อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 11/4 วันที่ 20 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 11/4 วันที่ 20 ส.ค.59

ศจีเกือบสำลักน้ำ กลืนยาแทบไม่ทัน “โอ๊ย! โผล่พรวดมาแบบนี้จะให้ฉันสำลักยาตายหรือไง”
บุษกรเอ่ยถาม “ยาอะไรคะเนี่ย”
“ยาแก้เครียด ฉันเครียดจะแย่อยู่แล้วเนี่ย ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องคุณภพกับริสา”
“แสดงว่าพี่ศจีก็รู้แล้วใช่ไหมคะว่าสองคนนั้นเขาหายไปด้วยกันจริงๆ”
ศจีตกใจ “นี่พวกเธอพูดอะไร”
โรซี่ตรงประเด็น “ก็มีคนมาคอนเฟิร์มข่าวแล้วน่ะสิคะ พวกเราเลยรีบมาบอกพี่ศจี”
“ใครคอนเฟิร์มอะไร”

คณินเดินกลับมาที่ห้องทำงานพอดี ชะงักหยุดฟัง
“ก็คุณกานดาไงคะคุณพี่ มาบอกว่าคุณภพกับริสาหายไปด้วยกัน พูดเหมือนหนีตามกันไปสวีตสองต่อสอง”


ศจีกุมขมับยิ่งปวดหัวหนัก
คณินเดินเข้ามา “นี่มันได้เวลาทำงานแล้ว ไม่ไปทำงานกันหรือไง” สามสาวเห็นคณินก็พากันตัวลีบ เดินถอยหลบออกไป คณินถามศจี “คุณกานดามาใช่ไหม”
“ค่ะ แต่ออกไปไหนแล้ว ไม่ทราบค่ะ”
คณินพยักหน้ารับรู้ สายตาคณินเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของศจีที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน พลางนึกถึงวันที่เห็นกานดาไปยืนอยู่ที่บริเวณนั้น
คณินเดินออกมาจากห้องเห็นกานดาอยู่ที่โต๊ะทำงานศจีก็แปลกใจ “กานดา”
กานดาเห็นคณินก็สะดุ้งเล็กน้อย แต่พยายามเก็บอาการเหมือนไม่มีอะไร
“ศจีก็ยังงงไม่หายนะคะ ว่ามีข้อความส่งไปหาริสาจากเบอร์ของศจีได้ยังไง”
คณินมีสีหน้าครุ่นคิดก่อนเดินเข้าห้องไป สามสาวรีบเดินกลับไปที่โต๊ะศจี อ้าปากจะคุยต่อ
“หยุด!” สามสาวอ้าปากค้าง “กลับไปทำงาน ก่อนที่จะไม่มีงานให้ทำ” ศจีดันคางสามสาวให้ปากกลับเข้าที่ติดกัน สามสาวทำหน้าเซ็ง บ่นกระปอดกระแปดยอมเดินออกไป ศจีหยิบยาแก้เครียดมากินเพิ่ม

คณินกลับมานั่งที่โต๊ะ รู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น คณินเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบกล่องที่ซ่อนไว้ด้านในสุดออกมาเปิดออก มีรูปเก่าๆของพีรดา และรูปพริริสาวัยเด็กที่เคยแอบถ่ายเก็บไว้ คณินดูรูปพีรดาและพริริสาอย่างเศร้าๆ “ถ้าคุณกับลูกอยู่ด้วยตอนนี้ก็คงดี” คณินถอนใจ หันไปเห็นกระเป๋าของกานดาวางอยู่ที่โซฟาในห้อง คณินจ้องกระเป๋ากานดาอย่างคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
กานดาเดินกลับเข้ามาเห็นคณินกำลังเก็บรูปพีรดาและพริริสาเข้ากล่องพอดี ก็โกรธมา ตรงมากระชากรูปจากมือคณิน “แอบซุกนังสองแม่ลูกนี้ไว้ทุกซอกทุกหลืบเลยใช่ไหมคุณคณิน เมื่อไหร่คุณเลิกฝันล้มๆแล้งๆว่าจะได้เจอพวกมันสักที เพราะถึงยังไงฉันกับคุณแม่ของคุณก็ไม่มีวันยอม”
คณินดึงรูปกลับเก็บใส่กล่องและลิ้นชักโต๊ะตามเดิม “เลิกเอาแม่ผมมาอ้างสักที”
“ทำไมฉันจะอ้างไม่ได้ ในเมื่อคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าแม่คุณเกลียดนังสองแม่ลูกนั่นขนาดไหน แล้วที่พวกมันหายไปจากชีวิตคุณได้ คุณก็น่าจะเดาออกว่าเป็นเพราะใคร”
“คุณไม่ต้องมาบอก ผมรู้จักแม่ผมว่าท่านเป็นยังไง พอๆกับที่ใช้เวลานอนร่วมเตียงกับคุณมายี่สิบกว่าปี จนรู้จักคุณดีแล้วเหมือนกัน ว่าคุณมันร้ายกาจแค่ไหน”
กานดาโกรธจัด “คุณคณิน!” คณินเดินออกจากห้องไปเพื่อเป็นการตัดบท กานดากัดฟัน “คุณยังไม่รู้หรอกว่าฉันร้ายกาจได้มากกว่าที่คุณคิด คุณคณิน”

ตอนเช้า ในห้องนอน ที่บ้านพักใกล้น้ำตก พริริสาลุกขึ้นจากเตียงจับหน้าผากตัวเองดู รู้สึกได้ว่าไม่มีไข้แล้ว อาการดีขึ้นจึงลงจากเตียง เดินออกไปจากห้อง พริริสาเดินรอบบ้านแต่ไม่เห็นธีภพก็แปลกใจ ว่าธีภพหายไปไหน

ธีภพเดินอยู่ที่ริมลำธารไปเรื่อยๆ ในมือถือกิ่งไม้ยาวเพื่อไปหารีโมทกุญแจรถที่ตกน้ำหายไป พลางนึกถึงเรื่องของพริริสาว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี พริริสาเดินมองหาธีภพเข้ามา พริริสาเห็นธีภพเดินอยู่ที่ริมลำธารก็รีบเข้าไปหา
ธีภพหันมาเห็นพริริสา “ริสาคุณออกมาตากลมตากแดดทำไม”
“ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ไม่มีไข้แล้วด้วย”
ธีภพเดินเข้ามาใช้มืออังที่หน้าผากพริริสาว่าไม่มีไข้แล้วจริงหรือเปล่า พริริสารู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของธีภพที่มีต่อตน อดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้ “หายดีแล้ว คุณอยากจะข้ามลำธารหนีไปอีกไหมล่ะ”
พริริสาอมยิ้มได้แป๊บเดียวก็ต้องหน้าตูมใส่ธีภพ “ถ้าเรื่องหนีคุณไม่ต้องห่วง ฉันหนีแน่ แล้วจะไม่ยอมให้ตัวเองลำบากแบบเมื่อวานอีก”
“จะออกไปจากที่นี่ไม่มีทางไหนไม่ลำบากหรอกคุณ โชคดีหน่อยก็เดินแค่สิบกิโลอาจจะได้เจอใครบ้าง”
“แล้วมือถือคุณล่ะ”
“ถูกทิ้งตากฝนนานขนาดนั้นคงเปิดติดหรอก ผมถึงต้องมาหารีโมทรถเนี่ย ถ้ามันไม่เจ๊งไปซะก่อนนะ”
“งั้นก็รีบหาสิคุณ” พริริสาเดินไปชะโงกดูที่ริมลำธารว่ารีโมทกุญแจรถตกอยู่ตรงไหน

กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย ห้องทำงานเอกสิทธิ์
อธิรุธมารายงานตัว “ผู้การเรียกตัวผมมามีเรื่องสำคัญอะไรเหรอครับ”
“มีภารกิจสำคัญที่ผมอยากให้คุณช่วยดูแล”
“ภารกิจสำคัญ!”
“งานนี้ผู้ใหญ่สั่งมาขอร้องให้เก็บเป็นความลับ ที่สำคัญคุณติดต่อธีภพได้หรือเปล่า”
อธิรุธแปลกใจ “ทำไมเหรอครับ งานนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้าภพด้วย”
“ก็ทางวีไอพีน่ะสิ ขอมาอยากให้เขามาช่วยงานนี้ด้วย แต่ผมติดต่อไม่ได้เลย”
อธิรุธยิ่งแปลกใจ “ผู้การพูดขนาดนี้ผมชักอยากจะรู้แล้วล่ะครับว่าภารกิจสำคัญที่ว่ามันคืออะไร”
เอกสิทธิ์นิ่งยังไม่ยอมบอกว่าเป็นภารกิจอะไร

สวนสถานทูตไทรจีส คามินคุยโทรศัพท์กับราอิล รู้เรื่องที่ราอิลจะให้ตำรวจไทยเข้ามาอารักขาก็ไม่ชอบใจ “ท่านพ่อจะให้ตำรวจไทยมาอารักขาลูกกับน้อง ไม่จำเป็นเลยพะยะค่ะ”
ราอิลถือรูปขยายจากหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ที่เห็นอาซิสอยู่ในมือ “พวกของราห์มานตามลูกไปถึงที่นั่น พ่อรู้เรื่องหมดแล้ว” คามินหันไปทางไคซัจทันทีว่าเป็นคนรายงานใช่ไหม ไคซัจก้มหน้ารับผิดทำไปเพราะห่วงความปลอดภัยของคามินและพริริสา“ไม่ต้องไปว่าไคซัจ ท่านทูตเองก็ส่งรูปที่อาซิสติดตามลูกจนเกือบถึงตัวมาให้ พ่อจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรงกับลูกและน้องเด็ดขาด”
“แต่อีกไม่กี่วันเรื่องที่ลูกกับริสาต้องจัดการก็จะเสร็จ ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจมาช่วยดูแลเลย”
“คามินอย่าบ่ายเบี่ยง ตอนนี้เรื่องความปลอดภัยของลูกกับริสาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ยังไงก็ต้องให้ตำรวจไทยมาช่วย นี่เป็นคำสั่ง” ราอิลวางโทรศัพท์สีหน้าไม่สบายใจ อดเป็นห่วงลูกทั้งสองคนไม่ได้

สวนสถานทูตไทรจีส คามินกดวางสายเดินไปจ้องหน้าไคซัจอย่างเอาเรื่อง
“กระหม่อมยินดีรับผิดทุกอย่าง แต่ที่ทำไปก็เพราะ...”
คามินพูดแทรกอย่ารู้ทัน “ห่วงความปลอดภัยของฉันกับริสา ทำไมนายไม่โปรแกรมคำสั่งอื่นในหัวบ้าง เช่นเชื่อฟังคำสั่งฉันคนเดียว”
“กระหม่อมเชื่อฟังคำสั่งเจ้าชายเสมอ ยกเว้นบางเรื่อง”
คามินได้แต่ทำหน้าเซ็งใส่ไคซัจ เพราะสุดท้ายก็ทำอะไรไคซัจไม่ลงอยู่ดี“แล้วเรื่องตามหาริสาไปถึงไหนแล้ว”
“คุณมิราพยายามตามให้อยู่พะยะค่ะ”
คามินเป็นห่วงพริริสา แม้จะรู้ว่าอยู่กับธีภพคงปลอดภัย แต่ด้วยความไม่ชอบหน้าธีภพเป็นทุนเดิมจึงอยากได้ตัวพริริสากลับคืนมาให้เร็วที่สุด

โถงกองกำกับการฯ มิราเดินเข้ามาในกองกำกับการฯ มองไปรอบๆว่าอธิรุธอยู่ไหน
นายตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแสดงความมีน้ำใจ “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“ฉันมาหาผู้กองอธิรุธค่ะ”
“อ่อ ผู้กองคุยงานอยู่กับผู้การครับ จะให้ผมไปบอกให้ไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรอแถวนี้ก็ได้” มิราเดินไปหาที่นั่งแถวนั้น นายตำรวจเดินออกไป

ห้องทำงานเอกสิทธิ์ อธิรุธพยายามโทรติดต่อธีภพแต่ก็ไม่สำเร็จเหมือนเคย
“ว่าไงผู้กอง ติดต่อได้ไหม”
“ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิมล่ะครับ ผู้การช่วยบอกผมเลยได้ไหมครับว่าวีไอพีที่ว่าเป็นใคร”
เอกสิทธิ์เห็นอธิรุธติดต่อธีภพไม่ได้ก็คงต้องให้อธิรุธรับเรื่องไปก่อน จึงหยิบแฟ้มเอกสารส่งให้ “งานนี้เราต้องอารักขาเจ้าชายคามิน กับเจ้าหญิงพริริสาจากไทรจีส”
อธิรุธประหลาดใจมาก “เจ้าชายคามินติดต่อขอมาเหรอครับ”
“กษัตริย์ราอิลเป็นคนขอมา รายละเอียดอยู่ในแฟ้มหมดแล้ว”
อธิรุธเปิดแฟ้มอ่านรายละเอียดพลางสงสัย “เรื่องเจ้าชายคามินเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์เพื่อติดต่อเรื่องธุรกิจผมก็รู้อยู่นะครับ แต่เจ้าหญิงพริริสานี่ ทำไมผมไม่เห็นรู้เลย”
“เห็นว่าเจ้าหญิงพริริสามาประเทศไทยก่อนเจ้าชายคามินอีกนะแต่ไม่ได้บอกใคร มาเงียบๆเป็นการส่วนตัว”
อธิรุธพลิกหน้าเอกสารเห็นรูปคามินในชุดเจ้าชายเต็มยศ พลิกหน้าต่อไปเจอรูปพริริสาในชุดเจ้าหญิงก็ตกใจ รีบยื่นให้เอกสิทธิ์ดู “นี่เจ้าหญิงพริริสาเหรอครับผู้การ”
“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าหญิงราชกุมารี พริริสา รวีวุธ อไมร์คาน แห่งไทรจีส ทำไม”
อธิรุธอึ้งตะลึงงันไปเหมือนถูกใครทุบหัว ความสงสัยที่มีมาตลอดกระจ่างขึ้นในทันที อธิรุธพึมพำเบาๆ“ไอ้ภพซวยแล้ว”
“บ่นอะไรผู้กอง”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” อธิรุธสีหน้ากลุ้มใจว่าธีภพเอาตัวเจ้าหญิงพริริสาไปอยู่ที่ไหน ก่อนนึกได้ “ว่าแต่ทำไมเจ้าหญิงพริริสา มีชื่อกลางเป็นภาษาไทยล่ะครับ” อธิรุธอ่านทวน “เจ้าหญิงพริริสา รวีวุธ”
“เป็นนามสกุลเดิมของเธอกับแม่ ก่อนที่แม่ของเธอจะแต่งงานเป็นพระชายาของท่านราอิล”
“พริริสา รวีวุธ” อธิรุธเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในใจ มีเรื่องให้ต้องค้นหาความจริงอีกเรื่องแล้ว

กองกำกับการฯ อธิรุธเดินลงบันไดมาอย่างร้อนใจ “ไอ้ภพเอ๊ย! เอาตัวเจ้าหญิงไปไว้ไหนเนี่ย ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลยนะเฮ้ย” เสียงโทรศัพท์มือถืออธิรุธดังขึ้น อธิรุธรับสาย “ลุงสน ว่าไงครับ โทรมาหาผมมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า” อธิรุธเดินไปคุยโทรศัพท์ไป อธิรุธเดินออกมาที่โถงของตึก พลางคุยโทรศัพท์กับลุงสนท่าทางดีใจ จนไม่ได้สังเกตว่ามิรานั่งรอตนเองอยู่ที่มุมหนึ่ง “ขอบคุณมากนะลุงที่โทรมาบอก ลุงกับป้าสร้อยพักอยู่กับหลานได้เต็มที่เลย ไม่ต้องรีบกลับหรอก ไอ้ภพกับเลขาเขาอยู่กันได้ เดี๋ยวผมก็จะตามไปหาเขาสองคนที่บ้านพักเหมือนกัน ลุงไม่ต้องห่วงนะ”
มิราได้ยินที่อธิรุธคุยโทรศัพท์ก็ยิ้มออกไม่เสียเที่ยวมาตามอธิรุธถึงที่นี่ อธิรุธวางสายดีใจที่รู้ว่าธีภพอยู่ที่ไหน ตั้งใจจะรีบไปหาธีภพ มิรารีบเดินมาขวางหน้าอธิรุธไว้
“คุณมิรา”
“ท่าทางคุณจะรู้แล้วใช่ไหมว่าคุณภพกับริสาอยู่ที่ไหน”
“เอ่อ...คือ...”
มิราเสียงแข็งคาดคั้น “บ้านพักที่คุณว่าอยู่ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
อธิรุธอึกอักเพราะงานนี้ธีภพเป็นเรื่องแน่ๆ
มาโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์กัน
หน้าตึกสถานทูตไทรจีส คามินท่าทางรีบร้อนเดินไปขึ้นรถ
ท่านทูตเดินตามมา “เจ้าชายไม่ควรออกไปนะพะยะค่ะ ยิ่งออกไปนอกกรุงเทพฯแบบนี้ด้วย ควรรอให้ทางตำรวจไทยประสานมาก่อนนะพะยะค่ะ”
คามินไม่สนใจขึ้นรถที่องครักษ์1มาจอดรถแล้ว
ไคซัจปิดประตูรถให้คามินก่อนจะหันมาหาท่านทูต“ยังไงเจ้าชายก็ต้องไปรับเจ้าหญิงครับ แล้วผมจะประสานกลับมาเป็นระยะ ไม่ต้องห่วงนะครับ” ไคซัจรีบไปขึ้นรถด้านข้างคนขับ
องครักษ์1ขับรถออกไป ท่านทูตได้แต่มองตามอย่างไม่สบายใจ

อธิรุธถูกกักตัวไว้ที่ห้องพักพริริสา มีองครักษ์ของคามินอยู่เฝ้าพร้อมมิรา อธิรุธทำท่าจะเดินออกไป แต่องครักษ์กางมือกั้นไว้ไม่ให้ออก อธิรุธทำท่าไม่พอใจ ทำท่ายืดอกใส่พร้อมจะมีเรื่องกับองครักษ์

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 11/4 วันที่ 20 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ