อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 6 วันที่ 12 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 6 วันที่ 12 มิ.ย.59

สนทรรศน์ เธียร และรัชโรจน์ ดูเทปจากกล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัยในช่วงวันเกิดเหตุ เห็นพรรณทิพย์ช่วยเธียรถือของไปส่งที่รถ พอรถแล่นออกไปก็เห็นพระขรรค์ที่วางอยู่ใต้รถ จึงรู้ว่าพรรณทิพย์เป็นคนขโมยพระขรรค์เงินไป

ทั้งสามไปหาพรรณทิพย์ที่บ้านเจอวรรณาบอกว่าพรรณทิพย์ไม่อยู่ถามรัชโรจน์ว่าทำไมไม่โทร.หากัน

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณน้า พอดีผมมีเรื่องสำคัญจะถามทิพย์สักหน่อยนะครับ”

“คือผมสงสัยว่าคุณทิพย์ขโมยพระขรรค์เงินของพวกผมมา” เธียรโพล่งออกไป



วรรณานึกรู้ทันทีว่าเป็นเรื่องจริง แต่แกล้งทำเสียงแข็งปกป้องพรรณทิพย์ ปรามว่าอย่ามากล่าวหา

ลูกสาวตน เธียรอาจจะเผลอเอาไปวางทิ้งไว้ที่ไหน ก็ได้

ไล่ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจ วรรณาขึงขังเสียจนพวกรัชโรจน์ต้องพากันกลับ เธียรถามว่าแล้วเราจะไปตามหาพระขรรค์ได้ที่ไหนในเมื่อคนที่เราสงสัยไม่ได้อยู่ที่นี่

“ผมรู้แล้วว่าเราต้องไปที่ไหน” รัชโรจน์นึกขึ้นได้ พาเธียรกับสนทรรศน์ไปผับที่พรรณทิพย์ทำงานอยู่

แต่วรรณาโทร.บอกพรรณทิพย์ก่อนแล้วว่าพวกรัชโรจน์มาถามเรื่องพระขรรค์ ทั้งพรรณทิพย์และอภิศักดิ์ผวากลัวถูกจับได้ พอดีพวกรัชโรจน์มาถึง เธียรเห็นพรรณทิพย์ก็จำได้และสนทรรศน์เห็นอภิศักดิ์ก็บอกว่านั่นคือญาติตนที่เคยไปช่วยงานศพพ่อ แต่พออภิศักดิ์เห็นเธียรและสนทรรศน์มาก็ฉุดพรรณทิพย์วิ่งหนีไป

“ไม่นึกเลยว่าพี่ศักดิ์จะมารู้จักกับพรรณทิพย์ได้โลกกลมจริงๆ แบบนี้เราคงได้พระขรรค์คืนยากแล้วครับ” สนทรรศน์เอ่ยปลงๆ รัชโรจน์เสนอให้พึ่งตำรวจ “อย่าเลยครับ เป็นญาติกันทั้งนั้น อีกอย่างถึงพรรณทิพย์ไม่ขโมยไป ก็มีคนที่คอยจ้องจะเอาพระขรรค์ไปอยู่แล้ว”

“ทรรศน์หมายความว่าไง” รัชโรจน์ถาม

“ก็ของโบราณที่มีค่าแบบนี้ ใครก็ต้องการ ผมว่าพี่ศักดิ์คงจะเอาไปขายแล้ว ผมรู้จักพี่ศักดิ์ดี วันๆ ไม่ทำอะไรเที่ยวเกาะผู้หญิงกิน ทำมาหากินอะไรไม่เป็นหรอก”

รัชโรจน์ยืนยันว่ายังไงตนก็ต้องตามหาพระขรรค์มาคืนให้เร็วที่สุด คงมีร้านของเก่าไม่กี่ร้านที่จะรับซื้อน่าจะเป็นเจ้าใหญ่ สนทรรศน์ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย เขานิ่งไปเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง พอรัชโรจน์จะแยกไปจึงเรียกไว้

“อาจารย์...ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปจัดการตามคำสั่งเสียของพ่อ คงไม่ได้อยู่กรุงเทพฯสักพักนึงครับ ผมฝากสร้อยพระขรรค์นี้ให้อุ้ยด้วยครับ ให้อุ้ยใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาอย่าถอดเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา” รัชโรจน์ถามว่าสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ “ครับ มันคือความเป็นความตาย แต่เหตุผลทั้งหมด ผมจะบอกพี่เมื่อถึงเวลา”

เมื่อกลับถึงบ้าน สนทรรศน์บอกกล่าวกับรูป

กษิดิศว่า ถึงพระขรรค์ไม่ได้อยู่กับเราแต่ตนจะปกป้องอุ้ยและช่วยคุณยายวรนาฎให้ได้ แล้วเขาก็แบกเป้ไปขึ้นรถ หยิบรูปเก่าๆใบหนึ่งขึ้นดู เป็นรูปที่พ่อเคยบอกว่า

“รูปของหนานจรวยอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานพ่อ ท่านเป็นอาจารย์ของครอบครัวเรา ถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว ให้แกไปหาท่าน ท่านคนเดียวที่จะช่วยบอกวิธีปราบอสูรร้ายได้”

สนทรรศน์ขับรถบ่ายหน้าไปหาหนานจรวยอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

ขณะวรินทร์จะไปเรียนนั้น แก้วรดน้ำต้นไม้อยู่ สาระแนเอาหน้ามากระซิบบอกว่าเมื่อเช้านี้สนทรรศน์มาหาและจะรอพบ แต่คุณผู้ชายไล่กลับไปและสั่งห้ามบอกคุณอุ้ยด้วย

วรินทร์เครียดเรื่องสนทรรศน์มาหาแต่ไม่ได้พบ ไปถึงมหาวิทยาลัยก็ยิ่งเครียดเมื่อรู้จากกอหญ้าว่าสนทรรศน์ดร็อปเรียน ถามว่าเพราะเธอหรือเปล่าเพราะงานเผาศพพ่อเขาเธอก็ไม่ไปโทร.หาก็ไม่รับสาย วรินทร์อ้างว่าตนปวดท้องแต่นึกเป็นห่วงสนทรรศน์มาก

วรินทร์กลับมาปูที่นอนเตรียมจะนอนข้างเตียงที่นัยน์เนตรนอน ก็ยังคิดเครียด หยิบโทรศัพท์จะโทร.หาเขา นัยน์เนตรถามว่าจะโทร.หาใคร เธอตกใจปดว่าเปล่า แล้วขอตัวไปหาคุณยายเพราะต้องสวดมนต์สะเดาะเคราะห์กับคุณยายให้ครบเจ็ดคืน

นัยน์เนตรตามไปขอสวดมนต์ด้วย วรนาฎอนุญาต เมื่อเข้าห้องพิธี วรนาฎยืนอยู่ตรงกันข้ามสองสาวบอกว่า

“ก่อนจะสวดมนต์ หลานทั้งสองต้องทำสมาธิให้มั่นเสียก่อน สำรวมจิตสำรวมใจให้พร้อม เคราะห์กรรมที่ตามติดมาไม่มีทางหนีพ้น สิ่งที่เราทำได้ก็แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบา อะไรที่เป็นของเน่าของเสียก็ต้องขจัดปัดเป่าไปให้พ้นทาง”

วรนาฎร่ายมนต์สะบัดไปที่นัยน์เนตรควันดำหมุนเข้าโอบนัยน์เนตรกลืนหายวับไปทันที

ในอีกมิติหนึ่ง นัยน์เนตรถูกดาวเวียงกระซิบหลอนๆชวนไปอยู่ด้วยกัน นัยน์เนตรสะดุ้งลืมตาขึ้นกลัวจนเกร็งถามว่าตนอยู่ที่ไหน ก็ถูกมือเหี่ยวบนเล็บยาวของดาวเวียงไล้ไปตามแผ่นหลังแล้วโผล่พรวดพุ่งเข้าใส่ นัยน์เนตรยกมือปัดป้องร้องอย่างหวาดกลัว วรนาฎทำเป็นห่วงใย บอกว่า

“คนนั่งกรรมฐานน่ะ บางครั้งก็เจออะไรที่มันแปลกๆ บางคนเจอนางฟ้า ถ้ากิเลสหนาขี้โกรธขี้อิจฉาก็เห็นยักษ์เห็นมารได้เหมือนกัน”

นัยน์เนตรไม่กล้าบอกความจริง ปดว่าตนไม่เห็นอะไรแต่ปวดท้องขอกลับไปพักผ่อนไหว้ขอโทษวรนาฎแล้วออกไปเลย วรนาฎมองอย่างรู้ทัน สั่งดาวเวียงให้ตามไปดู แล้วชวนอุ้ยสวดมนต์ต่อกันสองคน

ooooooo

สนทรรศน์ไปถึงกาดเช้าในอำเภอหนึ่งทางเหนือ ถามแม่ค้าว่ารู้จักอาจารย์เดชที่สักยันต์ไหม แม่ค้าชี้ไปที่เรือนกาแลบอกว่าเรือนนั้นแหละ สนทรรศน์จึงมุ่งไปที่เรือนกาแลหลังนั้นที่อกคาดกระเป๋าเครื่องรางของขลังของพ่อติดตัวไปด้วย

อาจารย์เดชถามว่าจะมาสักยันต์หรือสนใจด้านเมตตามหาเสน่ห์ สนทรรศน์บอกว่าตนต้องการพบหนานจรวย พ่อบอกให้มาที่นี่ อาจารย์เดชจะพาไปพบได้ไหม อาจารย์เดชจะพาไปแต่เลื่อนพานไปตรงหน้าสนทรรศน์ เขารู้ทันหยิบเงินวางบนพานจนอาจารย์เดชพอใจจึงพาไป

รัชโรจน์รับเอาสร้อยพระขรรค์จิ๋วจากสนทรรศน์แอบเอาไปให้วรินทร์ที่ศาลาริมคลองที่บ้านเล่าว่าตนถูกคุณพ่อคุณแม่ซักเรื่องสนทรรศน์ดูท่านเป็นกังวลมากเชื่อตามที่คุณยายใหญ่เตือน วรินทร์ถามว่ากลัวพี่ทรรศน์จะเป็นคนเล่นของเหมือนพ่อเขาหรือ รัชโรจน์บอกว่าตอนแรกตนก็ไม่คิดแบบนั้นเพราะดูเขาไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์เลย แต่...

“ตั้งแต่ที่คุณพ่อเขาเสีย ทรรศน์มีท่าทางแปลกๆ ที่จริงพี่ก็ไม่อยากรับสร้อยนี้มาหรอก แต่เพราะทำพระขรรค์ประจำตระกูลของเขาหาย พี่เลยปฏิเสธไม่ลง” วรินทร์ตกใจถามว่าหายไปได้ยังไง “มีคนขโมยไป ตอนนี้ก็กำลังสืบหากันอยู่ ส่วนเรื่องสร้อยเส้นนี้ ถ้าอุ้ยลำบากใจก็ไม่ต้องใส่ เก็บไว้สักพักแล้วค่อยหาจังหวะคืนดีไหม”

วรินทร์รับปาก รัชโรจน์จึงขอตัวไปสอน แต่วรินทร์ยังคิดถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับสร้อยพระขรรค์ และวรนาฎเคยบอก สนทรรศน์ว่าทางที่ดีควรเอาไปถวายวัดเสีย เป่าหูวรินทร์ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้จริงใจกับเธอ ทำให้วรินทร์คิดระแวงว่า

“หรือพี่ทรรศน์จะเป็นอย่างที่คุณยายใหญ่พูดไว้...”

วรินทร์กลับไปหาวรนาฎ เจอดาวเวียงเดินเข้าไปถามว่าคุณยายยังไม่พักใช่ไหม ดาวเวียงถอยอย่างตระหนกร้องว่าอย่าเข้ามาหน้าซีดจนวรินทร์ถามว่าเป็นอะไร ดาวเวียงไม่ตอบวิ่งหนีเข้าเรือนไป วรินทร์ตามไปด้วยความเป็นห่วง ดาวเวียงตรงไปกระซิบบอกวรนาฎ

วรนาฎเครียดขึ้นทันที พอวรินทร์เข้ามาก็ดุว่า “ยายบอกแล้วว่าอย่าไปรับของจากนายสนทรรศน์อะไรนั่นอีก ทำไมไม่เชื่อยาย” สั่งให้วรินทร์เอาสร้อยพระขรรค์มาให้ยายทำลายเดี๋ยวนี้

วรินทร์ตกใจปดว่าตนเอาทิ้งคลองไปแล้ว วรนาฎทำเป็นเชื่อบอกว่าดีแล้วสร้อยนั่นเป็นของไม่ดีเก็บไว้จะเป็นอันตรายกับคนในบ้าน ถามว่ามีเรียนใช่ไหมรีบไปเสียเดี๋ยวจะไม่ทัน วรินทร์ชวนนัยน์เนตรจะไปด้วยกันไหม

“ไม่เป็นไรจ้ะอุ้ย วันนี้พี่ไม่มีเรียน ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะปรนนิบัติคุณยายแทนอุ้ยเอง”

พอวรินทร์ออกไป นัยน์เนตรถามวรนาฎว่าจริงๆ แล้วเรื่องสร้อยพระขรรค์เป็นยังไงกันแน่

วรนาฎบอกว่าอุ้ยกำลังถูกมนต์ดำครอบงำจากคนที่หมายปองอยู่ คนนั้นแกล้งทำเป็นห่วงเอาของขลังมามอบให้แต่ที่จริงเขาต้องการผูกมัดอุ้ย อุ้ยก็หลงใหลเขาจนน่าเป็นห่วง บอกนัยน์เนตรว่า

“ยายคงต้องขอให้เนตรช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วยนะ”

นัยน์เนตรบอกว่าตนเตือนน้องหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่เชื่อ อย่างไรเสียตนก็จะพยายามเตือนน้องอีก

“หลานรักของยาย หลานมีน้ำใจกับน้องแบบนี้ ยายชื่นใจจริงๆ” วรนาฎกอดลูบหัวนัยน์เนตร แต่นัยน์ตายิ้มหยันที่หลอกใช้นัยน์เนตรให้ทำลายสร้อยโดยตนไม่ต้องลงแรงอะไรเลย

ooooooo

อาจารย์เดชพาสนทรรศน์ไปที่วัดร้างกลางเนินเขา แต่ไม่ยอมให้สนทรรศน์เดินเข้าไปในซากโบสถ์ร้าง ต้องปลดเครื่องรางของขลังออกให้หมดก่อน อ้างว่าเป็นกฎ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มาลองของกับท่าน

อาจารย์เดชปลดของตัวเอง สนทรรศน์จึงปลดตามแล้วเอาไปวางไว้ข้างกำแพง แต่แล้วอาจารย์เดชก็หนีออกมาเปิดกระเป๋าที่คาดอกของสนทรรศน์ที่ถอดวางไว้ เห็นเครื่องรางของขลังมากมาย สนทรรศน์วิ่งตามมาด่าว่าไอ้หัวขโมยแล้วเข้ายื้อแย่งกระเป๋าคืน ทั้งสองต่อสู้กัน สนทรรศน์ถูกอาจารย์เดชเสยหมัดเข้าปลายคางท่าหนุมานถวายแหวนจนสลบกลางอากาศ

เมื่อสนทรรศน์ฟื้นขึ้นมาอาจารย์เดชถามว่าเขาเป็นใคร ค้นกระเป๋าคาดอกของสนทรรศน์ถามว่าเอาของพวกนี้มาจากไหน ที่สำคัญล้วนแต่เป็นของสำนักอาจารย์จรวยทั้งสิ้น

“ของพวกนี้เป็นของพ่อฉัน ฉันตามหาหนานจรวย ตามคำสั่งเสียของพ่อ”

ขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงและจะเข้าพันตูกันนั้น ชายชราหนวดเคราสีดอกเลารุงรังก็โผล่มาสลัดลำไม้ไผ่ในมือ เกิดพลังปะทะร่างอาจารย์เดชจนกระเด็น

“ท่านอาจารย์” อาจารย์เดชอุทาน

“หนานจรวย...ท่านคือหนานจรวย” สนทรรศน์ดีใจมาก หนานจรวยท่าทางดุดัน หันมองสนทรรศน์ไม่ตอบอะไร

ooooooo

หน้ากระท่อมไม้หลังคาตองตึงที่ชายป่า เดชก้มกราบหนานจรวย สนทรรศน์นั่งอยู่ห่างๆ

เดชที่ตั้งตนเป็นอาจารย์เดช เป็นลูกศิษย์ของหนานจรวย ทำผิดที่เอาวิชาไปหากินและหนีไปตั้งตำหนักของตัวเองจนตัดขาดจากหนานจรวยไปนาน กลับมาคราวนี้เดชสารภาพผิดและจะไม่กลับไปตำหนักอีกแล้ว จะอยู่กับอาจารย์ที่นี่

หนานจรวยไล่เดชออกไปข้างนอกตนจะคุยกับสนทรรศน์ตามลำพัง เมื่อเดชออกไป หนานจรวยถามสนทรรศน์ว่าชื่ออะไรตามหาตนด้วยกิจอันใดและเขาเป็นอะไรกับสุรนิตย์ เพราะหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ เมื่อสนทรรศน์บอกว่าสุรนิตย์เป็นปู่ หนานจรวยก็ลำดับได้ทันทีว่าเขาเป็นลูกของกษิดิศ

สนทรรศน์บอกว่าพ่อตายแล้ว พ่อสั่งเสียให้ตนมาตามหาอาจารย์ หนานจรวยรำพึงว่ากษิดิศถึงคราวหมดอายุขัย

“แต่พ่อของผมถูกอสูรฆ่า” สนทรรศน์ติง หนานจรวย ถามว่าอสูรกลับมาแล้วหรือ พระขรรค์เงินอยู่ไหน กษิดิศมีพระขรรค์เงินไม่ใช่หรือ สนทรรศน์บอกว่าเพราะตนเอง ตนทำให้พ่อต้องตาย หนานจรวยจึงให้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง...

ooooooo

เพราะวรินทร์ถูกทั้งพ่อและแม่สั่งห้ามติดต่อสัมพันธ์กับสนทรรศน์และตนก็ปดคุณยายใหญ่ว่าโยนสร้อยพระขรรค์เงินทิ้งคลองไปแล้ว วรินทร์จึงซ่อนสร้อยพระขรรค์ไว้ใต้ต้นไม้ให้พ้นตัว

วรนาฎรู้สึกผิดปกติเมื่อสวดคาถาโบราณแต่ดวงตาของตุ๊กตาสังคโลกที่เป็นสีแดงค่อยๆอ่อนลงจนดับสนิท สั่งให้ดาวเวียงไปค้นให้ทั่วบริเวณบ้านว่าอะไรทำให้พลังของท่านเทพศตบาทด้อยลงเช่นนี้

ดาวเวียงเดินหาจนเจอก้อนหินใต้ต้นไม้ใหญ่มีแสงเรืองริบหรี่จึงพลิกขึ้น ถูกพลังจากสร้อยพระขรรค์ที่วรินทร์ซ่อนไว้พุ่งเข้าปะทะจนผงะหงาย ร่างกลายเป็นตะขาบชักดิ้นชักงอแล้วคลานหายไปในพงหญ้าริมคลอง

รุ่งขึ้น วรินทร์เดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ล้วงห่อพระขรรค์ออกมาดูคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี นัยน์เนตรที่สะกดรอยตามมาจับได้ว่า วรินทร์โกหกคุณยายว่าโยนสร้อยพระขรรค์ทิ้งคลองไปแล้วและแย่งสร้อยไป

วรินทร์ตกใจมากบอกว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของมีค่าประจำตระกูลของสนทรรศน์ตนตั้งใจจะเอาไปคืนเขา ขอร้องอย่าบอกคุณยาย

นัยน์เนตรได้ทีอ้างว่าคุณยายบอกแล้วว่ามันเป็นของไม่ดีจะเป็นอันตรายทั้งกับตัวเองและคนรอบข้างต้องทำลายทิ้ง ถ้าเธอไม่กล้าตนจะทำลายให้เอง แล้วทำท่าจะขว้างสร้อยลงคลอง วรินทร์ร้องห้ามและเข้าแย่ง เลยตกน้ำไปทั้งคู่ สร้อยพระขรรค์หลุดจมหายไปในคลอง ทันใดนั้นร่างของดาวเวียงที่กลายเป็นตะขาบก็กลับมาเป็นร่างเดิม

รัชโรจน์มาประสบเหตุลงไปช่วยนัยน์เนตรที่ว่ายน้ำไม่แข็งขึ้นมา โอฬารและสุดาดวงรู้เรื่อง จึงสั่งห้ามทุกคนยุ่งเกี่ยวกับสนทรรศน์อีกเด็ดขาด หากไม่เชื่อฟังก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก

วรนาฎสมใจที่นัยน์เนตรมาช่วยทำลายพระขรรค์เงินโดยตนไม่ต้องลงแรงอะไรเลย ดาวเวียงถามว่าแล้วคุณท่านจะจัดการอย่างไรกับนัยน์เนตรต่อไป ก็พอดีวรรณารู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะแก้วเป็นสายให้มาที่บ้านทำทีเป็นห่วงมาตามหานัยน์เนตรที่หายไปจากบ้าน
วรนาฎเห็นวรรณามาก็บอกดาวเวียงทันทีว่า

“ข้าว่า น่าจะมีคนจัดการเรื่องนี้ให้ข้านะ”

แล้ววรนาฎก็อ่อยนัยน์เนตรด้วยทองหนักสิบบาทบอกว่าเอาไปขายใช้หนี้ให้พ่อ แล้วเอาเครื่องทองเป็นชุดมาล่อตาวรรณาแต่มอบแหวนพลอยเล็กๆให้วงหนึ่ง ซ้ำพูดให้เจ็บใจว่านี่เป็นแหวนพลอยวงเล็กที่สุดที่ตนมี วรรณาถึงกับจ๋อย

กลับถึงบ้าน วรรณาทำดีกับนัยน์เนตรหวังจะได้แบ่งทองมาบ้าง นัยน์เนตรกอดกระเป๋าใส่ทองไว้แน่นบอกว่า

“ทองแท่งทั้งหมดในกระเป๋านี่เป็นของฉัน ฉันจะเอาไปขายใช้หนี้ให้พ่อ เหลือบอย่างแกกับลูกไม่มีทางได้อะไร บาทเดียวฉันก็ไม่ให้!”
วรรณาแค้นจะตบ แต่พอดีมีโทรศัพท์เข้า วรรณารับสายตกใจถามเสียงดัง

“ห๊ะ! อะไรนะ คุณมานพล้มหัวฟาด!”

นัยน์เนตรชะงักตกใจมาก

ooooooo

หนานจรวยที่อายุเกือบร้อยปีแล้วแต่ร่างกายยังแข็งแรงทะมัดทะแมง พาสนทรรศน์และเดชขึ้นไปบนเขาพนมเพลิง เดชบ่นว่าถ้าอาจารย์จะไหว้พระไม่เห็นต้องขึ้นมาถึงยอดเขาพนมเพลิงเลย

“เอ็งหุบปากไปเลย พระพุทธรูปองค์นี้ว่ากันว่าสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับเมืองเชลียง ไม่ได้แค่ให้คนมาสักการบูชา แต่ได้ซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ด้วย” หนานจรวยบอกสนทรรศน์ว่า “ซ่อนสิ่งที่เจ้าอยากรู้ไงเจ้าทรรศน์”

หนานจรวยบริกรรมคาถาแล้ววาดไม้ไผ่ออกไป พระพุทธรูปค่อยๆจางหายไป เผยให้เห็นอุโมงค์ตรงหน้า หนานจรวยพาทั้งสองเดินหายเข้าไปในอุโมงค์ ภายในถ้ำมีภาพจารึกโบราณ มีภาพของธิดาทั้งสามของพระยาเชลียง คือคำหยาด คำแก้ว และคำหล้า

“ภาพจารึกเหล่านี้ บอกเล่าความจริงของเมืองเชลียงที่ยังไม่มีใครเคยรู้มาก่อน คนที่จารึกภาพทั้งหมดนี้คือ มหาเถรคุรุเทพแห่งเขาพนมเพลิงแห่งนี้” หนานจรวยเล่า สนทรรศน์บอกว่าตนเคยฝันเห็นพระรูปหนึ่งเอาพระขรรค์มาให้ “ไม่ผิดแน่ ข้าก็เคยพบท่านในนิมิต ท่านคือมหาเถรผู้ปลุกเสกพระขรรค์เงินโบราณแห่งเมืองเชลียง”

“แล้วภาพพวกนี้มันหมายความว่ายังไงครับ” สนทรรศน์มองภาพจารึกที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญนั้น

ในภาพ...พระยาเชลียงยืนคุมสร้างพิหารอยู่ มีธิดาคุกเข่าอยู่ข้างๆสามคน มีเจ้าโขนหมอบอยู่กับตัวมกรเผาสวยงามจนมาถึงเจ้าโขนถูกทำโทษโยนเข้าเตาทุเรียง และภาพพิหารถล่มลง เสียงหนานจรวยเล่าว่า

“มหาเถร ท่านได้จารึกความวิบัติของเมืองเชลียงไว้เตือนสติคนรุ่นหลัง ทุกความสูญเสีย ล้วนมีจุดกำเนิดจากใจคนทั้งสิ้น ใจอ่อนแอปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำ”

“ใจที่ต่ำช้า อำมหิต พวกมันถึงกับรวมหัวกันฆ่าข้าอย่างเลือดเย็น” เสียงอสูรเจ้าโขนแทรกขึ้นอย่างเจ็บแค้น

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 6 วันที่ 12 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ