อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 16(ตอนอวสาน) วันที่ 9 ก.ค.59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 16(ตอนอวสาน) วันที่ 9 ก.ค.59

ฝ่ายสนทรรศน์โทร.หาสว่าง จึงรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลยทุกคนไปไซต์งานกันหมด ตนไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สนทรรศน์เครียด ขับรถบ่ายหน้าไปที่บ้านนัยน์เนตรทันที

นัยน์เนตรสุมไฟในอ่างใหญ่ที่หลังบ้าน ในมือถือพระขรรค์เตรียมโยนลงไป เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น เธอจึงไปเปิดประตูแต่ไม่เห็นใคร พอเดินเข้าบ้านก็เห็นเงาของสนทรรศน์สะท้อนในกระจก เพราะสนทรรศน์ใช้ใบไม้ทัดหูกำบังกายเข้าไป เขาถามเธอทันทีว่าพระขรรค์อยู่ไหน พลันก็เห็นไฟในอ่างใหญ่ลุกโชนอยู่ที่หลังบ้าน เขาวิ่งไปทันที

วิ่งไปถึงอ่างใหญ่เห็นแท่งอะไรดำๆอยู่ในกองไฟ สนทรรศน์พยายามจะดับไฟ ถูกนัยน์เนตรเย้ยว่าถึงไฟแค่นี้จะหลอมพระขรรค์ไม่ได้แต่ก็คงเอาไปทำอะไรไม่ได้แล้ว เขาแค้นมาก จับนัยน์เนตรเขย่าจนหัวคลอนถามว่าทำอะไรลงไปรู้ไหม พระขรรค์นี้ช่วยทุกคนให้รอดพ้นจากเงื้อมมืออสูรได้รวมทั้งตัวเธอด้วย นัยน์เนตรพูดอย่างไม่แยแสว่า



“มันช่วยพวกมนัสวานิชย์ได้ แต่ไม่มีค่าสำหรับเรา เพราะเราไม่ใช่พวกมัน ตอนนี้เราเป็นพวกเดียวกับอสูรแล้ว”

นัยน์เนตรพูดอย่างอาฆาตแค้นว่าตนไม่ใช่พวกเดียวกับวรินทร์เพราะเธอแย่งเขาไป ฆ่าพ่อตน ตนจะทำลายให้ย่อยยับ

สนทรรศน์ลากเธอขึ้นข้างบนเหวี่ยงไปบนเตียง นัยน์เนตรตกใจถามว่าจะทำอะไร เขาบอกว่าทำอย่างที่เธออยากให้ทำ เธอถอยไปจนชิดฝา สนทรรศน์ตามไป เหลือบเห็นกล้องวงจรปิดที่เพดาน เขาชะงักถามว่าทำไมไม่บอกว่าห้องนี้มีกล้องวงจรปิด เธอบอกว่าเพิ่งติดตอนพ่อป่วย และไม่เคยเปิดดูเลย

ทั้งสองเอาเทปไปเปิดดู เห็นภาพมานพลุกขึ้นมาบีบคอวรินทร์ แต่พอผีออกจากร่าง มานพก็ล้มลงนัยน์เนตรตะลึงเมื่อเห็นความจริง

“เพราะความเจ้าคิดเจ้าแค้น ความมืดบอดในใจทำให้เนตรไม่ยอมหาความจริง จนยอมเป็นเครื่องมือของอสูร ทำลายพระขรรค์เงิน ตอนนี้ปู่เธียร หนานจรวย เดช ถูกอสูรมันฆ่าหมดแล้ว บาปครั้งนี้จะติดตัวเนตรไปจนตาย”

พูดแล้วสนทรรศน์หุนหันเดินออกไป นัยน์เนตรเรียกไว้ บอกความจริงว่าพระขรรค์เงินยังไม่ได้ถูกเผา เพราะตนต้องการเก็บมันไว้ต่อรองกับเขา

“พระขรรค์เงินอยู่ไหน”

นัยน์เนตรพาไปชี้ให้ดูพระขรรค์เงินที่จมอยู่ก้นสระ บอกว่าตนโยนลงสระก่อนไปเปิดประตูให้เขา สนทรรศน์กระโดดลงสระทันที ว่ายไปที่พระขรรค์ แต่ว่ายไม่ถึงสักทีเพราะถูกผีพรรณทิพย์ดึงขาไว้ นัยน์เนตรตกใจจะโดดลงไปช่วย ก็ถูกผีวรรณาลากไว้จนล้ม

สนทรรศน์เอาพระที่ห้อยคอออกมาจี้ที่หน้าผากผีพรรณทิพย์ ผีพรรณทิพย์กรีดร้องแล้วสลายไปทันที

สนทรรศน์จึงว่ายไปเก็บพระขรรค์ขึ้นมา กลับเห็น นัยน์เนตรนอนอยู่ที่พื้นเธอร้องขอให้เขาช่วยเพราะวรรณากำลังจะฆ่าตน

“นังคนทรยศ แกกล้าทรยศต่อท่านโขน ฉันรับรอง แกได้ตายตามพ่อแกเหมือนที่ฉันฆ่าพ่อแกแน่” ผีวรรณาตะคอกพลันก็ผงะเพราะถูกสนทรรศน์เอาพระจี้ แต่ผีวรรณาฮึดสู้ เลยถูกสนทรรศน์เอาพระขรรค์ฟันจนร่างสลายไป

ooooooo

ที่ดาดฟ้าออฟฟิศทาวเวอร์ รังสรรค์เดินนำวรินทร์กับสุดาดวงขึ้นมา ทั้งสองเห็นคำลาตายของรัชนีบนกำแพงก็ตกใจ สุดาดวงถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พลันวรินทร์ก็เห็นโอฬารถูกมัดนั่งอยู่ที่เก้าอี้คอพับหมดสติ

วรินทร์ถามรังสรรค์ว่านี่มันอะไรกัน รังสรรค์ที่มีร่างเซียนเต้าซ้อนอยู่หัวเราะในลำคออย่างสะใจ และที่ข้างหลังเขา ผีนิลุบลยืนอยู่

สุดาดวงกับวรินทร์ตะลึงเมื่อเห็นแท่นพิธีกรรม มีเครื่องเซ่นและตุ๊กตากุมารสังคโลกตั้งตระหง่าน เตรียมพร้อมสำหรับทำพิธีสืบทายาท!

“ในที่สุด เอ็งก็มาจนได้ ทายาทของข้า ฮ่ะๆๆๆ” เสียงอสูรโขนหัวเราะกึกก้องครู่หนึ่งโอฬารรู้สึกตัว สุดาดวงถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง โอฬารถามงงๆว่าใครจับตนมามัดไว้ที่นี่

“อั๊วเอง” รังสรรค์ตอบแต่เป็นเสียงเซียนเต้า แล้วเข้าลากวรินทร์ให้ไปยืนหน้าแท่นพิธีกรรม วรินทร์ถามว่าจะทำอะไรตน สุดาดวง โอฬาร สั่งให้ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้ วรินทร์เห็นแววตารังสรรค์ รู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่รังสรรค์
พี่ชายตน

สุดาดวงขอให้เอาชีวิตตนไปเถิดอย่าทำอะไรสามีกับลูกตนเลย อสูรโขนตะคอกว่าตนต้องการชีวิตลูกหลานพระยาเชลียงทุกคน วรินทร์ยอมรับว่าพวกตนรู้สึกผิดที่ได้ร่วมกันก่อกรรมให้ช่างโขนทุกข์ทรมานแสนสาหัสจริง ตนขอเป็นตัวแทนทุกคน ขออโหสิกรรมอย่าได้จองเวรจองกรรมกันอีกเลย

“ได้ ข้าจักให้อย่างที่เอ็งต้องการ เพียงแค่เอ็งมอบร่างเอ็งให้ข้า ข้าจักปล่อยทุกคนไปเสีย ไม่ตามอาฆาตพวกเอ็งอีกต่อไป” อสูรโขนหลอก โอฬารออกรับแทนครอบครัวว่า ถ้าชาติก่อนตนเป็นพระยาเชลียง ตนก็เป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด ถ้าจะแก้แค้นให้เอาชีวิตตนไปคนเดียว อสูรโขนถามว่าวรินทร์จะว่าอย่างไร

โอฬารแอบแก้เชือกที่มัดตัวเองได้ พุ่งเข้าหารังสรรค์ ถูกรังสรรค์จับบีบคอ สุดาดวงเข้าไปช่วยก็ถูกผีนิลุบลกระชากผมเหวี่ยงกระแทกกำแพงจนจุก แต่ยังตะโกนให้อุ้ยหนีไป โอฬารบอกว่าไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ อสูรก็ตวาดก้องขึ้นทันทีว่า

“ไปสินังลูกเนรคุณ ข้าจักไม่รั้งเอ็งไว้ เพียงเอ็งก้าวพ้นประตู ข้าจักหักคอพ่อแม่แลพี่ชายเอ็งเสีย ไปเถอะ ฮ่าๆๆ”

“ตกลง ฉันยอมเป็นทายาทของท่าน” วรินทร์ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เสียสละตัวเองเพื่อปกป้องพ่อแม่และรังสรรค์

อสูรสั่งให้ผีเซียนเต้า ออกจากร่างรังสรรค์ และลากทั้งสามออกไปจากดาดฟ้าแล้วปิดประตูตาย ถามวรินทร์ว่า

“เอ็งพร้อมแล้วใช่ไหม ทายาทของข้า”

วรินทร์พยายามตั้งจิตอธิษฐานขอให้การอุทิศชีวิตของตนครั้งนี้ช่วยตัดบ่วงกรรมให้ทุกคนด้วย บอกอสูรโขนว่าตนพร้อมแล้ว อสูรโขนกลายเป็นควันรูปตะขาบลอยเข้าปากวรินทร์ ทันใดนั้นวรินทร์ลุกขึ้นหัวเราะเป็นเสียงอสูรโขนอย่างสะใจ

พวกรังสรรค์ถูกผีเซียนเต้าลากลงไปที่ห้องหนึ่ง ขณะทั้งสามกำลังวิ่งออกมาก็ถูกวรินทร์ที่กลายเป็นอสูรไปแล้วตามไป รังสรรค์ถูกอสูรวรินทร์พ่นพิษตะขาบใส่ โอฬารพุ่งเข้าขวางจึงถูกพิษตะขาบเข้าเต็มๆ เขาตะโกนให้รังสรรค์พาแม่หนีแต่ตัวเองร่างค่อยๆดำคล้ำเกร็งหายใจไม่ออกเพราะพิษตะขาบ อสูรวรินทร์เงื้อมือ แต่ถูกแม่ชีแสงบุญที่ถอดจิตมาจับไว้ และพยายามติดต่อทางดวงจิตกับวรินทร์ เตือนว่า

“อุ้ย หลานต้องสู้ อย่ายอมแพ้ จิตที่ตั้งมั่นและเป็นกุศลเท่านั้นถึงจะพ้นจากการครอบงำของอสูรได้ อุ้ย...ตื่นเถอะลูก” แต่ถูกอสูรวรินทร์กางเล็บยาวตวัดที่ ไหล่เป็นรอยยาว แม่ชียังบอกก่อนกระอักเลือด ให้วรินทร์ตั้งสติอย่าให้มันครอบงำ

สนทรรศน์วิ่งขึ้นบันได เจอผีเซียนเต้ามาขวาง ทำกล่องหล่นทับจนพระขรรค์หลุดจากมือ พอดีรัชโรจน์ตามขึ้นมาขว้างมีดหมอใส่ผีเซียนเต้า และสนทรรศน์ก็เอื้อมหยิบพระขรรค์ได้แทงผีเซียนเต้าจนร่างสลายไป

ooooooo

สว่างเข็นรถพาวรนาฎมาที่อาคารออฟฟิศ ทาวเวอร์ เจอนัยน์เนตรประคองแม่ชีแสงบุญอยู่ แม่ชีบอกวรนาฎก่อนสิ้นใจว่า ตนถอดจิตไปช่วยอุ้ยแต่ไม่สำเร็จ วรนาฎกอดร่างแม่ชีแสงบุญสัญญาว่า

“ไม่ต้องห่วงนะวัลย์ พี่จะเป็นคนจบเรื่องทุกอย่างเอง”

วรนาฎให้สว่างประคองขึ้นดาดฟ้า ทันใดดาวเวียงก็ปรากฏตัวขึ้น วรนาฎถามดาวเวียงว่าจะช่วยตนอีกครั้งได้ไหม ดาวเวียงถามว่าแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะทำเช่นนี้ วรนาฎยืนยันว่าคิดดีแล้ว รีบพาตนไปทีเถอะ...

สนทรรศน์วิ่งขึ้นมาที่ดาดฟ้าก็ไม่เห็นใคร นอกจากแท่นบูชาที่ไม่มีตุ๊กตากุมารสังคโลกแล้ว หันไปเจออสูรวรินทร์ยืนอยู่ อสูรวรินทร์สะใจที่ได้เจอขุนศรีอินทร์ที่เกิดมาเป็นสนทรรศน์ในชาตินี้

สนทรรศน์แค้นจะฟันอสูร วรินทร์ท้าว่า

“เอาเลย ฆ่าคนรักของเอ็ง เหมือนที่เอ็งเคยทำมาแล้ว ข้าเพียงครอบครองดวงจิตของนังอุ้ยไว้ ถ้าเอ็งฆ่าข้า ก็เท่ากับเอ็งทำลายที่อาศัยของดวงจิตมัน มันจะกลายเป็นคนตายโดยสมบูรณ์แบบ...ตอนนี้ทางเลือกเอ็งมีแค่ทางเดียว ถ้าเอ็งไม่ฆ่านังอุ้ย เอ็งก็ยอมเป็นทาสรับใช้ของข้า แล้วข้าก็จะให้เอ็งสมสู่กับร่างของนังวรินทร์ ตามที่ใจเอ็งต้องการ”

“ความต้องการต่ำๆแบบนั้น ไม่เคยมีอยู่ในสมองฉัน”

อสูรวรินทร์หัวเราะเยาะว่า “เอ็งอย่าทำปากแข็ง เอ็งไม่มีวันหนีพ้นความรัก ความใคร่ ได้หรอก”

“ตอนนี้ฉันอาจจะหลุดพ้นจากกิเลสไม่ได้ แต่ฉันก็จะไม่ก่อบาปก่อกรรมอีกต่อไป ไม่เหมือนแก ที่จะต้องตกอยู่ในความอาฆาตแค้นตลอดกาล”

“งั้นลองมาดูว่า ความแค้นให้พลังอะไรกับข้าบ้าง พลังแห่งเทพศตบาท จงมาสถิตกับข้า”

ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง! เงาตะขาบกรูเข้าใส่สนทรรศน์ ถูกเขาใช้ดาบพระขรรค์ฟันสลายไป อสูรวรินทร์พุ่งตะขาบจากเล็บมือใส่ สนทรรศน์ใช้พระขรรค์กันไว้แต่โดนแรงปะทะกระเด็นหมดสติ อสูรวรินทร์พุ่งไปจะทำร้าย แต่จู่ๆก็ปรากฏดวงจิตของวรินทร์

ซ้อนขึ้นมาแว่บหนึ่งทำให้ชะงัก อสูรโขนซ้อนขึ้นมาตวาดว่า

“นังวรินทร์! เอ็งไม่มีทางชนะข้าได้”

ดวงจิตวรินทร์พยายามขัดขืนอสูรโขน ทำให้อสูรใช้ร่างวรินทร์ทำร้ายสนทรรศน์ไม่ได้ ทันใดสว่างที่ถูกดาวเวียงสิงก็ประคองวรนาฎเข้ามา วรนาฎสวนอสูรโขนไปเสียงแหบแผ่วว่า

“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อดวงจิตของวรินทร์เข้มแข็งกว่าแก” อสูรวรินทร์ชะงักถามว่ามาได้ยังไง “ที่พระขรรค์ทำลายตุ๊กตากุมารนั่นได้แต่แกกลับไม่เป็นอะไร ก็เพราะแกกับฉันมีดวงจิตที่ผูกพันกันมานาน เพราะฉะนั้น การตามหาแก ถ้าตั้งสติให้ดี ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”

“ดี! เอ็งอุตส่าห์หอบสังขารมาถึงที่นี่ ข้าจะได้ส่งเอ็งไปนรกพร้อมกับลูกหลานของเอ็ง”

อสูรวรินทร์พุ่งพิษจากเล็บใส่วรนาฎ ดาวเวียง กระโดดขวางถูกพิษกระอักเลือดกลายเป็นร่างสว่างล้มลง วรนาฎบอกให้ดาวเวียงถอยไป เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างตนกับช่างโขนและวรินทร์ แล้ววรนาฎก็ใช้จิตสื่อสารกับอุ้ยได้สำเร็จ อสูรโขนบอกว่ามันไม่ง่ายหรอกเพราะอุ้ยเป็นทาสตนแล้ว ร่างของอุ้ยคือร่างของตนแล้ว

“ใจเป็นนาย กายเป็นเพียงบ่าว เมื่อใจของหลานฉันไม่ยอมให้แกครอบครอง แกก็สั่งร่างของเขาให้ทำตามใจแกไม่ได้” อสูรโขนโต้ว่าอุ้ยยกร่างให้ตนแล้ว “อุ้ยยอมด้วยจิตที่เป็นกุศล ยอมเสียสละเพื่อชดใช้กรรมแทนทุกคน จิตที่บริสุทธิ์แบบนี้ ไม่มีทางเป็นทาสของอสูรอย่างแก”

วรนาฎหลอกอสูรโขนว่า ตนยังรัก ยังอยากมีความสุขกับสุรนิตย์แม้เป็นบางเวลาก็ยอม อสูรโขนถามว่าตนจะใช้ร่างของวรนาฎได้อีกนานเท่าไร

“นานเท่าที่แกพอใจ...ที่ผ่านมาแกต้องเปลี่ยนร่างเพราะดวงจิตที่แกครอบครองไม่ยอมเป็นทาสแกโดยสมบูรณ์ แต่คราวนี้ ฉันกับแกคือคนคนเดียวกัน” วรินทร์พยายามทักท้วง วรนาฎขัดขึ้นว่า “ขอโทษนะอุ้ย สำหรับยาย สนทรรศน์ก็คือสุรนิตย์ คนที่ยายรักยายรอเขามาตลอด ” แล้วเร่งอสูรโขน “เรามีเวลาไม่มาก ช่างโขนร่างของฉันใกล้สิ้นลมหายใจแล้ว”

อสูรโขนตัดสินใจผายมือร่ายอาคมทันที วรินทร์ขย้อนตะขาบออกมา ตะขาบพุ่งเข้าปากวรนาฎ แล้ว

วรินทร์ก็สลบไป สนทรรศน์กระโดดฟันตุ๊กตากุมารสังคโลกแตกกระจายทันที พริบตานั้นวรนาฎก็กลายเป็นสาวสะพรั่งอีกครั้ง

วรนาฎตัดสินใจดึงคมพระขรรค์ที่สนทรรศน์ยังจับด้ามอยู่ แทงทะลุร่างตัวเอง เสียงอสูรโขนร้องลั่น รอยแทงเรืองแสงแล้วไฟลุกพรึ่บ อสูรโขนที่ซ้อนอยู่ในร่างวรนาฎร้องครวญครางก่อนจะสลายไป วรนาฎยอมตายเพื่อฆ่าอสูรโขน
สนทรรศน์โผเข้าประคองร่างวรนาฎ ถามว่าทำไมคุณยายทำอย่างนี้

“นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำลายดวงวิญญาณของอสูรโขนได้ และก็เป็นทางเดียวที่จะจบความรัก ความแค้นที่มีมาหลายชาติภพ อย่าเสียใจ หากยังไม่หมดกรรม เรายังต้องพบกันอีก สัญญากับยายว่าชีวิตที่เหลือพวกเราทุกคนจะไม่ยอมให้อสูรครอบงำเราได้อีก”

สนทรรศน์ วรินทร์ และทุกคนรับคำด้วยความสะเทือนใจ วรนาฎจับมือสนทรรศน์กับวรินทร์กุมไว้ด้วยกัน มองนัยน์เนตรที่รัชโรจน์โอบไว้ พูดก่อนจากไปว่า

“ความรัก และการให้อภัยเท่านั้น คืออาวุธที่ใช้ปราบอสูรได้ จำไว้...ถึงเวลาที่ยายต้องไปแล้ว” วรนาฎยิ้มให้ทุกคนแล้วหลับตาลงช้าๆ ร่างกลายเป็นคนแก่ไปตามเดิม

วิญญาณวรนาฎ ดาวเวียง แสงบุญ และโอฬาร มองลูกหลานที่โศกเศร้า หันมองกันแล้วสลายไป

คงไว้แต่สัจธรรมที่เป็นอมตะ ให้ยึดมั่นปฏิบัติกันต่อไปคือ...

“ชนเหล่าใดสำรวมดีแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจาและด้วยใจ ชนเหล่านั้น ย่อมไม่ตกอยู่ในอำนาจของมาร ชนเหล่านั้น ไม่เดินตามหลังมาร”

*****อวสาน*****

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 16(ตอนอวสาน) วันที่ 9 ก.ค.59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ