อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 13 วันที่ 22 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 13 วันที่ 22 ส.ค.59

“คุณแน่ใจนะว่าจะตอบคำถามผม”
พริริสายิ้ม “คุณก็ถามมาก่อนสิ”
“สิ่งที่คุณกำลังจะทำ เป็นการทำร้ายครอบครัวบูรพเกียรติใช่ไหม”
พริริสาอึ้งไป “คุณพูดเรื่องอะไร”
“มันคงไม่มีความลับอะไรอีกต่อไปแล้วเจ้าหญิงพริริสา เรื่องที่คุณมาที่นี่ เข้าไปทำงานที่บูรพเกียรติ ผมไม่รู้ว่าอดีตเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง แต่สิ่งที่กำลังจะทำคือการทำร้ายพ่อของคุณเอง”

พริริสาเหมือนถูกใครเอาเข็มมาทิ่มที่หัวใจ มันเจ็บแต่ไม่เจ็บเท่าที่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต พริริสาประชด “ฉันลืมไปว่าคุณเป็นว่าที่ลูกเขยของบูรพเกียรติ คงห่วงครอบครัวคู่หมั้นมากสินะ”


ธีภพประชดกลับ “คุณจะคิดแบบนั้นก็ได้”
พริริสายิ่งน้อยใจที่ธีภพยอมรับแบบนั้น

มิราอยู่กับอธิรุธชะเง้อมองออกไปนอกบ้าน นึกเป็นห่วงพริริสาจะออกไปดู
อธิรุธรีบดึงแขนเอาไว้“คุณจะไปไหน”
“ก็ออกไปดูว่าริสาคุยกับคุณภพเป็นยังไงบ้าง”
“คนเขาจะเคลียร์กันคุณจะไปยุ่งทำไม ไหนว่าอยากให้เจ้าภพมันช่วยพูดกับเจ้าหญิงไง”
คามินและไคซัจเดินเข้ามาในบ้าน “ช่วยพูดเรื่องอะไร”
“เจ้าชาย” มิราและอธิรุธเห็นคามินก็พากันตกใจ

ธีภพเห็นแววตาเศร้าปนเจ็บปวดของพริริสาก็อดเห็นใจไม่ได้ “ตอนนี้มีคนจ้องจะทำร้ายคุณกับเจ้าชายคามิน เขาประสงค์ร้ายกับไทรจีส คุณควรหยุดทุกอย่างแล้วกลับไปเพื่อความปลอดภัย”
พริริสายิ่งรู้สึกเจ็บเหมือนกำลังถูกไล่ให้ไป “คุณไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของฉันหรอก ความจริงคุณไม่จำเป็นจะต้องมาอยู่ที่นี่ มาทำหน้าที่ที่คุณไม่เต็มใจด้วยซ้ำ ฉันจะบอกท่านพ่อเอง”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่เต็มใจ”
“จริงสิ คุณจะต้องมา เพื่อหยุดฉัน เพื่อบูรพเกียรติ”
“ไม่ใช่เพื่อบูรพเกียรติ แต่เพื่อคุณต่างหาก” สายตาธีภพจริงจัง จนพริริสาหวั่นไหว
ไคซัจเดินเข้ามามองภาพธีภพและพริริสาที่อยู่ด้วยกัน สายตาของพริริสาบ่งบอกว่าคิดยังไงกับธีภพยิ่งทำให้ไคซัจแอบเศร้า
พริริสาเห็น “ไคซัจ”
“เจ้าชายให้กระหม่อมมาพาเจ้าหญิงไปพบพะยะค่ะ”
พริริสาได้แต่มองธีภพอย่างยังไม่อยากไป แต่ก็จำใจต้องเดินนำไคซัจออกไป ธีภพได้มองตามหวังว่าพริริสาจะเปลี่ยนใจ
คามินเอาแต่จ้องเพริริสาขม็งราวกับกำลังคาดคั้นอีกฝ่าย “อาซิสมันหนีไปได้ ตำรวจไทยกำลังตามตัวอยู่ แต่เราก็นิ่งนอนใจไม่ได้ มันอาจจะกลับมาอีก ดังนั้นเราควรรีบกลับไทรจีส เพื่อไม่ให้อะไรๆยุ่งยากไปกว่านี้”
“แต่เรื่องของริสายังไม่จบ”
“เราไม่มีเวลามากนักหรอกนะริสา”
“ทุกอย่างกำลังจะเรียบร้อยค่ะ ขอเวลาอีกหน่อย...”
“พี่ให้เวลาสามวัน จัดการทุกอย่างให้จบ แล้วกลับไทรจีสพร้อมกัน”
“สามวัน”
“ทำไมในเมื่อทุกอย่างก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว หรือว่าสามวันมันน้อยไปเพราะอาลัยใครอยู่”
“ไม่ใช่นะคะ”
“ถ้าไม่ใช่ก็ให้เป็นไปตามที่พี่พูด หรือถ้าเปลี่ยนใจก็รีบบอกมา”
พริริสานิ่งนึกถึงสิ่งที่ธัภพพูดไว้
“มันคงไม่มีความลับอะไรอีกต่อไปแล้วเจ้าหญิงพริริสา เรื่องที่คุณมาที่นี่ เข้าไปทำงานที่บูรพเกียรติ ผมไม่รู้ว่าอดีตเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง แต่สิ่งที่กำลังจะทำคือการทำร้ายพ่อของคุณเอง”
“จริงสิ คุณจะต้องมา เพื่อหยุดฉัน เพื่อบูรพเกียรติ”
“ไม่ใช่เพื่อบูรพเกียรติ แต่เพื่อคุณต่างหาก”
พริริสาจะไม่ยอมให้คำพูดของธีภพมาหยุดความตั้งใจของตัวเอง

ห้องนอนกรนันท์ บนเตียงเสื้อผ้าหลายชุดถูกเอามากองไว้ กรนันท์หยิบเลือกชุดสวยจากตู้เสื้อผ้ามาทาบที่หน้ากระจก ไม่ชอบก็โยนกลับไปที่เตียง แล้วหยิบชุดใหม่“ชุดนี้ดีไหมคะคุณแม่ คุณย่า”
“หลานย่าใส่ชุดไหนก็สวยอยู่แล้ว นี่เลือกไปเป็นสิบแล้วนะ”
“ไม่ได้สิคะคุณย่า เย็นนี้มีนัดสำคัญกับเจ้าชาย เกรซจะต้องสวยที่สุด”
“ใช่ค่ะ ยัยเกรซจะต้องสวยจนเจ้าชายไม่อยากกลับไทรจีสเลยล่ะค่ะ”
จินตนาได้ยินที่กานดาพูดก็นึกไม่ชอบใจ กรนันท์ไม่ได้สนใจเลือกชุดต่อ จินตนาดึงกานดาไปคุยที่มุมห้อง “พูดแบบนี้เหมือนเราจะเอาลูกสาวไปประเคนให้เขา”
“คุณแม่ก็คิดมากไปได้ ดาหมายถึง อยากให้เจ้าชายประทับใจ จนมาขอยัยเกรซของเราต่างหากล่ะคะ”
“ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ควรจะจัดการเรื่องผูกมัดตัวยัยเกรซให้เรียบร้อยไปซะ ใครๆจะมาครหาเราไม่ได้”
“ก็เหมือนที่นังริสามันเคยพูดไว้นั่นล่ะค่ะ แค่แหวนหมั้นวงเดียว มันไม่ได้มีความหมายอะไร แต่ยังไงดาก็จะจัดการเรื่องนี้ให้เพื่อความสบายใจของคุณแม่”
แววตากานดาดูไม่แคร์ใคร จนจินตนาเริ่มรู้สึกว่ากานดาน่ากลัวขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ธีภพยืนมองขึ้นไปด้านบนอย่างไม่สบายใจว่าคามินจะคุยอะไรกับพริริสา
อธิรุธเดินเข้ามา “เคลียร์ไหม” ธีภพส่ายหน้าแทนคำตอบ อธิรุจเซ็ง “เจ้าชายก็ดันมาขัดเสียได้”
“ฉันพอเข้าใจนะว่าริสาอาจจะโกรธที่ตัวเองกับแม่ถูกครอบครัวบูรพเกียรติทอดทิ้ง แต่มันก็ไม่น่าจะมากพอให้เขาต้องทำขนาดนี้ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ”
“มันต้องมีเรื่องร้ายแรงอะไรสักอย่างจนเขารู้สึกว่าให้อภัยไม่ได้”
มิราแอบฟังธีภพและอธิรุธคุยกัน ก็สองจิตสองใจอยากเล่าเรื่องอดีตของพริริสาให้ธีภพฟัง มิราทำท่าจะออกไป แต่ไคซัจเดินมาจับบ่าเอาไว้ไม่ยอมให้มิราออกไป “คุณจะทำอะไร”
มิราถูกไคซัจขัดเอาไว้จึงไม่กล้าออกไป

ไคซัจดึงมิราเข้ามาในบ้าน มิราสะบัดแขนออก “อะไรของนายเนี่ยไคซัจ”
“คุณไม่ได้คิดจะบอกเรื่องของเจ้าหญิงกับคนอื่นหรอกใช่ไหม”
มิราอึกอัก “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าฉันจะทำอะไร”
“แต่ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่”
“ฉันหวังดีกับริสา ทำไมนายไม่คิดว่า การที่พวกเขาได้รู้ว่าพวกบูรพเกียรติร้ายกาจ แล้วเลวร้ายแค่ไหน ที่ทำร้ายผู้หญิงกับเด็กที่ไม่มีทางสู้ คุณภพอาจจะเข้าใจริสามากขึ้นก็ได้”
“แต่ผมว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องมาเข้าใจอะไรเจ้าหญิง”
“ทำไมจะไม่จำเป็นก็ในเมื่อเขาสองคน....”
ไคซัจรีบขัด “หรือคุณคิดว่าเจ้าชายคามินจะยอม ถึงยังไง นายธีภพกับเจ้าหญิงไม่มีทางที่ลงเอยกันได้”
มิราสงสารพริริสาและธีภพขึ้นมาจับใจ

เซฟเฮ้าส์ราห์มาน ราห์มานเห็นอาซิสเงียบหายไปก็เริ่มเป็นกังวล “อาซิส ติดต่อมาบ้างหรือเปล่า”
“ไม่เลยครับท่าน”
“ข่าวสารขาดหายไปแบบนี้ หรือว่างานจะล้มเหลว”
ทหารกบฏเดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์ “ท่านอาซิสติดต่อกลับมาแล้วครับ”
ราห์มานรีบเดินไปรับโทรศัพท์มา “จัดการได้หรือยัง” ราห์มานหน้าเครียดเมื่อรู้ว่าอาซิสทำงานไม่สำเร็จ
ทหารกบฏใส่หมวกปิดหน้า ยืนดูลาดเลาให้อาซิสที่หลบมุมโทรศัพท์คุยกับราห์มาน
“ทางไทรจีสติดต่อตำรวจไทย ให้มาอารักขาเจ้าชายคามินและเจ้าหญิงพริริสาไว้ก่อน ทำให้คนของเราถูกจับไปได้คนหนึ่ง เป็นความผิดของกระหม่อมเอง”
ราห์มานเจ็บใจ “แล้วยังไง มันเปิดปากพูดอะไรหรือเปล่า”
“กระหม่อมเอาหัวเป็นประกัน ต่อให้ต้องตาย คนของเราไม่มีทางพูดอะไรแน่ แต่ตอนนี้จะเข้าถึงตัวเจ้าชายและเจ้าหญิงเป็นเรื่องยากกว่าที่เราคิดเสียแล้ว”
“ยังไงมันก็ต้องมีโอกาส ในเมื่อพวกนั้นยังอยู่เมืองไทย ฉันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเด็ดขาด อย่าทำให้ฉันผิดหวังอีกอาซิส” ราห์มานวางสายไป หวังว่าอาซิสจะทำงานได้สำเร็จ

บรรยากาศกรุงเทพฯ ริมแม่น้ำยามกลางคืน  กรนันท์อยู่กับคามินที่โต๊ะอาหารเห็นวิวริมแม่น้ำสวยงามดูเป็นมุมส่วนตัว กรนันท์ปรายตามองไคซัจและองครักษ์อย่างเบื่อๆที่มีคนมายืนจ้องมองจนรู้สึกน่ารำคาญ
“มีคนมายืนจ้องแบบนี้ตลอดเวลา เกรซคงทานอะไรไม่ลงแน่ๆค่ะ” คามินไปมองไคซัจเป็นเชิงบอกให้ออกไปก่อน ไคซัจและองครักษ์โค้งให้คามินยอมเดินออกไป  กรนันท์เห็นคามินตามใจตนก็ยิ่งได้ใจ จับมือคามินไว้ “แบบนี้ค่อยเป็นส่วนตัวหน่อยนะคะ แต่ต่อไปเกรซคงต้องหัดให้ชินเข้าไว้กับการมีคนคอยติดตามอารักขาแบบนี้ จริงไหมคะ”
คามินไม่ตอบสังเกตที่นิ้วมือกรนันท์ไม่ได้สวมแหวนหมั้นเหมือนที่ผ่านมา“คุณไม่ได้สวมแหวน”
“แหวนอะไรคะ”
“ก็แหวนหมั้น”
“ถอดทิ้งไปแล้วล่ะค่ะ หมั้นก็เหมือนไม่ได้หมั้น เจ้าชายไม่ต้องห่วงนะคะเกรซกับคุณแม่คุยกันแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้จบๆไป เพราะตอนนี้หัวใจของเกรซมีให้กับคนสำคัญแค่คนเดียว ก็คือเจ้าชาย” กรนันท์จับมือคามินมาแนบแก้มตนเองส่งสายตาออดอ้อน
คามินยิ้มนิ่ง แต่ในใจได้แต่มองกรนันท์อย่างสมเพชใจกับผู้หญิงจิตใจโลเล

หมวดทัดเดินตรวจตราที่สนามบ้านพักตามปกติ
อธิรุธเดินเข้ามาหาพร้อมส่งใบหมายกำหนดการให้ “หมวดนี่เป็นหมายกำหนดการของเจ้าหญิงพรุ่งนี้ ยังไงก็เตรียมตัวไว้ด้วย”
“ครับผู้กอง”
“แล้วเจ้าภพล่ะ”
“เห็นว่าจะไปดูความเรียบร้อยที่ด้านหลังน่ะครับ”
อธิรุธพยักหน้ารับรู้

ธีภพถือไฟฉายส่องดูความเรียบร้อยที่ด้านหลังบ้านพักไปตามทางเดิน จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าคนและเงาเดินตามหลังธีภพมาห่างๆท่ามกลางแสงสลัว ธีภพได้ยินก็ชะงัก ค่อยๆชักปืนออกมาเตรียมป้องกันตัว “นั่นใคร !” ธีภพกวาดปืนไปรอบๆคิดว่ามีคนร้ายแอบลอบเข้ามา
พริริสาเดินออกมาจากมุมมืด  “ฉันเอง”
ธีภพรีบลดปืนลง “ทำไมมาเงียบๆ คุณไม่ควรออกมามืดๆแบบนี้”
“ถ้าไม่ออกมาฉันจะได้เจอคุณเหรอ เมื่อกลางวันเรายังคุยกันไม่จบ”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 13 วันที่ 22 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ