อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 8 วันที่ 18 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 8 วันที่ 18 มิ.ย.59

วรนาฎเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุก เล่าเรื่องคลิปให้สุดาดวงฟังว่า วรินทร์ยังคบหากับสนทรรศน์ สุดาดวงไม่พอใจจะอบรมลูก วรนาฎติงว่าน้ำเชี่ยวอย่าเพิ่งเอาเรือไปขวาง และตัวเธอเองก็ยังไม่พ้นเคราะห์ต้องระวังด้วย พูดให้สุดาดวงระแวงเรื่องนิลุบลแล้วจู่ๆวรนาฎก็ชะงัก เครียด เหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง ออกอุบายว่าลืมเอายามากิน แล้วลุกเดินไปทันที

ทุกคนจึงตามมาที่รถ รัชโรจน์ส่งสัญญาณให้วรินทร์โทร.เข้ามือถือตน รับสายแล้วแกล้งอุทานตื่นเต้น...

“ว่าไงครับปู่... ฮะ...จริงเหรอครับ เจอพระขรรค์เงินแล้ว!...อะไรนะ วันนี้คงไม่ได้หรอก คุณยายผมท่านไปช่วยดูให้ไม่ได้ ท่านไม่ค่อยสบาย เท่านี้ก่อนนะปู่ แล้วค่อยคุยกัน”



วรินทร์ผสมโรงทำเป็นถามย้ำว่า เจอพระขรรค์เงินที่หายไปแล้วหรือ รัชโรจน์บอกว่าปู่อยากให้คุณยายใหญ่ไปช่วยดู

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณป้าด้วยล่ะโรจน์” สุดาดวงติง

“อ๋อ...มันเป็นอาวุธโบราณตั้งแต่ยุคสุโขทัย ปู่เธียรเคยคุยกับคุณยายใหญ่ไว้นานแล้วครับ ว่าอยากให้คุณยายไปช่วยดูให้หน่อยว่าของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์รึเปล่า หลายตาก็ดีกว่าตาเดียวจริงไหม” แล้วบอกวรินทร์ว่าตนปฏิเสธไปแล้ว ฝากน้องให้พาคุณแม่กับคุณยายกลับด้วยเดี๋ยวตนจะเรียกแท็กซี่ไปหาปู่เธียรเอง

วรนาฎอยากเห็นพระขรรค์เงินกับตาจึงไปกับรัชโรจน์ บอกว่ายาที่ว่าเป็นยาก่อนอาหารดาวเวียงจัดให้กินแล้ว ชวนรีบไปกันเดี๋ยวเพื่อนจะรอนาน
รัชโรจน์ขับรถพาไปที่วัดโบราณริมน้ำบอกว่า

ปู่เธียรรอยู่ที่นี่ วรินทร์ผสมโรงว่าคุณแม่บ่นอยากทำบุญอยู่พอดี วรนาฎรีบสนับสนุนว่าดี ตนเห็นด้วย ทำบุญทำทานนับว่าเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว...

ooooooo

รัชโรจน์ขับรถไปถึงซุ้มประตูเข้าวัด วรนาฎทำเป็นมองไปนอกหน้าต่างรถ แต่แอบว่าอาคมเบาๆ แล้วรถก็ขับผ่านเข้าไปได้ แต่ปรากฏว่าที่ซุ้มประตูมีฝูงตะขาบเกาะเต็มไปหมด

รัชโรจน์กับวรินทร์สบตากันอย่างผิดหวัง จนเมื่อรัชโรจน์ชวนไปหาเธียรที่โบสถ์กัน วรนาฎชะงักแต่กลบเกลื่อนโดยเร็ว เดินตามรัชโรจน์เข้าโบสถ์ไป รัชโรจน์กับวรินทร์ยิ่งแปลกใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับวรนาฎเลย

ที่แท้วรนาฎต้องใช้พลังอย่างมากจึงเข้าไปในโบสถ์ได้ พอเข้าไปแล้วจ้องพระประธานยิ้มเยาะว่า

“ข้าบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี ไม่ใช่วิญญาณกระจอก จะยอมสยบง่ายๆ”

เมื่อกราบพระประธานกันแล้ว รัชโรจน์ตะโกนบอกเธียรว่าพวกตนมาแล้ว เธียรออกมาทักทายทุกคน วรนาฎถามว่าสบายดีหรือ ไม่ได้เจอกันเสียนานเพื่อหยั่งเชิงว่ามนต์คลายหรือเปล่า

“ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่หรอกครับ มัวแต่ตามหาพระขรรค์เงิน จนไม่เป็นอันทำอะไรเลย ไม่รู้เป็นไง มันเหมือนมีเสียงสั่งอยู่ในหัวผมว่าต้องตามหาให้เจอ ไม่งั้นต้องตาย”

สุดาดวงถามว่าพระขรรย์อะไร เธียรบอกว่าของเก่าแก่ตั้งแต่ยุคเมืองเชลียง วรนาฎชิงอธิบายให้ดูขลังยิ่งขึ้นว่า

“ของพวกนี้มีเจ้าของทั้งนั้น ยิ่งถูกขโมยมาโดยเจ้าของไม่อนุญาต คนที่ได้ไปก็ไม่มีความสุข ป้าถึงอยากช่วยอาจารย์อีกแรง” หันถามเธียรว่า “พระขรรค์เงินอยู่ไหน อาจารย์เธียร”

“ที่พิพิธภัณฑ์ครับคุณยาย ของมีค่ามาก ผมไม่กล้าถือดุ่มๆออกมาหรอกครับ เดี๋ยวหายอีกจะยุ่ง นี่ก็ขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสดูเฉยๆ ถ้าจะขอเอากลับไปคงต้องว่ากันอีกที”

รัชโรจน์บอกให้สุดาดวงนั่งสวดมนต์ที่นี่ก่อน ตนจะไปที่พิพิธภัณฑ์ ที่นั่นฝุ่นเยอะเดี๋ยวภูมิแพ้แม่จะกำเริบ สุดาดวงเห็นด้วย จะชวนวรนาฎ ก็ถูกชิงบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนไม่ได้แพ้ฝุ่นอะไร ไปกับเด็กๆได้ สบายมาก พูดแล้วยิ้มเย็นยะเยือก

ooooooo

หนานจรวยเอาขวดใส่วิญญาณดาวเวียงแช่ลงไปในขันน้ำมนต์ เค้นถามว่าเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน แม้ดาวเวียงจะสำลักน้ำแทบหายใจไม่ออกแต่ก็ยังปากแข็งว่าตนไม่รู้

แต่เมื่อหนานจรวยเอาไม้ไผ่ว่าอาคมจนไฟลุกจ่อเผารอบๆขวดลงยันต์ ดาวเวียงร้อนจนทนไม่ได้ร้องบอกว่ายอมแล้วตนยอมบอกทุกอย่างแล้ว

เวลาเดียวกัน ที่วัดโบราณ เธียรเปิดประตูพิพิธภัณฑ์นำทุกคนเข้าไป แกล้งพูดยั่ววรนาฎตามแผนว่า

“ที่นี่จะเก็บพวกโบราณวัตถุมาจากหลายๆที่บางทีก็มีคนเอามาถวายวัด เพราะถูกวิญญาณรบกวนจน เก็บไว้ไม่ได้ บางชิ้นก็ลอยตามน้ำมา อย่างชิ้นนี้นี่เป็นหัวมกรโบราณเลยนะครับคุณยาย ทางวัดบอกว่าได้มาจากศรีสัชนาลัย ตามประวัติเล่าต่อๆกันมาว่า ช่างปั้นชื่ออะไรนะ...อ๋อ ไอ้โขน”

วรนาฎลืมตัวจ้องเธียรเขม็ง เธียรตกใจประหม่า รัชโรจน์กลัวเสียแผนถามขัดขึ้นว่าแล้วยังไงต่อไป

“คืองี้ ไอ้โขนเป็นช่างปั้นก็จริง แต่ยังไม่ทันได้เอาไปประดับวิหาร ดั๊น...มาเกิดเรื่องร้ายเสียก่อน” เธียรพูดต่อ วรินทร์ซักตามแผนว่าเรื่องอะไรหรือ “ก็ไอ้โขนน่ะมันเป็นคนทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง คิดจะเป็นเขยพระยาเชลียงก็เลยไปลวนลามพระธิดาของพระยาเชลียงเข้า จนถูกจับได้ ก็เลยโดนลงโทษจนตาย”

“ไม่จริง!!” ไอ้โขนที่สิงวรนาฎอยู่ตวาดลั่น รัชโรจน์แกล้งซักว่าแล้วจริงๆ เป็นอย่างไร วรนาฎพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า “พวกไอ้พระยาเชลียงนั่นต่างหากที่จิตใจอำมหิตผิดมนุษย์ ไอ้โขนมันทำไปเพราะมันเมา ไม่รู้สติ แม้ไอ้โขนจะร้องขอชีวิต พวกมันก็ไม่คิดจะปรานี สมแล้วที่เมืองต้องล่มสลายเพราะกรรมของมัน”

“แต่มีคนแก่เล่าว่า ไอ้โขนมันแค้น ก็เลยยอมให้อสูรสิงร่าง แล้วดลบันดาลให้เกิดอาเพศขึ้นในเมือง” เธียรติง

“แต่ผมว่าเป็นเรื่องเหลวไหลมากกว่า ความจริงมันอาจจะเป็นแค่เรื่องของช่างปั้นกระจอกๆคนนึงที่ถูกเติมแต่งจนเกินจริง” รัชโรจน์ดูถูกไอ้โขนกวนอารมณ์ คราวนี้วรนาฎยิ่งโต้ดุเดือดว่า

“ไอ้โขนมันไม่ใช่ช่างปั้นกระจอก ฝีมือทำมกรของมันเป็นเลิศไม่มีใครสู้ หากมันไม่ตายเสียก่อน เมืองเชลียงจะกลายเป็นสวรรค์ด้วยน้ำมือมัน ยายเสียเวลามามากแล้ว ไหนล่ะพระขรรค์เงินที่จะให้ยายช่วยดู”

เธียรสบตารัชโรจน์แล้วหันไปหยิบพระขรรค์ที่วางหลบอยู่ข้างๆออกมาบอกว่านี่คือพระขรรค์เทวดาที่เราตามหากัน

“ไม่ใช่!” วรนาฎชี้หน้าด่า “ไอ้หัวขาว เอ็งคิดลองดีกับข้าใช่ไหม คิดว่าข้าเป็นเพื่อนเล่นพวกเอ็งกระนั้นรึ” วรนาฎจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจนเธียรกลัวหลบไปอยู่หลังรัชโรจน์

ลมพัดอย่างแรงจนประตูหน้าต่างเปิดปิดปึงปัง แต่รัชโรจน์ไม่สะทกสะท้านจำคำของหนานจรวยไว้มั่นว่า

“จงยั่วให้มันโกรธถึงที่สุด แล้วพลังมันจะอ่อนลงจนเอ็งจะเห็นอสูรในร่างยายเอ็ง...แต่มันจะทำอะไรเอ็งไม่ได้เพราะอยู่ในเขตอาราม” วรนาฎจ้องดุดัน แต่แล้วก็ชะงักเครียด เมื่อหลับตาเห็นตุ๊กตาสังคโลกกำลังกระแทกประตูเรือนปั้นหยาที่ถูกหนานจรวยตอกตะปูตายจนบานประตูเริ่มขยับ

พลันวรนาฎก็ได้สติทุกอย่างสงบลงทันที วรนาฎยิ้มถามหยอกว่ายายพอเล่นหนังให้อุ้ยได้ไหม วรินทร์ถามว่าเมื่อกี๊คุณยายแกล้งโมโหหรือ วรนาฎพูดอารมณ์ดีว่าขืนโมโหจริงความดันก็ขึ้นแย่สิ แค่นี้ก็ชักปวดหัวแล้ว พอดีสุดาดวงเข้ามาบอกว่าเมื่อกี๊ลมพัดแรงอย่างกับพายุ ชวนรีบกลับกันวันหลังค่อยมาใหม่ วรนาฎเห็นด้วยทันทีรีบตามสุดาดวงออกไป

วรินทร์ถามรัชโรจน์ว่าเอายังไงดี ทั้งสามมองกันกลุ้มเพราะจับผิดอะไรวรนาฎไม่ได้เลย

ooooooo

ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ฝังผอบ สนทรรศน์กับเดชช่วยกันโกยดินออก หยิบผอบขึ้นมาเห็นเส้นผมและเล็บในผอบ

“ได้ของครบแล้วครับ” สนทรรศน์ดีใจ แต่ทันใดนั้นประตูที่เรือนปั้นหยาที่หนานจรวยตอกตะปูไว้ก็สั่นไหวกระทั่งเปิดผลัวะออก ตุ๊กตาหุ่นสังคโลกยืนผงาด ตาแดงวาบ อ้าปากกว้าง เงาตะขาบสีดำพุ่งออกมา

หนานจรวย สนทรรศน์ และเดชรีบขึ้นรถ แต่เงาตะขาบก็พุ่งข้ามรั้วมาไล่ตาม หนานจรวยว่าคาถาโยนไม้ไผ่ออกไปปักที่พื้นเกิดพลังรัศมีกั้นเงาตะขาบจนต้องม้วนตัวกลับไปพุ่งเข้าปากตุ๊กตาสังคโลก ดวงตาตุ๊กตาจากสีแดงก็กลายเป็นปกติ

รัชโรจน์ขับรถมาถึงบ้าน นัยน์เนตรวิ่งมาถามวรินทร์ว่าคุณยายไปกับเธอใช่ไหม แล้วพุ่งไปเปิดประตูรถบอก

“คุณยายคะ รีบไปที่เรือนปั้นหยาเถอะค่ะ สนทรรศน์พาคนปีนเข้าไปทางเรือนปั้นหยาค่ะ เนตรเห็นกับตา”

วรินทร์ตกใจถามรัชโรจน์ว่าจะทำยังไงดี รัชโรจน์พยายามถ่วงเวลาวรนาฎไม่ให้ขึ้นเรือนอ้างว่าเกรงจะเป็นคนร้าย นัยน์เนตรอาจตาฝาดก็ได้ นัยน์เนตรยืนยันว่าตนเห็นจริงๆ วรนาฎหันถามว่าเห็นได้ยังไง

นัยน์เนตรเล่าว่าตนมาบ้านสนทรรศน์เห็นมีพิรุธจึงตามมา มาถึงแก้วไม่ให้เข้าบ้านเหมือนสมรู้ร่วมคิดกัน แก้วโต้ว่ารัชโรจน์สั่งไว้ว่าวันนี้ระหว่างพวกคุณๆไม่อยู่ห้ามคนนอกเข้ามาในบ้านเด็ดขาด

“งั้นพี่โรจน์ก็ต้องรู้เห็นด้วย” นัยน์เนตรตีขลุม วรนาฎเพ่งมองไปที่เรือนปั้นหยาทันที

รัชโรจน์เดินนำเข้าไปที่เรือนปั้นหยา ก็ได้รับไลน์จากสนทรรศน์ว่า “ทุกอย่างเรียบร้อย กำลังกลับ” พอดีวรนาฎตามมาถามว่าเจอใครไหม เขาบอกว่าไม่มีใครเลย วรินทร์แอบถอนใจโล่งอก วรนาฎตรงไปที่ห้องพิธีกรรมเปิดเข้าไปทันทีเห็นตุ๊กตาสังคโลกยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรผิดปกติ วรนาฎบอกว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด แก้วถามว่าแล้วดาวเวียงหายไปไหน

ooooooo

ดาวเวียงที่กลายเป็นตะขาบยังถูกขังไว้ในขวดอาคม และหนานจรวยก็เอาสร้อยพระขรรค์จิ๋วที่ถูกรถทับหักมาลองใช้อาคมประสานดูถ้าโชคช่วยก็จะได้ทำพิธีตอนรุ่งสาง

รัชโรจน์พานัยน์เนตรไปที่สวนสาธารณะขอให้เธอถอยออกไปก่อนเลิกจุ้นจ้านกับครอบครัวตน นัยน์เนตรไม่ยอมถามว่าเขากลัวตนจะจับได้ว่าอุ้ยแอบคบกับสนทรรศน์ แล้วอุ้ยก็จะชวดจากการเป็นทายาทคุณยายใหญ่ใช่ไหม

“มันไม่ใช่เรื่องนั้น พี่บอกเนตรไม่ได้ แต่พี่รับรองได้ว่าพี่ไม่มีทางยอมให้ใครเข้ามาทำลายครอบครัวพี่แน่ๆ ครอบครัวพี่ พี่จะปกป้องเอง และที่พี่ขอให้เนตรถอยห่างออกไป ก็เป็นวิธีหนึ่งที่พี่จะปกป้องเนตร เพราะเนตรก็คือหนึ่งในครอบครัวพี่”

นัยน์เนตรหาว่ารัชโรจน์กลัวน้องตัวเองจะมีคู่แข่ง เย้ยว่างานนี้คนที่ตัดสินใจได้คือคุณยายใหญ่คนเดียว เย้ยก่อนไปว่า

“ขอบคุณสำหรับความห่วงใย แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่าเนตรไม่ถอย!”

ฝ่ายหนานจรวยทำพิธีหลอมพระขรรค์จิ๋วใหม่ ขณะน้ำมนต์เดือดปุดๆ ก็บอกให้สนทรรศน์ที่ได้รับมอบหมายให้มาปราบอสูรเจ้าโขน ล้วงลงไปหยิบสร้อยขึ้นมา สนทรรศน์ลังเลเพราะน้ำมนต์เดือดปุดๆ หนานจรวยบอกว่า

“ตั้งจิตทำสมาธิให้มั่น นึกถึงพระพุทธคุณ คุณบิดามารดาและบารมีของพระมหาเถรเอาไว้ อย่าใช้ความแค้นเป็นพลังให้ใช้เมตตา ภารกิจของเอ็งคือปลดปล่อยวิญญาณของวรนาฎจากอสูรร้าย”

สนทรรศน์ทำตามที่หนานจรวยบอก ล้วงลงไปในน้ำมนต์เดือดหยิบสร้อยพระขรรค์ที่ประสานกันสนิท

ขึ้นมา สนทรรศน์ถามว่าถ้าเราปราบอสูรที่อยู่ในร่างคุณยายใหญ่สำเร็จ คุณยายจะเป็นอย่างไรต่อไป หนานจรวยบอกว่า...

“ดวงจิตของวรนาฎจะเป็นอิสระจากการครอบครองของอสูร ส่วนกายหยาบนั้นก็คืนสู่สภาพจริงตามอายุขัย พร้อมหรือยังสนทรรศน์ ถ้าพร้อมก็ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ แผ่เมตตาให้ทั้งอสูรและวรนาฎ ขอให้ทั้งคู่อโหสิให้กัน”

วรนาฎที่ทำสมาธิอยู่ในห้องพิธีกรรม ร่างกายเริ่มเป็นคนแก่ ผมหงอก วรนาฎบอกอสูรว่ารู้สึกมีพลังบางอย่าง มีคนมาช่วยตนแล้ว อสูรบีบคอวรนาฎเย้ยว่าฝันไปเถอะ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก แต่วรนาฎสามารถผลักมืออสูรออกได้

“ฉันสู้แกได้แล้ว ไอ้อสูร แกไม่มีสิทธิ์ครอบครองร่างฉันแล้ว”

วรนาฎไล่อสูรออกไปจากร่างตนเดี๋ยวนี้ อสูรเย้ยว่าตนจะออกไปก็ต่อเมื่อวรนาฎทำพิธีสืบทายาทให้อุ้ยสำเร็จ จับมือวรนาฎบีบจนร้องลั่น

หนานจรวยเอาพระขรรค์ที่ประสานกันสนิทแล้ว ปักลงที่ตุ๊กตา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนานจรวยตะโกนสั่งเดชให้ปล่อยตะขาบออกมา เดชเอาขวดออกมาเปิดจุกออก ควันดำลอยออกมา กลายเป็นดาวเวียงหมอบอยู่ ทุกคนตะลึง หนานจรวยสั่งดาวเวียงบอกมาว่าของในผอบนั้นเป็นของปลอมใช่ไหม ดาวเวียงบอกว่าไม่รู้

ทันใดนั้นรัชโรจน์ก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้วบอกว่าสุดาดวงปวดท้องมาก โอฬารเข้ามาถามวรินทร์ว่าแม่เป็นอะไร ไม่มีใครตอบได้ โอฬารสั่งแก้วให้ไปบอกสว่างเอารถออกพาสุดาดวงไปโรงพยาบาลด่วน

ฝ่ายรัชโรจน์บอกทุกคนที่ทำพิธีอยู่ว่าตนจะต้องรีบไปโรงพยาบาลเพราะคุณแม่ไม่สบายมาก ให้ปู่กับท่านหนานจรวยอยู่ที่นี่มีอะไรตนจะติดต่อมา ดาวเวียงถือโอกาสที่ไม่มีใครสนใจหนีไป หนานจรวยบอกว่าเราเสียรู้อสูรจนได้ เพราะผมกับเล็บในผอบไม่ใช่ของมัน

“หมายความว่ายังไงผมงงไปหมดแล้ว” เธียรถาม

“ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่!” อสูรในร่างวรนาฎเดินออกมาจากแท่นพิธีที่ซ่อนผอบไว้ เปิดออกมาแสยะยิ้มสะใจ

ooooooo

หมอส่งสุดาดวงไปเอกซเรย์ ฟิล์มออกมาดำมืด ขณะหมอและทุกคนกำลังงงนั้น รังสรรค์ก็พาวรนาฎมาเยี่ยม

โอฬารบอกว่าสุดาดวงปวดท้องจนหมดสติ หมอก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นอะไร ขณะนั้นเองสุดาดวงปวดท้องรุนแรง ดิ้นทุรนทุรายขึ้นมาอีก วรนาฎบอกว่าอาการแบบนี้ไม่ธรรมดา เอาน้ำมนต์ในกระเป๋าส่งให้โอฬารเอาให้สุดาดวงดื่ม รัชโรจน์ไม่ให้ดื่มเพราะหมอยังไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นอะไร

“แต่ถ้ารอช้ากว่านี้ หนูสุไม่รอดแน่ หรือว่าไม่ไว้ใจยาย”

โอฬารตัดสินใจให้สุดาดวงดื่มน้ำมนต์ ทันทีที่ดื่มสุดาดวงทำท่าขย้อนแล้วอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำมีก้อนอะไรออกมาด้วย ทุกคนตกใจ วรนาฎเอาส้อมเขี่ยถามว่า

“เป็นเส้นผม เศษเล็บ แล้วก็ด้ายใช่ไหม” โอฬารบอกว่าใช่ วรนาฎฟันธงว่า “หนูสุถูกคุณไสย...”

ทุกคนทั้งอึ้งและตกใจ ฝ่ายหนานจรวย สนทรรศน์และเดชอยู่ที่โถงบ้านสนทรรศน์ หนานจรวยหลับตาทำสมาธิเบื้องหน้าตุ๊กตาดินปั้นที่มีสร้อยพระขรรค์เงินปักอยู่ หนานจรวยบอกว่าตนเพ่งจิตดูยังไงก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเส้นผมกับเล็บนี้เป็นของผู้ใด

“แล้วทำไมอาจารย์ปู่ถึงมั่นใจว่าของที่เราเอามาไม่ได้มาจากร่างกายของคุณยายวรนาฎ” สนทรรศน์สงสัย

“อสูรมันละทิ้งกายหยาบ แล้วสิงสถิตในร่างของวรนาฎ เมื่อตุ๊กตาตัวนี้เสมือนร่างของวรนาฎแล้ว หากแทงสร้อยพระขรรค์เงินลงไป อิทธิฤทธิ์ที่มีเพื่อกำจัดปีศาจก็จะเป็นสื่อไปถึงไอ้อสูรให้เจ็บปวดทรมานจนตุ๊กตานี่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ”

เดชสงสัยว่ามันแอบสับเปลี่ยนของมาหลอกเรา แต่หนานจรวยยืนยันว่า

“แม้คนผู้นั้นจะไม่ได้ถูกอสูรสิงร่าง แต่คมของมีดที่แทงลงไปก็ยังให้ผลอยู่”

ooooooo

ที่ห้องรับแขกในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล รังสรรค์ โอฬาร รัชโรจน์ วรินทร์และวรนาฎ ยังคุยกันอย่างเคร่งเครียดถึงสาเหตุการป่วยของสุดาดวง
รังสรรค์เชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของนิลุบลเพราะเคยเห็นมาด้อมๆมองๆหน้าบ้านเรา โอฬารปรามว่าไม่มี หลักฐานก็อย่าสันนิษฐานอะไรส่งเดช วรนาฎฟันธงว่า คนที่ทำเรื่องนี้นอกจากต้องเป็นคนมีวิชาอาคมแล้วยังต้องมีเชื้อวัตถุจากเหยื่อไปปลุกเสกด้วย เช่นเส้นผม เล็บ หรือเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว แล้วโยงไปถึงสนทรรศน์ ถามรัชโรจน์กับวรินทร์ว่า จำได้ไหมที่เนตรเล่าว่าเห็นสนทรรศน์กับพวกปีนเข้าไปในเรือนปั้นหยา

วรนาฎใส่ไคล้ว่านิลุบลกับสนทรรศน์ร่วมมือกันทำร้ายสุดาดวง โอฬารจึงไปที่บ้านสนทรรศน์ เป็นเวลาที่พวกเขากำลังทำพิธีถอนอาคม ดึงพระขรรค์ออกจากตุ๊กตา

โอฬารคว้าตุ๊กตาขว้างทิ้งจนแตก ต่อยสนทรรศน์หน้าหงาย กวาดตามองหาว่านี่คงทำกันอย่างเป็นขบวนการ ขณะนั้นเองวรนาฎเดินเข้ามาหาว่าสนทรรศน์โกรธตนที่ขัดขวางความรักของเขากับอุ้ย แต่ทำไมต้องทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างสุดาดวงที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย

วรนาฎตลบหลังจนสนทรรศน์ตั้งตัวไม่ติด พูดจนรัชโรจน์และวรินทร์คล้อยตามไปด้วย โอฬารแค้นจะเข้าทำร้ายสนทรรศน์ หนานจรวยเข้าห้าม วรนาฎจึงเห็น หนานจรวยเต็มตาจำได้ว่าที่แท้คือปุโรหิตนั่นเอง นึกเย้ยว่า

“ที่แท้แกนั่นเอง ไอ้ปุโรหิต ในที่สุดแกก็มาเกิดใหม่เพื่อตายอีกครั้ง”

“ความโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้น มีแต่จะดึงให้ดวงจิตดิ่งลงสู่อบาย เมื่อไหร่หยุดความโกรธ

เกลียดได้เมื่อนั้นก็จะเป็นอิสระ ได้พบกับความสงบสุข เอ็งไม่อยากเป็นอิสระหรือไอ้โขน” หนานจรวยหว่านล้อม

“ท่านก็ดูเป็นผู้ทรงศีล ทำไมถึงใช้เดรัจฉานวิชา ทำร้ายคนดี” วรนาฎย้อนถาม

“แกต่างหากที่หน้าเนื้อใจเสือ” สนทรรศน์ว่าพลางเอาสร้อยพระขรรค์จี้ใส่ วรนาฎยืนตัวแข็ง จ้องสนทรรศน์เขม็ง ทันใดนั้นวรนาฎที่ดวงจิตถูกขังอยู่สะดุ้งตื่นอุทาน “พี่สุรนิตย์” พลางลุกขึ้นอสูรเข้าขวางบีบคอทันที

ขณะนั้นเองเซียนเต้าโซซัดโซเซเข้ามาในห้องโถง โอฬารจำได้ว่าเป็นหมอผีของนิลุบล เซียนเต้าผสมโรงเล่นละครทันทีว่า สนทรรศน์กับนิลุบลรวมหัวกันจ้างตนทำร้ายครอบครัวโอฬารแต่ตนทำไม่สำเร็จเลยถูกฆ่าปิดปาก

“ไม่จริง แกใส่ร้ายฉัน ฉันไม่เคยรู้จักแก” สนทรรศน์โต้

“ลื้อมันเลว ทำร้ายอั๊วแล้วให้อาจารย์ลื้อใช้อาคมขังอั๊วไว้ ดีที่อั๊วรวบรวมพลังทำลายออกมาได้” แล้วเซียนเต้าก็คลานไปหาโอฬารบอกว่าตนสำนึกผิดแล้ว ช่วยตนด้วย

ขณะเดียวกันที่โถงบ้านสนทรรศน์ สนทรรศน์จ้องหน้าวรนาฎ เห็นหน้าของวรนาฎมีหน้าอสูรซ้อนอยู่ สนทรรศน์จะเอาสร้อยพระขรรค์แทง โอฬารชี้หน้าปราม แต่วรนาฎบอกว่าเขาอยากปราบอสูรก็ปล่อยเขา

“สร้อยพระขรรค์ด้ามจิ๋วนี้ทำร้ายคนธรรมดาไม่ได้...เอาอย่างนี้สิ ถ้าพวกคุณอยากพิสูจน์ก็แค่เอาสร้อยนี้คล้องคอวรนาฎ แล้วพวกคุณก็จะได้เห็นความจริง” หนานจรวยบอก

วรนาฎบอกว่า ตนทำดีพระย่อมคุ้มครอง สนทรรศน์จึงจะเอาสร้อยคล้องคอ สร้อยวาบขึ้น วรนาฎจ้องสู้มือกำแน่น

วรนาฎพลิกวิกฤติเป็นโอกาส กล่าวร้ายป้ายสีสนทรรศน์จนรัชโรจน์และวรินทร์คล้อยตาม สนทรรศน์พยายามบอกรัชโรจน์ว่าทุกอย่างเป็นแผนของอสูร รัชโรจน์ขอให้พอแค่นี้และวรินทร์ก็บอกสนทรรศน์อย่ามายุ่งกับพวกตนอีกเลย วรนาฎยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ โอฬารปาสร้อยใส่อกสนทรรศน์แล้วเดินออกไป

เดชถามหนานจรวยว่าทำไมอาจารย์ปล่อยพวกนั้นไป หนานจรวยบอกว่าไม่มีสร้อยพระขรรค์ เราไม่มีทางสู้มันได้ เดชเสนอให้ปลุกเสกสร้อยใหม่เหมือนคราวที่แล้ว

“พิธีนั่น ทำได้ครั้งเดียวเท่านั้น”

เธียรฟังแล้วพึมพำอย่างมืดแปดด้านว่า “แล้วเราเอาไงดีวะนี่...”

ooooooo

เมื่อพากันกลับมาเรือนปั้นหยา รัชโรจน์และวรินทร์รู้สึกตัวเองผิดขอโทษวรนาฎ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ชวนให้สงสัย วรนาฎจึงเอาเศษกระจกที่ดาวเวียงเก็บมาได้ถามว่าพวกสนทรรศน์ให้กระจกนี้มาใช่ไหม

รัชโรจน์รับว่าใช่และถ้าใครได้เห็นในกระจกก็ต้องเห็นเหมือนตนว่าดาวเวียงไม่ใช่คน วรินทร์ยืนยันว่าตนเห็นดาวเวียงเป็นตะขาบ ทันใดนั้นก็มีเสียงดาวเวียงร้อง ขอความช่วยเหลือแว่วมา ทุกคนเดินไปตามเสียง พบว่าดาวเวียงถูกมัดอยู่ใต้เตียง บอกว่าตนถูกสนทรรศน์พาพวกบุกมาจับตนมัดไว้

รัชโรจน์ถามว่าตอนที่ตนมาหากับแก้วทำไมดาวเวียงไม่เรียก เซียนเต้าผสมโรงว่าดาวเวียงถูกมนต์บังตาเหมือนตน

ดาวเวียงสงสัยว่าเส้นผมและเล็บในผอบที่ตนไปฝังเป็นของวรนาฎทำไมการณ์จึงเป็นเช่นนั้น จึงรู้จากวรนาฎว่า หลังจากซื้อใจรังสรรค์ด้วยทองแท่งแล้ววรนาฎให้เขาเอาเส้นผมและเล็บของสุดาดวงมาให้ตนเพื่อทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์ให้ ส่วนเซียนเต้า วรนาฎบอกว่ามันทำดีสมควรได้รางวัลจึงช่วยดูดพลังปีศาจออกจากร่าง ปล่อยให้เป็นอิสระ

แต่พอปล่อยเซียนเต้าไปแล้ว อสูรก็สิงร่างสนทรรศน์ไปดักหลอกเซียนเต้าว่าถ้าร่วมมือกับตนกำจัดอสูรก็จะได้พลังศตบาทไปครองแต่เพียงผู้เดียว เซียนเต้าหลงกลจึงถูกอสูรในร่างสนทรรศน์แทงตาย แต่กล้องวงจรปิดที่สี่แยกจับภาพได้ว่าสนทรรศน์เป็นคนฆ่าเซียนเต้า จึงถูกตำรวจตามล่า

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 8 วันที่ 18 มิ.ย.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ