อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 1 วันที่ 8 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 1 วันที่ 8 ส.ค.59

สองพ่อลูกมาถึงกรมศิลปากรในไม่กี่อึดใจต่อมา อธินกวาดตามองรอบห้องทำงานตนเองด้วยความรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจ้งเบาะแสว่าได้ยินเสียงประหลาดก่อนที่แผ่นจารึกจะหายไป ยิ่งสับสน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งเหตุก็งุนงงไม่แพ้กันและคิดว่าอาจไม่ใช่การลักขโมยของโจรธรรมดา

“มันน่าแปลกใจตรงนี้ครับอาจารย์ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะเข้ามาเลย ทั้งที่ประตูหน้าต่างทุกบานก็ปกติ”

อธินถอนใจยาวก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด “อย่าเพิ่งให้ใครเข้าออก ห้องนี้อย่าพยายามแตะต้องข้าวของทุกชิ้นด้วย เราอาจต้องแจ้งความ ตำรวจอาจช่วยเราได้ แล้วของอย่างอื่นล่ะมันเอาอะไรไปอีกบ้าง”



“ไม่เลยครับอาจารย์ ของมีค่าอย่างเศษทอง มันไม่แตะต้องเลยครับ”

การหายไปของแผ่นจารึกโบราณนำความแปลกใจมาให้แก่อธินและโยสิตาเป็นอย่างมาก โดยไม่รู้เลยว่าเกรียงซึ่งนั่งสมาธิอยู่บ้านก็รับรู้ได้ถึงเหตุการณ์นี้และคิดว่าเวลาแห่งการชำระแค้นได้มาถึงแล้ว...

กว่าสองพ่อลูกจะกลับถึงบ้านก็หลายชั่วโมงต่อมา อธินทรุดตัวนั่งอย่างหมดแรง หงุดหงิดใจยิ่งนักที่ได้รู้ว่าสมบัติชิ้นสำคัญของชาติถูกขโมยไปอย่างไร้ร่องรอย โยสิตาคิดว่าเรื่องนี้อาจเป็นงานโจรกรรมระดับชาติและคนบงการก็อาจเป็นชาวต่างชาติที่อยากครอบครองสมบัติโบราณ

“หินแผ่นเดียวมีค่าขนาดนั้นเชียวเหรอคะพ่อ”

“พ่อว่าคนคนนี้มันต้องรู้ดีว่าหินแผ่นนั้นคือหัวใจสำคัญของจันทรปุระ”

“ถ้าจะสืบจริงๆ มันก็ไม่ยากใช่ไหมคะพ่อ”

“ตำนานจันทรปุระรู้จักกันแค่ในวงแคบเท่านั้น”

“แปลว่าเรายังพอมีหวัง”

“เว้นแต่งานนี้จะไม่ได้มาจากเมืองไทย ถ้าหลุดไปนอกประเทศ เรื่องจะตามกลับคืนคงไม่ใช่เรื่องง่าย...”

ooooooo

การหายไปของแผ่นจารึกยังหาเบาะแสและร่องรอยไม่ได้ เกรียงพยายามนั่งทางในเพื่อตามหา แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลว จนกระทั่งกลางดึกของคืนเดียวกันนั่นเอง ผีบุษกรหญิงสาวจากอดีตเมื่อพันกว่าปีก่อนก็ปรากฏตัวตรงหน้า!

ปารมีมาช่วยเพื่อนรักตามหาเบาะแสเรื่องแผ่นจารึกด้วย เพราะกสินทร์เจ้านายใหญ่ของเธอเป็นนักสะสมของเก่าตัวยง จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยสำคัญ อธินก็ไม่อยู่เฉยเอาภาพจากกล้องวงจรปิดของกรมศิลปากรมาดู แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนอกจากกลุ่มควันสีดำแล้ว เขาก็ไม่เห็นเบาะแสอะไรอีกเลย

กสินทร์ไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นผู้ต้องสงสัยของอธินและโยสิตา มัววุ่นวายกับการจัดระเบียบของสะสมเก่าแก่ในบ้าน และมอบหมายให้ลูกชายทั้งสองช่วยหาช่างภาพมาถ่ายข้าวของทั้งหมด กวินทร์เสนอให้ใช้ช่างภาพที่ถ่ายรูปแผ่นพับแนะนำโรงแรม กสินทร์เห็นดีด้วย กฤตธรเลยถือโอกาสนี้แซวพ่อขำๆ

“เขาว่ากันว่าคนชอบสะสมของเก่านี่เป็นคนโบราณมาเกิดเหรอครับคุณพ่อ”

“พ่อก็ได้ยินอาจารย์เกรียงแกพูดอยู่เหมือนกัน แต่พ่อไม่ได้ถามแกซะทีว่าพ่อน่ะยุคไหนมาเกิด”

“อาจารย์เกรียงนี่นอกจากเป็นที่ปรึกษาเรื่องฮวงจุ้ยให้คุณพ่อแล้ว แกยังศึกษาเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ”

“แกเป็นประเภทมีสัมผัสที่หกมากกว่า...”

กฤตธรไม่ได้ติดใจเรื่องเกรียงนักและออกจากบ้านไปปั่นจักรยานในสวนสาธารณะแต่เช้า เลยได้เจอกับโยสิตาที่มาเป็นช่างภาพถ่ายรูปพรีเวดดิ้งอีกครั้งกับบ่าวสาวคู่เดิม ความสดใสร่าเริงและความใจเย็นของเธอทำให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อประทับใจมากและตัดสินใจชวนเธอมาถ่ายภาพให้พ่อ

โยสิตาไม่เข้าใจว่าเขาจะตามตื๊อถึงไหน และเมื่อเธอเดินหนี เขาก็ยิ่งตามติด

“ผมไม่เข้าใจ ทำไมคุณต้องปฏิเสธความช่วยเหลือจากคนอื่น”

“ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องตามตอแยฉันด้วย”

“ไม่ได้ตอแย แต่จะคุยเรื่องธุรกิจต่างหาก”

เหตุผลเรื่องงานทำให้โยสิตายอมลดท่าทีขึงขังและคุยด้วย แต่ทันทีที่สองหนุ่มสาวนั่งในร้านกาแฟไม่ไกลจากสวนสาธารณะ ท้องฟ้าสดใสก็เปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน!

สองหนุ่มสาวต้องวิ่งหนีห่าฝนกันให้วุ่น เสียงฟ้าคำรามทำให้ต้องหาที่หลบแทบไม่ทัน และทันใดนั้นก็เกิดสายฟ้าฟาดลงกิ่งไม้ใหญ่ กฤตธรตกใจมาก รีบโถมตัวไปผลักร่างของโยสิตาได้ทันเวลาพอดี

ฟ้าฝนและลมยังพัดกระโชกจนกฤตธรต้องพาโยสิตา ไปหลบในตัวอาคารไม่ไกลกันนั้น และอดไม่ได้จะแซวเธอว่าอาจเคยสัญญาหรือสาบานกับใครไว้ ฟ้าเลยผ่ารุนแรงจนเกือบเอาชีวิตเธอไปแล้ว

“ฉันไม่นึกตลกไปกับคุณหรอกนะ”

“ไหนๆคุณก็แคล้วคลาดมาได้เพราะผม ไม่คิดจะขอบคุณกันบ้างหรือ”

โยสิตาขอบคุณแบบเสียไม่ได้ กฤตธรไม่ถือสา ยิ้มกว้าง

“ทีนี้เราก็หายกันแล้วนะ ผมได้ตอบแทนคุณแล้ว เรามาคุยธุรกิจกัน ผมจะจ้างคุณถ่ายรูป”

“รูปแต่งงานอีกแล้วหรือ”

“ทำไมทำท่าเหมือนจะลงแดง”

“ก็สองเดือนมานี่ ฉันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งห้างานนะคุณ”

“โอ้...งั้นคุณก็รวยทีเดียว”

โยสิตาส่ายหน้าเซ็งๆ “งานหนึ่งฟรีเพราะเพื่อนกัน อีกสามงานถ่ายยังไม่ทันเสร็จ เจ้าบ่าวเจ้าสาวทะเลาะกันเลิกกันกลางคัน แล้วฉันจะเก็บเงินที่ใครล่ะ เพิ่งมีงานนี้แหละราบรื่นหน่อย ขอโทษนะคุณไปหาช่างภาพคนอื่นเถอะ ฉันอาจเป็นตัวซวยของคุณก็ได้ ถ้าหาไม่ได้จริงๆฉันจะแนะนำคนอื่นให้”

“ไม่ล่ะ ผมอยากได้คุณมากกว่า”

“ยังไงฉันก็ขอปฏิเสธ ขอฉันถ่ายอย่างอื่นบ้างได้ไหม ที่ไม่ใช่รูปแต่งงานน่ะ”

“เชื่อแล้วว่าฝันร้าย”

“ฝนหยุดแล้ว ฉันจะไปล่ะ”

ช่างภาพสาวทำท่าจะไปจริงๆ กฤตธรเลยต้องโพล่งความจริงออกไป

“งานที่จะจ้างคุณไม่ใช่รูปแต่งงาน”

“อ้าว...แล้วไม่บอกแต่แรก”

“แต่คุณจะได้ถ่ายรูปศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่คุณพ่อผมสะสมมาทั้งชีวิต!”

ooooooo

โอกาสดีๆจะได้สำรวจคลังสมบัติเก่าของกสินทร์หาไม่ได้ง่ายๆ โยสิตาเลยตัดสินใจจะรับงานของเขา กฤตธรดีใจมากแต่ก็ไม่วายสงสัยเพราะเหมือนว่าเธอจะตอบรับง่ายเกินไป

โยสิตาเห็นท่าเขาเลยแกล้งถามถึงงานนี้ว่าต้องถ่ายภาพอะไรบ้าง

“ก็ไม่มีอะไรมาก คุณพ่อผมท่านเกิดความคิดจะทำพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ทำให้ถูกต้องเป็นกิจจะลักษณะ ของน่ะแยกเป็นหมวดหมู่ไว้แล้ว เหลือแต่หาช่างภาพฝีมือดีถ่ายรูปเก็บลงข้อมูลประกอบเท่านั้นเอง”

“ฉันรับงานนี้ค่ะ”

“ไม่กลับไปนอนคิดสักสองวัน แล้วค่อยตัดสินใจหรือ”

“ไม่ค่ะ...คอนเฟิร์มตอนนี้เลยว่ารับค่ะ”

กฤตธรยอมรับว่าแปลกใจมาก แต่ในเมื่อเธอยอมรับงาน เขาก็อยากพาเธอไปดูสถานที่จริงสักครั้ง โยสิตาใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ช่วยพ่อสืบหาเบาะแสของแผ่นจารึกโบราณเลยรับปากจะไปดูสถานที่ด้วยในวันรุ่งขึ้น

เมื่อตกลงและนัดแนะกันเรียบร้อย กฤตธรก็ใส่เบอร์มือถือเขาไว้ในเครื่องของเธอ โยสิตาทึ่งมากเพราะไม่คิดว่าเขาจะรุกหนักและเป็นกันเองขนาดนี้ ผีบุษกรซึ่งเป็นคนแผลงฤทธิ์ทำฟ้าผ่าแอบมองสองหนุ่มสาวอยู่นานแล้ว และรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าชายหนุ่มหน้าหล่อนามว่ากฤตธรคนนั้นก็คืออดีตคนรักของเธอเมื่อพันกว่าปีก่อนนั่นเอง!

โยสิตากลับไปบอกข่าวดีกับพ่อ อธินเป็นห่วงไม่อยากให้ลูกสาวไปเสี่ยงแต่เธอก็ยืนยันจะทำ เช่นเดียวกับกฤตธรที่แจ้งเรื่องช่างภาพสาวคนใหม่ พร้อมออกตัวแรงถึงความเป็นมืออาชีพของเธอว่าต้องถ่ายภาพออกมาดีแน่ กสินทร์กับกวินทร์เลยได้แต่มองหน้ากันงงๆแต่ไม่กล้าขัดใจเพราะกฤตธรดูเชื่อมั่นมาก

ปารมีเป็นคนต่อมาที่ได้รับรู้ข่าวดีของโยสิตา แม้จะดีใจกับเพื่อนรักแต่ก็อดกังวลไม่ได้ เพราะหากความแตก ว่าโยสิตาเป็นลูกสาวคนเดียวของอธินนักโบราณคดีที่กำลังตามหาแผ่นจารึกโบราณ เรื่องก็อาจจะยุ่งยากกว่าเดิม แต่ช่างภาพสาวเพื่อนรักของเธอกลับไม่เครียดและขอร้องให้เพื่อนช่วยเก็บทุกอย่างเป็นความลับด้วย

ผีบุษกรรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าโยสิตามีแผนจะเข้าใกล้กฤตธรเพื่อสืบหาแผ่นจารึกที่หายไป เลยแอบไปปรากฏตัวให้เห็นในกลางดึกของคืนเดียวกันพร้อมประกาศกร้าว

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 1 วันที่ 8 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ