อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/5 วันที่ 2 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/5 วันที่ 2 ก.ย.59

เรือนเกศอาภา เกศอาภารู้เรื่องก็หนักใจ “เปิดท้องพระคลังหลวง เอาข้าวออกแจกจ่ายราษฎร”
“ใช่ ทางเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้”
“แล้วหลังจากนั้นเล่า หากฝนฟ้ายังไม่ยอมตก ข้ากลัวว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม”
“ขึ้นอยู่กับความเมตตาจากเทวะแล้วละ เกศอาภา”
“ข้าจะสวดมนต์ภาวนา ขอให้ความทุกข์ยากนี้ผ่านพ้นไปในเร็ววัน”

อริยะ-คีริน ควบม้าตามกันมาผ่านแนวป่าที่แห้งแล้ง ผ่านลำธารที่น้ำแทบจะแห้งขอด อริยะมองรอบตัวด้วยความกังวล ต้นไม้รอบตัวเป็นสีน้ำตาลแดง แล้งจัด



ท้องพระโรง ปุณณะรายงาน “ข้าไปสำรวจทางทิศตะวันออก ผืนดินที่เคยเป็นนาข้าวแตกระแหง ชาวบ้านเตรียมอพยพถิ่นกันแล้ว”
“ทางทิศเหนือ...น้ำในลำธารแห้งขอด ต้นไม้ใหญ่ทิ้งใบเหมือนจะยืนต้นตาย” อริยะรายงานต่อ
“เทวะ..ท่านไม่พอใจสิ่งใดกันจึงได้ดลบันดาลให้เกิดความทุกข์ยากเยี่ยงนี้” สูริยะไม่สบายใจ

เรือนเกศอาภา เกศอาภานั่งมองเครื่องประดับมีค่ามากมายในหีบด้วยความปลง
อริยะเอ่ย “เจ้าอย่าได้กังวลใจไปนักเลย อีกไม่นานความเลวร้ายก็ต้องผ่านไป......ท่านมหาพราหมณ์กัมพูกำลังจะทำพิธีบูชาเทวะ เทวะน่าจะให้คำตอบแก่พวกเราได้ว่าต้องทำเยี่ยงไรจึงจะพ้นภัยนี้ได้”
“ข้าวของสมบัติพวกนี้ถึงเวลานี้มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเทียบกับความทุกข์ยากที่ราษฎรกำลังได้รับ หากเทวะจะรับเพชรนิลจินดาพวกนี้ เป็นเครื่องสักการะบูชา แลกกับการคืนความสมบูรณ์พูนสุขแก่จันทรปุระได้ ข้าก็ยินดี”
อริยะกอดปลอบใจเกศอาภา
เช้าวันใหม่ เรือนกัมพู กัมพูกำลังแต่งตัวฝืนสังขาร ห่มผ้าชิ้นบน
บุษกรเข้ามาพอดี “ท่านพ่อ...ท่านจะไปไหน”
“พ่อต้องไปเข้าเฝ้าองค์สูริยะ ท่านกำลังคอยพ่ออยู่”
“แต่ท่านไม่สบายเยี่ยงนี้”
“หน้าที่สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น บ้านเมืองกำลังลำบากกันทุกหย่อมหญ้า ถึงจะต้องขาดใจตายพ่อก็ขอตายในหน้าที่ ที่พ่อต้องทำ” กัมพูฝืนสังขารตัวเอง ขยับจะก้าวเดินแต่กลับเซเหมือนจะล้มลง
ประคองกัมพูเอาไว้ได้ทัน “ท่านพ่อ...” กัมพูกัดฟันฝืนความเจ็บปวดตามข้อกระดูก

ท้องพระโรง อริยะ สูริยะ ปุณณะ กัมพู คีรินพร้อมหน้า
สูริยะถามทุกคน “เราได้พยายามทุกทางแล้ว ที่จะแบ่งเบาความทุกข์ของราษฎร แต่ความกังวลของเรามิอาจคลายลงได้ ด้วยมิอาจรู้ได้เลยว่าทุพภิกขภัย ครั้งนี้จะจบสิ้นลงเมื่อไร ท่านมหาพราหมณ์ ท่านเป็นผู้เดียวที่จะช่วยไขข้อข้องใจให้แก่เราได้ว่าเทวะไม่พอใจสิ่งไร แลเราจะต้องทำเยี่ยงไรให้เป็นที่พอใจแก่เทวะ เรายินดีทำทุกอย่างขอเพียงแค่เทวะประทานความอุดมสมบูรณ์ ความสงบสุขคืนแก่จันทรปุระด้วยเถิด”
ทุกคนที่เข้าเฝ้าอยู่ในความเครียด กัมพูรับฟังอย่างน้อมรับภาระหน้าที่มาสู่ตนอย่างเต็มใจ “น้อมรับบัญชาด้วยความเต็มใจยิ่ง”

ปราสาทเทวะ กำยานถูกซัดลงไปในภาชนะ ควันคลุ้งตลบ กัมพูบริกรรมคาถาสวดมนต์ สลับการซัดกำยานลงไปเป็นระยะ ทุกคนที่เข้าร่วมพิธีเวียนรับและส่งภาชนะบูชาไฟ ทุกคนตั้งจิตแน่แน่ว บุษกรอยู่ด้านหลังกัมพูไกลๆ คอยหยิบจับโน่นนี่ให้กัมพูเป็นผู้ช่วย บุษกรลอบมองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา
กัมพูสวดมนต์เสร็จมองไปที่องค์เทวะ “ข้าแต่เทวะผู้เมตตา ปวงข้ามาชุมนุมกันในที่นี้ด้วยความทุกข์ในใจ ขอเทวะโปรดชี้หนทางแห่งการหลุดพ้นจากความทุกข์ยากที่จันทรปุระกำลังเผชิญอยู่ด้วยเถิด”
บุษกรรับไฟที่จุดบูชามาจากสูริยะและมาส่งต่อให้กัมพู กัมพูรับไฟบูชานั้นมาและขยับก้าวเดินเข้าไปหาเทวะ
ทุกคนสงบนิ่ง ด้วยบรรยากาศของความศักดิ์สิทธิ์ บุษกรมองแต่ละก้าวย่างของกัมพูเหมือนลุ้น กัมพูฝืนสังขารเดินอย่างยากลำบาก..เหมือนแข้งขาหมดแรงและล้มฟาดไปข้างหน้า ทุกคนตกใจ กัมพูมือคว้าเอาอ่างน้ำมันคว่ำคะมำลง เกศอาภาช็อกตกใจ บุษกรจ้องมองตาไม่กระพริบ เต็มไปด้วยความสมหวัง น้ำมันที่หกรดตัวกัมพู ทำให้เป็นเชื้อไฟอย่างดี ไฟลุกติดอย่างรวดเร็วกับผ้าที่หุ้มกายอยู่ เกิดความอลหม่าน ทุกคนร้องอย่างตกใจ

เรือนเกศอาภา เกศอาภาเต็มไปด้วยความกังวล
อุษากลุ้ม “บ้านเมืองยิ่งวิกฤตอยู่ ท่านมหาพราหมณ์ก็มามีอันเป็นไปเสียอีก เทวะท่านไม่พอใจสิ่งใดกันแน่”
“หากเราคิดดีทำดี ข้าเชื่อว่าเราต้องผ่านพ้นความทุกข์ยากนี้ไปได้แน่ อุษา”
“แล้วเมื่อไหร่กัน อีกนานแค่ไหนใครจะให้คำตอบได้เล่า”
เกศอาภาไม่มีคำตอบ

เรือนกัมพู กัมพูนอนอยู่บนตั่ง มีผ้าพันแผลจากการถูกไฟไหม้ที่แขนและตัวพอประมาณ บุษกรนั่งที่พื้นฟากหนึ่งของตั่ง อริยะ สูริยะ ,ปุณณะ ยืนเฝ้าไข้อยู่อีกฝั่ง
“ท่านพักผ่อนเสียให้หายดีเสียก่อนเถิดท่านมหาพราหมณ์” สูริยะสั่ง
“ข้าเสียใจที่มิอาจทำหน้าที่สำคัญเพื่อบ้านเมืองได้”
ปุณณะเอ่ย “มันเป็นเหตุอันสุดวิสัย...ท่านอย่าได้ถือโทษตำหนิตัวเองเลย”
“เทวะปฏิเสธข้า ไม่ประสงค์จะรับฟังข้าแล้วหรือไร”
สูริยะ ปุณณะ สบตากันหนักใจ
อริยะปลอบ “ท่านมหาพราหมณ์..ท่านทำใจให้สบายเถิด เมื่ออาการของท่านทุเลาลงแล้ว เราจะทำพิธีกันอีกครั้งนึง”
บุษกรเปรย “ข้าแต่องค์สูริยะ...ความเดือดร้อนของจันทรปุระในเวลานี้เป็นดั่งไฟที่เผาไหม้อยู่ภายในใจข้าเช่นกัน หากมีสิ่งใดที่ข้าจะทำได้เพื่อบ้านเมืองเพื่อตอบแทนคุณบิดาของข้าได้บ้าง ข้าก็ยินดี ขอองค์สูริยะโปรดมีบัญชาลงมาเถิด”

เรือนเกศอาภา อุษาโพล่งกับคีริน “บุษกรน่ะรึ จะขึ้นมาทำหน้าที่แทนท่านมหาพราหมณ์”
“นางเสนอตัวนางเอง แลท่านมหาพราหมณ์ก็เห็นดีด้วย”
“จะเป็นไปได้เยี่ยงไร ในเมื่อจันทรปุระมิเคยมีหญิงใดลุกขึ้นมาทำหน้าที่พราหมณ์”
“อุษา...เจ้ามีอคติต่อนางเกินไป บ้านเมืองระส่ำระสายเยี่ยงนี้ไม่น่าใช่เวลาที่จะมาตั้งแง่เกี่ยงงอนอะไรทั้งสิ้น”
เกศอาภาติง
“พระอัครชายาพูดถูกแล้ว เวลานี้ใครทำอะไรเพื่อจันทรปุระได้ก็ต้องทำทั้งนั้นถ้าเห็นแก่บ้านเมืองจริง”
อุษาต้องหุบปากแต่ไม่วายค้อนควักใส่คีริน

ปราสาทเทวะ ควันจากการจุดกำยานบูชาคละคลุ้งมากกว่าปกติ บุษกรยังสวดบูชาสรรเสริญเทวะงึมงำ ผู้ร่วมพิธีรวมกันอยู่อีกมุม มือบุษกรซัดผงกำยานบางอย่างลงในภาชนะจุดกำยาน แต่ไฟลุกพรึบขึ้น บุษกรที่สวดบูชาเสร็จ
และลืมตาขึ้นมองตรงไปยังรูปปั้นเทวะ “ข้าแต่เทวะผู้เปี่ยมเมตตาแลเป็นที่พึ่งแก่ข้าทั้งหลาย โปรดบอกมาเถิดพวกข้า ผู้ภักดีต่อเทวะต้องทำสิ่งไรเพื่อให้จันทรปุระพ้นจากความทุกข์ยากในครั้งนี้”
แต่ละคนลุ้นระทึกบรรยากาศในปราสาทดูขลังและมีพลังกว่ายุคกัมพู บุษกรค่อยๆหลับตาลงเหมือนตั้งจิตรอฟังคำตอบจากเทวะ

เรือนเกศอาภา อุษาอยากรู้ “แล้วเทวะให้คำตอบอย่างไร” เกศอาภาเหมือนยังช็อกค้างจนพูดไม่ออก อุษาต้องถามย้ำ “เกศอาภา...คำตอบจากเทวะคืออะไร”
“ต้องทำพิธีบวงสรวงสังเวยเทวะด้วยเลือดเนื้อสัตว์สี่เท้าห้าร้อยตัว”
อุษาช็อก “บูชายัญ เยี่ยงนั้นรึ”
เกศอาภาพยักหน้ารับคำทั้งที่ยังช็อกอยู่

เรือนกัมพู กัมพูนอนป่วยอยู่เพราะขาหมดแรงกับไฟลวก พยายามลุกขึ้นนั่งแต่ก็ลุกไม่ไหว “ไม่จริง...เป็นไปมิได้”
“ลูกทำหน้าที่รับคำสั่งจากเทวะมาเท่านั้น”
“เทวะเปี่ยมด้วยเมตตา มิเคยประสงค์ชีวิตใครเพื่อความพึงพอใจ...มิใช่แล้วบุษกร”
“ถึงลูกจะมิเห็นด้วยเช่นเดียวกับท่านพ่อ...แต่ลูกจะคัดค้านได้เยี่ยงไรในเมื่อเสียงนั้นเป็นบัญชาจากเทวะ”
“ไม่จริง...ไม่ใช่...” กัมพูท้อแท้
บุษกรยิ้ม “ท่านพ่อทำใจให้สบายเถิด มันก็แค่ชีวิตของสัตว์ไม่กี่ตัวในเมื่อมันเป็นความประสงค์จากเทวะ เราจะขัดขืนได้เยี่ยงไร”
กัมพูกำมือแน่นพูดไม่ออก สะเทือนใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น บุษกร ยิ้มเย็นใจ

เรือนเกศอาภา เกศอาภาปรับทุกข์กับอุษา “ข้ามิเห็นด้วยกับสิ่งนี้ สัตว์ทุกตัวในโลกนี้ล้วนรักชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น มันไม่ยุติธรรมเลยถ้าจะต้องสังเวยเพื่อความพอใจของเทวะ”
“แล้วเราจะทำเยี่ยงไรได้”
“เราต้องหยุดคำสั่งองค์สูริยะ”

ท้องพระโรง สูริยะเข้าใจสิ่งที่เกศอาภาขอ “ความกังวลของเจ้าคือความไม่สบายใจของข้าเช่นกันเกศอาภา”
“ชีวิตของใครใครก็รัก..สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือบาปมหันต์ โปรดหาหนทางอื่นเพื่อทำให้เทวะพึงพอใจเถิด”
อริยะไม่เห็นด้วย “จะเป็นไปได้เยี่ยงไร ในเมื่อบุษกรยืนยันว่าเทวะพึงพอใจในสิ่งนี้”
“แล้วเราจะมั่นใจได้เยี่ยงไรว่าเมื่อเซ่นสังเวยบูชายัญด้วยชีวิตสัตว์มากมายนั้นแล้ว ความทุกข์ร้อนบนแผ่นดินนี้จะหมดสิ้นไป”
“ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้หรอกเกศอาภา นอกจากเทวะ” อริยะตอบ
“ทรัพย์สมบัติของมีค่าทั้งหมดของข้ายินดีมอบถวายแก่เทวะ แลกกับชีวิตสัตว์พวกนั้น”
ปุณณะเอ่ย “หากแลกกันได้ข้าเองก็ยินดีเช่นกัน พระอัครชายา”
เกศอาภาขอร้อง “โปรดทบทวน แลระงับคำสั่งด้วยเถิดองค์สูริยะ”
สูริยะลำบากใจอยู่ชั่วขณะ “ข้าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในใจเจ้า ข้าได้กลิ่นของบาปกรรมที่จะเกิดขึ้น..แต่จันทรปุระกำลังจะล่มสลายด้วยความทุกข์ยากในครั้งนี้ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากสนองความพึงพอใจเทวะ เท่านั้น เกศอาภา..ข้ามิอาจล้มเลิกคำสั่งของข้าได้ พิธีบูชายัญจะต้องเกิดขึ้น”
เกศอาภาแทบล้มทั้งยืนด้วยความเสียใจ

กลางคืน เรือนเกศอาภา อริยะตื่นขึ้นเพราะพบว่าเกศอาภาไม่ได้นอนอยู่ข้างตัวก็มองหา เกศอาภานั่งเศร้าจิตใจหม่นหมองอยู่มุมหนึ่ง
อริยะลุกขึ้นออกมาหา “เกศอาภา....”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามิอาจข่มตาให้หลับลงได้ ข้าได้ยินแต่เสียงร้องระงมของสัตว์ที่ต้องสละชีวิตของมันเพื่อการบูชายัน ข้าเสียใจที่มิอาจยับยั้งพิธีนี้ได้”
“ในเมื่อเป็นประสงค์เทวะ เราจะขัดขืนได้เยี่ยงไร..เจ้าทำใจให้สบายเถิดเกศอาภา สัตว์พวกนั้นพลีชีวิตของมันเพื่อจะได้ไปอยู่กับเทวะ เจ้าคิดเสียเยี่ยงนี้เถิด ความทุกข์ทรมานจะได้บรรเทาจากใจเจ้า”
เกศอาภาอดน้ำตาร่วงไม่ได้ อริยะเช็ดน้ำตาให้แล้วจูบปลอบขวัญ

วันใหม่ บุษกรเริ่มทำพิธีในปราสาทเทวะ

เรือนเกศอาภา เกศอาภามองออกไปนอกหน้าต่าง
“ป่านนี้พิธีคงเริ่มแล้ว” อุษาเปรย
“อุษา..ทำเยี่ยงไรจิตใจข้าจึงจะสงบลงได้” สีหน้าเกศอาภาระทมทุกข์
“ขอเทวะเป็นที่พึ่งเถิด เราจะทำสิ่งใดได้ นอกจากสวดมนต์ ขอพรจากท่าน หากเทวะพึงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ขอให้จันทระปุระกลับคืนสู่ความสงบสุขบริบูรณ์ดังเดิมด้วยเถิด” อุษาปลอบ

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 10/5 วันที่ 2 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ