อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/3 วันที่ 1 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/3 วันที่ 1 ก.ย.59

สุริยะหันไปถามกัมพู “ท่านมหาพราหมณ์ ท่านมีความเห็นอย่างไร”
“แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น อาจจักมีผู้ใดทำเรื่องเลวร้ายจนเทวะไม่พอใจเป็นอย่างมาก”
อริยะซัก “แล้วเราจักแก้ไขอย่างไรกันท่านมหาพราหมณ์”
ทุกคนเต็มไปด้วยความกังวล กัมพูก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้

ในสวน อริยะเดินหน้าเครียดมากับคีริน เหมือนมีสายตาผ่านพุ่มไม้มองมา แล้วหลบเข้ากำบังตัวเอง
อริยะหยุดชะงักเพราะรู้สึกผิดสังเกต “นั่นใคร........ข้าถามว่าใคร” คีรินกระชับดาบในมือและตรงเข้าไปหา บุษกรโผล่ออกมาจากที่ซ่อน ก้มหน้าเหมือนตัวเองต่ำต้อยนักหนา “เจ้าเองรึบุษกร...”


“ยกโทษให้ข้าด้วย ข้าล่วงล้ำเขามาในเขตหวงห้าม แต่ข้ามิได้มีประสงค์สิ่งใด นอกจากเก็บดอกไม้เพื่อถวายบูชาเทวะเท่านั้น”
คีรินไล่ “เจ้ารู้ตัวว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้ามก็ดีแล้ว จงรีบออกไปเสีย”
“ปล่อยนางเถอะคีริน นางก็แค่เข้ามาเก็บดอกไม้ คงไม่ได้วุ่นวายอะไรมากไปกว่านี้”
“แต่กฎก็ต้องเป็นกฎองค์อริยะ”
“เจ้าเก็บดอกไม้ได้มากพอแล้วก็ควรรีบออกไปจากที่นี่เสีย เข้าใจที่ข้าพูดรึไม่”
“นับเป็นความกรุณาต่อข้ายิ่งแล้ว”
อริยะ คีริน เดินจากไปอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่คิดแม้แต่จะถามสารทุกข์สุกดิบ บุษกรก้มหน้าอยู่ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองตามอริยะไป สายตาชาเย็นและแข็งกร้าว “ท่านตัดเยื่อตัดใยข้าได้ถึงเพียงนี้เชียวรึ”

ปราสาทเทวะ เกศอาภา เข้ามาในปราสาทเทวะกับอุษา อุษาถือภาชนะใส่ดอกไม้ เกศอาภาชะงัก จนอุษาพลอยชะงักไปด้วย ลานหน้าแท่นบูชา บุษกรกำลังกวาดทำความสะอาดอย่างปราณีต ท่าทางของนางดูสงบเสงี่ยมเจียมตัว
อุษาชวนเกศอาภา “เราควรออกไปจากที่นี่กันก่อนเถิด”
บุษกรหันมา “ข้าทำความสะอาดเสร็จแล้ว เชิญพระอัครชายาเถิด”
บุษกรขยับเหมือนจะเลี่ยงออกไป อุษาบุ้ยใบ้เหมือนไม่อยากให้เสวนาด้วย
เกศอาภาอดไม่ได้ “ท่านสบายดีรึพระ(ชายา) บุษกร”
บุษกรหันกลับมา “ก็อย่างที่ท่านเห็น ข้าสบายดีตามอัตภาพ”
เกศอาภาอยากจะถามอีกหลายอย่างแต่คิดว่ามันจะทิ่มแทงจิตใจนางมากเกินไป
“ถวายเครื่องบูชาให้เสร็จเถิดเราจะได้กลับกันเสียที” อุษาเตือน เกศอาภาจะขยับไปหน้าแท่น
บุษกรพลันเอ่ย “ข้ายังไม่มีโอกาสได้ขอบใจท่าน ที่ท่านเหมือนได้มอบชีวิตใหม่ให้แก่ข้า.....ถึงวันนี้ข้าสำนึกผิดแล้ว หากมีทางใดที่จักช่วยไถ่โทษ ล้างบาปที่อยู่ภายในใจข้าได้ ข้าก็ยินดีทำทุกอย่าง”
“ดีแล้วละบุษกร...ข้าเองจักภาวนาและวิงวอนต่อเทวะ ขอให้บาปนั้นจงสูญสิ้นไปในเร็ววัน”
บุษกรก้มหน้าลงเหมือนซาบซึ้งสำนึกคุณ เกศอาภาขยับไปถวายดอกไม้หน้าแท่นบูชา บุษกรค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองด้านหลังของเกศอาภาอย่างชาเย็น
เกศอาภา อุษา ออกมาจากปราสาทเทวะ กัมพูสวนเข้ามาพอดี กำลังจะเข้าไปในปราสาท
“ท่านมหาพราหมณ์”
“พระอัครชายา”
“ลูกสาวท่าน..นางดูเศร้าหมองจนข้าอดเป็นห่วงนางมิได้”
“นางคงยังอยู่ในห้วงแห่งความสำนึกผิด ยิ่งพระอัครชายามิได้ถือโทษโกรธเคืองนาง นางคงยิ่งรู้สึกผิดบาป ความอาทรของท่านคงเยียวยาจิตใจนางได้ในไม่ช้า”
“มีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยนางได้ ขอให้ท่านบอกมาเถิด ข้ายินดี”
“น้ำใจของท่าน นางได้รับรู้ เทวะเองก็ย่อมอภัยให้ผู้สำนึกผิด นางจึงตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่ง แลตั้งใจทำงานรับใช้เทวะจนตัวตาย ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับลาภยศสรรเสริญใดๆอีกแล้ว”
“ขอให้ความตั้งใจมั่นของนางส่งนางให้ถึงปลายทางที่นางมุ่งหวังด้วยเถิด”

เรือนเกศอาภา อริยะพูดคุยกับเกศอาภาเกี่ยวกับบุษกร “จักว่าไปแล้ว นางก็เหมือนได้เกิดใหม่เพราะเจ้านะเกศอาภา”
“เทวะเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งต่างหาก หากนางเลือกแล้วที่จักทำงานรับใช้เทวะไปตลอดชีวิต ข้าก็เห็นสมควรแล้ว”
“เจ้าไม่ถือโทษโกรธนางแม้แต่น้อยเชียวรึ ทั้งที่นางมุ่งทำร้ายเจ้าถึงเพียงนี้”
“สิ่งที่ผ่านไปแล้ว เรามิอาจแก้ไขหรือเรียกร้องให้กลับมาดังเดิมได้ แล้วจักมีประโยชน์อันใดที่จักต้องไปโกรธเคืองนาง ในเมื่อนางทำผิดพลาดไปก็เพราะนางรักท่านมากเกินไปเท่านั้น”
“จิตใจเจ้างดงามไม่แพ้ดวงตาของเจ้าเลย” อริยะค่อยๆกระชับร่างเกศอาภาเข้ามาจูบ และกอดอย่างอ่อนโยน “ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งไรแล้วนอกจาก ขอให้ได้อยู่เคียงข้างเจ้าไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายของข้า...เกศอาภา”
เกศอาภาซุกอยู่ในอ้อมอกของอริยะอย่างอบอุ่นใจ

ปราสาทเทวะ บุษกรยืน..เผชิญหน้ารูปปั้นเทวะ “ท่านรึ...เทวะ ที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนเลือนลั่น... ท่านรึ...เทวะ ที่ล่วงรู้เข้าไปถึงจิตใจทุกผู้ทุกคนหากเป็นเช่นนั้น...ท่านก็ต้องรู้ดีว่าความเจ็บปวดในใจข้ามันมากมายเพียงใด... ต่อให้ท่านทำให้แผ่นดินสะเทือนอีกกี่ครั้ง...ท่านก็หยุดข้าไม่ได้หรอก ข้า...บุษกร มิได้เกิดมาเป็นเพียงแค่พระอัครชายา หากแต่ข้าเกิดมา เพื่อเป็นกษัตริย์แห่งจันทรปุระต่างหาก” บุษกรหัวเราะในลำคอ จ้องมองเทวะอย่างท้าทายไม่สะทกสะท้าน

กลางดึก เรือนเกศอาภา เกศอาภาสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ในความมืดสลัว เกศอาภามองรอบตัวแลเห็นอริยะยังนอนอยู่ข้างกาย เกศอาภาขยับลุกขึ้นนั่ง ทำให้อริยะตื่นขึ้น
“เกศอาภา”
“ข้าฝันไม่ดีเลย”
“เจ้าเต็มไปด้วยความกังวล เล่าให้ข้าฟังได้รึไม่ ในฝันของเจ้ามันน่ากลัวมากรึไร แบ่งปันมาให้ข้าเผื่อว่าความกังวลของเจ้าจะได้ลดน้อยลงบ้าง”
“ในความฝัน-ข้าเห็นไฟกำลังลุกไหม้จันทรปุระ ข้าเห็นน้ำหลากท่วมแผ่นดิน หากแต่มันมิใช่น้ำจากฟ้า มันเป็นเลือด ข้าได้ยินแต่เสียงกรีดร้องโหยไห้ของผู้คน” บรรยายภาพในฝันไปเกศอาภาก็ร้องไห้ไปด้วยความกลัว
“มันก็เป็นเพียงความฝัน ข้าว่าเจ้ากังวลเรื่องแผ่นดินสะเทือนจนเกินไป”
“ท่านมหาพราหมณ์กัมพูเองก็ยังกังวลว่าอาจเป็นลางบอกเหตุร้าย”
“ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ข้าจะไม่ยอมให้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับจันทรปุระของเราแน่ เจ้าวางใจเถิด”

เรือนกัมพู กัมพูนั่งกินข้าว โดยมีบุษกรปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ กัมพูอิ่มข้าวและล้างมือในอ่างข้างตัว
“อาหารฝีมือลูกคงรสชาติไม่ถูกปากท่านพ่อ ท่านจึงกินน้อยนัก”
“เจ้ามีน้ำใจหุงหาให้พ่อกินทุกวัน เท่านี้พ่อก็ซึ้งน้ำใจเจ้าแล้ว เจ้าเองก็ซูบผอมไปมาก ควรกินให้อิ่ม เจ็บไข้ไปจะลำบาก”
“ลูกขอพรจากองค์เทวะทุกวัน ขอให้ท่านพ่อแข็งแรงแลอยู่กับลูกไปนานๆ”
“เทวะคุ้มครองแลให้พรผู้อยู่ในความดี ความถูกต้องเสมอ”
“ถึงลูกจะต้องล้างบาปที่ลูกก่อขึ้นด้วยการสวดมนต์ถวายเทวะไปตลอดชีวิตลูกก็จะทำ”
“ดีแล้ว..ขอเทวะสถิตในใจเจ้าตลอดไป” กัมพูขยับจะลุกออกไป
“ท่านพ่อ...คนเราตายแล้วไปไหน” กัมพูชะงัก นิ่งที่เจอคำถามนี้ “ไปอยู่กับเทวะ แลเป็นอมตะตลอดไปใช่รึไม่”
“ขึ้นอยู่กับความเมตตาจากเทวะ เจ้าถามทำไม”
“ลูกแค่ต้องการแน่ใจแลก้าวข้ามความกลัว หากเวลานั้นของลูกมาถึง”
กัมพูมองบุษกรด้วยความกังวล บุษกรยกสำรับออกไป

กลางคืน ในปราสาทเทวะที่มืดสลัวมีเพียงตะเกียงไส้น้ำมันที่จุดบูชาอยู่หน้าแท่น ในนี้เหมือนไม่มีใครอยู่แล้ว ร่างตะคุ่ม ๆของชายสองคนที่แต่งกายรัดกุมอำพรางหน้าตาตัวเอง ช่วยกันหอบห่อผ้าใส่ของมีค่าที่ปล้นมาได้เข้ามาในปราสาท
โจรคนแรกถาม “เจ้าแน่ใจรึว่าจะซ่อนมันไว้ที่นี่”
“ที่นี่ปลอดภัยที่สุด ใครก็คาดไม่ถึงหรอกว่าจะเป็นที่ซ่อนสมบัติอย่างดี” โจรคนที่สองมองหาซอกมุมที่ลับตาคาดไม่ถึงแล้วจัดแจงยัดห่อผ้านั้นเข้าไปซ่อนไว้ “คืนวันพรุ่ง เราจะปล้นเรือนไอ้เศรษฐีวายุอีกหลังนึง รวบรวมสมบัติได้มากพอ เราจะรีบหนีไปจากจันทรปุระทันที”
โจรทั้งสองซ่อนสมบัติเสร็จแล้วพากันออกไปจากปราสาท บุษกรที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังฐานแท่นบูชา เดินออกมามองจนแน่ใจว่าโจรพากันไปแล้ว บุษกรเดินมาที่ที่ซ่อนสมบัติ ดึงห่อผ้านั้นออกมาจากที่ซ่อน แกะห่อผ้าออกดู ในห่อผ้านั้นคือแก้ว แหวน เงินทอง เครื่องประดับมีค่ามากมาย เดาไม่ออกว่าบุษกรคิดอะไรอยู่
วันใหม่ เรือนกัมพู กัมพูออกมาจากห้องและพบว่าบุษกรนั่งเฝ้าอยู่ปากประตู นั่นเอง “บุษกร”
“ท่านพ่อ...ลูกมีเรื่องสำคัญที่ต้องปรึกษาท่านพ่อ”

หน้าวังสูริยะ อริยะ ปุณณะปรึกษากันเรื่องโจร
อริยะสงสัย “ท่านไปเอาข่าวนี้มาจากไหนกันท่านแม่ทัพ”
ปุณณะอธิบาย “ท่านมหาพราหมณ์กัมพู ปรึกษาข้าเมื่อสักครู่นี้ ดูเหมือนว่าท่านมหาพราหมณ์เองก็แบ่งรับแบ่งสู้กับเรื่องนี้”
อริยะขุ่นเคือง “ไอ้โจรหน้าไหนมันจะกล้าท้าทายอาญาแผ่นดิน”
คีรินเข้ามาพอดี “องค์อริยะ...ท่านแม่ทัพ”
อริยะซัก “มีเรื่องอะไรคีริน...เจ้าดูร้อนรน”
“ข้าเพิ่งไปเห็นมากับตา มันปล้นแลฆ่ายกครัว น่าอนาถใจ ชาวบ้านหวาดกลัวกันไปทั้งเมืองแล้ว”
อริยะ ปุณณะ สบตากัน อริยะเอ่ย “ข้าอยากคุยกับท่านมหาพราหมณ์กัมพู เสียแล้ว”

กลางคืนบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง คบไฟถูกโยนเข้าไปในเรือนเพื่อทำให้แตกตื่นเสียขวัญ พวกโจรกรูกันขึ้นเรือนทุกทิศทุกทางพร้อมส่งเสียงโห่ร้องไห้ตกใจ พวกโจรบุกโจมตีถีบประตูเข้ามา แต่พบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีเจ้าของบ้านอยู่ในเรือน พวกโจรเลิกลั่ก ด้วยความงง ว่าเกิดอะไรขึ้น อริยะ คีรินและพวกทหารล้อมและเข้าโจมตีพวกโจร ปิดประตูตีแมว ทั้งสองฝ่ายเข้าสู้กัน หัวหน้าโจรดาบหลุดจากมือ เพราะต้องยอมแพ้อริยะ อริยะเตะพับขาจนหัวหน้าโจรคุกเข่าลงกับพื้น

วันใหม่ ในท้องพระโรง คีรินก้าวเข้ามา “บุษกร บุตรสาวท่านมหาพราหมณ์กัมพู มาถึงแล้ว”
“ให้นางเข้ามา” สูริยะอนุญาต
คีรินขยับออกเหมือนไปตามตัวบุษกร ทุกคนรอคอยอย่างสนใจ ใคร่รู้ บุษกรก้าวเข้ามากลางห้อง ทรุดตัวลงทำความเคารพสูริยะ
“บุษกร...เจ้าก่อให้เกิดความสงสัยขึ้นอย่างหนึ่ง..จงตอบข้อข้องใจแก่ทุกคนในที่นี้ด้วย”
“หากสติปัญญาของข้ามีพอ ข้ายินดีตอบทุกข้อข้องใจ ทุกข้อด้วยความสัตย์จากใจข้า”
“เจ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าโจรมันจะขึ้นปล้นเรือนเศรษฐีวายุ”
“ด้วยความสัตย์..ข้ามิได้รู้ด้วยตัวข้าเอง ข้าเพียงแต่บอกต่อสิ่งที่ข้าล่วงรู้มาเท่านั้น”
“แล้วใครเป็นคนบอกเจ้า” อริยะซัก บุษกรนิ่ง อริยะถามย้ำ “บุษกร...ใครบอกเจ้า”
“ข้ากลัวเหลือเกิน ว่าความสัตย์ที่จะออกจากปากข้าจะเป็นการลบหลู่ดูหมิ่น”
สูริยะให้คำมั่น “หากเป็นความสัตย์ ก็ไม่มีใครตำหนิเจ้าได้..พูดออกมาเถิด”
“เทวะ คือผู้มาบอกข่าวนี้แก่ข้า”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/3 วันที่ 1 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ