อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 6 วันที่ 11 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 6 วันที่ 11 มิ.ย.59

ในงาน วิญญาณกษิดิศพยายามจะบอกสนทรรศน์ว่าอภิศักดิ์เป็นคนเอาพระขรรค์ไป แต่ไม่สำเร็จ อภิศักดิ์กลัวถูกจับได้จึงรีบออกจากงานไป พระสวดเสร็จทีมงานสำนักพิมพ์ของกษิดิศถามสนทรรศน์ว่าจะทำสำนักพิมพ์ของพ่อต่อหรือไม่ เขาบอกว่าไม่ ให้มันจบไปพร้อมกับพ่อเลย ทีมงานบอกว่าน่าเสียดายเพราะหนังสือหลายเล่มขายดีมาก

“ขอโทษ ผมไม่คิดจะหากินกับเรื่องแบบนี้”

ทีมงานฟังแล้วอึ้ง รัชโรจน์เข้ามาบอกให้ค่อยๆ ปรึกษากัน รอให้ผ่านงานศพไปก่อนดีไหม ทีมงานจึงแยกกันไป



สนทรรศน์เสียใจมากคิดฟุ้งซ่านสับสนจนหลับฝันไปว่าตัวเองอยู่ในชุดขุนพลศรีอินทร์ถือพระขรรค์เงินลอบเข้าไปในวัง เห็นวรนาฎในชาติที่เป็นคำหยาดนอนอยู่บนเตียง ขุนพลศรีอินทร์แหวกมุ้งเข้าไปเงื้อพระขรรค์แทง แต่คำหยาดหายวับไป พอมองหา เห็นคำหยาดยืนหัวเราะเยาะอยู่ ก่อนจะกลายร่างเป็นอสูรเจ้าโขน พุ่งเข้าใส่

สนทรรศน์ร้องลั่นตกใจตื่น มองรอบตัวอย่างตื่นกลัว จึงรู้ว่าฝันไป ตั้งสตินั่งคิด รู้สึกว่าตัวเองใกล้บ้าเข้าไปทุกทีแล้ว

สนทรรศน์ลุกขึ้นเข้าไปในห้องของกษิดิศเก็บข้าวของของพ่อใส่ลังพลางพึมพำ “พอกันที” เหมือนจะตัดขาดจากสิ่งที่พ่อทำ จนไปหยิบโน้ตบุ๊ก มือไปถูกปุ่มหน้าจอเปิด เขาเห็นจดหมายของพ่อที่เขียนถึงตน จึงนั่งอ่านอย่างตั้งใจ...

ooooooo

รุ่งขึ้นสนทรรศน์ไปมหาวิทยาลัยบอกวรินทร์ว่าอยากไปกราบขอโทษคุณยายใหญ่เธอจะอนุญาตไหม

ทั้งสองพากันไปที่เรือนปั้นหยา สนทรรศน์บอกวรนาฎว่ามากราบขอขมาคุณยายใหญ่แทนคุณพ่อ วรนาฎบอกว่าที่จริงไม่ต้องพิธีรีตองอะไรขนาดนี้เพราะตนไม่ได้ถือโทษลืมไปแล้วด้วยซ้ำ วรนาฎทำเป็นตกใจเมื่อสนทรรศน์บอกว่าพ่อเสียแล้ว และขออโหสิให้พ่อด้วย

ขณะก้มกราบวรนาฎ สนทรรศน์จงใจให้สร้อยพระขรรค์จิ๋วที่ห้อยออกมาถูกที่เท้าวรนาฎ คลื่นพลังงานจากตัวสนทรรศน์ที่ห้อยสร้อยพระขรรค์จิ๋วไหลเข้าไปในตัววรนาฎ ดาวเวียงแอบดูอยู่ตกใจมาก

อสูรเจ้าโขนที่อยู่ในร่างวรนาฎร้อนทรมาน ถูกคลื่นพลังงานกระแทกจนอสูรต้องเคลื่อนถอยหายไปในเงามืด แล้ววิญญาณของวรนาฎในวัยชราก็เคลื่อนสวนออกมาแทนทันที

สนทรรศน์เงยขึ้นมองอย่างจับพิรุธ เห็นแววตาของวรนาฎเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน มองหน้าเขาตะลึงพึมพำ...

“พี่สุรนิตย์...” สนทรรศน์ถามว่าคุณยายว่าอะไร วรนาฎพูดเสียงคนแก่ว่า “ฉันเอง..ฉันไงวรนาฎ” พลางเอื้อมมือสัมผัสหน้าสนทรรศน์น้ำตาไหล

ที่ห้องกักขังดวงวิญญาณ อสูรเจ้าโขนพุ่งเข้ากดหัววรนาฎ ควบคุมดวงจิตวรนาฎไว้เหมือนเดิม ทันใดนั้น วรนาฎที่นั่งอยู่ที่โต๊ะสนามหน้าบ้านกับสนทรรศน์ชักเท้ากลับ แววตาเหี้ยมเหมือนเดิม พูดกับสนทรรศน์ว่า

“เรื่องบางเรื่อง มันอโหสิกรรมไม่ได้ เพราะกรรมมันเป็นของใครของมัน...เหมือนคดีอาญาที่ยกฟ้องไม่ได้นั่นแหละ แต่สำหรับเธอ ฉันอภัยให้ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนอุ้ย หลานรักของฉัน”

ทั้งวรินทร์และสนทรรศน์กราบขอบพระคุณคุณยายใหญ่ วรนาฎมองสร้อยห้อยพระขรรค์จิ๋วที่ห้อยออกมานอกเสื้อของสนทรรศน์เอื้อมมือมาจับ ถามว่า

“สร้อยเส้นนี้คงเป็นของเก่าแก่ พอๆกับพระขรรค์เงินของคุณพ่อเธอสิ” วรินทร์ทักว่าสร้อยถูกรถทับหักไปแล้วไม่ใช่หรือ สนทรรศน์บอกว่าเส้นนี้เป็นของพ่อ วรนาฎถามว่า “เป็นเกจิอาจารย์ท่านไหนปลุกเสกล่ะถึงใส่กันทั้งครอบครัว”

สนทรรศน์บอกว่าตนไม่ทราบเพราะไม่เคยสนใจเรื่องลี้ลับเหมือนพ่อ ที่ใส่เพราะมันเป็นมรดกของพ่อแต่ตนถือเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งเท่านั้น วรนาฎยุว่าของแบบนี้ถ้าไม่ได้เคารพไม่รู้จักวิธีบูชาจะเป็นอันตรายแก่ตัวเอง ทางที่ดีควรเอาไปถวายวัดเสีย สนทรรศน์บอกว่าจะทำตามที่คุณยายกรุณาแนะนำ วรนาฎยิ้มอ่อนโยน ทำให้วรินทร์ดีใจที่คุณยายไม่โกรธ

เมื่อสนทรรศน์และวรินทร์กลับไปแล้ว วรนาฎเข้าไปในห้องพิธีกรรม บอกดาวเวียงว่าตนจะทำพิธีสืบทายาทคืนเดือนแรมที่จะถึงนี้ ระหว่างนี้ก็จะให้อุ้ยมาค้างด้วย ทำให้ยอมรับสืบทายาทอย่างสนิทใจ จากนั้นก็ส่งศัตรูทุกคนไปรอตนที่ชาติภพหน้า...

แล้ววรนาฎก็ยื่นมือไปสัมผัสส่วนหัวของตุ๊กตากุมารสังคโลก ขอพลังเพิ่ม พูดเป็นเสียงเจ้าโขนว่า

“จงมอบพละกำลังให้แก่ข้า”

ooooooo

ฝ่ายเจ้าโขนอยู่ในห้องกักขังดวงวิญญาณ กดหัววรนาฎในวัยชราไว้ พูดเย้ยว่าอย่าหวังว่าจะหลุดพ้นจากอำนาจควบคุมของตนได้ น่าสมเพชที่จนป่านนี้ยังคิดถึงมันอยู่ ลืมไปแล้วสิว่าไอ้สุรนิตย์ทรยศตัวเองยังไง ปรามว่า

“แค่เจอมันอีกครั้ง ถึงกับทำให้เอ็งตื่นจากหลับใหล ข้าจักบอกให้เอาบุญ ที่มันมาเกิดใหม่เพื่อทำให้นังอุ้ยหลานเอ็งเสียใจเหมือนที่มันเคยทำไว้กับเอ็งยังไงล่ะ” วรนาฎบอกว่าหลานตนไม่เกี่ยว “ไม่เกี่ยวรึ เอ็งจะรู้ดีไปกว่าเจ้ากรรมนายเวรได้ยังไง ที่พวกเอ็งยังเวียนว่ายตายเกิด ยังพานพบกันทุกชาติ ไม่ใช่เพราะความต่ำช้าที่พวกเอ็งทำร่วมกันไว้หรอกรึ”

“แกพูดอะไร ฉันไปทำอะไร”

“ถึงเวลาเอ็งจะรู้เอง ตอนนี้เอ็งควรหลับได้แล้ว” อสูรเจ้าโขนร่ายคาถาจนวรนาฎหลับร่างหายไปในเงามืด

อสูรเจ้าโขนระเบิดหัวเราะเสียงกึกก้องอย่างผยอง...

ooooooo

ที่ศาลาวัดศพกษิดิศ...สนทรรศน์เข้ามายืนมองรูปพ่อหน้าเครียด แววตาสับสน พึมพำกับรูปพ่อที่เหมือนมองตนอยู่...

“ผม...ผมไม่อยากจะเชื่อพ่อเลยรู้ไหม พ่อน่ะฟุ้งซ่าน หมกมุ่นแต่เรื่องอภินิหารบ้าๆ...แต่...แต่ ผมมันโง่” สนทรรศน์กำมือแน่นอย่างอัดอั้น หลังจากได้อ่านจดหมายของพ่อจากโน้ตบุ๊กเมื่อคืนนี้...

“ทรรศน์ลูกพ่อ ถ้าแกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ของพ่อ แสดงว่าพ่อคงตายไปแล้ว ความตายเป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครหลบเลี่ยงได้... พ่อเสียใจเรื่องแม่ เสียใจที่เป็นพ่อที่ดีให้แกไม่ได้ แต่พ่ออยากให้แกรู้ไว้ว่า...พ่อรักแกทรรศน์...”

สนทรรศน์สะอื้นในอกด้วยความสะเทือนใจ อ่านจดหมายของพ่อต่อ...

“ถึงแม้แกจะคิดว่าพ่อชอบทำเรื่องไร้สาระ แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อไม่เคยทำ คือการโกหกแก”

ในคืนนั้น...สนทรรศน์ล้วงมือเข้าไปในปลอกหมอน หยิบสร้อยพระขรรค์เงินที่พ่อทิ้งไว้ขึ้นมาดู เหมือนเสียงพ่อบอกอยู่ข้างหูว่า...

“อสูรร้ายที่ปู่สุรนิตย์เตือนมาตลอด มันมีอยู่จริง และพ่อได้เห็นมันแล้ว มันคงไม่ปล่อยพ่อไว้แน่ พ่ออาจไม่มีหลักฐานแต่แกพิสูจน์คำพูดของพ่อได้...”

แล้วสนทรรศน์ก็ได้พิสูจน์แล้วจากที่ไปกราบขออโหสิให้พ่อและเอาสร้อยพระขรรค์เงินจี้ที่เท้าวรนาฎ และขณะที่วรนาฎลุกเดินกลับไป สนทรรศน์ทำตามที่พ่อบอกอีกว่า “เอาเศษดินใต้ฝ่าเท้าของคุณยายวรนาฎมาป้ายตา แล้วแกจะเห็น...”

สนทรรศน์เอาเศษดินป้ายตา พอลืมตาขึ้นเห็นวรนาฎที่หันมาจ้องตนพอดี สนทรรศน์เห็นร่างอสูรเจ้าโขนซ้อนอยู่ในร่างของวรนาฎเต็มตา!

วันนี้เมื่อมางานสวดศพพ่อที่ศาลา เขามองรูปพ่อพึมพำกับตัวเองอย่างอัดอั้น

“ทำไม...ทำไมผมถึงไม่ยอมเชื่อพ่อตั้งแต่แรก...ผมขอโทษ...ผมขอโทษ...” ขณะนั้นเองสนทรรศน์รู้สึกเหมือนมีลมวูบไหวผ่านไป ที่แท้วิญญาณกษิดิศกำลังลูบหัวลูกชายด้วยความรักและห่วงใย สนทรรศน์มองไปรอบๆ ถามว่า

“พ่อ...พ่ออยู่กับผมใช่ไหม...ผมรู้ ผมจะจัดการเรื่องนี้แทนพ่อเอง”

วิญญาณกษิดิศยิ้มรับก่อนจะหายตัวไป

เธียรถูกวรนาฎสะกดจิตให้ไปขโมยพระขรรค์ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง สุโขทัย แต่ถูกยามจับได้นำตัวไปมอบให้ ผอ.สินชัยซึ่งเป็นเพื่อนกับรัชโรจน์ สินชัยจำได้ว่าเธียรเป็นรุ่นพี่ของรัชโรจน์จึงโทร.บอก สนทรรศน์จึงขอตามไปด้วย

ไปเห็นสภาพของเธียรที่เอาแต่เพ้ออาละวาดจะรื้อตู้ศัสตราวุธท่าเดียวจนสินชัยต้องสั่งให้มัดไว้ ถามรัชโรจน์ว่าปู่เธียรไปลบหลู่อะไรใครที่ไหนมาหรือเปล่า สนทรรศน์ดูอาการแล้วคิดถึงตอนที่วรินทร์ถูกผีเข้าเป็นอาการเดียวกัน จึงแอบถอดสร้อยพระขรรค์จิ๋วกำไว้ทำเป็นเข้าไปเขย่าตัวเธียรถามว่าพระขรรค์เงินอยู่ที่ไหน ทำให้เธียรหลุดพ้นจากมนต์สะกด ถามงงๆ

“เฮ้ย...พี่มาอยู่นี่ได้ยังไง แล้วมามัดกันทำไมเนี่ย?”

ทั้งสินชัยและรัชโรจน์มองเธียรงงๆ แต่สนทรรศน์ชำเลืองดูสร้อยพระขรรค์จิ๋วในมือ นึกอะไรบางอย่าง...

ooooooo

เธียรหลุดจากการถูกสะกดจิต เขาจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้กระทั่งว่ามาอยู่ที่นี่และก่อเรื่องอะไรขึ้นมาบ้าง จำได้แต่ว่า

“วันนั้นคุณยายวรนาฎนัดให้เอาพระขรรค์เงินไปหาที่ศรีสัชฯ ท่านเป็นคนแนะนำให้พวกพี่ขอพระขรรค์เงินจากทรรศน์มาศึกษา”

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นครับ อาจารย์” สนทรรศน์เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

เธียรเล่าว่าพอคุณยายรู้ว่าพระขรรค์หายก็โกรธเหมือนจะฆ่าตน รัชโรจน์ไม่เชื่อ เธียรสาบานให้เจดีย์ถล่มทับตนก็ได้เพราะตนพูดความจริง รัชโรจน์ทบทวนว่าวันนั้นตนยังเห็นคุณยายนั่งสมาธิอยู่ในห้องพระเลย เธียรบอกว่ายายเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดา ต้องใช้คาถาหายตัวได้มาแน่ๆ

รัชโรจน์ไม่พอใจที่เธียรพูดว่ายายตน ลากเธียรจะพาไปพบจิตแพทย์จะได้หายและพูดความจริงสักที

“เฮ้ย! ยังไงวะโรจน์ ก็นี่ไงเรื่องจริง....กูไม่ได้บ้า!” เธียรสะ
เธียรสะบัดแขนตะโกนอย่างโกรธจัด

เรื่องนี้ทำให้สนทรรศน์คิดถึงที่ตนทะเลาะกับพ่อ กษิดิศบอกว่า “พ่อไม่ได้บ้า มันคืออสูรที่ปู่ของแกเตือนเอาไว้” จึงไกล่เกลี่ยรัชโรจน์กับเธียรว่าอย่าทะเลาะกันเลย ทะเลาะกันไปก็ไม่ได้พระขรรค์คืนมา

ooooooo

ฝ่ายวรนาฎเร่งทำพิธีสืบทอดทายาท โดยเข้าทางโอฬารกับสุดาดวง เป่าหูยุยงว่าวรินทร์กำลังมีเคราะห์

“ป้าสัมผัสถึงอำนาจเลวร้ายที่ครอบงำตัวอุ้ยอยู่ ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพ่อของสนทรรศน์เอาพระขรรค์เงินมาไล่ฟันป้าที่มหาวิทยาลัย” เมื่อโอฬารกับสุดาดวงไม่รู้เรื่องก็เป่าหูว่าที่วรินทร์ไม่เล่าให้พ่อแม่ฟังอาจเพราะกำลังอยู่ในความลุ่มหลงสนทรรศน์จนสายตาพร่ามัว สุดาดวงวิตกถามว่าพอมีทางแก้ไขอะไรได้ไหม วรนาฎทำเป็นหนักใจแนะนำว่า

“อุ้ยต้องมานอนค้างที่นี่ เพื่อจะได้สวดมนต์กับป้าทุกคืน มีวิธีนี้วิธีเดียวที่จะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้”

จากนั้น โอฬารกับสุดาดวงก็จับตาเข้มงวดวรินทร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับสนทรรศน์
วันนี้เมื่อวรินทร์จะไปงานสวดของกษิดิศก็ไม่ยอมให้ไป แม้วรินทร์จะยืนยันว่าตนไม่มีอะไรแต่สนทรรศน์มีบุญคุณที่ช่วยเล่นหนังสั้นให้ตน สุดาดวงถามว่าแน่ใจหรือว่าอุ้ยไม่มีอะไรปิดบังพ่อแม่

“อุ้ยไม่เคยมีความลับกับคุณพ่อคุณแม่”

“แล้วเรื่องที่พ่อของสนทรรศน์เขาไปทำร้ายยายใหญ่ของเราที่มหาวิทยาลัยล่ะ” โอฬารจับผิด อุ้ยถึงกับอึ้ง โอฬารสั่งห้ามวรินทร์คบหากับสนทรรศน์เด็ดขาดไม่ว่าในฐานะอะไรทั้งสิ้น

“คุณพ่อเขาเป็นห่วงเรานะอุ้ย จำเรื่องที่เกิดกับคุณพ่อได้ไหม เขาไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก” สุดาดวงชี้แจงจนวรินทร์บอกว่าตนเข้าใจ “คุณยายใหญ่ท่านมีเซ้นส์ทางด้านนี้ ในเมื่อท่านเป็นคนเอ่ยปากเตือน เราก็ควรเชื่อไว้นะลูก”

แก้วดูและแอบฟังรู้เรื่องนี้ก็แอบส่งข่าวให้วรรณา วรรณาทำเป็นสงสารว่าวรินทร์เป็นคนหัวอ่อนไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมใครบอกแก้วว่ามีข่าวอะไรเพิ่มเติมให้โทร.บอกอีกเผื่อตนจะช่วยอะไรได้

พอดีมานพจะไปงานแต่งงานลูกเพื่อนขอเงินวรรณาใส่ซอง วรรณาไม่ให้บอกว่าไม่มี พรรณทิพย์ได้ยินจึงเอาเงินให้ลุงยืมใส่ซองไปก่อน วรรณาเอะใจว่าพรรณทิพย์เอาเงินมาจากไหน ขายตัวหรือเปล่า พรรณทิพย์ย้อนว่าตนไม่ทำอย่างแม่หรอกแล้วจะแบ่งเงินให้ใช้ วรรณาแย่งกระเป๋าไปค้น แล้วแบ่งไปครึ่งหนึ่งอ้างว่าตนเป็นแม่ต้องได้ครึ่งหนึ่ง

ooooooo

พรรณทิพย์ได้ส่วนแบ่งจากการขายพระขรรค์เงินก็วางเขื่องข่มทั้งมานพและนัยน์เนตร โดยเฉพาะนัยน์เนตรที่ไม่มีรถใช้ต้องเดินจากปากซอยเข้าบ้านมาจนหัวแดง ถูกพรรณทิพย์หัวเราะเยาะดูถูก นัยน์เนตรคับแค้นใจจึงขนกระเป๋าไปหาวรนาฎ

ส่วนวรินทร์ถูกวรนาฎตะล่อมให้ไปอยู่ด้วยกันเพื่อทำพิธีสืบทายาท ให้ดาวเวียงจัดห้องที่ดีที่สุดให้อยู่

“สวยมากค่ะคุณยาย สวยกว่าห้องนอนของอุ้ยซะอีก คุณยายใหญ่ไม่น่าต้องลำบากเพราะอุ้ย”

“ไม่ได้ หลานรักของยายทั้งคน ไม่มีคำว่าลำบาก ยายรู้ว่าอุ้ยไม่สบายใจ ไม่มีอะไรที่จะทำให้หนุ่มสาวมีความทุกข์มากไปกว่าเรื่องความรัก”

“แต่อุ้ยไม่ได้คิดกับพี่ทรรศน์ขนาดนั้นนะคะคุณพ่อเข้าใจผิดไปเอง”

“อุ้ย...ไม่มีอะไรจะยั่งยืนเท่าความรักความผูกพันระหว่างคนในสายเลือดเดียวกันหรอก พ่อเขาหวังดีกับอุ้ยเหมือนยายนั่นแหละ...ผู้ชายคนนั้น สนทรรศน์ เขาไม่ได้จริงจังกับหลาน พ่อของเขาเคยทำพิธีให้อุ้ยถูกไหม ดวงชะตาของเราสองคนผูกพันกันทั้งยายและอุ้ยกำลังมีเคราะห์หนัก ดวงจิตอ่อนแอ ถูกอำนาจมนต์ดำครอบงำได้ง่าย ยายถึงอยากจะให้อุ้ยมาอยู่ใกล้สวดมนต์ ปฏิบัติธรรมด้วยกัน เพื่อขอให้อำนาจพุทธคุณคุ้มครอง”

วรินทร์จ้องตาวรนาฎเหมือนถูกสะกด เมื่อพาเข้าห้องพิธีกรรมวรนาฎหยุดตรงหน้าตุ๊กตากุมารสังคโลกเอ่ยขึ้น

“ตุ๊กตาสังคโลกตัวนี้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูลของเรา เป็นองค์เทพที่คุ้มครองให้พวกเราพ้นภัยมาหลายชั่วอายุคนแล้ว จากนี้อีกเจ็ดคืน อุ้ยจะต้องสวดคาถาบูชาตุ๊กตาสังคโลกเพื่อปัดเป่าเคราะห์ภัยให้หมดไป”

“ค่ะคุณยายใหญ่ อุ้ยจะทำตามที่คุณยายบอกทุกอย่าง”

ระหว่างที่วรินทร์หลับตาพนมมือว่าคาถาตามวรนาฎอยู่หน้าตุ๊กตากุมารสังคโลกเสียงก้องกังวาลนั้น
ภายนอก บรรดาสัตว์เลื้อยคลานต่างออกจากที่ซ่อนไต่ยั้วเยี้ย พายุพัดอื้ออึง ฟ้าคำรามแลบ และดวงตาของตุ๊กตากุมารสังคโลกก็แดงวาบขึ้น!

วรนาฎลืมตาขึ้น แววตาดุ เงาของวรนาฎที่อยู่ด้านหลังวรินทร์เคลื่อนไปทับทาบบนตัววรินทร์ ครู่หนึ่งเงาของวรนาฎก็กลายเป็นเงาร่างอสูร!

ooooooo
เพราะวรินทร์หายเงียบไป สนทรรศน์เป็นห่วงจึงมาหาที่บ้าน เขาถูกแก้ว โอฬาร และสุดาดวงกีดกันไม่ให้พบ อ้างว่าอุ้ยยังไม่ตื่นบ้าง สนทรรศน์ตกใจถามว่าอุ้ยเป็นอะไร โอฬารเลยพูดตรงๆว่า

อุ้ยไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแต่ไม่ต้องการให้ใครรบกวน และอุ้ยยังเด็กตนไม่สนับสนุนให้คบพวกที่มาชวนทำเรื่องไร้สาระ สุดาดวงบอกให้กลับไปเสีย สนทรรศน์จึงจำต้องไหว้ลา พอสนทรรศน์กลับไป โอฬารสั่งแก้วว่า

“ทีหลังผู้ชายคนนี้มาอย่าให้เข้าบ้าน”

แต่พอดีรัชโรจน์ลงมารีบไปเรียกสนทรรศน์ไว้ บอกเขาว่าอุ้ยไม่เป็นอะไร คุณพ่อคุณแม่คงหวงลูกสาวเท่านั้นเอง และตอนนี้อุ้ยก็ไปค้างเป็นเพื่อนคุณยายใหญ่ที่เรือนโน้น สนทรรศน์ถามว่าเรื่องพระขรรค์เงินเป็นยังไงบ้าง

“ปู่เธียรกำลังขอดูกล้องวงจรปิดที่มหาวิทยาลัย น่าจะได้เบาะแสบ้าง”

รัชโรจน์กับสนทรรศน์ขับรถตามกันออกไป สวนกับรถแท็กซี่ที่นัยน์เนตรนั่งเข้ามาแต่ไม่เห็นกัน

เป็นเวลาที่วรนาฎสวมกำไลข้อมือทองลงยาสวยงามให้วรินทร์บอกว่ามันเหมาะกับอุ้ยที่สุด กำไลนี้เป็นของเก่าแก่ของตระกูลเรา สวมไว้ก็เหมือนเป็นเครื่องรางคุ้มครองตัว แล้วจูงออกมาจะส่งไปเรียน กำชับให้กลับมากินข้าวเย็นกันยายจะรอ

ดาวเวียงมาเปิดประตูรั้วให้ เจอนัยน์เนตรยืนอยู่ พอเห็นวรินทร์นัยน์เนตรก็ทิ้งกระเป๋าโผกอดร้องไห้ฮือๆ ขอให้ช่วยด้วยเพราะตนไม่มีใครอีกแล้ว

“นังคนนี้มันทำลายพิธีเราคราวก่อนไงเจ้าคะคุณท่าน” ดาวเวียงกระซิบ

เมื่อพาเข้ามาในบ้าน นัยน์เนตรร้องไห้คร่ำครวญว่า ตอนนี้ที่บ้านเหมือนนรก มีนักเลงมาทวงหนี้คุณพ่อทุกวัน น้าวรรณาก็เอาแต่ผลาญเงินเพิ่มหนี้สิน พรรณทิพย์ก็ทำตัวเหลวแหลก ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ตนทนอยู่บ้านนั้นไม่ได้แล้ว ขอมาอยู่ปรนนิบัติคุณยายที่นี่ได้ไหม ดาวเวียงสวนไปทันทีว่าไม่ได้ แต่วรนาฎบอกว่าได้ สั่งดาวเวียงให้ไปจัดห้องให้หลานตนปูที่หลับที่นอนให้เรียบร้อยด้วย

เมื่อนัยน์เนตรลากกระเป๋าไปเข้าห้องซึ่งเป็นห้องเดียวกับวรินทร์ แล้วดาวเวียงออกมาติงวรนาฎว่าในเมื่อเราจะทำพิธีสืบทายาทอีกไม่กี่วันนี้แล้ว ทำไมถึงยอมให้นัยน์เนตรมาพักด้วยเพราะเขาเคยทำพิธีเราล่มไปครั้งหนึ่งแล้ว

“แต่คราวนี้มันจะมาช่วยเรา เอ็งเคยบอกข้าว่า นัยน์เนตรมันรักไอ้สนทรรศน์ไม่ใช่เหรอ ข้าจะใช้ความรักความหลงของมันให้เป็นประโยชน์ เอ็งคอยดูก็แล้วกัน” วรนาฎยิ้มเหยียดบอกว่า “มนุษย์มันตายเพราะเรื่องตัณหาราคะอย่างเดียวเท่านั้น”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 6 วันที่ 11 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ