้นเขาก็ถูกชายล่ำจับ เธียรตกใจถามว่าจับตนทำไม

“เอ็งสนใจประวัติศาสตร์เมืองเชลียงนักไม่ใช่เหรอ ข้าจะส่งเอ็งไปอยู่กับพวกชาวเมืองเชลียง จะได้ซักถามกันให้พอใจ”

เธียรถามว่าคุณยายล้อเล่นอะไรกับตน คุณยายนัดให้ตนเอาพระขรรค์มาให้ไม่ใช่หรือ วรนาฎบอกว่าตนเปลี่ยนใจแล้วให้เขาเอาไปใช้ในนรกเถิด ชายล่ำลากเธียรจะโยนไปในเตาทุเรียง เธียรดิ้นจนกล่องพระขรรค์หลุดฝาเปิดออก วรนาฎตาลุกเมื่อไม่มีพระขรรค์ ตะคอกว่าเอาพระขรรค์ไว้ที่ไหน

“ผมเอาไว้ในกล่อง แล้วมันหายไปไหน” เธียรงง ที่แท้ถูกพรรณทิพย์ขโมยไปโดยเอาพระขรรค์ซ่อนไว้ใต้ท้องรถขณะเอาไปส่งที่รถซึ่งเหลือแต่กล่องเปล่า!

วรนาฎคาดคั้นถามว่าพระขรรค์อยู่ไหน เธียรไม่รู้จริงๆ วรนาฎจิกหัวเธียรหน้าหงายเสียงกลายเป็นอสูรเจ้าโขนตวาดว่าบังอาจโกหกท้าทายตน เธียรตกใจถามว่าคุณยายวรนาฎจะทำอะไรตน

“ข้าไม่ใช่วรนาฎ ข้าคือเจ้าโขนและข้านี่แหละเป็นคนทำลายเมืองเชลียง” สิ้นเสียงร่างวรนาฎก็กลายเป็นอสูรเจ้าโขน เธียรตะเกียกตะกายหนีเจอชายล่ำสองคนหน้ากลายเป็นผีมาสกัด เธียรวิ่งหนีสะดุดรากไม้ล้มหัวฟาดพื้นสลบทันที

ooooooo

วรินทร์กลับถึงบ้านด้วยอาการตื่นตระหนก พอเล่าให้พ่อและพี่ชายฟังว่าพ่อของสนทรรศน์

ผูกคอตาย ตำรวจที่มาชันสูตรศพพูดว่า น่าจะมาจากการคลั่งไสยศาสตร์ ถามโอฬารว่า

“คุณพ่อคะ ของพวกนี้มันมีจริงหรือคะ”

“จริงลูก พ่อเองก็เคยโดนกับตัวมาแล้ว จนทำให้ครอบครัวเดือดร้อน เพราะฉะนั้นลูกควรอยู่ห่างๆ อย่าไปยุ่งกับมันเด็ดขาด”

วรินทร์นิ่งอึ้ง แล้วขอตัวไปอาบน้ำ รัชโรจน์ยังมีเรื่องคาใจ เดินตามขึ้นไป จึงรู้เรื่องที่พ่อของสนทรรศน์เอาพระขรรค์เงินไล่ฟันวรนาฎที่มหาวิทยาลัย รัชโรจน์ถามย้ำว่า

“เมื่อกี๊อุ้ยพูดว่าพ่อทรรศน์เอาพระขรรค์ไปทำร้ายคุณยายใหญ่เหรอ?”

“ค่ะ...พระขรรค์เงิน โชคดีที่คุณยายใหญ่ไม่เป็นอะไร ไม่งั้นต้องเป็นเรื่องใหญ่มาก”

ooooooo

เมื่อวรนาฎกำจัดกษิดิศไปแล้วก็เบาใจคิดว่าสนทรรศน์ไม่มีพระขรรค์ก็ไม่มีฤทธิ์เดชอะไรแล้ว ต้องเร่งทำพิธีสืบทายาทแล้วค่อยจัดการพวกนั้นพร้อมกัน ดาวเวียงถามว่าแล้วเธียรที่หักหลังเราล่ะ จะปล่อยไว้หรือ

“เอ็งคิดว่าข้าจะโง่ปล่อยมันไปเฉยๆเหรอ แต่ที่ข้าไม่ฆ่ามันเพราะว่ามันยังมีประโยชน์”

ที่แท้นั้น ขณะที่เธียรวิ่งหนีสะดุดรากไม้ล้มสลบไปที่เตาทุเรียงนั้น วรนาฎได้เป่ามนต์สะกดใส่หู พอเธียรตื่นก็เสนอว่า

“เมื่อเอ็งทำพระขรรค์เงินหายไป เอ็งต้องไปหามันมาให้ข้าให้ได้ แล้วข้าจะทำให้เอ็งสำเร็จทุกอย่างที่ปรารถนา” เธียรลุกขึ้นพึมพำว่า พระขรรค์เงิน...หาพระขรรค์เงินให้ได้...แล้วเดินหายไปในความมืด วรนาฎมองตามคิด... “เมื่อในอดีตพวกเอ็งไม่สามารถใช้พระขรรค์เงินกำจัดข้าได้ ถึงวันนี้ก็อย่าหวังเลย” พลางชายตาไปที่เตาทุเรียง

อภิศักดิ์เอาพระขรรค์เงินที่พรรณทิพย์ขโมยมา ไปขายที่ร้านค้าของเก่า เจ้าของร้านตีราคาให้แสนเดียว อภิศักดิ์ขอเพิ่ม แต่พอเจ้าของร้านทำเป็นไม่สนใจ อภิศักดิ์หิวเงินจึงตกลงตามนั้น แต่ไปบอกพรรณทิพย์ว่าขายได้แค่หมื่นเดียวอ้างว่าเป็นของย้อมแมวขาย ยุให้พรรณทิพย์ไปหาของอื่นอีกเผื่อจะได้ราคาดีกว่านี้ พรรณทิพย์รับปากว่าจะดูให้ระหว่างนั้นทีวีรายงานข่าวการเสียชีวิตของ

กษิดิศว่า ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย อภิศักดิ์จึงรู้ว่าลุงตัวเองเสียชีวิตแล้ว จึงไปงานศพ เจ้ากี้เจ้าการรับแขกแนะนำตัวเองว่าเป็นหลานกษิดิศ เพราะแม่เป็นน้องสาวของลุง ตั้งแต่พ่อแม่เสียไปก็ได้คุณลุงนี่แหละที่ดูแลตนมาเหมือนพ่อคนหนึ่ง คุยอวดว่าตนเพิ่งกลับจากเยอรมัน มีอาชีพเป็นนายแบบ แม้อภิศักดิ์จะคุยโม้เต็มที่แต่ก็ไม่มีใครให้ราคา

สนทรรศน์เสียใจคิดมากหนีไปนั่งซึมอยู่มุมหนึ่งในวัด วรินทร์ตามไปพูดคุยด้วยความเป็นห่วง สนทรรศน์โทษตัวเองว่า ตนขโมยพระขรรค์ของพ่อไปเพราะไม่อยากให้พ่อหมกมุ่นกับเรื่องนี้มาก พ่อคงโกรธมากถึงได้ทำแบบนี้ รำพึงว่าตอนที่พ่ออยู่ตนคอยหลีกเลี่ยงที่จะคุยด้วย แต่ตอนนี้อยากให้พ่อฟื้นขึ้นมาเพื่อจะได้พูดและถามสิ่งที่ค้างคาใจแต่เป็นไปไม่ได้แล้ว

“ยังไงอุ้ยก็เชื่อว่าคุณลุงรักพี่ทรรศน์ พี่ทรรศน์ก็รักคุณลุง แต่พี่กับคุณลุงอยู่ใกล้กันเกินไป มีหลายครอบครัวที่เป็นแบบนี้”

เมื่อพากันกลับเข้าไปในศาลา รัชโรจน์ไปนั่งข้างสนทรรศน์บอกว่ามีเรื่องพระขรรค์จะบอกเขา อภิศักดิ์นั่งอยู่ข้างๆเงี่ยหูฟังทันที รัชโรชน์บอกสนทรรศน์ว่า

ตอนนี้ปู่เธียรหายไปพร้อมกับพระขรรค์และตนก็ยังตามตัวไม่เจอ แต่ไม่ต้องห่วงตนจะรีบตามพระขรรค์เงินกลับมาคืนให้เร็วที่สุด

“ช่างมันเถอะพี่โรจน์” สนทรรศน์เศร้าและไม่สนใจ

“ช่างมันได้ยังไง พระขรรค์เงินเล่มนั้นมีค่ามากนะ ถ้าตามปู่เธียรไม่เจอ อาจจะต้องแจ้งความ”

ในงาน วิญญาณกษิดิศพยายามจะบอกสนทรรศน์ว่าอภิศักดิ์เป็นคนเอาพระขรรค์ไป แต่ไม่สำเร็จ อภิศักดิ์กลัวถูกจับได้จึงรีบออกจากงานไป พระสวดเสร็จทีมงานสำนักพิมพ์ของกษิดิศถามสนทรรศน์ว่าจะทำสำนักพิมพ์ของพ่อต่อหรือไม่ เขาบอกว่าไม่ ให้มันจบไปพร้อมกับพ่อเลย ทีมงานบอกว่าน่าเสียดายเพราะหนังสือหลายเล่มขายดีมาก

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 5 วันที่ 10 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ