อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 1 วันที่ 6 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 1 วันที่ 6 ส.ค.59

ณ ลานโล่งของแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี...อธิน นักโบราณคดีหัวหน้าคณะสำรวจกำลังก้มหน้าก้มตาดูลวดลายบนเศษสำริดด้วยกล้องขยาย ก่อนที่นักศึกษาสมาชิกกลุ่มคนหนึ่งจะมาแจ้งข่าวสำคัญ

จำหลักโบราณซึ่งถูกดินกลบเป็นส่วนใหญ่ โดยมีส่วนผิวหน้าโผล่พ้นให้เห็นเล็กน้อย สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทีมสำรวจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอธินที่มองแผ่นหินตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่ทันได้ตรวจอย่างละเอียด ชาวคณะก็ต้องวิ่งหลบฝนและฟ้าผ่ากันให้จ้าละหวั่น เมื่อจู่ๆบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป!

เสียงฟ้าคำรามทำให้ชาวคณะไม่กล้าออกจากที่ กำบัง มีเพียงอธินที่สายตาจับจ้องแผ่นหินโบราณแบบไม่ให้คลาดสายตา พลันนักโบราณคดีหนุ่มก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นว่ามีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งสู่ฟ้า...



ควันสีดำนั้นแท้จริงคือบุษกร วิญญาณหญิงสาวจากอาณาจักรจันทรปุระที่จองจำตนเองไว้ในจารึกโบราณ การขุดพบจารึกครั้งนี้ทำให้เธอถูกปลดปล่อยจากอดีตนับพันปีเพื่อชำระแค้นที่รอมานาน และเกรียง หมอผีในคราบผู้เชี่ยวชาญเรื่องของเก่าและฮวงจุ้ยก็รับรู้ได้ถึงความน่ากลัวนี้จนไม่มีแก่จิตแก่ใจจะสนใจคู่สนทนา

กสินทร์ เศรษฐีหนุ่มใหญ่ เจ้าของกิจการโรงแรมและนักสะสมของเก่านั่นเอง คู่สนทนาของเกรียง เขากำลังตื่นเต้นกับกำไลเสี้ยวหรือเศษกำไลโบราณที่เพิ่งได้มาจากชาวบ้าน

“ใช่ไหมคุณเกรียง...ของจันทรปุระจริงไหม ได้ยินแต่ชื่อเมืองนี้มานานแล้ว มันมีอยู่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“จันทรปุระเคยมีอยู่จริง แต่ล่มสลายไปร่วมพันปีแล้ว”

“ไม่ใช่แค่ตำนานที่เล่าต่อๆกันมานะคุณเกรียง”

“ตำนานก็อยู่บนพื้นฐานของความจริงนั่นแหละคุณกสินทร์”

“ขนาดของแตกหักยังงามขนาดนี้ ผมว่าจันทรปุระนี่ต้องเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมากแน่ๆ”

จบคำก็หยิบกำไลเสี้ยวมาชื่นชม เกรียงได้แต่มองมานิ่งๆ ทั้งที่ภายในใจเริ่มกังวลถึงการมาถึงของบางสิ่งบางอย่างจากอดีต รวมถึงใครบางคนที่เขารอมานานแสนนานด้วย

ooooooo

หลังฝนฟ้าสงบ แผ่นจารึกโบราณก็ถูกคณะสำรวจนำขึ้นจากดินมาทำความสะอาดพอให้เห็นตัวอักขระโบราณ อธินรับหน้าที่เก็บรักษาแผ่นจารึกนั้นไว้ รวมถึงสิ่งของโบราณชิ้นอื่นที่ถูกค้นพบจากแหล่งเดียวกัน เมื่อโยสิตาลูกสาวคนเดียวของอธินมาถึงในวันต่อมาเพื่อดูแลพ่อ เธอก็อดทึ่งกับข้าวของโบราณเหล่านั้นไม่ได้

อธินกวาดตามองข้าวของมากมายภายในเต็นท์ของตัวเองด้วยความภูมิใจ “มันคุ้มค่าทีเดียวล่ะ...สมมติฐานที่ว่าจันทรปุระเป็นแค่เรื่องเล่าในตำนานคงถูกหักล้างได้แล้ว เพราะเมืองนี้น่าจะมีอยู่จริง...โดยเฉพาะของสิ่งนี้”

แผ่นจารึกโบราณทำให้โยสิตา ช่างภาพสาวที่มีความสนใจเรื่องโบราณคดีเหมือนพ่ออึ้งไปอึดใจ

“แผ่นจารึกอะไรคะพ่อ”

“ยังอ่านไม่ออก...ตัวอักษรของจันทรปุระ แต่ถ้าพ่อคาดไม่ผิด หินแผ่นนี้อาจจารึกการสร้างเมือง”

“ว้าว...คุ้มเหนื่อยจริงๆค่ะพ่อ โยรู้แล้วว่าโยจะช่วยอะไรพ่อได้อีก...ถ่ายรูปไง”

“ดีมาก...เพราะทุกวันนี้ทุกคนต้องทำงานแข่งกับเวลา ยังไม่ได้เก็บบันทึกด้วยภาพเลย”

ขณะที่คณะสำรวจของอธินวุ่นวายกับการบันทึกและตรวจสอบข้าวของโบราณ กำไลเสี้ยวชิ้นหนึ่งก็ถูกกสินทร์นำมาเก็บไว้บ้าน กฤตธร นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายคนโตของเขาผ่านมาเห็นก็อดหยิบมาดูด้วยความสนใจไม่ได้

กำไลเสี้ยวที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ดึงดูดสายตากฤตธรอย่างประหลาด และเขาก็คงจะนั่งดูมันอีกนาน หากว่ากสินทร์ พ่อของเขาจะไม่โผล่มาคุยด้วยเสียก่อน

“คุณพ่อซื้อของเก่าอีกแล้ว”

“เห็นแล้วมันอดไม่ได้ ยิ่งของชิ้นนี้มันลึกมากนะ อายุกว่าพันปี อาจารย์เกรียงมาดูยังว่าน่าจะเป็นยุคจันทรปุระ”

กฤตธรนิ่วหน้า ไม่เคยได้ยินชื่ออาณาจักรโบราณนี้มาก่อน กสินทร์เลยอธิบายง่ายๆ

“อาณาจักรโบราณน่ะ แต่เขาว่าล่มสลายหายสาบสูญไปนานแล้ว พวกบ้าโบราณคดีกำลังพยายามค้นหาอยู่”

“นี่เข้าข่ายสมบัติของชาติเลยนะครับ”

“ขืนพ่อไม่เก็บซ่อนไว้ ของพวกนี้ก็เล็ดลอดไปอยู่กับฝรั่งอยู่ดี สู้ให้มันยังอยู่ในเมืองไทยก่อนไม่ดีกว่าเหรอ สักวันหากศึกษาหาความรู้จากมันได้ พ่ออาจจะยกทั้งหมดที่มีให้ทางการก็ได้”

จบคำก็เปลี่ยนเรื่องและชวนไปข้างนอก กฤตธรเดินตามอย่างว่าง่ายแต่ไม่วายหันไปดูกำไลเสี้ยวอีกครั้ง แสงสีทองวูบวาบบ่งบอกถึงพลังงานบางอย่างปรากฏขึ้น แต่ก็เพียงแวบเดียวจนเขาคิดว่าคงตาฝาดไป...

ooooooo

โยสิตาช่วยพ่อถ่ายภาพและจดบันทึกรายละเอียดข้าวของโบราณอย่างขะมักเขม้น และระหว่างที่เธอตรวจดูภาพแผ่นจารึกโบราณ เธอก็ได้เห็นภาพหญิงสาวปริศนาคนหนึ่ง!

แต่ก็เพียงอึดใจเดียว ภาพผู้หญิงปริศนาแต่งตัวด้วยชุดโบราณก็หายไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยจนโยสิตาต้องไปถามข้อมูลจากพ่อ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับยุคจันทรปุระซึ่งเขาสันนิษฐานว่าเป็นที่มาของแผ่นจารึกนี้

“ยังบอกอะไรไม่ได้เพราะเราได้หลักฐานน้อยมาก ไม่ปรากฏศาสนสถานหรือเทวสถานให้เทียบเคียงเลย”

“หมายความว่าถ้าศิลาจารึกแผ่นนั้นเป็นการบันทึกการสร้างเมือง ก็จะไขปริศนาได้ทั้งหมดใช่ไหมคะ”

“ใช่...แต่ปัญหาคือตัวอักษรพวกนั้นพ่อแน่ใจว่าไม่เคยเห็น จะมีนักวิชาการสักกี่คนอ่านมันออก พ่อก็ไม่รู้”

“แล้วทำไมเมืองนี้ถึงได้ล่มสลายล่ะคะ”

“มีแต่ตำนานที่คนเล่าต่อกันมาน่ะลูกว่ามันล่มสลายเพราะคำสาป!”

คืนเดียวกันที่บ้านกสินทร์...สมาชิกครอบครัวประกอบด้วยกฤตธร ลูกชายคนโตและกวินทร์ ลูกชายคนเล็กอยู่กันพร้อมหน้า โดยมีเมธาวีแฟนสาวของกวินทร์มาร่วมวงด้วยเหมือนเคย

บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ กสินทร์กับกฤตธรมีความสุขมากและพยายามลุ้นให้กวินทร์แต่งงานกับเมธาวี แต่คู่รักก็บ่ายเบี่ยง ไม่ใช่เพราะไม่รักกันแต่อยากรอให้กฤตธรแต่งก่อน

“โอย...งั้นพวกนายคงต้องรออย่างไม่มีกำหนดแล้วล่ะ พี่ยังหาเจ้าสาวไม่เจอเลย”

ทุกคนต่างลงความเห็นว่ากฤตธรเลือกมากและหวงความโสด แต่เจ้าตัวกลับคิดว่ายังไม่เจอใครที่อยากร่วมชีวิตด้วยมากกว่า เมธาวีซึ่งแอบชอบเขามาตลอดและยอมคบกับกวินทร์เพื่อใกล้ชิดเขา อดมองมาด้วยแววตาเสน่หาไม่ได้ พร้อมกับคิดเข้าข้างตัวเองเหมือนทุกครั้งว่าเขาอาจมีใจกับเธอก็ได้...

หลังจากช่วยพ่อทำงานจนเหนื่อยอ่อน โยสิตาก็ผล็อยหลับอย่างง่ายดายในคืนเดียวกัน ก่อนจะสะดุ้งตื่นเพราะความฝันแปลกประหลาดที่มีเสียงร้องโหยหวนของคนจำนวนมาก ร้องไห้ระงมเหมือนคนได้รับทุกขเวทนา

เสียงกรีดร้องและภาพบึงบัวกลายเป็นสีแดงฉานทำให้โยสิตาตกใจตื่น เธอเหลือบมองไปทางอธินก็เห็นว่าเขายังหลับสนิทเหมือนไม่ได้ยินเสียงใดๆ แต่เสียงดังประหลาดนั้นก็ลอยเข้าโสตประสาทของเธออีกครั้ง และครั้งนี้ช่างภาพสาวก็ตัดสินใจมุ่งหน้าสู่บึงบัวไม่ไกลจากลานสำรวจเพื่อพิสูจน์ความจริง!

ooooooo

ผลการพิสูจน์ความจริงของโยสิตาไม่ได้เรื่อง อะไรมากนัก นอกจากกลุ่มควันสีดำที่พุ่งตรงมาหาเธอ อย่างมาดร้าย พร้อมกับเสียงตวาดลั่นของหญิงสาว ปริศนาที่ไล่ให้เธอกับคณะสำรวจออกไปจากลานและบึงบัวแห่งนี้

เมื่อตื่นเช้าวันถัดมา โยสิตาก็ไม่รอช้าเล่าทุกอย่างให้พ่อฟังโดยละเอียด อธินรับฟังด้วยสีหน้านิ่งสงบ ก่อนจะสรุปว่าลูกสาวคนเดียวคงคิดมากจนเก็บไปฝัน

“ฝันก็ส่วนฝันสิคะพ่อ นี่มันจริงนะคะ เห็นกับตา ได้ยินกับหู เขาไล่ให้พวกเราออกจากที่ของเขา”

“ไม่มีอะไรหรอก ก่อนลงมือขุดค้นพวกเราก็ บวงสรวงบอกกล่าวเทวดาอารักษ์ เจ้าที่เจ้าทางที่นี่แล้ว พวกเรามีเจตนาดีจะช่วยรักษาสมบัติของชาติ ไม่ได้คิดร้ายอะไร”

“โยจะพยายามคิดให้ได้อย่างนั้นแล้วกันนะคะพ่อ”

“อีกไม่กี่วันก็ต้องปิดไซต์งานที่นี่เพราะหมดงบประมาณของปีนี้ เราคงต้องเร่งมือให้มากขึ้น พ่อห่วงอย่างเดียว พอเรากลับ...ที่นี่ต้องยับเยินเพราะพวกหัวขโมยแน่”

“โยช่วยอะไรพ่อได้อีก พ่อก็บอกมาได้เลยค่ะ...”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 1 วันที่ 6 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย กษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ