อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 11/3 วันที่ 20 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 11/3 วันที่ 20 ส.ค.59

ในห้องนอน ธีภพเดินเข้ามาเห็นพริริสานอนหลับอยู่ที่เตียง ดูอิดโรยอ่อนเพลีย ธีภพเดินมาดูพริริสาใกล้ๆ หน้าพริริสาดูซีดเซียวผิดปกติ เหงื่อซึม ธีภพลองเรียก “ริสา คุณเป็นยังไงบ้าง” พริริสาได้ยินธีภพเรียกตนแต่ไม่มีแรงจะลืมตาหรือแม้แต่จะโต้ตอบ ธีภพใช้หลังมือแตะที่หน้าผากพริริสารู้สึกได้ว่าตัวร้อนมีไข้ “คุณมีไข้นี่” ธีภพรีบดึงผ้ามาห่มให้พริริสา

ธีภพใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดหน้า คอและแขนให้พริริสาเพื่อลดไข้ ธีภพเช็ดไล่ลงมาที่ข้อมือพริริสาที่เป็นรอยแผลเป็น ธีภพได้แต่มองอย่างเห็นใจที่มันเป็นรอยแผลที่ทำให้พริริสาฝังใจไม่ลืมเรื่องร้ายๆบางอย่าง


พริริสานอนหลับฝันถึงเหตุการณ์วัยเด็ก
ลูกน้องกานดาใช้ด้ามปืน ฟาดใส่ที่บริเวณขมับพีรดาอย่างแรง พีรดาล่มอยู่ที่พื้นเลือดไหลเป็นทาง กานดาที่ยืนดูอย่างสาแก่ใจ กานดากระชากพริริสาแล้วผลักไปอีกด้าน พริริสากระเด็นไปเซล้มลง ข้อมือกระแทกเข้ากับเหล็กแหลมกรีดข้อมือเป็นแผลลึก
“ริสา ลูกแม่” พีรดาตกใจมากกระเสือกระสนไปหาพริริสาที่ร้องไห้จ้าเห็นแผลและเลือดที่ข้อมือตน
พีรดากอดพริริสาแน่นทั้งน้ำตา พริริสาจ้องมองกานดาที่ยิ้มเยาะอย่างเลือดเย็นด้วยความโกรธเกลียดคนใจร้ายตามประสาเด็ก
พริริสาเริ่มเพ้อ “พวกคนใจร้าย อย่าทำอะไรแม่นะ แม่จ๋าริสาเกลียด... เกลียดคนพวกนั้น พวกที่ทำร้ายเรา”
ธีภพเห็นพริริสาเพ้อพูดความในใจออกก็แปลกใจ ธีภพจับมือพริริสา “ ริสา”
พริริสาบีบมือธีภพแน่น ธีภพมองรอยแผลเป็นที่ข้อมือพริริสา “หนี พวกเราต้องหนี”
พีรดารีบจูงพริริสาวิ่งหนีอย่างหวาดกลัว รถที่ไล่หลังมาเร่งความเร็วขึ้นอย่างพร้อมจะพุ่งชน พีรดายอมทิ้งกระเป๋าอุ้มพริริสาวิ่งเพื่อเอาชีวิตรอด รถแล่นเร็วขึ้นเกือบถึงตัวพีรดา
ธีภพได้แต่มองพริริสาอย่างสงสาร เหตุการณ์ในอดีตคงโหดร้ายกับเธอมาก ธีภพจับมือพริริสาไว้อย่างอ่อนโยน “คุณรู้ไหม ทำไมผมถึงอยากรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นใคร เพราะผมจะได้รู้ว่าตัวเองกำลังรักใครอยู่ และจะรักคุณได้หมดหัวใจไหม” ธีภพค่อยๆก้มลงจูบที่หน้าผากพริริสาอย่างแผ่วเบา มองดูพริริสาที่นอนนิ่งไม่กระสับกระส่ายกับฝันร้ายอีก

ห้องครัว ธีภพยืนอยู่หน้าเตาทำข้าวต้มให้พริริสา เทผักที่พริริสาหันทิ้งไว้และไข่ที่ตีไว้ลงในหม้อ กลายเป็นข้าวต้มไข่น้ำดูน่ากิน ธีภพเทข้าวต้มที่ได้ที่ใส่ชาม มองดูผลงานตัวเองอย่างพอใจ

ในห้องนอน ธีภพยกข้าวต้มและยาเข้ามาในห้อง ธีภพปลุกพริริสาและประคองให้ลุกขึ้นนั่ง “ริสาทานอะไรหน่อย คุณจะได้ทานยา”
พริริสาแทบไม่มีแรง แต่ก็พยายามลุกขึ้น “แต่ฉันไม่หิว กินยาเลยก็ได้”
“แต่คุณยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน กินสักหน่อยเถอะ ที่สำคัญผมทำมาแล้ว คุณต้องกิน” ธีภพยกชามข้าวต้มมาตักจะป้อนให้
“ฉันกินเองได้”
“คุณมือเจ็บผมป้อนให้น่ะดีแล้ว” พริริสาไม่มีแรงจะดื้อใส่ ยอมให้ธีภพป้อนข้าวต้มแต่โดยดี “อร่อยไหมล่ะ” พริริสาพยักหน้ายอมรับว่าอร่อย ธีภพยิ้มออกเวลาพริริสาไม่ดื้อแบบนี้ทำให้ดูน่ารักขึ้นไปอีก

เวลากลางคืน คณินนั่งอยู่ในร้านอาหาร มีพนักงานเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มและเดินออกไป คณินนั่งครุ่นคิดเรื่องที่คุยกับศจีเมื่อกลางวัน
ห้องทำงานคณิน ศจีเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้คณินฟัง “ศจีก็ยังงงไม่หายนะคะ ว่ามีข้อความส่งไปหาริสาจากเบอร์ของศจีได้ยังไง คุณภพก็เลยรีบตามไปหาริสา แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นศจีก็ไม่รู้เลยนะคะ”
“ข้อความจากมือถือคุณเหรอ”
คณินนั่งครุ่นคิดเริ่มสงสัยว่ากานดาจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า
อธิรุธเดินเข้ามาที่โต๊ะ“คุณคณิน”
“ผู้กอง เชิญ ขอบคุณมากที่มา”
อธิรุธนั่งลง “คุณคณินอยากพบผมเรื่องอะไรหรือครับ”
“ผมเป็นห่วงริสากับธีภพ ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น”
“ผมเองก็ยังติดต่อเจ้าภพไม่ได้เลย”
“ได้ยินมาว่าผู้กองได้เห็นกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ พอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหม”
อธิรุธลังเลใจว่าควรจะเล่าให้คณินฟังหรือเปล่า อีกด้านเห็นองครักษ์ของคามินแอบตามอธิรุธมายืนหลบมุมดูอธิรุธและคณินคุยกัน

หน้าร้านอาหาร คณินเดินออกมาพร้อมอธิรุธ “ขอบคุณมากที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟัง”
“เรื่องนี้มันยังคลุมเครืออยู่มาก แล้วก็มีคนร้ายหลายกลุ่ม ยังไงคุณคณินอย่าเพิ่งทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลยนะครับ”
“ผมเข้าใจ ถ้ามีอะไรคืบหน้าช่วยบอกผมด้วย ผมก็เป็นห่วงธีภพกับริสาไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆเหมือนกัน”
“ครับ” คณินเดินแยกออกไป อธิรุธจะเดินตามไปเพื่อจะกลับเช่นกัน แต่มิราเดินมายืนดักหน้าก่อน “คุณมาได้ไง”
“คุณคุยอะไรกับคุณคณิน เรื่องริสาหรือเปล่า”
อธิรุธสังเกตเห็นองครักษ์คนหนึ่งของคามินเดินหลบออกไปอีกด้าน “แหมส่งคนมาประกบผมแบบนี้ ไม่เอาเครื่องดักฟังมาติดที่ตัวผมด้วยเลยล่ะจะได้รู้ว่าผมคุยอะไรกับคุณคณินบ้าง”
“ความปลอดภัยของริสาสำคัญมากนะ ถ้าคุณรู้ว่าคุณภพพาริสาไปไหน หรือมีความคืบหน้าอะไรคุณควรจะบอกฉัน”
“ไหนนายไคซัจองครักษ์เจ้าชายคามินว่าจัดการเองได้ไง”
“คุณไม่ต้องทำเป็นประชดประชันเลย”
“งั้นคุณบอกผมหน่อยได้ไหมว่าคุณริสาเป็นใครกันแน่ ดูจะมีความสำคัญกับเจ้าชายคามินเหลือเกิน”
“ยังไม่ถึงเวลาที่คุณต้องรู้”
อธิรุธเดินเข้าไปใกล้มิรา รุกไล่ จ้องตาเขม็ง “คุณไม่บอกผมเรื่องคุณริสาก็ได้ งั้นคุณบอกมาว่าคุณ เกี่ยวข้องอะไรกับราชวงศ์ไทรจีส แล้วเป็นอะไรกับนายไคซัจนั่น”
“ไคซัจมาเกี่ยวอะไรด้วย ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
“แน่ใจ”
“นี่ถามแบบนี้ทำไม”
“ผมจะได้สบายใจไง ว่าไม่ได้ยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว”
มิราเขินหน้าแดง “พูดบ้าอะไรของคุณ”
“ผมจริงจังนะคุณ คนเรามอบความจริงใจให้ใครสักคน เขาก็ต้องอยากได้ความจริงใจจากอีกฝ่ายกลับคืนมาด้วยเหมือนกัน คราวนี้บอกผมหน่อยได้ไหมว่าคุณเป็นใคร คุณมิรา” อธิรุธพยายามส่งสายตาจริงจังอยากรู้ตัวตนจริงๆของคนที่ตัวเองชอบ
“ฉัน...” มิรากำลังจะใจอ่อนกับสายตาและคำพูดของอธิรุธ จู่ๆเสียงโทรศัพท์อธิรุธดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
อธิรุธอย่างเซ็งว่าใครโทรมาตอนนี้ หยิบโทรศัพท์ออกมาดูก็ประหลาดใจที่อยู่ผู้การเอกสิทธิ์ก็โทรมา “ผู้การ” อธิรุธบอกกับมิรา “เดี๋ยวผมมานะคุณ เจ้านายผมโทรมา” อธิรุธรีบเดินหลบไปรับโทรศัพท์
มิราได้แต่มองตามอย่างครุ่นคิดจะเอายังไงต่อไปดีเรื่องตามหาพริริสา

บ้านพักใกล้น้ำตก ธีภพนั่งมองโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานไม่ได้ พยายามจะลองเปิดดูอีกครั้ง แต่ก็เปิดไม่ได้ ธีภพได้แต่ถอนใจที่โทรศัพท์มือถือพังไปแล้วจริงๆ จึงโยนไปที่โซฟาข้างตัวอย่างไม่มีประโยชน์จะเก็บไว้อีก ธีภพมองนาฬิกาข้อมือเห็นได้เวลาให้พริริสากินยาลดไข้อีกครั้ง จึงเดินไปหยิบยาและน้ำเพื่อเอาไปให้พริริสาที่ห้อง

ธีภพถือยาลดไข้และน้ำเข้ามาในห้อง เห็นพริริสานอนหลับอยู่ ธีภพใช้หลังมือแตะหน้าผากพริริสา “ยังมีไข้อยู่เลย” ธีภพเรียก “ริสา ได้เวลากินยาแล้ว”
พริริสาตาปรือเหมือนเด็กๆที่ไม่อยากตื่น“เพิ่งกินเองนี่คะ”
“นี่ครบ 6 ชั่วโมงแล้ว แต่ไข้ยังไม่ลดเลย กินยาอีกรอบนะ” พริริสากินยาอย่างว่าง่าย “คุณฝันร้ายอีกหรือเปล่า”
พริริสาชะงัก “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันฝันร้าย”
ธีภพถอนใจยังไงก็อยากให้พริริสาเปิดใจพูดความจริงกับเขา “เมื่อกลางวันคุณเพ้อ พูดถึงพวกคนใจร้าย ที่ทำร้ายคุณกับแม่” พริริสาตกใจเพิ่งรู้ว่าตัวเองเพ้อเพราะพิษไข้ ธีภพจับข้อมือพริริสาข้างที่มีแผลเป็นขึ้นมา “ทั้งหมดเกี่ยวกับรอยแผลนี้ของคุณใช่ไหม ใครเป็นคนทำ ใครที่ต้องการทำร้ายคุณ”
พริริสานึกถึงเหตุการณ์วันที่มีคนมาจับตัวตน
มือของลูกน้องกานดา1 มากระชากโทรศัพท์มือถือไป พริริสาตกใจ “พวกแกเป็นใคร”
ลูกน้องกานดาหยิบปืนออกมาจี้ที่ด้านหลังพริริสา “ไม่อยากตายตามพวกเราไปดีๆ”
ลูกน้องกานดาใช้ด้ามปืน ฟาดใส่ที่บริเวณขมับพีรดาอย่างแรง พีรดาล้มอยู่ที่พื้นเลือดไหลเป็นทาง
พริริสาแน่ใจว่าต้องเป็นกานดาที่หลอกตนไปที่นั่นแหละให้คนไปจับตัวตน “ถ้าคุณรู้ คุณคงไม่เชื่อ เขาเคยทำร้ายฉันกับแม่มาแล้วครั้งหนึ่ง แล้ววันนี้ทำไมพวกเขาจะทำอีกไม่ได้”
“คุณบอกผมมาสิว่าคนพวกนั้นเป็นใคร บางทีผมอาจช่วยคุณได้”
พริริสานิ่งไม่ยอมตอบแววตาชิงชังพวกบูรพเกียรติอย่างชัดเจน ก่อนทิ้งตัวลงนอนไม่สนใจธีภพอีก ธีภพไม่เซ้าซี้ต่อ แต่อยากรู้ให้ได้ว่าพวกที่พริริสาพูดถึงเป็นใคร

ตึกบูรพเกียรติ เวลาเช้า โรซี่ ชนิตาและบุษกรเดินมาตามทางจะเข้าออฟฟิศ มีพนักงานคนอื่นๆเดินสวนไปมา โรซี่เดินไปก็กดโทรศัพท์มือถือส่งไลน์ไปหาพริริสา
ชนิตาเอ่ย “คุณภพกับริสาหายไปสองวันแล้วนะ”
“แล้วแบบนี้จะไม่ให้คนสงสัยได้ยังไงว่าหายไปด้วยกัน” บุษกรห่วง
“นั่นสิ”
กานดาเดินเข้ามา ชนิตาและบุษกรพากันเบรกกะทันหัน โรซี่เอาแต่กดโทรศัพท์มือถือไม่ได้มองข้างหน้าเดินชนชนิตาและบุษกรแทบเสียขบวน
“จะหยุดทำไมไม่บอกกันบ้างยะ” โรซี่เงยหน้าเห็นกานดาก็ตกใจ “อุ๊ย! คุณกานดา”
“พวกเธอไม่ต้องสงสัยเรื่องสองคนนั้นหรอก ธีภพกับแม่ริสาเขาหายไปด้วยกันนั่นล่ะ”
สามสาวพากันตกใจ พนักงานคนอื่นๆที่เดินผ่านมาพากันหลบมุมรอแอบฟัง
“นั่นไง”
“มิน่าฉันส่งข้อความไปเยอะแยะริสาไม่อ่าน ไม่ตอบอะไรเลย”
กานดาเห็นมีพนักงานคนอื่นๆด้วยก็จงใจพูดให้ทุกคนได้ยิน“หายกันไปหลายวันหลายคืนแบบนี้ คงไม่ต้องให้บอกหรอกนะ ว่าหายไปไหนไปทำอะไรกัน”
สามสาวพากันป้องปาก มองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คุณพระ!”
กานดายิ้มเจ้าเล่ห์จงใจปล่อยข่าวเรื่องธีภพและพริริสาให้เสียๆหายๆ

หน้าห้องทำงานคณิน ศจีหยิบยาคลายเครียดมากิน กำลังจะกินน้ำตาม
โรซี่ ชนิตา บุษกร โผล่พรวดเข้ามาที่โต๊ะ “พี่ศจี”
ศจีเกือบสำลักน้ำ กลืนยาแทบไม่ทัน “โอ๊ย! โผล่พรวดมาแบบนี้จะให้ฉันสำลักยาตายหรือไง”
บุษกรเอ่ยถาม “ยาอะไรคะเนี่ย”
“ยาแก้เครียด ฉันเครียดจะแย่อยู่แล้วเนี่ย ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องคุณภพกับริสา”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 11/3 วันที่ 20 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ