อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 8 วันที่ 23 ก.ค.59

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 8 วันที่ 23 ก.ค.59

ดำมะกอกส่ายหน้าปฏิเสธ หนักใจกับความอวดเก่งของลูกชายเหลือเกิน

“อย่านึกว่าฉันไม่รู้ วันก่อนที่โรงแรม แกก็แอบฟังฉันคุยกับผู้กองชาตรี”

“พ่อรู้แล้วทำไมพ่อไม่เรียกผมเข้าไปด้วย ในเมื่อพ่อบอกแล้วว่ายกหน้าที่ติดต่อกับผู้กองชาตรีให้ผม”

“ก็เพราะแกทำให้ฉันเห็นว่าแกอ่อนหัดเกินไปน่ะสิ”

“แต่เรื่องใส่ร้ายไอ้หมวดณัฐ ผมช่วยคิดได้แน่นอน เพราะผมเกลียดมันอยู่แล้ว ผมคิดแผนดีๆได้ แล้วก็บอกผู้กองชาตรีเพิ่มไปแล้วด้วย”

“แผนอะไรของแก”



“เดี๋ยวพ่อก็รู้เอง พ่อให้ผมกลับไปสานเรื่องนี้กับผู้กองชาตรีต่อก็พอ”

“ได้...ฉันจะรอดู อย่าให้เหลวไม่เป็นท่าอีกแล้วกัน”

แต่ถึงจะได้งานพิสูจน์ตัวเองคืน แต่แดงมะกล่ำก็อดน้อยใจพ่อไม่ได้ ที่ไม่ยอมให้เขาไปเมืองกาญจน์ด้วย เหมือนพ่อกำลังปิดบังบางอย่างจากเขา แถมเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่ชายของเขาเสียด้วย ซึ่งเขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร!

วันเดียวกันที่บ้านคฑา...ไลล่าตื่นแต่เช้า พยายามทำตัวเป็นลูกที่ดีตามแผนที่วางไว้กับฉัตร จะใช้ตัวเธอเป็นตัวล่อให้คฑากับพจนารียอมเป็นตัวประกัน แต่สิ่งที่พจนารีทำในตอนเช้า ก็ทำให้เธอหัวเสียมาก

“โห...คุณแม่ หอมจังเลยค่ะ ซุปไก่ของโปรดไลล่าแน่ๆ ไลล่าจำกลิ่นได้ ขอชิมหน่อยสิคะ”

“ไม่ได้ไลล่า แม่จะเอาไปเป็นของเยี่ยม ถ้าลูกอยากทาน เดี๋ยวแม่ให้ก้อยทำให้ใหม่นะลูก”

“เยี่ยม...เยี่ยมใครหรือคะคุณแม่”

พจนารีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยอมบอกว่าจะไปเยี่ยมแอร์พอร์ทที่โรงพยาบาล ไลล่าโมโหมาก และเกือบโวยออกไปแล้ว แต่ก็ตั้งสติได้ก่อน ว่ากำลังสวมบทลูกสาวแสนดี ต้องทำตัวมีมารยาท ถามว่าแอร์พอร์ทเป็นอะไร

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าเขาไม่สบาย”

“คุณแม่ห่วงเด็กคนนั้นจังนะคะ เหมือนจะห่วงมากกว่าไลล่าอีก”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะลูก เขาเคยช่วยแม่ไว้ตอนที่อยู่เมืองกาญจน์”

“ค่ะ...ไลล่าเข้าใจ คุณแม่เล่าให้ฟังแล้ว เขาดูเป็นคนดีจังนะคะในสายตาทุกคน ทั้งพี่ณัฐ แล้วก็คุณพ่อคุณแม่”

“ใช่จ้ะ...เขาเป็นเด็กดีมีน้ำใจมาก ที่สำคัญ...เราสองคนแม่ลูกก็เข้าใจผิดยกใหญ่ ไลล่าไปเยี่ยมเขากับแม่ไหม”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ไลล่าทำใจไม่ได้หรอก เวลาเห็นคุณแม่เอ็นดูเด็กคนอื่น ไลล่าหวงของไลล่าน่ะค่ะ”

คำพูดกระเง้ากระงอดของลูกสาวบุญธรรม ไม่ได้ทำให้พจนารีโกรธแต่อย่างใด นึกเอ็นดูด้วยซ้ำ

“ถ้าไลล่าน่ารัก ไม่เหวี่ยงและเข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้ แม่ยิ่งรักยิ่งเอ็นดูนะลูก ไม่มีทางเห็นใครดีกว่าลูกแน่ๆจ้ะ”

ooooooo

ไลล่าสวมบทลูกสาวแสนดีจนพจนารีเชื่อสนิท แต่ก็แทบคลั่ง ต้องไปยิงปืนแก้เครียด แดงมะกล่ำเห็นแฟนสาวฝึกยิงอย่างเอาเป็นเอาตาย แถมยิงแม่นอีกต่างหาก ก็อดทึ่งไม่ได้

“ดูเหมือนคุณจะมีเรื่องเครียดกว่าผมนะ มีอะไรหรือเปล่า”

“ก็เรื่องเดิมนั่นแหละค่ะ ไลล่าเหนื่อยเหมือนกันนะคะ ต้องทำเป็นรักคนที่ไลล่าเกลียด”

“ถ้าคุณปล่อยความแค้นในอดีต ยอมรับพ่อแม่บุญธรรมของคุณจริงๆ ชีวิตคุณอาจมีความสุขจริงๆก็ได้นะ”

“แล้วคุณล่ะคะ...เปิดใจยอมรับพี่ชายคนใหม่ที่จะมาแทนคุณได้หรือเปล่าคะแดง”

แดงมะกล่ำถึงกับจุก เพราะถูกพูดแทงใจดำ หน้าเครียดขึ้นทันที

“ทีนี้เข้าใจไลล่าหรือยังคะ”

“อืม...แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าแต่...ทำไมพ่อคุณถึงไปช่วยแม่เลี้ยงฉันออกมาได้ คุณบอกเขาหรือ”

“เปล่านะ ผมไม่ได้บอกอะไรพ่อเลย บางทีคนเฝ้าสวนอาจจะเห็นและเอามาบอกน้าเจ๋งก็ได้”

“แล้วทำไมพ่อคุณถึงต้องทำแบบนั้น ในเมื่อพ่อคุณก็ทำธุรกิจแบบ...ไม่น่าจะกินเส้นกับพ่อฉันเท่าไหร่”

“พ่อผมบอกว่าเพราะอย่างนั้น ยิ่งต้องทำให้ตำรวจไว้วางใจ”

“แต่ไลล่ารู้สึกว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น”

“คุณหมายถึงอะไร”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่สักวันไลล่าต้องรู้ให้ได้”

“พ่อผมมีความลับมากมายที่ผมเองก็เข้าไม่ถึงเหมือนกัน”

“คุณต้องรู้ให้ได้นะคะแดง ถ้าคุณรู้ไม่ทันพ่อคุณ คุณก็ต้องเป็นลูกไล่แบบนี้ไปตลอด ไลล่าว่าถึงเวลาแล้วที่คุณต้องแสดงศักยภาพให้พ่อคุณรู้”

ไลล่าพยายามยุแฟนหนุ่มให้พิสูจน์ตัวกับพ่อจะได้ง่ายกับแผนของเธอมากขึ้น แต่แดงมะกล่ำกลับไม่สนใจ และเปลี่ยนมาพูดเรื่องฝึกยิงปืนแทน จนเธอได้แต่เซ็ง...เพราะแฟนหนุ่มไม่ได้ดั่งใจ!

เวลาเดียวกันที่บ้านดำมะกอก...ฉัตรโดนพ่อต่อว่าอย่างหนัก ที่ไม่ตามประกบแดงมะกล่ำเหมือนเคย

“เขาไปหาสาว ไม่อยากให้ผมไปเกะกะหรอกพ่อ”

“คุณแดงไม่ให้ไป หรือแกไม่อยากไปกันแน่ อย่านึกว่าพ่อไม่รู้นะ เรื่องที่แกชอบผู้หญิงของคุณแดง”

ฉัตรหน้าตึง โต้เสียงเครียด “คุณไลล่าไม่ใช่ผู้หญิงของใคร”

“คุณแดงไว้ใจแกมาก เห็นแกเป็นเพื่อนมาตลอด ไม่เคยรังเกียจ เลิกซะก่อนที่คุณแดงจะรู้ แล้วก็กลับไปดูแลคุณแดง ทำหน้าที่ที่ควรจะทำก่อนที่นายท่านจะรู้ พ่อเตือนไว้ก่อน”

“แล้วเมื่อไหร่เราจะเลิกเป็นขี้ข้าคนบ้านนี้ซะทีล่ะพ่อ”

“จนกว่าจะตายนั่นแหละ”

“ผมไม่ยอมหรอกพ่อ พ่อไม่ไปก็ตามใจ แต่ผมจะไปจากที่นี่ให้ได้ พ่อคอยดู!”

ooooooo

พจนารีไปเยี่ยมแอร์พอร์ทที่โรงพยาบาล พร้อมของเยี่ยมคือซุปไก่ที่ลงมือทำเอง ครูฝึกสาวเป็นปลื้ม และเจริญอาหารมากขึ้น จนณัฐเดชไว้ใจ ยอมกลับไปทำงาน และทิ้งสองสาวไว้ตามลำพัง

แอร์พอร์ทยิ้มเขินๆ เมื่อถูกพจนารีแซวเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับตำรวจหนุ่ม แต่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นความสงสัย เพราะท่าทางและคำพูดบางอย่างของอีกฝ่าย คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

ณัฐเดชกลับไปเคลียร์งานที่สำนักงานตำรวจ แต่กลับถูกเข้าใจผิดจากใครหลายคน ว่าเขาเป็นตำรวจกังฉิน เพราะชาตรีแอบขับรถที่เหมือนกับเขาไปรีดไถ่เงินจากเจ้าของกิจการต่างๆ จนกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลขึ้นมาจนได้ เมื่อคลิปขูดรีดไถ่ของเขาถูกแชร์ว่อนอินเตอร์เน็ต!

กล้องวงจรปิดของสถานที่ต่างๆที่มีคนแชร์ว่าณัฐเดชไปปรากฏตัว ถูกหมวดจ๋า จ่ามิตร จ่ากู๊ดและคฑานำมาตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนณัฐเดชก็พยายามจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาลมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะทางโรงพยาบาลแจ้งว่ากล้องเสีย

แม้จะเชื่อมั่นในตัวณัฐเดชแค่ไหน แต่คฑาก็ต้องรับศึกหนัก ตอบคำถามของนักข่าว

“ผมคงตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้ ผมยังไม่ได้ดูคลิปนั่นอย่างจริงจัง”

“เสียงเอ่ยชื่อหมวดณัฐชัดเจนมากค่ะ ดิ้นไม่หลุดหรอก” นักข่าวคนหนึ่งโต้

“ท่านจะใช้มาตรการอะไรในการจัดการตำรวจนอกคอกบ้างครับ” นักข่าวอีกคนถามแทรกขึ้น

คฑาเวียนหัวมาก ต้องโบกมือให้หยุดถาม แล้วประกาศเสียงเข้ม

“ไม่ต้องห่วงครับ...ถ้าลูกน้องผมผิดจริง ทางตำรวจมีการลงโทษทางวินัยรุนแรงมากอยู่แล้ว ตำรวจทำผิดโทษหนักกว่าประชาชนทำผิดมากครับ ผมต้องสอบสวนให้ชัดเจนแน่ๆ ได้เรื่องยังไงผมยินดีจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครับ ขอตัวก่อนนะครับ”

ด้านแอร์พอร์ท...เป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องณัฐเดชไม่แพ้กัน พจนารีต้องปลอบให้ใจเย็นๆ

“ไม่จริงหรอก เป็นไปไม่ได้ เมื่อวานหมวดณัฐก็อยู่กับแอร์ที่นี่”

“เวลาที่เห็นคลิป ดูเหมือนที่หมวดณัฐจะออกไปจากที่นี่สักพักแล้วนะ”

“แต่ยังไงแอร์ก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ”

“ฉันก็ไม่เชื่อหรอก แต่ที่พูดคือ...หมวดณัฐน่าจะเจอศึกหนักหน่อย กว่าจะรอดจากเรื่องนี้”

“แอร์ต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ค่ะ”

“แต่หนูต้องดูแลตัวเองก่อน ถึงจะออกไปดูแลคนอื่นได้ ฉันรู้ว่าหนูห่วงหมวดณัฐมาก”

“คุณพจน์คะ...ช่วยบอกหมอให้หน่อยว่าแอร์จะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ แอร์ไม่เป็นไรแล้วจริงๆค่ะ”

ooooooo

หลังการตอบคำถามสื่ออันเคร่งเครียด คฑาก็ไปคุยกับณัฐเดชที่สำนักงานตำรวจ ตำรวจหนุ่มพยายามจะอธิบายความจริงและเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่นายตำรวจใหญ่ก็โบกมือห้ามไว้

“หมวดไม่ต้องพูดหรอก ผมเชื่อใจว่าหมวดไม่ได้ทำ แต่ปัญหาใหญ่ ไม่ใช่หมวดทำหรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่าใครตั้งใจใส่ร้ายหมวดขนาดนี้ต่างหาก จัดฉากอย่างดีขนาดนี้ ไม่ธรรมดาแน่ๆ”

“ผมจะพยายามสืบเรื่องนี้มาให้ได้ครับท่านรอง ผมจะออกไปคุยกับนักข่าวเอง”

“อย่าเลยหมวด ผมว่าตอนนี้หมวดควรพักเงียบๆ จะดีกว่า”

“ท่านรองจะให้ผมพักงานหรือครับ”

“ไม่ใช่หรอก ผมบอกแล้วว่าเชื่อใจหมวด แต่ตอนนี้กระแสแรง ยิ่งแก้ต่าง โดยไม่มีหลักฐาน จะยิ่งเข้าตัว”

ณัฐเดชหน้าเสีย คฑาต้องตบบ่าให้กำลังใจ

“ใจเย็นๆ เก็บตัวเงียบๆสักพักนะ เชื่อผม...เรื่องสืบหาผมจะจัดการเอง”

ขณะที่ทุกคนวุ่นวายเรื่องเคลียร์ความบริสุทธิ์ของณัฐเดช ดำมะกอกมุ่งหน้าสู่เมืองกาญจน์พร้อมกับบิ๊กเจ๋ง

“นายจะไปไหนก่อนครับ”

“ฉันจะไปที่วัดหลวงตาก่อน ต้องหาตำราบอกวิธีรีดนางพญาเหล็กไหลออกจากตัวเด็กนั่น”

“แต่ตำรวจกวาดหลักฐานทุกอย่างจากกุฏิหลวงตาเอี่ยมไปหมดเกลี้ยงแล้วนี่ครับนาย”

“หึ...หลวงตาเอี่ยม ไม่ธรรมดาหรอก ฉันรู้จักท่านดี คาถาสำคัญแบบนั้นท่านไม่เก็บไว้ให้เห็นง่ายๆหรอก”

“แต่อาจจะอยู่ที่นายแคล้วก็ได้”

“หลวงตาไม่น่าให้ต้นฉบับกับไอ้แคล้วหรอก ในเมื่อตอนนี้เรารู้แล้วว่าไอ้แคล้วสามารถใส่เหล็กไหลเข้าไปในตัวลูกมันได้ มันก็ต้องมีวิธีเอาออกมาแน่ๆ รีบไปกันดีกว่า...ฉันต้องหาตำรานั่นให้เจอก่อนค่ำ คืนนี้วันเพ็ญ ยังไงเราก็ต้องไปตัดเหล็กไหลที่ถ้ำอัคนีให้ทัน!”

สองเจ้านายลูกน้องมุ่งหน้าไปกุฏิของหลวงตาเอี่ยม และได้เจอลุงใบ้โดยบังเอิญ ชายชราตกใจมาก วิ่งหนีหายไปทันที ทิ้งให้มาเฟียหนุ่มใหญ่เดินตามหาด้วยท่าทางขำๆ

“ออกมาเถอะไอ้ใบ้ ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก...นี่แกจำฉันได้ด้วยเหรอ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันสัญญาจะไม่ทำอะไร แล้วจะรับแกไปอยู่ด้วยกัน ชดเชยที่ฉันเคยตัดลิ้นแกมาแล้ว”

ลุงใบ้ซึ่งแอบซ่อนในมุมมืดสะดุ้งเฮือก และดำมะกอกก็สัมผัสถึงความกลัวนั้นได้ จึงขู่ยิ้มๆ

“แต่จำไว้ว่าในเมื่อแกพูดไม่ได้แล้ว แกก็ต้องจำอะไรไม่ได้ด้วย...เข้าใจไหม”

ขาดคำก็ย่างสามขุมไปที่มุมหนึ่ง พลันก็ต้องหุบยิ้ม เพราะลุงใบ้หายตัวไปแล้ว!

ooooooo

หลังค้นกุฏิหลวงตาเอี่ยมจนทั่ว แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของลุงใบ้ และวิธีนำพญาเหล็กไหลออกจากตัวแอร์พอร์ท ดำมะกอกเลยตัดสินใจไปบ้านเพียงเมียเก่า เพื่อตามหาเบาะแสของลูกชายคนโต โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ตามหากำลังมุ่งหน้าไปที่เดียวกัน!

ณัฐเดชนั่นเองที่หนักใจเรื่องคลิปฉาว ต้องบ่ายหน้าจากกรุงเทพฯ ไปพักใจที่บ้านแม่ แอร์พอร์ทซึ่งดื้อดึงจะออกจากโรงพยาบาลเพราะเป็นห่วงเขา เดาถูกว่าเขาจะหายตัวไปที่ไหน เลยรีบตามไป

ดำมะกอกมาถึงก่อน และพยายามสวดบริกรรมคาถาหาร่องรอยของลูกชายคนโต โดยส่งเงาดำที่เคยใช้ไปก่อกวนการฝึกสมาธิของแอร์พอร์ทมาช่วย แต่ไม่ทันได้เรื่อง ก็ต้องผงะ เมื่อเห็นณัฐเดชกับแอร์พอร์ท!

เงามืดทำร้ายตำรวจหนุ่มจนสลบ แอร์พอร์ทตกใจมาก พยายามช่วยให้เขาฟื้นและพาหนี เพราะสำเหนียกได้ว่าทั้งเขาและเธอกำลังเผชิญหน้ากับเงาร้ายที่ตามรังควานเธอทุกค่ำคืน

“มันคือเงามืดแบบที่เคยคุกคามจิตฉัน เรารีบออกไปก่อนเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว”

“หมายความว่าไง ที่นี่จะไม่ปลอดภัยได้ยังไง ในเมื่อที่นี่มัน...บ้านแม่ผมนะ!”

ดำมะกอกถึงกับชะงัก เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของณัฐเดช วางมือจากการบังคับเงาดำทันที แต่ไม่ทันโผล่ไปพูดจาให้รู้เรื่อง ณัฐเดชกับแอร์พอร์ทก็ออกจากบ้านเพียงไปแล้ว

แอร์พอร์ทประสาทเสียมากเรื่องเงาดำ และตัดสินใจไปถามแม่ชีที่สอนฝึกสมาธิ

“มันมาจากพวกมีอวิชชาที่อยากครอบครองเหล็กไหลน่ะสิ”

ณัฐเดชกับแอร์พอร์ทมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่ตำรวจหนุ่มจะเป็นคนถามว่าจะป้องกันเช่นไร

“ถ้าจิตตั้งมั่นอย่างแรงกล้า มนต์ดำพวกนั้นก็สู้พลังเหล็กไหลในตัวโยมไม่ได้หรอก เหมือนที่หนูบอกแม่ชีเมื่อครู่ แค่เพ่งจิต หนูก็ช่วยหมวดจากเงามืดนั่นได้แบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”

“จิตตั้งมั่น...เพ่งจิต...แอร์ต้องฝึกยังไงหรือคะ”

“บางทีการกำหนดจิตของหนูอาจจะมาผิดทางก็ได้”

แอร์พอร์ทยิ่งงงหนักกว่าเดิม แม่ชีเลยต้องอธิบายเสียงอ่อน

“พลังขั้วบวกของนางพญาเหล็กไหลจะมีพลังสมบูรณ์และเป็นเกราะกำบังที่แข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อเจอขั้วลบ”

“หมายถึงนางพญาเหล็กไหลเหรอครับ” ณัฐเดชถามนิ่งๆ

“ใช่...ถ้าหาพลังขั้วบวกของนางพญาเหล็กไหลเจอ เมื่อนั้นพลังในตัวของโยมจะมากจนใครก็ต้านไม่อยู่”

“แล้วเราจะไปหาพญาเหล็กไหลได้ที่ไหนกัน” แอร์พอร์ทยังไม่เข้าใจ

“อีกไม่นานหรอก หนูจะได้เจอ...อีกไม่นาน...”

ooooooo

เรื่องของตัวเองว่าแย่แล้ว แต่เรื่องแอร์พอร์ทก็ทำให้ณัฐเดชอดเป็นห่วงไม่ได้ ครูฝึกสาวต้องปลอบให้ใจเย็นๆ เพราะเรื่องทุกอย่างย่อมมีทางออกในตัวมันเอง เมื่อถึงเวลาอันควร

ณัฐเดชสงสารและเห็นใจครูฝึกสาวมาก เลยชวนเธอไปทำสังฆทานเพื่อบรรเทาความอึดอัดใจ โดยไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับดำมะกอก ซึ่งกำลังปรับทุกข์กับหลวงตาเอี่ยมผ่านศาลาวัด สถานที่ที่เคยอาศัยตั้งแต่เด็ก

“นี่ใช่ไหมครับ...กรรมที่หลวงตาบอก ผมถึงต้องมาเป็นศัตรูกับลูก ผมเกือบจะฆ่าลูกตัวเองตายคามือ แต่ผมไม่ยอมแพ้ชะตากรรมนั่นหรอก ผมจะทำให้ลูกมาอยู่ข้างผมให้ได้ หลวงตาคอยดู!”

คำประกาศท้าทายของดำมะกอก ได้รับการพิสูจน์ในเวลาต่อมา เมื่อเขาได้เจอกับณัฐเดชกับแอร์พอร์ท และมีโอกาสได้ร่วมทำสังฆทานกับทั้งสอง มาเฟียหนุ่มมีท่าทางปลาบปลื้มใจอย่างปิดไม่มิด และเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับตำรวจหนุ่ม เลยตัดสินใจชวนคุย ณัฐเดชไม่คิดอะไรมาก คุยด้วยอย่างคนมีอัธยาศัยดี

“ผมเพิ่งรู้ว่าคุณดนัยเป็นคนที่นี่ มิน่าล่ะ...ผมถึงเจอคุณแถวนี้หลายครั้งแล้ว เหมือนจะเป็นความบังเอิญ”

“ความบังเอิญไม่มีจริงหรอก”

“คงอย่างนั้นครับ เหมือนที่หลวงพี่บอกทุกคนที่ได้รู้จัก ได้เจอกันในชาตินี้ ต้องมีกรรมสัมพันธ์กัน”

“คงอย่างนั้น...หมวดโตที่นี่หรือ”

“ครับ...ผมเป็นเด็กวัดรุ่นสุดท้ายของหลวงตาเลยล่ะครับ กินนอนอยู่ในวัดตั้งแต่เด็ก แม่ผมเป็นชาวบ้านชาวป่าครับ ไม่รู้หนังสือ ก็ได้แต่รับจ้างทั่วไป ผมเลยต้องมาอยู่ที่นี่ซะส่วนใหญ่ จะได้ไม่ต้องลำบากแม่มาก”

“หมวดคงลำบากสินะ”

“ไม่หรอกครับ อิ่มทุกมื้อ หลับทุกคืนครับ”

“แล้ว...พ่อของหมวดล่ะ ไม่เคยเห็นหมวดเคยพูดถึง”

“ผมไม่รู้จักพ่อหรอกครับ ไม่เคยได้ยินชื่อไม่เคยเห็นแม้แต่รูป แม่บอกผมว่าอย่าพูดถึง อย่าถามถึงพ่อ แม่บอกว่าชาตินี้ผมไม่รู้ว่าพ่อคือใครจะดีที่สุด”

ดำมะกอกถึงกับจุก แต่ไม่ทันพูดอะไรอีก แอร์พอร์ทก็โผล่มาถ่ายรูปคู่ของทั้งสองเสียก่อน มาเฟียหนุ่มเลยต้องตัดใจพักเรื่องลูกชายคนโตไว้ พร้อมเอ่ยกับครูฝึกสาวยิ้มๆ ว่าให้ส่งรูปคู่นั้นมาบ้าง

ณัฐเดชผละไปลาหลวงพี่และแม่ชี ทิ้งดำมะกอกให้คุยกับแอร์พอร์ทตามลำพัง ครูฝึกสาวเลยตัดสินใจถามเรื่องแม่แท้ๆอีกครั้ง มาเฟียหนุ่มเลยต้องตั้งสติเป็นวายร้ายจอมวางแผนใหม่ และหลอกล่อให้เธอมาเจอที่บ้าน จะได้หาทางรีดนางพญาเหล็กไหลออกจากตัวเธอให้ได้!

อ่านละคร คงกระพันนารี ตอนที่ 8 วันที่ 23 ก.ค.59

ละครเรื่องคงกระพันนารี ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทประพันธ์ เรียว ช่อชรอุ่ม
ละครเรื่องคงกระพันนารี บทโทรทัศน์ วรพันธ์ รวี / ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ / ปิยรส ทองดี
ละครเรื่องคงกระพันนารี กำกับการแสดงโดย ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครเรื่องคงกระพันนารี ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องคงกระพันนารี ติตามชมได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ