อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 4 วันที่ 8 ก.ค.59

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 4 วันที่ 8 ก.ค.59

ถ้อยคำค่อนขอดและกระแนะกระแหนของไลล่าทำอะไรแอร์พอร์ทไม่ได้ สาวห้าวยังมีสีหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่ยินดียินร้ายอะไร แถมไล่ณัฐเดชกลับอีกต่างหาก ทันทีที่ถึงบ้านแคล้ว

ณัฐเดชถอนใจยาว ก่อนจะเตือนสติ “จะบอกให้นะ อย่าคิดว่าตัวเองแคล้วคลาดจากการโดนยิงโดนแทงแล้วจะประมาทได้ หนังเหนียวแค่ไหนก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้หรอก”

“ฉันไม่ได้หนังเหนียวอะไรสักหน่อย บอกแล้วคุณตาฝาด”

“ผมเห็นกับตามากี่ครั้งแล้ว แต่ก็...ช่างเถอะ ตอนนี้ผมมีหน้าที่คือต้องดูแลคุณให้ปลอดภัย”



“อืม...นั่นสิ หน้าที่คุณ งานคุณนี่นะ”

“ทั้งงาน ทั้งเรื่องส่วนตัวต่างหาก”

แอร์พอร์ทนิ่วหน้า ก่อนจะหน้าแดง เมื่อเข้าใจความหมายของเขา

“เรื่องของฉันไปเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อาจจะตั้งแต่ชาติที่แล้วก็ได้ เอาเป็นว่าผมต้องดูแลคุณแล้วกัน เอากุญแจมา...”

ณัฐเดชรับกุญแจบ้านมาไข และเดินค้นหาของไปทั่ว แอร์พอร์ทเดินตาม ก่อนจะทนไม่ไหวต้องถาม

ด้วยความอยากรู้ ตำรวจหนุ่มนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะอธิบายเสียงเรียบ

“ผมแค่อยากรู้ว่าคนร้ายต้องการอะไร”

“แล้วคุณดูเป็นเหรอ”

“อย่าลืมสิว่าผมเป็นเด็กวัดเก่า ถ้าเราหาคำตอบได้ ก็จะช่วยให้คุณไม่หดหู่อย่างนี้ คุณคำรบจะได้สบายใจ ไม่งั้นจะเป็นเหมือนห่วงที่รั้งเขาไว้ไม่ให้ไปไหน”

“แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสิ่งที่พ่อบอกหมายถึงอะไร อะไรคือภารกิจสำคัญที่ฉันต้องทำ แล้วฉันต้องฝึกสมาธิถึงเมื่อไหร่ ถึงจะรู้ว่ามันคืออะไร”

ณัฐเดชไม่ยอมตอบคำถามนั้น แต่เปลี่ยนไปถามเรื่องงานศพของแคล้ว แอร์พอร์ทยืนยันว่าตนไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย ขอให้ทางตำรวจช่วยเป็นธุระจัดการให้

คฑาจัดการเรื่องงานศพของแคล้วให้ในวันต่อมา โดยจัดอย่างเงียบๆที่วัดนอกเมือง ไม่ใช่วัดของหลวงตาเอี่ยมอย่างที่แอร์พอร์ทอยากได้ ณัฐเดชพอจะเข้าใจความรู้สึกของเธอดีเลยตามไปปลอบ

“ผมรู้ว่าคุณอยากพาพ่อไปส่งที่วัดหลวงตา แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง ตอนนี้คงไม่เหมาะจะไปที่นั่น”

“แค่จะไปส่งพ่อ ฉันยังพาพ่อไปส่งที่บ้านไม่ได้เลย”

ณัฐเดชถอนใจยาว ก่อนเอ่ยเสียงอ่อน “ให้ทุกอย่างมันผ่านไปก่อนนะแอร์พอร์ท แล้วเราเอาอังคารคุณคำรบไปลอยที่วัดหลวงตาเอี่ยมกัน ผมก็จะลอยอังคารของแม่ที่นั่นด้วย”

“เราสองคนไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าเลยนะ”

“ผมถึงบอกไงว่าผมเข้าใจคุณ ผมรู้ว่าการเหลือตัวคนเดียวบนโลกมันเป็นยังไง เพราะอย่างนี้เราถึงต้องดูแลกัน”

“ขอบคุณนะ”

“เปลี่ยนจากคำว่าขอบคุณเป็นคำสัญญา ว่าหลังจากนี้คุณจะเข้มแข็งขึ้นได้ไหม”

“ฉัน...จะพยายาม”

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกอ่อนแอ ขอให้คุณนึกถึงผมเป็นคนแรก”

ooooooo

งานศพของแคล้วผ่านพ้นไปด้วยดี ท่ามกลางความเสียใจของแอร์พอร์ท ลูกสาวคนเดียว และเหล่าตำรวจที่เคยร่วมงานกับอดีตเณรน้อย ศิษย์เอกของหลวงตาเอี่ยม

ควันไฟจากเมรุลอยห่างไปเรื่อยๆ แอร์พอร์ทได้แต่มองตามด้วยแววตาอาลัย น้ำตาไหลอย่างสุดกลั้น

ณัฐเดชซึ่งตามประกบตลอดอดไม่ได้ต้องปลอบให้เธอทำใจ

“น้ำตามันช่วยระบายอะไรได้เยอะนะ ร้องไปเถอะ อย่าเก็บมันไว้เลย นาทีนี้ไม่ผิดอะไรหรอกที่คุณจะร้องไห้”

แอร์พอร์ทร้องไห้โฮอย่างหมดอาย “ฉันไม่อยากอยู่แล้ว น่าจะให้พวกมันฆ่าฉันให้ตายๆไปพร้อมกับพ่อ พวกมันต้องการตัวฉัน พ่อต้องตายเพราะปกป้องฉัน ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้”

“เพราะอย่างนั้นน่ะสิ คุณถึงต้องอยู่ต่อให้ได้ พ่อคุณทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ ท่านทุ่มเททุกอย่างเพื่อฝึกให้คุณแข็งแกร่ง พร้อมจะสู้ ถ้าคุณยอมแพ้ พ่อคุณจะเสียใจแค่ไหน”

“แต่ทั้งชีวิตฉันมีพ่อคนเดียว ฉันจะอยู่ต่อยังไง ฉันไม่เหลือใครแล้ว”

“เหลือสิ...คุณยังมีผมนะ”

แอร์พอร์ทร้องไห้สะอึกสะอื้น ณัฐเดชต้องโอบกอดปลอบ ถ่ายทอดความอบอุ่น

“ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่ข้างคุณตรงนี้ แล้วผมก็จะไม่ยอมให้คุณสู้คนเดียวแน่นอน”

คำสัญญาของเขายิ่งทำให้เธอสะเทือนใจ ณัฐเดชเข้าใจดี กระชับอ้อมแขนแน่น

“ร้องให้พอ ร้องออกมาให้หมด แล้วหลังจากวันนี้คุณต้องเข้มแข็งนะ เราจะผ่านมันไปด้วยกันให้ได้”

ด้านฉัตร...เจ็บใจมาก เมื่อได้รู้ว่าแดงมะกล่ำกับไลล่าแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเมื่อคืนก่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากข่มอารมณ์และความคั่งแค้นไว้ในใจ จนกระทั่งถึงเช้าวันหนึ่ง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ได้ยิ้มออก เมื่อสบโอกาสได้ไปรับไลล่าแทนแดงมะกล่ำ ที่ต้องแวบไปวิทยาลัยช่างกล เพื่อเอาตัวแอร์พอร์ทไปให้พ่อ

ไลล่าไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มจะไม่มารับ มัวทะเลาะกับพ่อแม่บุญธรรมแต่เช้า เพียงเพราะทั้งสองเอ่ยชวนให้ดูรูปเก่าๆของครอบครัว คฑาไม่พอใจมาก และไม่รั้งรอจะปรามเสียงเข้ม

“ลูกเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย อยู่บ้านทีไร เหมือนเป็นคนละคน ทำตัวไม่น่ารักขึ้นทุกวัน”

“ใช่สิ...ก็ลูกไม่ใช่แอร์พอร์ท เด็กช่างกลห้าวๆ แต่ใครๆก็รักมัน แม้แต่คุณแม่ยังอุตส่าห์นัดมันกินข้าว อย่าคิดว่าล่าไม่รู้นะว่าแม่อยากได้มันมาเป็นลูกอีกคน”

“ยังไม่มีใครพูดอะไรเลยว่าพ่อกับแม่จะรับ แอร์พอร์ทมาเป็นลูก ถึงรับจริงก็คงไม่ได้ เพราะเธอโตแล้ว พ่อกับแม่ยังอายุไม่มากพอที่ศาลจะยอมให้รับเด็กวัยรุ่นมาเป็นลูกได้”

“หรือคุณพ่อจะรับมาเป็นอย่างอื่น”

คฑาโกรธมาก พจนารีเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามไกล่เกลี่ยเหมือนเคย แต่เหมือนจะยิ่งเลวร้าย

“สายตาของคุณแม่ พอพูดเรื่องแอร์พอร์ทก็กระตือรือร้นขึ้นมาเชียวนะคะ ท่าทางคุณแม่พร้อมจะปกป้องมันเกินกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ครั้ง”

“วิเคราะห์ไปถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ถ้าอยากจะให้ไลล่ายอมรับว่าจริงใจ ไม่ได้เห็นเด็กนั่นสำคัญกว่าไลล่าก็พิสูจน์สิคะ...อย่ารับแอร์พอร์ทมาเป็นลูก อย่าสนใจมัน อย่าให้มันมาเหยียบที่นี่!”

ooooooo

แผนการหลอกล่อแอร์พอร์ท เริ่มด้วยการแยกตัวณัฐเดชออกจากสาวห้าว และดำมะกอกก็เป็นคนรับ หน้าที่นี้เอง ส่วนแอร์พอร์ทเป็นหน้าที่ของแดงมะกล่ำจะหาทางนำตัวมาให้ได้

ดำมะกอกดีใจมากได้เจอตำรวจหนุ่มที่รู้สึกถูกชะตาด้วยเป็นพิเศษ และไม่รอช้าจะสอบถามถึงความประวัติ โดยเฉพาะเรื่องแม่ของอีกฝ่าย ที่เขารู้มาว่ามีพื้นเพอยู่เมืองกาญจน์ บ้านเก่าของเขา

แต่ณัฐเดชก็ไม่ให้ความร่วมมือ ตัดบทเปลี่ยนเรื่อง จนเขาต้องยอมเปลี่ยนประเด็น

“คืองานผมเป็นธุรกิจนำเข้าส่งออก หมวดคงรู้ว่ามันมีขั้นตอนเยอะแยะน่ารำคาญ ถ้าได้ตำรวจมาร่วมงานกันคงลดขั้นตอนยุ่งยากได้เยอะ แล้วผมก็มีค่าเหนื่อย ที่อาจจะมากกว่าเงินเดือนข้าราชการทั้งปีเลยนะครับ”

“ผมเป็นข้าราชการตำรวจ มีเงินเดือน มีสวัสดิการที่ทำให้ผมกินอิ่มนอนหลับ แล้วก็หลับสบายโดยไม่ต้องกังวลว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง ผมคงไม่สะดวกร่วมงานกับคุณหรอกครับ”

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 4 วันที่ 8 ก.ค.59

ละครเรื่องคงกระพันนารี ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทประพันธ์ เรียว ช่อชรอุ่ม
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทโทรทัศน์ วรพันธ์ รวี / ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ / ปิยรส ทองดี
ละครเรื่องคงกระพันนารี กำกับการแสดงโดย ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครเรื่องคงกระพันนารี ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องคงกระพันนารี ติตามชมได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ