อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 14 วันที่ 3 ก.ค.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 14 วันที่ 3 ก.ค.59

“นั่นไงคะคุณอุ้ย คนนี้อยู่ได้แน่ๆ” แก้วชี้ไปที่สนทรรศน์ที่กำลังเดินมา

“อุ้ย วันนี้พี่เอาหนังสือที่พ่อเขียนมาอ่านให้คุณยายฟังด้วย” สนทรรศน์อวด เห็นวรินทร์กับแก้วเครียดผิดปกติ เขาถามว่า “มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า หน้าเครียดเชียว”

เมื่อวรินทร์เล่าให้ฟัง สนทรรศน์ทักท้วงว่าตนไม่รังเกียจคุณยายใหญ่แต่กลัวคุณพ่อกับคุณแม่อุ้ยจะไม่ยอมให้ตนมาอยู่ที่นี่ วรินทร์บอกว่าตอนนี้คุณพ่อไม่ได้พักที่นี่แล้ว ส่วนคุณแม่ ตนจะพูดกับท่านเอง รวบรัดตัดบทว่าตกลงตามนี้นะ จะได้ให้แก้วจัดห้องข้างๆ คุณยายให้อยู่

วรนาฎได้ยินเสียงคุยกันถามว่าใครอยู่ข้างนอก วรินทร์บอกให้สนทรรศน์เข้าไปหาคุณยายใหญ่ก่อนตนจะไปบ้านโน้นแป๊บหนึ่ง แล้วเดินไปเลย สนทรรศน์จึงไปเคาะประตูห้องวรนาฎก่อนเปิดเข้าไป

ooooooo

สนทรรศน์เข้าไปเห็นวรนาฎกำลังพยายามหยิบแก้วน้ำแต่หยิบไม่ได้ เขาถามว่าคุณยายจะดื่มน้ำหรือพลางหยิบให้ “พี่สุรนิตย์...” วรนาฎทักปลื้ม เมื่อสนทรรศน์บอกว่าผมสนทรรศน์ครับ วรนาฎก็บ่นตัวเองว่าเลอะเลือนอีกแล้วอย่าถือสาคนแก่เลย



สนทรรศน์ประคองวรนาฎขึ้นป้อนน้ำถามถึงสุขภาพ วรนาฎบอกว่ามึนหัวไม่มีแรง นี่สินะอาการของคนใกล้ตาย

“แต่ผมว่าคุณยายใหญ่ดูสดใสขึ้นนะครับ... ย่ายายของเพื่อนผม อายุเท่าคุณยายใหญ่นี่ มีแต่นอนติดเตียง จำอะไรไม่ได้แล้วทั้งนั้น”

“วันหนึ่ง ยายก็ต้องเป็นแบบนั้น”

วรนาฎมองเพดานอย่างเลื่อนลอย สนทรรศน์

จึงอ่านหนังสือธรรมะให้กำลังใจ...

“เทวดาองค์หนึ่งสังเกตเห็นภิกษุหนุ่มสามเณรน้อยสาวกของพระพุทธองค์ซึ่งมีความเป็นอยู่ง่ายๆตามป่าตามถ้ำ แต่กลับมีผิวพรรณผ่องใส ยิ่งอายุมาก ยิ่งหนุ่มขึ้น ไม่แก่ไปตามวัย เทวดาจึงทูลถามพระพุทธองค์ว่า ทรงมีเคล็ดลับอะไร...”

สนทรรศน์หยุดนิดหนึ่ง วรนาฎเร่งว่า “อะไรเร็วสิ ยายอยากรู้” สนทรรศน์จึงอ่านต่อ...

“ไม่อาลัยอาวรณ์สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่พะวักพะวนถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ทำเรื่องเฉพาะหน้าให้เป็นไปด้วยดี ปฏิบัติได้เช่นนี้ ผิวพรรณจะผ่องใส...แค่นี้แหละครับคุณยายใหญ่ เคล็ดลับชะลอความแก่ของพระพุทธเจ้า”

“สาธุ...อ่านอีกสิ ยายอยากฟัง”

สนทรรศน์ยิ้มดีใจที่คุณยายใหญ่ซาบซึ้งยินดีในคำสอนของพระพุทธองค์ เขาอ่านต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ...

วรนาฎหลับตาฟังจนหลับฝันว่าสนทรรศน์หยุดอ่าน ถามว่าทำไมหยุดล่ะ ยายกำลังฟังเพลิน แต่พอลืมตาขึ้นกลับเห็นตัวเองในวัยสาวซึ่งที่แท้คืออสูรนั่งอยู่ข้างๆ

อสูรเยาะเย้ยว่า “โถ...น่าสงสารจริงๆ ลึกๆแล้ว เอ็งก็ยังโหยหาความรักอยู่เสมอ ราคะแห่งมนุษย์นั้นไม่มีวันสลัดหลุดง่ายอย่างที่ใจนึกดอก ความสุขที่หอมหวาน มันยังคงหล่อเลี้ยงหัวใจเอ็งไว้ตลอดมาไม่ใช่รึ แล้วเอ็งจะยอมตายง่ายๆไปกับสังขารที่เหี่ยวแห้งอย่างนี้รึไง”

“แต่ทุกคนต้องแก่ ต้องตาย”

“ยกเว้นทายาทของข้า บัดนี้ข้าฝึกพลังเทพศตบาทจนถึงขั้นสูงสุด ผู้ใดยอมเป็นทายาทของข้า มันผู้นั้นจะเป็นอมตะไม่มีวันตาย” วรนาฎบอกว่าตนไม่เชื่อ “คิดดีๆ วรนาฎ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เอ็งจะได้สมปรารถนากับความรักที่เอ็งโหยหามาตลอดชีวิต เอ็งจะปล่อยมันไปอย่างนั้นรึวรนาฎ”

“ไม่...ฉันไม่ฟัง...” วรนาฎหลับตา ปิดหู พลันก็สะดุ้งตื่น แต่ยังร้อง “ไม่!!!” เหมือนเพ้อจากฝันร้าย สนทรรศน์รีบเขย่าตัวเรียกสติ วรนาฎลืมตาขึ้นมองสนทรรศน์ มองไปรอบๆ บอกสนทรรศน์อย่างไม่หายตื่นกลัวว่า

“ยายฝันถึงอสูร หรืออสูรมันยังไม่ตาย”

“ไม่มีอสูรอีกแล้วครับคุณยายใหญ่ ผมว่าคุณยายใหญ่กังวลไปเอง เอาอย่างนี้ไหมครับ เรามาทำสมาธิอย่างที่แม่ชีแสงบุญสอนกัน”

สนทรรศน์ขยับหมอนหนุนพยุงให้วรนาฎนั่ง ตัวเองก็ไปนั่งขัดสมาธิที่พื้นข้างๆ ทำสมาธิกันตามที่แม่ชีแสงบุญสอนไว้ ในขณะที่จิตวรนาฎก็บอกตัวเองอย่างแน่วแน่ว่า “ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้แกมาครอบงำฉันได้อีกครั้ง ไอ้อสูรชั่ว”

ขณะที่ทั้งสองมุ่งมั่นทำสมาธินั้น ที่บ้านมนัสวานิชย์ เงาดำของวิญญาณนิลุบลกำลังพยายามจะเข้าไปในบ้าน ถูกแสงสว่างเรื่อเรืองจากเรือนปั้นหยาแผ่มาที่บ้านมนัส– วานิชย์ปะทะวิญญาณนิลุบลอย่างจัง

แก้วกำลังจะเอาถุงขยะไปทิ้ง เห็นจะจะเต็มตา ตะลึงอ้าปากค้างถุงขยะร่วงจากมือ และเงาดำของวิญญาณนิลุบลก็ม้วนตัวพุ่งหายออกจากบ้านไป เงาดำพุ่งกลับมาที่ห้องพิธีของเธียรกลายเป็นวิญญาณนิลุบลหมอบหน้าตุ๊กตากุมารสังคโลก

“บ่าว...บ่าวเข้าไปก่อกวนคนในบ้านไม่ได้ นังวรนาฎกับไอ้สนทรรศน์มันกำลังภาวนาอยู่ พลังของพวกมันคุ้มกันบ้านนั้นไว้”

“ไม่มีทาง ไม่ว่ามันจะทำเยี่ยงไร ก็ต้องเจอแต่ความพ่ายแพ้ เพราะสิ่งที่ข้าจะใช้ทำลายพวกมันมีอานุภาพเหนือกว่าหลายเท่าพันทวี” อสูรกร้าว นิลุบลถามว่ามันคืออะไร “ความชั่ว...ข้าจะปลุกอสูรในตัวของพวกมันขึ้นมา”

ooooooo

ในออฟฟิศของโอฬารที่ไซต์งาน ห้องปิดไฟมืด โอฬารในสภาพทรุดโทรมเสื้อผ้าชุดเดิมที่ออกจากบ้าน นอนก่ายหน้าผากที่โซฟาครึ่งหลับครึ่งตื่น รัชนีที่ถูกผีนิลุบลสิงมาบีบนวดให้อย่างยั่วยวน

โอฬารถามว่าตนไล่ออกไปแล้วจะมาทำไมอีก หรือจะมาแบล็กเมล์ ไล่ให้กลับไปเสียไม่อย่างนั้นจะเรียกยามมาลากออกไป รัชนีออดอ้อนว่าตนทั้งรักและห่วงเขา ผิดกับสุดาดวงที่พอธุรกิจเขาแย่ก็หาเรื่องทิ้งจนต้องระเห็จมาอยู่คนเดียวที่นี่

โอฬารไม่พอใจแต่ถูกรัชนียั่วยวนจนตบะแตก ซุกไซ้อย่างหน้ามืด รัชนีที่ถูกผีนิลุบลสิงยิ้มสะใจ

ฝ่ายรังสรรค์ เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตในสภาพทรุดโทรมเพราะไม่ได้นอนทั้งคืนแต่อารมณ์ดีเพราะมีทุนจะเล่นต่อ ครู่เดียวก็ร้องอย่างดีใจ

“เอ้อ...แบบนี้สิวะไอ้สรรค์ แกกำลังมือขึ้น โชคอยู่ข้างแก แกไม่ใช่ไอ้กระจอกอย่างที่พ่อแกว่าอีกแล้ว ผมจะรวยให้พ่อดู! ลงให้หมดเลย”

พอเม้าท์ที่มือคลิกกลิ๊ก! รังสรรค์ก็ผงะหน้าซีดร้องแทบไม่เป็นภาษา “เฮ้ย...ไม่...ไม่ๆๆๆ ไม่!!”

ตุลย์นั่งดูแท็บเล็ตอยู่ที่ห้องทำงานยิ้มสะใจพึมพำว่า ในที่สุดปลาก็ติดเบ็ด แล้วเรียกไอ้เก่งกับไอ้ชายไปจัดการทันที

ลูกน้องทั้งสองไปดักรังสรรค์ที่ตรอกเปลี่ยว ถามว่าจะทำงานใช้หนี้ไหม รังสรรค์บอกว่าตนไม่อยากส่งยาจริงๆ ยังเหลืออีกสองวันตนจะหาเงินมาใช้คืนให้ ไอ้ชายเยาะเย้ยว่าจะไปเอาเหล็กเอาสายไฟของโครงการพ่อมาชั่งขายรึไง รังสรรค์โมโหผลักไอ้ชายกระเด็นแล้ววิ่งหนีไป

พอตุลย์รู้ เขาสั่งให้ตามไปเก็บ มันตามไปเอามีดจี้บอกว่า ถ้าเปลี่ยนใจรับใช้บอสถือว่าหนี้เป็นศูนย์ รังสรรค์ยังคงปฏิเสธเพราะไม่อยากเสี่ยงคุก

“แต่แกรู้ความลับของบอสไปแล้ว ถ้างั้นพวกฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกเสียจาก...” มันกะซวกมีดที่ท้องรังสรรค์ทันที เขาร้องจ๊าก แต่พอเอามือกุมท้องกลับไม่มีอะไร ไอ้เก่งกับไอ้ชายมองมีดในมือที่งอจนเกือบหัก หาว่ารังสรรค์เล่นของ ชักปืนออกมายิง ปืนก็ยิงไม่ออกอีก

ทันใดนั้นทั้งสองก็ขาแข็งตัวแข็ง หันหน้าเข้าหากันเหมือนหุ่นยนต์และยิงกันเองตาย รังสรรค์ตะลึง พริบตานั้นมีเงาออกจากศพของทั้งสองค่อยๆรวมเป็นร่างเซียนเต้ายืนยิ้มเหี้ยม รังสรรค์ตกใจจำได้ว่าเซียนเต้าตายไปแล้ว

“ถ้าลื้อหนี ก็ต้องหนีไปตลอด เลือกเอา จะอยู่อย่างหมาหรืออยู่อย่างมังกร!” เซียนเต้าถาม

“แก...แกหมายความว่ายังไง”

“อั๊วบันดาลให้ลื้อได้ทุกอย่าง ทรัพย์สิน เงินทอง อำนาจ จะไม่มีใครหน้าไหนดูถูกลื้ออีกต่อไป”

รังสรรค์มองเซียนเต้า นึกถึงคำปรามาสของพ่อแล้วคิดหนัก...

ooooooo

รังสรรค์ตัดสินใจไปหาตุลย์ที่ผับหรูของเขา ถีบประตูโครมเข้าไปตัวเปล่า ผีเซียนเต้าตามหลังเข้าไป เขาหันสั่ง

“จัดการมัน”

พริบตานั้น ร่างตุลย์ถูกผีเซียนเต้ายกลอยขึ้นเหวี่ยงไปกระแทกผนังร่วงลงมากอง ตุยล์ตะกายจะไปหยิบปืน แต่ปืนลอยไปเข้ามือรังสรรค์ เขาเอาปืนตบ ทั้งเตะทั้งกระทืบจนตุลย์ไหว้อ้อนวอนขอชีวิต

ครู่หนึ่งตุลย์กลับมาเซ็นเอกสารที่โต๊ะทำงาน จนใบสุดท้ายบอกว่า ยกให้ทั้งหมดขอแค่ไว้ชีวิตตนเท่านั้น

“คอนโด บ้าน กิจการ ที่ดินทั้งหมด อืมม์...มันก็ยังน้อยไปนะ แต่ช่างเถอะ ไปสิ จะไปไหนก็ไป” ตุลย์ดีใจจะออกไปรังสรรค์นั่งที่เก้าอี้ยกเท้าพาดโต๊ะสั่ง “แต่มึงต้องคลานออกไปเหมือนหมา!” แล้วหัวเราะร่ากับทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาโดยง่าย แต่ที่ข้างหลังเขา ผีเซียนเต้ายืนมองอย่างสมเพชที่เขาติดบ่วงโดยง่าย

ค่ำวันรุ่งขึ้น รังสรรค์โทร.หารัชโรจน์ด้วยน้ำเสียง กร่าง พี่ชายดีใจถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน เขาบอกว่าอยู่ที่ออฟฟิศของตน ตนกำลังสะสางงานนิดหน่อย รัชโรจน์ถามว่างานอะไร

“ก็งานของผม ตอนนี้ผมมีกิจการเป็นของตัวเอง หาเงินได้เองไม่ต้องนั่งฟังพ่อด่าต่อไปแล้ว ผมสามารถเลี้ยงคุณแม่ เลี้ยงทุกคนในบ้านได้อย่างสบาย”

พลันก็เห็นนัยน์เนตรนั่งอยู่กับแขก เขาถามพนักงานจึงรู้ว่าเธอเพิ่งมาสมัคร รังสรรค์ถามรัชโรจน์ทันทีว่า

“พี่มาเที่ยวที่ทำงานผมก็ดีนะ ผมอยากให้พี่เจอเรื่องเซอร์ไพรส์”

ooooooo

รัชโรจน์ไปที่ผับหรูของตุลย์ รังสรรค์ออกมารับ ถามโอ่ว่าอาณาจักรของตนเป็นอย่างไรเหมือนสวรรค์ไหม สนใจน้องคนไหนให้บอกจะให้ดูแลเป็นพิเศษเลย

รัชโรจน์ถามว่านี่หรือกิจการที่เขาบอกว่าเลี้ยงคุณแม่และครอบครัวได้ รังสรรค์ยืนยันกิจการของตนมีใบอนุญาต รัชโรจน์บอกว่าตนพูดในแง่ศีลธรรม รังสรรค์โต้ว่าถ้าอยากอบรมเรื่องศีลธรรม มีอีกคนที่น่าจะมาฟังด้วย แล้วสั่งให้พนักงานไปเรียกนัยน์เนตรมา

รัชโรจน์ตกใจมากเมื่อรู้ว่านัยน์เนตรมาทำงานที่นี่และเพิ่งออกไปกับแขกเมื่อกี๊นี้เอง เขารีบตามไปช่วยนัยน์เนตรจากเสี่ยหื่นได้ทัน นัยน์เนตรโผเข้ากอดรัชโรจน์ที่รอดจากความหื่นของเสี่ย ส่วนเสี่ยพอเห็นมีคนมาช่วยนัยน์เนตรก็หลบเข้าห้องม่านรูดปิดประตูเงียบ

ooooooo

ที่บ้านนัยน์เนตร วรินทร์ถือถุงซุปมาเยี่ยมมานพ เห็นที่บ้านปิดไฟมืด เงียบ เธอร้องเรียกครู่หนึ่ง ไฟก็เปิดสว่างและประตูก็เปิดออก เธอเข้าไปหามานพที่นอนหลับอยู่บนเตียง ยืนมองร่างที่ทรุดโทรมนั้นอย่างสงสาร

หารู้ไม่ว่าที่ข้างเตียงอีกฟากหนึ่ง วิญญาณวรรณายืนจ้องอยู่อย่างหมายมาด

“คุณลุงคะ อุ้ยมาเยี่ยมค่ะ แม่ฝากซุปมาให้คุณลุงทานด้วยนะคะ”

มานพลืมตาขึ้น วรินทร์ประคองให้นั่งจะป้อนซุปให้ มานพแสยะยิ้มร่างเกร็งกระตุก พริบตานั้นก็ลุกขึ้นบีบคอวรินทร์ เธอตกใจดิ้นสุดแรงพยายามแกะมือมานพออก จู่ๆมานพก็หันขวับมองประตู ล้มลงนอนกับพื้นตาเหลือกถลน

นัยน์เนตรผลักประตูเข้ามา เธอตกใจถลาไปประคองพ่อเขย่าร่างพลางเรียกให้รู้สึกตัว เมื่อพ่อยังแน่นิ่ง เธอหันตวาดวรินทร์ว่าทำอะไรพ่อตน วรินทร์บอกว่าตนไม่ได้ทำอะไร จะป้อนซุปให้แต่ถูกคุณลุงลุกขึ้นมาบีบคอ

นัยน์เนตรไม่เชื่อหาว่าวรินทร์จงใจจะฆ่าพ่อตน รัชโรจน์เตือนสติว่าให้รีบพาคุณลุงส่งโรงพยาบาลก่อน แล้วอุ้มมานพออกไป พอถึงโรงพยาบาลส่งมานพเข้าห้องฉุกเฉินแล้วนัยน์เนตรยังหันอาฆาตวรินทร์ว่า

“ถ้าพ่อฉันเป็นอะไรไป ฉันจะไม่มีวันอภัยให้พวกแกเด็ดขาด”

“ใจเย็นๆสิเนตร อุ้ยไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอกนะ” รัชโรจน์เตือน

นัยน์เนตรหาว่าพี่น้องกันก็ต้องเข้าข้างกัน กระทั่งสงสัยว่าที่รัชโรจน์ไปช่วยตนเป็นแผนให้น้องสาวตัวเองแอบมาทำร้ายพ่อตน รัชโรจน์บ่นว่าไปกันใหญ่แล้ว ก็พอดีหมอออกจากห้องฉุกเฉินแสดงความเสียใจว่าคนไข้หัวใจหยุดเต้นไปหลายชั่วโมง เกินกว่าที่หมอจะช่วยเหลือได้ นัยน์เนตรวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที ส่วนวรินทร์เข่าอ่อนทรุดลงดีที่รัชโรจน์ประคองไว้ทัน

เป็นเวลาเดียวกับที่วิญญาณวรรณากลับไปรายงานอสูรโขนที่ห้องพิธีกรรมบ้านเธียรว่า

“บ่าวจัดการทุกอย่างตามที่นายท่านสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“เอ็งทำได้ดีมาก ฮ่ะๆๆ” เสียงอสูรโขนหัวเราะพอใจ

ooooooo

วรนาฎในวัยชราหลับอยู่ที่ห้องเรือนปั้นหยา นิมิตไปว่า ตนอยู่ที่วัดโบราณในเมืองเชลียง ขณะเดินไปที่ริมน้ำ เห็นเงาตัวเองในน้ำกลับเป็นสาวขึ้นอีกครั้ง จับเนื้อตัวสำรวจอุทานอย่างตื่นเต้นว่า

“นี่ฉันกลับเป็นสาวแล้วหรือเนี่ย” เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งตระหง่าน มีแสงสว่างเรืองรอง จึงเดินเข้าไปยกมือไหว้ด้วยหัวใจอิ่มเอิบ พลันก็ได้ยินเสียงสนทรรศน์เรียก...นาฎ...พอหันไปมอง สนทรรศน์บอกว่าตนกลับมาแล้ว และเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

“เป็นไปไม่ได้ เธอไม่ใช่พี่สุรนิตย์ แต่เธอคือสนทรรศน์คนรักของหลานสาวฉัน”

“เป็นได้สิ ตอนนี้นาฎกลับมาเป็นสาวแล้ว ถ้านาฎยอมเป็นทายาทอสูรอีกครั้ง ชีวิตนาฎจะเป็นอมตะ ความรักของเราจะกลับคืนมา”

วรนาฎลังเล เดินไปหาเอื้อมมือไปเกือบจะแตะกันอยู่แล้ว พลันก็ชะงักถอยออกมา รอยยิ้มดีใจหายไปเพ่งมองสนทรรศน์อย่างพินิจพิเคราะห์ พูดอย่างหลุดพ้นแล้วว่า...

“ไม่มีพี่ ไม่มีนาฎ ไม่มีความอมตะ ไม่มีอะไร นอกจากใจที่ยึดมั่นถือมั่น...ไม่มี...”

พริบตานั้นร่างของสนทรรศน์ค่อยๆเลือนหายไป วรนาฎที่ยังอยู่ในนิมิต ยกมือไหว้น้ำตาคลอ เอ่ยด้วยรอยยิ้มตื้นตันมีความสุขว่า

“ในที่สุดฉันก็ข้ามผ่านความห่วงหาอาวรณ์นี้ได้ กามราคะที่ร้อยรัดกันไว้ หมดไปจากใจเสียที...”

แต่ที่ห้องพิธีกรรมบ้านเธียรวันนี้ เธียรยังคงนำเครื่องสังเวยมาบูชาอสูรโขน เป็นเลือดสดๆในถ้วย เมื่ออสูรโขนในตุ๊กตากุมารสังคโลกตาแดงวาบขึ้น เลือดในถ้วยก็ค่อยๆเหือดแห้งไป

เบื้องหน้าอสูรโขน นอกจากเธียรแล้ว ยังมีวิญญาณวรรณา พรรณทิพย์ และนิลุบลนั่งอยู่อย่างนอบน้อม อสูรโขนเอ่ยอย่างทรงอำนาจว่า

“นังวรรณา หนนี้เอ็งไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน พวกมันจะต้องชิงชังกันเอง” แล้วหันจ้องพรรณทิพย์กับนิลุบลสั่ง “ถึงตาเอ็งแล้วนังพรรณทิพย์ นังนิลุบล จริตมารยาของเอ็ง จะซ้ำเติมให้พวกมันต้องย่อยยับ โดยที่ข้าไม่ต้องออกแรงเลย”

“ค่ะนายท่าน” พรรณทิพย์และนิลุบลรับคำ ยิ้มเหี้ยม อสูรโขนมองอย่างพอใจ

ooooooo

รัชโรจน์โทร.ส่งข่าวมานพเสียแล้วให้โอฬาร แต่ไม่มีคนรับสาย เขาจึงไลน์ไปบอก สุดาดวงในชุดดำจะไปงานลงมา เขาบอกโทร.ไปบอกคุณพ่อเรื่องลุงมานพเสียแต่คุณพ่อไม่รับสายตนจึงไลน์ไปบอกให้ทราบแล้ว

“ไม่จำเป็นหรอก แม่ถือว่าคุณมานพเป็นญาติของแม่คนนึง ถ้าพ่อเขาไม่ว่างก็ปล่อยเขา ไปกันเองก็ได้ ไม่ต้องกวนเขาหรอก”

สุดาดวงถามว่าแล้วอุ้ยล่ะ รัชโรจน์บอกว่าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เห็นว่าอยากช่วยงานเนตร แล้วชวนคุณแม่ขึ้นรถ สั่งสว่างให้ไปเอารถมา แก้วยืนฟังใจคอไม่ดีถามว่าไปกันหมดบ้านตนต้องอยู่บ้านคนเดียวหรือ

“อย่าพูดจาเหลวไหลน่ะแก้ว จะกลัวอะไร บ้านเราเองแท้ๆ พระที่คอก็มี แล้วแก้วก็ควรไปคอยดูคุณยายใหญ่ เผื่อท่านมีอะไรให้ช่วย” แก้วยิ่งกลัวอ้างว่าคุณอุ้ยรับปากแล้วว่าจะไม่ให้ตนไปอยู่เรือนนั้นสองคนกับคุณยาย สุดาดวงตัดบทว่า

“เอาเถอะ ถ้ากลัวนัก เดี๋ยวฉันให้สว่างอยู่เฝ้าเรือนปั้นหยา แก้วก็ไปสวดมนต์ในห้องพระ ฉันไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ”

พอรัชโรจน์พาสุดาดวงขึ้นรถไป แก้วก็เสียวสันหลังวาบ เหลียวมองข้างหลังพลางควักพระที่ห้อยคอออกมาสวดมนต์ปากคอสั่นทันที

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 14 วันที่ 3 ก.ค.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ