อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.59

ที่พริริสากล้าพูดแบบนั้น...พริริสาเดินสีหน้าสะใจออกจากห้อง ธีภพกับกรนันท์เอาเพชรนั้นมาให้เจ้าหน้าที่บริษัทตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นของปลอมจริงๆ กรนันท์ทั้งแค้นทั้งอายที่โดนเพื่อนหลอกขาย เดินปึงปังออกไป

เจ้าหน้าที่บอกธีภพว่า

“คุณเกรซท่าทางโกรธมากเลยนะคะ แต่เพชรนั่นถ้าไม่ใช่คนชำนาญจริงๆก็ดูไม่ออกหรอกค่ะว่าของปลอม”

ธีภพยิ่งแปลกใจว่าทำไมพริริสาถึงดูออก...ขณะเดียวกัน คณินประชุมกับฝ่ายดีไซน์เรื่องเพชรจากไทรจีสที่มีคนเอามาเสนอขาย ศจีบอกว่าตรวจสอบแล้วเป็นเพชรมีคุณภาพดีมาก คณินพอใจสั่งให้ฝ่ายจัดซื้อจัดการได้ แล้วหันมาชมศจีว่าวันนี้จัดเอกสารการประชุมได้ดี ศจีรีบบอกว่าพริริสาผู้ช่วยตนเป็นคนทำ คณินชมว่าทำงานละเอียดและเป็นระเบียบดี ศจีโล่งใจ



พริริสาเอาอุปกรณ์เครื่องเขียนที่ไปเบิกมาให้ธีภพ เขาถามเธอทันทีรู้ได้อย่างไรว่าเพชรนั่นเป็นของปลอม เธอตอบว่าศึกษามานิดหน่อยพอจะดูออกบ้าง พริริสานึกขอบคุณที่คามินเป็นคนสอนให้ดูเพชร โดยบอกว่าสินค้าส่งออกหลักของประเทศเราคือเพชร เธอเป็นเจ้าหญิงของประเทศถ้าแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม ขายหน้าเขาแย่...

“ความจริงคุณเป็นผู้บริหารของบูรพเกียรติ บริษัทจิวเวลรี่ชื่อดังก็น่าจะดูออกนะคะ”

“เรื่องดูเพชรจริงเพชรปลอมผมอาจจะไม่สู้ เพราะผมถือว่าเป็นมือใหม่จริงๆ แต่ถ้าเรื่องดูคน ผมว่าผมถนัดกว่า” ธีภพมองพริริสาด้วยสายตาจ้องจับผิดอย่างเปิดเผย หญิงสาวยิ้มสู้หวั่นๆ

ooooooo

กรนันท์เดินเข้ามาในห้องทำงานคณิน ปากล่องเพชรปลอมลงถังขยะต่อหน้า กานดากับจินตนานั่งอ่านนิตยสารเพลินๆสะดุ้ง เธอโวยวายว่าซื้อเพชรปลอมยังไม่เจ็บใจเท่าต้องขายหน้าผู้ช่วยศจี แล้วเล่าว่าพริริสาเห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ คงหัวเราะเยาะตนสนุกไปแล้ว

จินตนากับกานดาแปลกใจถามคณินว่ามีผู้ช่วยเลขาตั้งแต่เมื่อไหร่ คณินหงุดหงิดย้อนถามถ้ารับแม่บ้านใหม่ต้องบอกไหม กานดาค้อนขวับ จินตนาเอ็ดที่ถามเพราะจะช่วยดูว่ามีคุณสมบัติเพียงพอไหม คณินบอกแม่ไม่ต้องห่วง พริริสาทำงานดีมาก ทั้งจินตนาและกานดายิ่งอยากเห็นหน้า กรนันท์ถามจะอยากเห็นทำไมก็แค่คนธรรมดาๆ กานดาโพล่ง

“เพราะแม่กับคุณย่าเคยพลาดท่าเสียทีให้คนที่เราคิดว่าธรรมดาๆมาแล้วไงล่ะจ๊ะ ก็เลยฝังใจไม่เคยลืมว่าอย่าประมาทอีก”

คณินเคืองที่แขวะเรื่องอดีต ทำให้คิดถึงพีรดาอดีตเลขาที่ทำงานดีจนเป็นที่พอใจ และเขาก็หลงรัก...กลับถึงบ้าน กานดายังบ่นเรื่องอดีตที่ยังแทงใจจนทุกวันนี้ ตนกลัวว่าสองแม่ลูกนั่นจะกลับมา จินตนาว่าหายไปเป็นสิบปีคงไม่กลับมาแล้ว น่าจะลืมๆไปเสีย ดร.กฤษได้ยินหน่ายใจ

“ถ้าพวกเขาจะกลับมาแล้วจะเป็นอะไร ยังไงซะเด็กคนนั้นก็มีเลือดของบูรพเกียรติอยู่”

“ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมรับพวกมัน ฉันมีหลานคนเดียวก็คือยัยเกรซ ต่อให้มันกลับมาจริงๆฉันก็จะทำให้มันต้องระเห็จไปอีกรอบได้เหมือนกัน” จินตนาเข่นเขี้ยวดร.กฤษเซ็งเดินหนี

ด้านพริริสาถือเอกสารเดินมาแผนกหนึ่ง ได้ยินเสียงคุยกันว่าใช่เจ้าหญิงหรือไม่ ก็ชะงักหันมอง อีกคนบอกว่าใช่เจ้าหญิงหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับเจ้าหญิง พริริสาโล่งอก...ที่มุมหนึ่ง ธีภพพาอธิรุธแอบมองพฤติกรรมพริริสา อธิรุธเปรยว่าสวยน่ารัก ธีภพเคืองบอกให้มาช่วยจับผิดไม่ได้ให้มาวิจารณ์ อธิรุธบอกไม่เห็นเธอมีพิรุธอะไรเลย ดูตั้งอกตั้งใจทำงาน คิดมากไปเองหรือเปล่า

“แต่ฉันเห็นเขาแอบเปิดดูเอกสารสำคัญ ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ชัดๆ” อธิรุธติงว่าเป็นพวกระแวงเกินเหตุ “ตกลงนายมาช่วยฉันหรือมาเข้าข้างผู้หญิง...ยังไงฉันคงต้องจับตาดูเขาต่อไป”

อธิรุธย้อนลืมตัวหรือเปล่าว่าเป็นผู้บริหารไม่ใช่ตำรวจเหมือนก่อน ว่าแล้วก็ขอไลน์พริริสาจากเขา ธีภพหมั่นไส้ไล่ให้กลับไปซื้อโจ๊กให้แม่ทูนหัวเลย อธิรุธเหน็บว่าแอบกั๊กไว้เอง...

อธิรุธเดินเข้ามาในห้างแห่งหนึ่ง กิ๊กสาวโทร.เข้ามา เขาโกหกว่าประชุมงานอยู่ที่กอง พลันเหลือบไปเห็นเธอเดินอยู่ในห้างเดียวกันก็ตกใจรีบหลบเข้าไปในร้านเสื้อข้างหน้า เผอิญเธอเดินเข้ามาดูเสื้อ เขาต้องถอยหลบไปชนห้องลองเสื้อ เห็นประตูไม่ได้ล็อกจึงผลุนผลันเข้าไป

มิรากำลังรวบเสื้อที่ลองเสร็จแล้วจะออกไปจ่ายเงิน พอเห็นผู้ชายผลุบเข้ามาก็ตกใจคิดว่าเป็นพวกโรคจิตก็ผลักเขาออกเอากระเป๋าฟาดใส่ เสื้อผ้าและกระเป๋าหล่นกระจาย พนักงานรีบมาช่วย อธิรุธพยายามอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจ คิดว่าไม่มีใครอยู่ในห้องลองเพราะไม่ได้ล็อก พนักงานตรวจสอบว่าเธอไม่ได้คล้องสายล็อกจริงๆ มิรานึกได้ว่าตนลืม แต่ยังโมโหโวยจะแจ้งความ

“ผมก็จะแจ้งด้วย คุณมากัดผมทำร้ายร่างกายผมก่อน หลักฐานชัดเจน ส่วนเรื่องผมเป็นโรคจิต คุณมีหลักฐานรึเปล่า...เป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ” อธิรุธหันไปบอกพนักงาน

มิราฉุนสะบัดเสียงใส่จะไม่แจ้งความแล้วผลักเขาล้มไปชนราวล้มระเนระนาด ก่อนจะเดินออกไป อธิรุธเซ็งพยายามลุกออกจากกองเสื้อผ้า เจอกระเป๋าผ้าของมิราหล่นอยู่จึงเก็บมาเปิดดู เห็นพาสปอร์ตไทรจีสและบัตรเครดิตชื่อ มิรา เลห์ล่า ก็ยิ้มเยาะเมื่อรู้ว่าไม่ใช่คนไทย ป่านนี้คงหาให้ควั่ก ไม่ทันจะทำอะไรต่อ แม่ของเขาก็โทร.มาตามจึงรีบกลับออกไป

มิราเดินหงุดหงิดออกมาหน้าห้าง เพิ่งนึกได้ว่า กระเป๋าหายก็ตกใจรีบกลับไปที่ร้านเสื้อ แต่ไม่พบ...กลับมาเตรียมอาหารเย็นให้พริริสา พริริสาแปลกใจทำไมมีแต่แซนด์วิช เธอจึงบ่นว่าวันนี้โชคร้ายทำกระเป๋าหาย เป็นเพราะไอ้โรคจิตนั่นคนเดียว แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ช่างเถอะอย่าไปสนใจเลย ว่าแต่ไปทำงานวันแรกได้อะไรมาบ้างรึเปล่า”

“ได้สิ อย่างน้อยฉันก็เริ่มเห็นปัญหาบางอย่างในบูรพเกียรติบ้างแล้ว” พริริสาเล่ารายละเอียดให้มิราฟัง...

เย็นวันเดียวกัน ธีภพกลับมาคุยกับธเนศที่กำลังตัดแต่งต้นไม้เพลินๆ ว่าดูท่าคณินจะไม่ค่อยชอบใจที่ตนเข้าไปบริหารงาน ธเนศให้แง่คิด “ที่เขาไม่เต็มใจ เพราะเขายังไม่คิดว่าเราทำได้น่ะสิ มันก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเรามีความสามารถพอ...อย่าทำหน้าแบบนั้น จะอยู่ในสถานะไหน ตำรวจหรือนักธุรกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบก็คือการทำภารกิจให้สำเร็จเหมือนกันจริงไหม พ่อเชื่อว่าเราทำได้” ธเนศเชื่อมั่นว่าลูกชายจะผ่านความยุ่งยากนี้ไปได้

ooooooo

เช้าวันใหม่ บุษกร ชนิตาและโรซี่หิ้วของกินมาวางบนโต๊ะพริริสาชวนให้กินของเช้าด้วยกันแล้วถามเรื่องเมื่อวานที่เข้าออกห้องธีภพหลายรอบมีเรื่องอะไรกัน เจอกับกรนันท์ไหม พริริสาตอบว่าเจอแล้วเลียบเคียงถามมีอะไรหรือ โรซี่รีบบอกว่าให้ระวังตัวเพราะเจ้าของหวง

ธีภพถือแฟ้มเดินเข้ามา “ใครเป็นเจ้าของใครเหรอครับ”

โรซี่สำลักของที่กำลังกิน อีกสองสาวแตกฮือบอกพริริสาทานให้อร่อยพวกตนต้องรีบไปทำงาน โรซี่ ไอแค่กๆ

เดินตาม ธีภพเปรย “ผมไม่รู้นะว่าสามคนนั้นพูดถึงใคร แต่ผมยังไม่มีเจ้าของ” พริริสาทำหน้าทำนองจะบอกทำไม ธีภพเปลี่ยนเรื่อง “ผมฝากเอกสารนี้ให้อาคณินด้วย”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ