อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/4 วันที่ 2 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/4 วันที่ 2 ก.ย.59

“ข้ากลัวเหลือเกิน ว่าความสัตย์ที่จะออกจากปากข้าจะเป็นการลบหลู่ดูหมิ่น”
สูริยะให้คำมั่น “หากเป็นความสัตย์ ก็ไม่มีใครตำหนิเจ้าได้..พูดออกมาเถิด”
“เทวะ คือผู้มาบอกข่าวนี้แก่ข้า”
ทุกคนนิ่งงัน กัมพูพูดไม่ออก มองบุษกรนิ่ง
สูริยะทวน “เทวะ อย่างนั้นรึ”
“ถูกต้องแล้วองค์สูริยะ เทวะผู้คุ้มครองปกป้องจันทรปุระ มาบอกข้าด้วยตัวท่านเอง”

ชายป่า บุษกรเดินนำทุกคนมาหยุดลงมุมหนึ่ง บุษกรหลับตาลงเหมือนเข้าสมาธิ..ปากงึมงำบางสิ่งบางอย่าง ทุกคนมองบุษกรอย่างแปลกใจ บุษกรลืมตาขึ้นและชี้มือไปจุดหนึ่ง“ขุดตรงนั้น”


อริยะสั่งทหาร “ทำตามที่นางบอก” พวกทหารช่วยกันขุดดินตรงนั้น
“เมื่อข้าตั้งจิตอย่างแน่วแน่ถึงเทวะ ข้าจะได้ยินเสียงเทวะอย่างชัดเจน”
“เทวะพูดคุยกับเจ้าอย่างนั้นรึ” สูริยะย้ำ
“ถูกต้อง...นอกจากเทวะจะมาบอกข้าเรื่องโจรชั่วจะขึ้นปล้นเรือนเศรษฐีวายุ เทวะยังบอกข้าด้วยว่ามันซ่อนสมบัติที่ปล้นมาได้ไว้ที่ใด”
“เจอแล้ว...มีบางอย่างฝังอยู่ในนี้” ทหารช่วยกันตะกุยดินแล้วดึงห่อผ้าขึ้นมา
คีรินรับห่อผ้านั้นไปและส่งต่อให้อริยะ อริยะแกะห่อผ้านั้นออก ทุกคนตะลึงมอง ในห่อผ้าคือแก้วแหวนเงินทองของมีค่า ทุกคนอัศจรรย์ใจ บุษกรทำหน้าอิ่มบุญบารมี

เรือนเกศอาภา อุษาฟังเรื่องจากคีรินด้วยความแปลกใจ “พูดคุยกับเทวะได้อย่างนั้นรึ”
“นางอ้างอย่างนั้น นางว่าเทวะไว้ใจนางที่จะให้นางเป็นผู้รับสาสน์จากเทวะ เพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ของราษฎร”
“แล้วทำไมเทวะถึงได้เลือกนาง ในเมื่อท่านมหาพราหมณ์กัมพูทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว”
“ข้าก็ไม่รู้”
“นางปั้นน้ำเป็นตัวอ้างเทวะเสียละมากกว่า”
“แต่ข้าเห็นกับตา จุดที่นางชี้ให้ขุด มันมีสมบัติซ่อนอยู่จริงๆ”
“ใครจะไปรู้ นางอาจเป็นคนเอาสมบัติพวกนั้นไปฝังซ่อนไว้เองก็ได้”
เกศอาภาดุ “อุษา..เจ้าเลิกมีคำถาม เลิกสงสัยในตัวนางเสียเถิด ไม่อย่างนั้นเจ้าอาจถูกตำหนิได้ว่าหมิ่นเทวะ นางอาจสวดมนต์ภาวนาอย่างแรงกล้าจนเทวะไว้ใจแลเลือกนางเป็นผู้ทำงานรับสาส์นจากเทวะก็เป็นได้”
ที่เรือนกัมพู กัมพูถามบุษกรตรงๆ “เจ้าได้เห็นองค์เทวะด้วยตาเจ้ารึไม่”
“ลูกไม่ได้เห็นด้วยตา แต่ด้วยจิตของลูก”
“เทวะท่านรูปร่างหน้าตาเป็นเยี่ยงไร”
“ก็อย่างที่ท่านพ่อเห็นองค์ท่านในปราสาท”
“น้ำเสียงของท่านเป็นอย่างไร”
“ท่านพ่อ..ท่านตั้งคำถามกับข้าราวกับว่าท่านไม่เชื่อว่าข้าติดต่อกับองค์เทวะได้จริง”
“ทุกคนมีคำถามที่เจ้าจะต้องตอบทั้งนั้น”
“ข้าบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ข้าเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตได้ เท่านั้นยังมิเพียงพออีกรึ ท่านพ่อ”
กัมพูยังอดสงสัยในตัวบุษกรไม่ได้

เรือนเกศอาภา เกศอาภาพูดคุยกับอริยะเกี่ยวกับบุษกร
อริยะเปรย “ก่อนนี้ นางคิดแต่เรื่องของตัวเอง..แต่ตั้งแต่นางตั้งใจถวายตัวรับใช้เทวะ ข้ารู้สึกว่าจิตใจนางสงบลงมาก”
“จิตใจของนางคงมีแต่เทวะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจริงๆแล้ว แลหากพรที่เทวะประทานให้นางสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้หลุดพ้นจากความทุกข์ใดๆได้ ก็นับเป็นสิ่งดี”
“การให้อภัยของเจ้า ก่อให้เกิดบุญกุศลอันใหญ่หลวงแท้ๆ เกศอาภา”

ในปราสาทเทวะ บุษกรนั่งสงบเหมือนเข้ากรรมฐานอยู่หน้าแท่นบูชาเทวะ
เกศอาภาเข้ามากับอุษา มีดอกไม้เตรียมถวาย “นางกำลังอยู่ในสมาธิ ต้องการความสงบ..เราออกไปกันก่อนเถิดอุษา”
บุษกรลืมตาขึ้น “วันข้างหน้าจันทรปุระจะยิ่งเจริญเลื่องลือด้วยมหาเทวีผู้ครองบัลลังก์” เกศอาภาชะงัก บุษกรหันกลับมามองเกศอาภาด้วยรอยยิ้ม
อุษาหมั่นไส้ “อย่าไปสนใจฟังคำพูดนางเลย”
เกศอาภาสงสัย “เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันมหาเทวีผู้ครองบัลลังก์”
“ข้ามิอาจล่วงรู้ได้ เทวะกระซิบบอกข้าเพียงเท่านี้”
“จะเป็นไปได้เยี่ยงไรกัน ในเมื่อผู้ครองราชย์บัลลังก์ก็คือนักรบผู้กล้าเท่านั้น”
“ถึงวันนี้นักรบอ่อนแอแลโฉดเขลา ราชบัลลังก์ก็ต้องพึ่งพาสตรีอยู่ดี นางผู้นั้นอาจเป็นเจ้าก็ได้เกศอาภา” บุษกรเดินจากไปเงียบๆ อย่างจงใจทิ้งปริศนาให้ขบคิด
ท้องพระโรง ปุณณะถวายรายงานต่อสูริยะ “หน่วยสอดแนมของเรารายงานว่ากษัตริย์เมืองเหนือกดขี่ข่มเหงราษฎร รีดนาทาเร้น เก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรม ชาวบ้านมากมายจึงพากันอพยพข้ามมาเขตจันทรปุระของเรากันไม่ขาดสาย”
อริยะเสนอความเห็น “แต่อย่างหนึ่งที่ข้าไม่มั่นใจท่านแม่ทัพ ศัตรูอาจแฝงตัวเข้ามาเป็นชาวบ้าน แล้วสอดแนมความเป็นไปของพวกเราก็เป็นไปได้”
สูริยะเห็นพ้อง “ข้าเห็นด้วยกับอริยะ เราควรสอดส่องคนพวกนี้ให้เป็นพิเศษ”
คีรินเข้ามา “องค์สูริยะ”
“เจ้าพบตัวท่านมหาพราหมณ์กัมพูหรือไม่คีริน”
“ท่านมหาพราหมณ์ฝากคำขอโทษมากับข้าที่ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้เพราะท่านล้มป่วยตั้งแต่เช้า”

เรือนกัมพู กัมพูนอนอยู่บนตั่ง บุษกรเดินนำอริยะเข้ามาในห้อง“ท่านพ่อ...องค์อริยะมาเยี่ยมท่าน”
กัมพูพยายามลืมตาขึ้น อริยะขยับเข้ามาข้างตั่ง กัมพูพยายามลุกขึ้นโดยบุษกรช่วยพยุงประคอง “ลำบากท่านแท้ๆ”
“เชิญท่านตามสบายเถิดท่านมหาพราหมณ์ ท่านพ่อเป็นห่วงท่านจึงให้ข้าเข้ามาเยี่ยมท่านแทน ท่านป่วยไข้เป็นอะไรรึ”
“ข้าเองก็ไม่รู้ จู่ๆแข้งขาก็ไม่มีแรงขึ้นมา แม้แต่จะก้าวเดิน”
บุษกรเป็นกังวล “เมื่อวานท่านพ่อยังเป็นปกติดีอยู่เลยแท้ๆ”
“ข้าจะตามหมอหลวงมาตรวจดูอาการท่าน”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าว่านอนพักไม่นานก็คงพอทุเลา ข้าฝากกราบเรียนองค์สูริยะด้วยว่า ข้าเสียใจที่วันนี้ไปร่วมประชุมมิได้”
“ท่านพักผ่อนให้แข็งแรงเสียก่อนเถิด สุขภาพของท่านเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าอระไรทั้งนั้น”

เรือนเกศอาภา อุษาท่าทางหงุดหงิดรำคาญ เพราะเดินไปทางไหน คีรินก็เดินตามมาห่างๆ อย่างเหมือนไม่ยอมให้คลาดสายตา อุษาตัดสินใจหันกลับมาเผชิญหน้า จนคีรินเบรกหัวทิ่ม คีรินยิ้มแก้เก้อ
“เจ้าไม่มีงานทำรึไรคีริน ถึงมาเดินตามข้าอยู่ได้”
“มี แต่ตอนนี้ไม่มี”
“เคยมีใครบอกเจ้าด้วยความจริงใจรึไม่ ว่าเจ้าเป็นผู้ชายที่กวนโทสะ แลน่ารำคาญเป็นที่สุด”
คีรินยิ้ม “ขอบใจ..เจ้านี่แหละเป็นคนแรก”
“ด่าให้แล้วยังจะยิ้มอีก”
“ในเมื่อเจ้าจริงใจมา ข้าก็คืนเจ้าด้วยความจริงใจเช่นกัน”
อุษาเหลืออด คว้าของใกล้มือได้ ขว้างใส่คีริน คีรินเป็นจอมยุทธมือไว คว้าของนั้นไว้ได้กลางอากาศ อุษายิ่งยั๊วะ
“ขืนตามมาอีกเจ้าโดนดีแน่”
“เจ้าเองระวังให้ดีก็แล้วกัน วันไหนข้าไม่โผล่หน้ามาให้เห็น เจ้าอย่าถามทีเดียวว่าคีรินไปไหน คีรินไปไหน” คีรินหัวเราะ อุษาตะบึงตะบอนออกไป

เรือนเกศอาภา เกศอาภาหัวเราะ “เจ้าก็ระวังจะเป็นอย่างคีรินว่านั่นแหละ”
“โอ๋ย...ให้หายไปจากโลกนี้ได้ข้าจะดีใจนัก”
“เจ้าพูดเยี่ยงนี้ไม่กลัวว่าคีรินจะเสียใจรึ”
“คนพรรค์นั้นจิตใจหยาบกระด้างจนมิมีความรู้สึกอะไรหรอก”
“ถามจริงๆเถอะอุษา เจ้ามิรู้จริงๆหรือแสร้งทำเป็นมิรู้กันแน่ ว่าคีรินคิดเยี่ยงไรกับเจ้า”
“คิดเยี่ยงไร”
“ก็คิดอย่างที่ผู้ชายคิดกับผู้หญิงน่ะสิ”
อุษาลั่น “คิดจะเอาข้าทำเมียน่ะรึ โอ้ย..ฝันไปเถอะ ถ้ารู้เสียอย่างนี้แต่แรก ข้าจะด่ามันให้ได้อายไปแล้ว”
“อุษา..คีรินเขาก็ไม่ได้น่ารังเกียจตรงไหนเลยนี่นา เรื่องแบบนี้มันเป็นธรรมดาของชายหญิง”
“ข้าไม่เคยคิดเรื่องมีผัว”
“สักวัน เจ้าต้องคิด”
“นี่เจ้าคิดจะเสือกไสไล่ส่งข้าไปให้พ้นๆ หรือไร”
“มิใช่อย่างนั้น ข้าก็แค่เห็นว่าคีรินเป็นคนดี เหมาะสมกับเจ้า”
“ให้ข้ามองเห็นความดีอย่างที่เจ้าว่าเสียก่อนเถิด”
“เว้นเสียแต่เจ้าจะทำเป็นมองไม่เห็น”
“มีผัวมิเห็นมันจะดีตรงไหน ข้าขออยู่รับใช้เจ้าไปเรื่อยๆเยี่ยงนี้จนแก่ตายยังจะดีเสียกว่า”

ท้องพระโรง อริยะ สูริยะ ปุณณะ ปรึกษาหารือราชการบ้านเมือง
ปุณณะเปิดประเด็น “ข้าวที่เก็บไว้ในยุ้งฉางเริ่มร่อยหรอกันลงทุกที ราษฎรบางรายถึงกับต้องหาเผือกหามันต้มกินแทนข้าวกันแล้ว”
“ฝนแล้งจนพากันเดือดร้อนขนาดนี้เชียวรึ” สูริยะแทบไม่เชื่อ
“ท่านพ่อ..ชาวบ้านไถนารอฝนมาหลายเดือน แต่ฝนก็ไม่ตก เดือดร้อน แม้กระทั่งช้างม้าวัวควาย เพราะน้ำกินน้ำใช้ในบ่อก็แห้งขอดจนเกิดการทะเลาะ แย่งชิงน้ำกันแล้ว”
สูริยะวิตก “วิกฤตเยี่ยงนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับจันทรปุระของเราเลย”
“ท่านพ่อคิดอ่านอย่างไร ที่จะช่วยเหลือราษฎรให้พ้นทุกข์คราวนี้ ท่านพ่อโปรดสั่งลงมาเถิด ก่อนทุกอย่างจะแย่ลงไปกว่านี้”

เรือนเกศอาภา เกศอาภารู้เรื่องก็หนักใจ “เปิดท้องพระคลังหลวง เอาข้าวออกแจกจ่ายราษฎร”
“ใช่ ทางเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/4 วันที่ 2 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ