อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 13/4 วันที่ 23 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 13/4 วันที่ 23 ส.ค.59

พริริสายิ้มเย็นไม่สนใจสายตาของกานดา “ในเมื่อทุกคนเข้าใจทุกอย่างตรงกันหมดแล้ว ดิฉันว่าเรามาคุยในเชิงรายละเอียดกันต่อเลยดีกว่าไหมคะ” พริริสาเดินไปนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะแทนคณินหน้าตาเฉย
“แก...” กานดาอยากเข้าไปกระชากพริริสาจากเก้าอี้  แต่สายตาไคซัจและคามินที่จ้องกลับมาแสดงออกว่าไม่ยอมให้กานดาได้เข้าถึงตัวพริริสาแน่ๆ กานดาจึงต้องชะงักเอาไว้ก่อน
คณินพยายามตั้งสติดึงกานดาให้ออกไปหาเก้าอี้อื่นนั่งเพื่อรอฟังว่าพริริสาจะเอายังไง  คามินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆพริริสา

สวนของโรงแรม ธีภพยังคงยืนรอพริริสาอยู่ที่เดิมและเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโดนหลอก
มิราเดินเข้ามาหาธีภพอย่างรู้สึกเห็นใจ “คุณภพคะ”


ธีภพหันไปเห็นมิราก็ผิดหวัง พอจะเดาสถานการณ์ออก “คุณมิรา”
มิรารู้สึกผิดแทนเพื่อน “ฉันจะมาบอกคุณว่า...”
“ผมถูกหลอกให้มารอเก้อสินะ เจ้าหญิงหลอกให้ผมมารอที่นี่ทำไม”
“พริริสาอยากจะมั่นใจ ว่าคุณจะไม่ไปขวางในที่ประชุมวันนี้”
ธีภพรู้สึกผิดหวังเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ยอมให้พริริสาหลอก เพียงเพราะหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมเปิดใจพูดความจริงกับตน แต่สุดท้ายพริริสากลับเลือกที่จะแก้แค้นต่อไป ธีภพเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร มิราได้แต่มองตามอย่างพลอยรู้สึกแย่ไปด้วยที่พริริสาทำร้ายจิตใจธีภพแบบนี้

อธิรุธนั่งรอที่ล็อบบี้อยู่นานจนเริ่มสงสัย “ไอ้ภพหายไปไหนของมัน เจ้าหญิงก็เงียบหายไปเลย ยังไงกันเนี่ย” มิราท่าทางไม่สบายใจเดินมาที่ล็อบบี้ อธิรุธเห็นมิราก็แปลกใจรีบเข้าไปหา “นี่คุณมาได้ไง”
“ก็เดินมาไม่เห็นหรือไง”
“คุณนี่นะหาว่าผมกวนประสาทอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้พฤติกรรมดูตัวเองบ้างเลย”
“เดี๋ยวเหอะผู้กอง”
“ก็ผมถามดีๆ คุณตอบกวนผมเองนี่นา แล้วคุณมาทำไม ไม่ไปหาเจ้าหญิงเหรอ”
“ฉันก็จะมาบอกคุณว่าไม่ต้องอยู่รอแล้ว ริสากับเจ้าชายคามินไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”
อธิรุธงง “ไม่อยู่แล้ว นี่พวกคุณเล่นตลกอะไรกัน” มิราอึดอัดใจไม่รู้จะอธิบายยังไง เสียงโทรศัพท์อธิรุธดังขึ้น “ได้ตัวแล้วเหรอครับ ขอบคุณมากเลยพี่เดี๋ยวผมจะรีบไป” อธิรุธวางสาย ทำท่าจะออกไป
มิราดึงแขนไว้ “คุณจะไปไหน”
อธิรุธมองกวน “อยากไปกับผมไหมล่ะ”
มิรามองอธิรุธอย่างสงสัย

ในห้องประชุม พริริสานั่งมองคณินและกานดาด้วยสายตาเย็นชา “จากนี้เราจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับระดับสากล เพื่อเป้าหมายเราจึงต้องไม่มีบูรพเกียรติอีกต่อไป”
คณินตกใจ “นี่เธอ”
“ระบบการบริหารแบบเก่าต้องถูกรื้อทิ้งทั้งหมด เราจะรีแบรนดิ้ง และให้คนรุ่นใหม่ได้ขึ้นมาบริหารงานแทนคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะผู้บริหารที่มาจากระบบเก่าทั้งหมด คงถึงเวลาที่ต้องเปิดโอกาสให้คนใหม่บ้าง”
กานดาโกรธจัด “นี่แกคิดจะถอนรากถอนโคนบูรพเกียรติไม่ให้เหลือเลยใช่ไหม”
คามินย้อน “คุณก็พูดเกินไป ทุกอย่างเป็นแค่การปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดีขึ้น”
คณินถามพริริสาตรงๆ “เรื่องพวกนี้เธอคงเตรียมไว้นานแล้วสินะ”
“ค่ะ ตั้งแต่ฉันเข้ามาทำงานที่นี่ ฉันก็มองเห็นทุกอย่างว่าควรจะจัดการกับมันยังไง แต่ทุกอย่างก็ต้องผ่านความเห็นชอบของเสียงส่วนใหญ่ด้วย”
คนอื่นๆในที่ประชุมต่างพยักหน้าแสดงให้เห็นว่าอยู่ข้างพริริสากันหมดแล้ว
กานดาไม่พอใจ “นี่หมายความว่าพวกคุณจะปลดคุณคณินจากการเป็นประธานบริษัทด้วยงั้นเหรอ”
ในที่ประชุมพากันเงียบ ยังเกรงใจคณินที่จะพูดออกไปตรงๆ
คามินเน้น “คุณคณิน คุณควรดีใจนะที่มีคนเข้ามาทำงานแทน มาช่วยแก้ปัญหาที่คุณหมักหมมเอาไว้ ก่อนที่มันจะลุกลามจนที่นี่ต้องล่มสลายไปตอนที่คุณยังเป็นประธานบริษัทอยู่”
คณินเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง รู้คำตอบอยู่แล้วว่าตัวเองถูกยึดอำนาจ เขาไม่สามารถรักษาบูรพเกียรติไว้ได้ กานดาจ้องมองพริริสาอย่างแค้นใจ

บ้านคณิน ดร.กฤษคุยโทรศัพท์สีหน้าเครียด แม้กลัดกลุ้มใจแต่ก็พยายามตั้งสติ “ขอบใจมากที่โทรมาบอก” ดร.กฤษวางสาย
จินตนาก็เดินเข้ามาท่าทางร้อนรนไม่แพ้กัน “คุณรู้เรื่องที่บริษัทหรือยังคะ”
“รู้บ้างนิดหน่อย”
“นิดหน่อยของคุณน่ะแค่ไหน มีคนโทรมารายงานฉันว่าตอนนี้พวกผู้ถือหุ้นกับกรรมการคนอื่นทรยศหักหลังเรากันหมดแล้ว รวมทั้งเจ้าชายคามินด้วย”
กรนันท์เดินเข้ามาได้ยินพอดี “เจ้าชายคามินทำไมเหรอคะ”
“ยัยเกรซไหนว่าเจ้าชายรักหลานนักหนา ทำไมถึงโอนหุ้นที่เพิ่งซื้อไปให้คนอื่น”
กรนันท์ทำหน้างุนงง “เจ้าชายโอนหุ้นอะไรกันคะคุณย่า เกรซงงไปหมดแล้ว”
ดร.กฤษตัดบท “ตอนนี้เขากำลังอยู่ในที่ประชุมกัน เดี๋ยวก็คงได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร”
จินตนาร้อนใจจนทนไม่ไหว “ฉันจะไปที่บริษัท”
ดร.กฤษแย้ง “จะไปทำไมให้วุ่นวาย อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ดร.กฤษรีบรับสาย “เป็นยังไงบ้าง” ดร.กฤษตกใจ นิ่งงันไป “ปลดคณินจากตำแหน่งประธานด้วยงั้นเหรอ”
จินตนาและกรนันท์ได้ยินก็พากันตกใจ ดร.กฤษวางสายถอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จินตนาและกรนันท์รีบปรี่เข้าไปหา จินตนาคาดคั้น “ปลดคณินได้ยังไง ใครปลด” ดร.กฤษได้แต่นิ่งไม่ตอบ จินตนาใจสั่นจะเป็นลม
“คุณย่า” กรนันท์รีบเข้าไปประคองจินตนาเอาไว้

กลุ่มผู้ถือหุ้นและกรรมการทยอยกันเดินออกจากห้องประชุม คามินเดินคุยกับวิทิตออกมา มีไคซัจเดินตามหลัง  กลุ่มพนักงาน โรซี่ บุษกรและชนิตามารวมตัวกันยืนแอบดูอยู่บริเวณนั้น
โรซี่ลุ้น “อยากจะรู้จริงๆเลยว่าใครกันที่กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบูรพเกียรติ”
ศจีเดินหน้าซีดออกมา
ชนิตาบอก “พี่ศจีออกมาแล้ว”
สามสาวรีบปรี่เข้าไปดึงศจีมา
“พี่ศจี ข้างในเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ” บุษกรรีบซัก
“ฉันอยากจะเป็นลม”
บุษกร ชนิตารีบประคองโบกมือพัดให้ศจี
โรซี่รีบควักยาดมส่งให้ “อย่าเพิ่งลมจับตอนนี้นะคะ ทุกคนรอฟังเรื่องสำคัญกันอยู่”
“เขาว่าในห้องประชุมเดือดมากจริงหรือเปล่าคะ” ชนิตาถามต่อ
ศจียอมรับ “เดือดยิ่งกว่าหม้อไฟชาบูซะอีก”
บุษกรซัก “แล้วที่ว่ามีผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่แทนที่ท่านประธาน เป็นใครคะพี่ศจี”
พริริสาเดินออกมา ศจีเน้น “นั่นไง “
สามสาวทำหน้าช็อก “ริสา!”
โรซี่ดึงยาดมจากมือศจีมาดมแทน บุษกรและชนิตายื่นมือมาแย่งยาดมไปดมบ้าง
ห้องทำงานคณิน คณินกลับมานั่งนิ่งงันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุม มองดูแฟ้มเรื่องการซื้อขายหุ้นของพริริสา กานดาท่าทางโกรธเกรี้ยวอยู่คนเดียว “คิดไว้ไม่มีผิดว่ามันต้องเป็นงูเห่าที่รอฉกเราอยู่ มันทำทีมาเป็นพนักงานที่นี่ก็เพื่อทำลายบูรพเกียรติของเรา แต่ฉันไม่เข้าใจทำไมเจ้าชายคามินถึงได้ช่วยมัน นังเด็กที่มีแม่เป็นแค่ชาวสวน มันทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง”
คณินไม่ตอบมองดูชื่อในหนังสือสัญญาโอนหุ้น “พริริสา รวีวุธ” ในใจทั้งเจ็บปวดทั้งดีใจ ที่ริสา คือพริริสา ลูกสาวของตนเอง แต่การเจอกันครั้งนี้ลูกสาวกลับกลายเป็นผู้ทำลายเขาเสียเอง
กานดาเห็นคณินนิ่งไม่ตอบ ไม่แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยิ่งแปลกใจ “คุณคณินได้ยินที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า คุณคณิน” คณินได้สติปิดแฟ้ม กานดาเดินไปกระชากแฟ้มมาเปิดดูอย่างสงสัย กานดาเห็นชื่อในหนังสือสัญญาโอนหุ้น “พริริสา รวีวุธ นี่มัน...”
สิ่งที่กานดาหวาดระแวง ก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ “ริสา” คือลูกสาวของคณิน

อธิรุธและมิรามาที่สถานีตำรวจ
“คุณมาที่นี่ทำไม”
“ก็มาหาความจริงที่คุณปิดบังเอาไว้ไงล่ะ”
สารวัตรเดินเข้ามาทักอธิรุธ “มาก็ดีแล้ว นายจะทำอะไรก็รีบทำ ถึงพวกนั้นจะเป็นพวกมีชนักติดหลัง แต่เราไม่มีเจ้าทุกข์คงกักตัวได้ไม่นาน”
“ขอบคุณครับพี่”
สารวัตรเดินออกไป มิรามองอธิรุธเป็นเชิงถามว่าอะไรยังไง  อธิรุธยักคิ้วบอกเป็นนัยเดี๋ยวก็รู้เอง

ห้องสอบปากคำ อธิรุธพามิราเดินมาที่หน้าห้องพลางส่องผ่านกระจกประตูห้องเข้าไปมองดู มิรามองตามเห็นลูกน้องกานดา 2 คนอยู่กับร้อยเวรในห้องท่าทางหงุดหงิด

ในห้องสอบปากคำ ลูกน้องกานดาทำทีหงุดหงิดโวยวาย
“ตกลงจับพวกเราข้อหาอะไรกันแน่ ว่ามาเลยหมวด”
“มาจับมั่วๆ ระวังจะโดนฟ้องกลับนะจะบอกให้”
ร้อยเวรมองลูกน้องกานดาอย่างเบื่อๆ

หน้าห้องสอบปากคำ มิราจ้องมองลูกน้องกานดาผ่านกระจกกั้นจนจำได้ “สองคนนั้น”
ภาพในจอคอมพิวเตอร์เห็นเหตุการณ์ จากมุมกล้องวงจรปิด ลูกน้องกานดาหยิบปืนออกมาจี้ที่ด้านหลังพริริสา พริริสาถูกดันให้เดินตรงไปยังรถตู้ที่จอดอยู่ พริริสาทำท่าจะขัดขืนจะร้องให้คนช่วย ลูกน้องกานดาปิดปากพริริสาเอาไว้ทัน อีกคนเดินไปเปิดประตูรถตู้จะให้พริริสาขึ้นไป
มิราหันไปมองหน้าอธิรุธ
“ตอนนั้นทุกคนมุ่งเป้าไปที่คนร้ายจากไทรจีส จนลืมเจ้าสองคนนั่น คุณไม่สงสัยเหรอว่าพวกมันเป็นใครแล้วมาจับตัวเจ้าหญิงทำไม”
“จริงด้วย” มิราเองก็ลืมเรื่องคนร้ายกลุ่มนี้ไปเสียสนิท

โรงอาหาร พริริสานั่งอยู่กับกลุ่มโรซี่ในโรงอาหาร พนักงานที่ผ่านไปมารู้เรื่องในที่ประชุมพากันแอบมอง โรซี่ บุษกร และชนิตาพากันนั่งตัวลีบ พากันอึกอักไม่รู้จะพูดอะไร
โรซี่กระแอม “นั่งตัวลีบเป็นปลากัดป่วยกันเลยนะยะ “
บุษกรออกตัว “ก็ริสา ตอนนี้ไม่ใช่พนักงานธรรมดาๆเหมือนพวกเราแล้วนี่นา”
ชนิตาแหยงๆ “นั่นสิต่อไปคงต้องเรียก...ท่านประธาน”
“เรื่องประธานบริษัทคนใหม่ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนหรอกนะ” พรริสาเอ่ย

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 13/4 วันที่ 23 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ