อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 7 วันที่ 14 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 7 วันที่ 14 มิ.ย.59

โขนหน้าตาอัปลักษณ์เพราะถูกเผาในเตาทุเรียง ดวงตาแข็งกร้าว เข้าไปในถ้ำที่อลัชชีนั่งฝึกวิชาตามเนื้อตัวอลัชชีมีตะขาบไต่อยู่ภายใต้ผิวหนังวิ่งไปทั่วร่างกาย พอโขนเข้าไป อลัชชีลืมตาถาม

“แข็งแรงดีแล้วรึ”

“ท่านผู้ทรงฤทธิ์ ท่านช่วยชีวิตข้า ข้าขอมอบกายถวายชีวิตเป็นศิษย์ท่าน” อลัชชีถามว่าเป็นศิษย์ตนต้องมอบให้ทั้งสังขารและวิญญาณ จักได้วิชาตนต้องทรมานยิ่งกว่าตายจะทนได้หรือ “ขอเพียงได้สุดยอดวิชาจากอาจารย์ จักให้ข้าตายอีกกี่คราข้าก็ยอม” โขนสบตาอลัชชี ตาวาวโรจน์อย่างมุ่งมั่น

โขนบริกรรมคาถาในถ้ำ มีตะขาบนับพันตัวเลื้อยคลานอยู่บนตัว กัดกินเนื้อเขาแล้วแทรกตัวเข้าไปใต้ผิวหนัง โขนขบกรามตัวสั่นข่มความเจ็บปวด อลัชชีที่นั่งหันหน้าไปคนละด้านกับโขน เอ่ยขึ้นว่า



“เพื่อบูชาเทพศตบาท จงอย่าหยุดบริกรรม จงข่มใจทนต่อพิษตะขาบ แลเพ่งจิตสมานเป็นดวงเดียวกับพวกมัน” โขนพยายามบริกรรมคาถาต่อไป เสียงอลัชชีดังก้อง “ข้าแต่องค์เทพศตบาท เบื้องหน้าท่านคือร่างที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความเจ็บแค้น อาฆาต พลังความมืดดำในด้านชั่วร้ายที่สุดของก้นบึ้งแห่งจิตใจ พลังที่จะช่วยให้ท่านแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้าได้นำมันมาสังเวยต่อหน้าท่านแล้ว”

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่มีใครรู้ แต่ผมของโขนที่ถูกเผาไหม้ก็กลับงอกออกมาพันกันยุ่งเหยิงหนวดเครารกรุงรัง ตะขาบตัวเขื่องสีดำสนิทคลานออกจากผิวน้ำที่เดือดพล่านในกะโหลกที่วางอยู่ไต่ขึ้นตามตัวและแทรกหายเข้าไปในตัวโขน

โขนสะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลงแล้วค่อยๆปิดลง พอลืมตาอีกครั้งดวงตาเป็นสีเขียวมรกตแววตาแข็งกร้าว

อลัชชีบอกว่าโขนได้มอบวิญญาณเป็นเครื่องบูชาแด่เทพศตบาทแล้ว มีอำนาจจิตแข็งแกร่งกล้าหาญหาผู้ใดเทียบได้ยาก โขนติงว่าสังขารตนทุเรศนัก

“เอ็งจักกลัวอันใด ดวงจิตเป็นนายแห่งกาย เอ็งใคร่ครอบครองสังขารผู้ใด งามกว่าสังขารเดิมเท่าใด ขอให้ดวงจิตผู้นั้นอ่อนกำลังเอ็งทำได้ทั้งสิ้น ขอเพียงเอ็งกล้าทิ้งร่างเดิมของเอ็งเท่านั้น ข้าจักเข้าฌานเรียกกำลังสักสามชั่วยาม จงเฝ้าอยู่ปากถ้ำจนกว่าข้าจักเรียกมา”

แต่โขนย้อนกลับมา ปลิดชีวิตอลัชชี โขนกลายเป็นอสูรที่มีฤทธิ์แก่กล้า แปลงเป็นอสูรตะขาบ ซ่อนตัวอยู่ในตุ๊กตาสังคโลก!

เจ้าโขนกลับเข้าเมืองเชลียงโดยสิงร่างของอลัชชีด้วยแรงอาฆาต เกิดเหตุน่าสยอง เมื่อมีตะขาบกัดกินเด็กและแม้แต่ทหารตายเป็นเบือ ขุนพลศรีอินทร์ตกใจสุดๆ กับเหตุร้ายนี้ พระยาเชลียงก็ไม่เชื่อสิ่งที่ขุนพลรายงาน ปุโรหิตจับยามสามตา แจ้งว่าชะตาเมืองเพลานี้ร้ายนัก คำหยาดถามว่าฤาบ้านเมืองจะเกิดอาเพศ

“เป็นเยี่ยงนั้น” ปุโรหิตสีหน้ากังวล

ทันใดนั้นทหารวิ่งเข้ามาทรุดลงยังไม่ทันพูดอะไรตะขาบก็ไต่ออกจากปากล้มลงสิ้นใจ นางกำนัลวิ่งโวยวายเข้ามาว่ามันบุกเข้ามาเต็มไปหมดแล้ว ขุนพลศรีอินทร์สั่งทหารให้คุ้มกันพ่อเมืองกับธิดาเข้าข้างใน

ทุกคนตกใจมองตะขาบที่ไต่ยั้วเยี้ยอย่างสยอง ทันใดนั้นตะขาบเกิดเป็นเปลวไฟอาคมลุกโชนเผาตะขาบแล้วไฟอาคมก็ดับสนิท ทุกคนตะลึง

ทันใดนั้นอลัชชีปรากฏที่ประตูพนมมือสวดมนต์ก่อนลืมตาขึ้นยิ้มอย่างเมตตาพูดเป็นเสียงเจ้าโขนจนทุกคนตะลึงว่า

“เดรัจฉานพวกนี้ ถูกบังคับมาด้วยอาคม ฆ่าอย่างไรก็มิตายดอก ต้องปราบด้วยอาคม”

ooooooo

พระยาเชลียงพนมมือไหว้นักบวชอลัชชีที่นั่งอยู่บนตั่งกล่าวด้วยความเลื่อมใสศรัทธาว่ามิรู้จะตอบแทนท่านประการใดได้ที่ช่วยชีวิตตนและช่วยให้บ้านเมืองพ้นภัยในคราวนี้

อสูรเจ้าโขนในร่างนักบวชอลัชชีพูดอย่างผู้ทรงศีลว่า เมื่อได้อาศัยแผ่นดินนี้เพื่อปฏิบัติธรรมและแผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟก็ต้องยื่นมือเข้าช่วยเป็นเรื่องธรรมดา พระยาเชลียงขอให้ท่านพำนักอยู่ที่นี่พวกตนจะได้ปรนนิบัติวัฏฐาก

“ท่านมิต้องกังวลใจไปดอก ข้าตั้งใจจักทำพิธีล้างอาเพศเพื่อขับไล่อสูรร้ายที่บันดาลให้เกิดอาเพศในเมืองเชลียงอยู่แล้ว ขอแต่สถานที่ที่ข้าจักทำพิธีได้อย่างสงบก็พอแล้ว”

“ท่านปุโรหิต ท่านช่วยเป็นธุระจัดการหาเรือนเป็นที่พำนักให้กับท่านผู้ทรงศีลด้วย” พราะยาเชลียงสั่ง ก้มกราบด้วยเลื่อมใสศรัทธา ขุนพลศรีอินทร์ คำหยาด คำหล้าและคำแก้วพากันก้มกราบตาม

นักบวชอลัชชีมองพระยาเชลียง เจ้าโขนที่สิงอยู่ยิ้มสะใจ ทุกคนก้มกราบจึงไม่เห็น มีแต่ปุโรหิตที่เหลือบมองสงสัย

เมื่อได้พำนักที่นี่ อลัชชีอาศัยเวลากลางคืนปั้นตุ๊กตาสังคโลกเผาออกมาอย่างสวยงาม

“ถึงเวลาที่พวกเอ็งต้องชดใช้กรรมที่ทำไว้กับข้าแล้ว” อลัชชีลูบไล้ตุ๊กตาอย่างหมายมาด แล้วก็สวดคาถาตาลุกวาวพออ้าปากตะขาบก็พุ่งออกมาเข้าไปในตัวตุ๊กตาสังคโลก ตุ๊กตาตาแดงวาบขึ้นทันที

ด้วยความสงสัยในตัวอลัชชี คืนนี้ปุโรหิตเข้าไปที่เรือนรับรอง ถูกตุ๊กตาสังคโลกหลอกหลอนตกใจจะถอยหนี ตุ๊กตาสังคโลกกลายเป็นร่างเจ้าโขน บีบคอปุโรหิต ขุนพลศรีอินทร์เข้ามาเห็นพุ่งไปจะช่วยพ่อถูกอสูรสะบัดจนกระเด็น ฝูงตะขาบผุดจากพื้นเข้ารุมกัดทันที

ปุโรหิตตะโกนบอกขุนพลว่ามันไม่ใช่ไอ้โขนแต่เป็นอสูรร้ายสิงนักบวชมาแก้แค้นเราให้รีบหนีไป แล้วปุโรหิตก็ถูกอสูรเจ้าโขนบีบคอจนตาย ขุนพลศรีอินทร์ช่วยพ่อไม่ได้จึงหนีไป

อสูรเจ้าโขนเข้าสิงคำหยาด ให้คำหยาดวางยาพระยาเชลียง อ้างว่าปรุงน้ำว่านแก้ปวดเมื่อยสะกดให้พระยาเชลียงดื่ม

จากนั้นคำหยาดสั่งให้คำหล้าแต่งงานแทนตนอ้างว่าพ่อป่วยตนต้องคอยดูแล คำหล้าไม่ยอมจึงถูกคำหยาดสั่งขัง คำแก้วสงสารคำหล้าก็ถูกคำหยาดปรามว่าถ้าสงสารก็แต่งงานไปอยู่อโยธยาแทน ในที่สุดคำหล้าก็ผูกคอตาย

ooooooo

ฟังหนานจรวยเล่าเรื่องเมืองเชลียงจากภาพจารึกแล้ว เดชบอกว่าอสูรร้ายกาจจริงๆไม่มีใครปราบมันได้เลยหรือ สนทรรศน์ดูภาพจารึก เห็นขุนพลศรีอินทร์นั่งอยู่เบื้องหน้าพระสงฆ์ที่ยื่นพระขรรค์ให้ถามหนานจรวยว่านี่คือมหาเถรใช่ไหม

“ใช่และท่านก็เป็นผู้เดียวที่จะหยุดความร้ายกาจของไอ้อสูรได้” สนทรรศน์ถามว่าแล้วทำไมเมืองเชลียงจึงยังไม่ล่มสลาย “คงเป็นเพราะสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่อาจหลีกหนีพ้น กรรม”

แล้วหนานจรวยก็เล่าเรื่องราวของเมืองเชลียงจากภาพจารึกบนผนังต่อไปว่า...

ขุนพลศรีอินทร์วิ่งหนีไปสลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าวงกต มหาเถรมาปลุกให้ลุกขึ้นหาไม่แล้วความตายจะมาเยือนในไม่ช้า แล้วมหาเถรก็เดินนำไป

ขุนพลศรีอินทร์วิ่งตามไปจนถึงเชิงเขาพนมเพลิง พยายามปีนป่ายตามขึ้นไปอย่างยากลำบาก จนเข้าไปในถ้ำ เห็นดาบปักอยู่บนหิน ขุนพลศรีอินทร์ตรงไปจับดาบดึงขึ้น พลันค้างคาวก็บินกันพรึ่บ ปีศาจที่อยู่ในถ้ำร้องโหยหวนแล้วพุ่งออกจากถ้ำไป ขุนพลศรีอินทร์ตะลึงกับเหตุการณ์นี้

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 7 วันที่ 14 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ