อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 7 วันที่ 16 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 7 วันที่ 16 มิ.ย.59

ส่วนที่เขาพนมเพลิง หนานจรวยบอกให้สนทรรศน์และเดชนั่งตั้งจิตให้มั่น ตนจะอัญเชิญเทวดาแล้วเริ่มสวดอย่างยาวนานจนเกิดลมพัดหวีดหวิวเข้ามาในอุโมงค์ มีควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งเข้ามาจากทุกทิศ

รุ่งขึ้น ปากอุโมงค์เปิดแล้ว สนทรรศน์ค่อยๆลืมตาขึ้น เห็นมหาเถรยืนอยู่เบื้องหน้าพูดเสียงก้องกังวาน

“จงจำคำของเราไว้ให้ดี” พอทุกคนลุกขึ้นคุกเข่าพนมมือ มหาเถรยิ้มเมตตาให้แล้วเลือนหายไป พร้อมกับที่ผนังถ้ำค่อยๆปรากฏเป็นจารึกอักษรโบราณขึ้น

หนานจรวยบอกว่าท่านมหาเถรต้องการบอกอะไรเราบางอย่าง ภาษาโบราณมาก



“ผมว่ามีคนช่วยเราได้ครับ” สนทรรศน์มองอักษรโบราณที่ผนังถ้ำอย่างมุ่งมั่น

สนทรรศน์ปริ๊นต์อักษรโบราณให้เธียรดู ถามว่าแปลให้ตนได้ไหม เธียรบอกว่าสบายมาก เสนอว่าค้นพบอักษรโบราณแบบนี้ต้องออกสื่อหรือลงเฟซหน่อยรับรองดังระเบิดแน่

“ไม่ได้นะครับ เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคนหลายคน”

“ผมพูดเล่นหรอกน่า ของสำคัญแบบนี้ไม่ได้จะพบกันง่ายๆ สุดยอดๆ” เธียรกระเหี้ยนกระหือรือมาก

ooooooo

โอฬารถูกนิลุบลหลอกให้ไปหา และเซียนเต้าก็มาดักขณะโอฬารกลับ และเป่ามนต์ใส่จนโอฬารต้องมนต์ตาค้าง

สุดาดวงกังวลที่โอฬารไปหานิลุบล วรินทร์ปลอบว่าอย่าห่วงเลยตนเชื่อว่าคุณพ่อต้องจัดการได้ สุดาดวงจึงสั่งแก้วให้อุ่นซุปแล้วรีบยกไปเรือนปั้นหยา แต่แก้วกลัวเพราะมีประสบการณ์น่ากลัวจากดาวเวียง วรินทร์จึงเอาซุปไปให้เอง เจอดาวเวียงบอกว่าคุณท่านรออยู่ในห้องพิธีพอดี บอกวรินทร์ว่า

“คุณท่านสั่งไว้ว่า ถ้าคุณอุ้ยมาถึง ให้ไปรอในห้องก่อน คุณท่านต้องนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังเพื่อเตรียมทำพิธีใหม่คืนนี้” พลางรับซุปไปให้เอง

วรินทร์รู้สึกแปลกๆกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ จึงทำเป็นไอบอกดาวเวียงว่าไม่ค่อยสบายฝากบอกคุณยายว่าจะขอกลับไปกินยาและพักผ่อนฝากกราบขอโทษคุณยายใหญ่ด้วย แล้วรีบออกไปเลย เมื่อดาวเวียงไปรายงาน วรนาฎบอกว่าแสดงว่าวรินทร์เริ่มระแวงเราแล้ว ดาวเวียงถามว่าจะให้ตนไปคิดบัญชีกับคนที่ทำลายพิธีเราไหม

วรนาฎจิกตาลุ่มลึก บอกว่าแค่ขัดขวางยังไม่มีปัญหา ที่สำคัญตอนนี้ต้องทำให้อุ้ยหายแคลงใจ ตนไม่อยากใช้กำลังบังคับ เพราะต้องสงวนพลังไว้ประคองร่างวรนาฎที่ใกล้หมดอายุขัย ดาวเวียงถามว่าจะให้ตน ทำอย่างไรสั่งได้เลย

“อยู่เฉยๆ ทำให้ศัตรูมันคิดว่าเราเพลี่ยงพล้ำ ข้าก็อยากจะรู้ว่ามันจะเล่นงานข้ายังไงได้”

ooooooo

โอฬารถูกเซียนเต้าสกัดและเป่ามนต์สะกด มาถึงเรือนปั้นหยา ก็เอายาน้ำสกัดโสมผสมเขากวางอ่อนจากเมืองจีนไปให้วรนาฎ

วรนาฎยกแก้วขึ้นดม ชมว่าแค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าดีต่อสุขภาพ โอฬารปากหวานว่า

“สำหรับคุณป้า ทุกอย่างต้องดีที่สุดครับ”

วรนาฎมองแก้วในมืออย่างพิจารณา เอ่ยขอบคุณที่มีน้ำใจกับตน ยกดื่มจนหมดแล้ว ยิ้มสดชื่นบอกว่า

“ป้ารู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นมาเชียว”

แต่เพียงครู่เดียวก็กุมท้องดิ้นทุรนทุรายจนหมดสติไป โอฬารอุ้มวรนาฎออกมา ดาวเวียงวิ่งมาสกัดถามว่าจะพาคุณท่านไปไหน

ทันใดนั้นประตูปิดปัง เพราะฮู้สะกดมารที่ติดอยู่หลังประตู ดาวเวียงผลักประตูก็ร้อนจนร้องจ๊ากรีบถอยออกมา

โอฬารอุ้มวรนาฎไปขึ้นรถที่นิลุบลมาจอดรออยู่ข้างนอก โดยโอฬารนั่งรถไปด้วย นิลุบลพูดอย่างสะใจ

“คราวนี้แกเสร็จแน่นังปีศาจ!”

ooooooo

เซียนเต้านั่งรออยู่ที่สุสานจีน เขาลืมตาขึ้นเมื่อโอฬารที่ถูกมนต์สะกดอุ้มวรนาฎเดินเข้ามากับนิลุบล เซียนเต้าบอกให้วางวรนาฎไว้แล้วกลับไปเสีย ไปถึงให้ดื่มน้ำมนต์ในขวดนี้ แล้วโอฬารจะได้สติและลืมทุกอย่างที่ทำไป

พอสองคนกลับไปแล้ว เซียนเต้าสั่นกระดิ่งว่าคาถาสั่ง “ตื่นขึ้นมา!”

วรนาฎลืมตาขึ้นอย่างอ่อนเพลียมองไปรอบๆ ถามว่า “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แก...แกเป็นใคร”

เซียนเต้าบอกว่าฟ้าส่งตนมาเกิดเพื่อปราบมาร แล้วร่ายมนต์ทำมือบิดไส้ วรนาฎตัวงอกุมท้องอย่างเจ็บปวด อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย เซียนจะให้ทำอะไรตนยอมทุกอย่าง เซียนเต้าสั่งให้ถ่ายทอดพลังเทพศตบาทให้ตนทั้งหมด ตนต้องการครอบครองเพื่อชีวิตที่เป็นอมตะ

ทันใดนั้นวรนาฎลุกยืนพรวด หัวเราะกึกก้อง เซียนเต้าผงะถามว่า นี่ไม่ได้ถูกพิษสยบมารของตนหรอกหรือ

“ข้าไม่ได้ใช้พลังเทพศตบาทครอบครองดวงจิตได้อย่างเดียว แต่ยังใช้มันสยบพิษทั้งปวงได้ด้วย”

ที่แท้วรนาฎรู้ว่ายาน้ำสกัดโสมผสมเขากวางอ่อนที่โอฬารเอามาให้นั้นเป็นยาที่เสกมนต์สะกดไว้ จึงทำเป็นดมแต่ท่องมนต์แก้ เป่าลงไปแล้วยกดื่มหมดแก้ว แล้วทำเป็นต้องมนต์เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร

และจะพาตนไปไหน และบัดนี้ก็รู้แล้ว เซียนเต้าผงะสั่ง วิญญาณในสุสานเข้าล้อมวรนาฎไว้ ถูกวรนาฎว่าคาถาอ้าปากดูดวิญญาณทั้งหมดเข้าร่างตัวเอง

วรนาฎยังพ่นเงาปีศาจเข้าไปกัดกินภายในร่างกายเซียนเต้าจนร้องโหยหวน แล้วร่ายมนต์บังตาทิ้งเซียนเต้าไว้ในสุสานเพื่อรับใช้ตนต่อไป

ooooooo

นิลุบลพาโอฬารที่ต้องมนต์สะกดไปที่คอนโดของตน จับเปลือยท่อนบนนอนกอดก่ายกันบนเตียงถ่ายคลิปไว้หมายแบล็กเมล์แล้วจึงให้ดื่มน้ำมนต์ของเซียนเต้าปลุกให้ตื่น

โอฬารรู้สึกตัวขึ้น ถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นิลุบลเล่าเป็นตุเป็นตะว่าเขามาเพื่อระลึกความหลังกับตน โอฬารถามงงๆ ว่าตนทำอย่างนั้นจริงหรือ ทบทวนแล้วจำได้ว่านิลุบลเรียกตนไปหา ฉุกคิดว่าเธอทำคุณไสยกับตนอีกแล้วแน่ๆ

นิลุบลแบล็กเมล์เรียกเงินหนึ่งแสนก่อนเที่ยวพรุ่งนี้ แล้วคลิปนี้ก็จะเป็นความลับตลอดไป โอฬารผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย นิลุบลเปิดคลิปดูพูดอย่างสะใจ

“เมื่อไม่มีนังปีศาจวรนาฎคอยเป็นก้างขวางคอ คอยดูฉันจะไถเงินแกให้หนำใจ” พลันภาพในจอก็กลาย

เป็นหน้าวรนาฎถามเย้ยว่า คิดหรือว่าจะง่ายอย่างนั้น นิลุบลตกใจขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ตั้งสติได้หยิบมาดูอีกทีก็ไม่มีรูปวรนาฎแล้ว แต่หน้าวรนาฎกลับไปโผล่ที่กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ยื่นมือจากกระจกออกมาจิกผมนิลุบลกระชากเข้าไป!

เสียงกระจกแตกเปรี๊ยะ เศษกระจกแตกกระจาย และเลือดพุ่งกระเซ็นเต็มไปหมด!

ooooooo

เธียรอ่านจารึกอักษรโบราณบนผนังถ้ำเสร็จ แต่สนทรรศน์ต้องให้รัชโรจน์แปลภาษาโบราณให้ฟังอีกทีว่า

“ภายหน้าถ้าผีร้ายปรากฏตัวสร้างความเดือดร้อน ให้หาเส้นผม เล็บจากร่างที่มันอาศัย ด้ายจากผ้านุ่งของมัน มาปั้นเป็นหุ่น แล้วใช้พระขรรค์ทำลายตอนใกล้รุ่ง ก็...เวลาประมาณตีสามถึงตีสี่”

เธียรสรุปว่าจารึกนี่น่าจะพูดถึงวิธีปราบผี สนทรรศน์โพล่งอย่างตื่นเต้นดีใจว่า

“ในที่สุดก็มีวิธีปราบอสูรแล้ว”

ทั้งเธียรและรัชโรจน์งงถามว่าอสูร? อะไร?

ส่วนวรินทร์นับวันก็สับสนกับปรากฏการณ์ที่เกิดจากทั้งคุณยายใหญ่และดาวเวียง โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นดาวเวียงกลายเป็นตะขาบตัวเขื่อง เธอรอจนรัชโรจน์กลับมา จึงเล่าเรื่องดาวเวียงให้ฟัง รัชโรจน์หาว่าน้องตาฝาด และยิ่งไม่เชื่อเมื่อสนทรรศน์บอกว่าวรนาฎไม่ใช่คุณยายใหญ่ของเขาแต่คือไอ้โขน อสูรที่อยู่ในร่างศตบาทพระยาเชลียงมาเป็นร้อยๆปี มันทำได้ทุกอย่างเพื่อแก้แค้น ตอนนี้อุ้ยอยู่ในอันตราย เราต้องหยุดมันตามวิธีที่จารึกบอกเอาไว้ก่อนที่จะสายเกินไป

“ทรรศน์ เรื่องอสูรอะไรเนี่ยพี่บอกตามตรงว่าพี่คงเชื่อทรรศน์ไม่ได้ นอกจากพี่จะเห็นด้วยตาตัวเอง” รัชโรจน์ตัดบท

เมื่อสนทรรศน์มาเล่าให้หนานจรวยและเดชฟัง เดชหมดหวังถามว่าเราจะปราบอสูรได้อย่างไรในเมื่อพระขรรค์เงินก็หายไปแล้ว หนานจรวยหนักใจแต่ก็เชื่อว่า

“ถึงพระขรรค์เงินจะหายไป แต่สร้อยพระขรรค์ยังอยู่ ข้าปลุกเสกสร้อยนั้นด้วยเนื้อเงินที่ได้จากพระขรรค์”

สนทรรศน์บอกว่าสร้อยไม่อยู่แล้วอาจารย์โรจน์บอกว่าตกน้ำไปแล้ว หนานจรวยถามว่าเขาให้รัชโรจน์ไปแล้วใช่ไหม สนทรรศน์บอกว่าไม่รู้ว่าเขาจะใช้หรือไม่ “ขอให้เขายอมร่วมมือ เรื่องพระขรรค์ค่อยแก้กันทีหลัง”

“หวังว่าระหว่างนี้อสูรมันคงไม่เล่นงานใครก่อนนะ” สนทรรศน์ภาวนา

ooooooo

โอฬารเครียดเรื่องนิลุบล วรนาฎถามว่ามีเรื่องกลุ้มใจอะไร โอฬารปดว่างานไม่เสร็จตามกำหนด วรนาฎรู้แกว บอกว่าถ้าเรื่องงานตนช่วยไม่ได้ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินตนช่วยได้ แล้วเอาเงินให้สองแสนบอกให้เอาไปเพิ่มทุน

รังสรรค์ที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องปดทุกคนว่าค้นคว้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่ที่แท้แอบเล่นบอลติดหนี้จนถูกตามทวง เห็นคุณยายให้เงินพ่อเป็นฟ่อน จึงเดินตามไป บอกว่าตนมีเรื่องรบกวนคุณยายแต่ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้

“งั้นก็ไปที่เรือนแล้วค่อยคุยกัน” วรนาฎเดินนำไปที่เรือนปั้นหยา

นาเรศไปหานิลุบลที่คอนโด เจอน้องบาดเจ็บเลือดสาดจึงพาไปโรงพยาบาลแล้วโทร.นัดโอฬารออกมาพบกันที่ร้านกาแฟบอกว่าอยากให้เขาไปเยี่ยม โอฬารบอกว่าตนไม่ว่าง แต่เอาเงินให้เพราะนิลุบลคงอยากได้เงินมากกว่า ฝากความไปว่า

“บอกเขาด้วยว่าที่ผมให้ไม่ใช่เพราะผมกลัวเรื่อง คลิป แต่ผมให้เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่แล้วมา แต่ต่อจากนี้ เขาจะไม่ได้อะไรจากผมอีก อยากทำอะไรก็ทำไป”

นาเรศบอกว่าน้องตนถูกคุณป้าของเขาบุกไปทำร้ายที่ห้อง คุณป้าเขาเป็นปีศาจและนิลุบลพยายามหาหมอผีช่วยเขา คุณป้าเลยแค้น โอฬารตัดบทว่า ถ้ายังไม่เลิกวุ่นวาย ตนจะแจ้งความพวกเธอฐานล่อลวงต้มตุ๋น แล้วลุกไปเลย

เมื่อนาเรศกลับไปเล่าให้นิลุบลฟัง เธอแค้นมากบอกให้นาเรศเอาเงินนี้ไปให้เซียนเต้าให้มาแก้แค้นแทนตน

“ถ้าเซียนเต้าทำอะไรวรนาฎได้ เธอคงไม่ต้องอยู่ในสภาพนี้หรอก พี่ว่าป่านนี้เซียนเต้าคงมีสภาพไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่” นาเรศพูดราวกับตาเห็น เพราะเซียนเต้าถูกมนต์พรางตาอยู่ที่สุสานจีน เนื้อตัวมอมแมมเรียกก็ไม่มีใครเห็นใครได้ยิน

ooooooo

พรรณทิพย์และอภิศักดิ์กลัวความผิดที่ขโมยพระขรรค์เงินไป หนีไปหลบซ่อนตัวที่อพาร์ตเมนต์เก่าๆ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าและแม้แต่อาหารก็ต้องกินบะหมี่สำเร็จรูปแห้งๆ วรรณาให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างตามสืบจนเจอ

วรรณาถามว่าอภิศักดิ์เป็นใคร อภิศักดิ์คุยโวว่าเป็นลูกเศรษฐีแต่ถูกโกงมรดก ต่อสู้คืนมาได้เมื่อไรจะแต่งงานกับพรรณทิพย์สินสอดไม่อั้น พรรณทิพย์บอกวรรณาว่า สนทรรศน์เป็นรุ่นพี่วรินทร์น้องสาวรัชโรจน์และวรินทร์ก็หลงรักสนทรรศน์จนโงหัวไม่ขึ้น วรรณาตาโตอย่างมีแผนทันที

ถ่ายทำหนังสั้นเสร็จทันส่งปิดเทอม ดุ๊ก กอหญ้า และวรินทร์จึงไปทำบุญที่วัดและเสี่ยงเซียมซี วรินทร์ได้ใบที่หกทำนายว่า “ใบที่หกตกจิตคิดสงสัย จะมีภัยถึงตัวให้มัวหมอง คนใกล้ชิดคิดร้ายมุ่งหมายปอง ชีวิตต้องดับลงจงระวัง”

ขณะที่วรินทร์ใจไม่ดีนั้น สนทรรศน์มาจากไหนไม่มีใครเห็น เขาดึงเซียมซีจากมือวรินทร์บอกว่า

“เซียมซีใบไหนที่ไม่ดี เขาให้เผาทิ้งซะ” แล้วเอาไปจ่อที่เปลวเทียนเผาทิ้ง วรินทร์ดีใจมากที่ได้เจอสนทรรศน์

ดุ๊กกับกอหญ้ารู้ใจเพื่อน จึงแยกออกไปให้สนทรรศน์กับวรินทร์อยู่กันตามลำพัง

สนทรรศน์ขอบคุณวรินทร์ที่ตั้งใจมาทำบุญให้คุณพ่อตน เธอบอกว่ารู้สึกผิดที่ทำสร้อยพระขรรค์ตกน้ำจึงอยากจะมาขอโทษเพราะไปหาเขาที่มหาวิทยาลัยไม่เจอทราบว่าเขาดร็อปเรียนไว้

“พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอกอะไรอุ้ย แต่พี่รีบ พี่ต้องไปตามหาความจริง” วรินทร์ถามว่าความจริงอะไร “นี่พี่โรจน์ยังไม่ได้เล่าอะไรให้อุ้ยฟังเหรอ”

สนทรรศน์เล่าเรื่องราวให้วรินทร์ฟัง บอกว่าคุณยายใหญ่ของเธอไม่ใช่คุณยายใหญ่แต่เป็นอสูร วรินทร์ไม่เชื่อ

“อสูรใช้พลังอาคมควบคุมดวงจิตของคุณยายวรนาฎ แล้วรักษาร่างให้ยังคงความสาวไว้เพื่อแก้แค้นลูกหลานของพระยาเชลียง ที่พ่อพี่ต้องตาย ก็เพราะไปขัดขวางภารกิจของมัน ถ้าเราไม่กำจัดมัน จะมีคนตายมากกว่านี้ แม้แต่ตัวอุ้ยเอง พี่ยอมไม่ได้” วรินทร์ไม่เพียงไม่เชื่อยังโกรธสนทรรศน์ด้วย ปฏิเสธอย่างไม่พอใจว่า

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 7 วันที่ 16 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ