อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 15/2 วันที่ 25 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 15/2 วันที่ 25 ส.ค.59

พริริสาส่งแฟ้มเอกสารของธีภพให้คณิน คณินเห็นรอยแผลที่ข้อมือริสาก็แปลกใจ “แผลนั่น”
พริริสาถูกสะกิดแผลในอดีตพยายามฝืนยิ้มเอาไว้ พริริสานิ่งๆ “อุบัติเหตุตอนเด็กน่ะค่ะ จากพวกคนใจร้าย”
คณินนั่งลงจับมือนั้นมาแนบแก้มตัวเองอย่างสงสารลูกสาวจับใจ “พ่อขอโทษนะริสา รีบตื่นขึ้นมานะลูก ตื่นมาให้โอกาสพ่อได้ชดเชยสิ่งที่พ่อทำผิดพลาดมาตลอด”
พีรดาก็หวังให้เป็นแบบนั้น ให้พริริสาและพ่อแท้ๆได้เข้าใจกัน

ห้องพักฟื้น ทุกคนฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับกานดาจากอธิรุธ ธเนศและวิวรรณต่างนึกเห็นใจพีรดาและพริริสา
“ขอบใจมากเพื่อนที่จัดการทุกอย่างให้”


“ฉันล่ะอยากให้นายเห็นหน้าคุณกานดาตอนที่ทุกคนรู้ความจริง”
วิวรรณนึกสมน้ำหน้ากานดาขึ้นมากับสิ่งที่ทำเอาไว้กับคนอื่นๆรวมทั้งตัวเอง “ป่านนี้คุณกานดา คงแทบอกแตกตาย คนที่เคยทำร้ายกลับกลายเป็นพระชายากับเจ้าหญิงแห่งไทรจีส
ธเนศปรามๆ “คุณวิ”
“ยังดีนะคะ ที่พวกเขาสองคนแม่ลูกหนีไปที่ไทรจีสจนมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ นี่ละที่เขาว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้” วิวรรณหันมาหาธีภพยิ้มอย่างโล่งใจ “ลูกแม่ก็เหมือนกัน ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แม่ไม่คิดเลยว่าออกจากราชการแล้วเราต้องมาถูกบังคับให้ทำหน้าที่เสี่ยงอันตรายขนาดนี้อีก”
“ไม่ใครบังคับผมได้หรอกครับ ผมเต็มใจจะรับหน้าที่นี้เอง”
“นี่ล่ะเขาถึงเรียกว่ามีสายเลือดตำรวจเต็มตัวจากพ่อ งานนี้ผมขอไม่ให้คุณห้ามลูก เหมือนที่ผ่านมาอีก”
วิวรรณแอบค้อน “ถึงฉันจะรักลูกห่วงลูกแค่ไหน ฉันก็แยกแยะได้หรอกค่ะ”
“ยังไงเรื่องเจ้าหญิงพริริสา ก็คงต้องขอให้คุณลุงคุณป้าเก็บเป็นความลับด้วยนะครับ”
“ริสามาบาดเจ็บแบบนี้ เรื่องความปลอดภัยก็ยิ่งสำคัญมากครับ”
“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงไปหรอก พ่อกับแม่รู้ว่าต้องทำยังไง”
วิวรรณและธเนศเห็นแววตาและน้ำเสียงลูกชายก็รู้ทันทีว่าเป็นห่วงพริริสามากขนาดไหน วิวรรณเริ่มเป็นห่วงธีภพขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หน้าห้องพักฟื้น ธเนศและวิวรรณออกมาจากห้อง วิวรรณสีหน้าบ่งบอกว่าไม่สบายใจอย่างชัดเจน
“ลูกก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ทำไมคุณยังทำหน้าแบบนั้นอีก ไหนว่าเข้าใจสิ่งที่เขาเลือกจะทำแล้วไง”
“เรื่องงานฉันไม่ห่วงหรอก แต่เรื่องระหว่างตาภพกับเจ้าหญิง...มองตาลูกฉันก็รู้แล้วว่าลูกเป็นห่วงเจ้าหญิง
ขนาดไหน แต่นั่นเจ้าหญิงนะคุณ เขาไม่ใช่แค่เลขาเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว” วิวรรณกลัวลูกชายจะเสียใจ
“อย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรหมลิขิตเถอะคุณ” ธเนศพาวิวรรณเดินออกไป

บ้านคณิน กานดากลับเข้ามาในบ้าน กรนันท์เดินตามเข้ามาอย่างสับสนกับเรื่องราวในอดีตของกานดา ปนร้อนใจไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาอีก “ทำไมคุณแม่ไม่เคยบอกอะไรเกรซเลย แล้วถ้าคุณย่ารู้ว่าคุณแม่เคยทำอะไรไว้...”
จินตนาเดินปรี่เข้ามาตบหน้ากานดาอย่างแรง
“คุณแม่”
กรนันท์ตกใจ “คุณย่า ตบคุณแม่ทำไมคะ”
“ฉันรู้เรื่องจากคณินหมดแล้ว แค่นี้มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่เธอทำไว้สักนิดกานดา เสียแรงฉันคิดว่าเธอเป็นลูกสะใภ้ที่เพียบพร้อมเหมาะสมที่ยืนเคียงข้างคณิน แต่เธอกลับ...” จินตนาโกรธจนตัวสั่นแทบจะยืนไม่อยู่
ดร.กฤษเดินตามเข้ามาประคองจินตนาเอาไว้ “พอได้แล้วคุณหญิง”
“คุณจะให้ฉันพอได้ยังไง ฉันถูกหลอกมาเป็นสิบปี จงเกลียดจงชังพีรดาเพราะคิดว่าเป็นพวกเห็นแก่เงิน”
กานดาหัวเราะเยาะ “พอรู้ว่าพวกมันได้ดิบได้ดี ร่วมวงศ์วานกับเจ้าชายคามิน ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเชียวนะคะคุณแม่ ทั้งๆที่เมื่อก่อนคุณแม่เองดูถูกดูแคลนที่ มันเป็นแค่พวกชั้นต่ำไร้สกุล ขนาดหลานแท้ๆที่เกิดมายังไม่อยากจะรับ แต่ตอนนี้คงอยากจะแล่นไปแทนตัวว่าปู่ว่าย่ากันใจจะขาดแล้วสิท่า”
ดร.กฤษ เอ็ด “กานดา นี่เธอยังไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำไว้อีกหรือไง”
“สำนึกเหรอคะ คุณพ่อลองคิดให้ดีนะคะว่าเรื่องนี้มันเริ่มจากใคร หนูก็เป็นแค่คนที่ช่วยสานฝันของคุณแม่ ช่วยกำจัดสองแม่ลูกนั่นให้ก็เท่านั้นเอง” กานดาเดินหนีเข้าไปด้านในไม่สนใจจินตนาและดร.กฤษอีก
กรนันท์มองปู่และย่าอย่างไม่รู้จะไปทางไหน ก่อนตัดสินใจตามกานดาไป “คุณแม่รอเกรซด้วย”
จินตนาโกรธจนอยากจะเป็นลม ดร.กฤษประคองพาจินตนาไปนั่งที่โซฟา จินตนาฟูมฟาย “ทำไมฉันถึงได้โง่ขนาดนี้ โง่มาเป็นสิบๆปี ที่คิดว่าคนที่มีชาติตระกูลดี เทียมหน้าเทียมตากันจะดีกว่าผู้หญิงจนๆ ไร้สกุล แต่สุดท้ายมันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักนิด ทำไม...” จินตนาสะอื้นทั้งเจ็บใจ ทั้งละอายแก่ใจ
ดร.กฤษไม่พูดอะไรได้แต่กอดปลอบจินตนาเอาไว้

ห้องนอนคณิน กานดาเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า กรนันท์ยิ่งตกใจ “คุณแม่จะทำอะไรคะ”
“แม่คงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ทุกคนในบ้านพากันรุมเกลียดแม่ไปหมด ทั้งพ่อเรา คุณปู่คุณย่า เขาคงไม่อยากเห็นหน้าแม่ แม่ก็จะไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร”
กรนันท์สับสน ใจเสีย เพราะถ้ากานดาไม่อยู่แล้วตัวเองจะทำยังไง “ถ้าคุณแม่ไป แล้วเกรซละคะ เกรซจะทำยังไง”
กานดาจับมือกรนันท์แน่น “ลูกมีเลือดบูรพเกียรติอยู่ครึ่งหนึ่ง ลูกต้องอยู่ที่นี่ เพราะลูกมีสิทธิ์ อย่าให้ใครมันมาแย่งของที่เป็นของลูกไปได้ โดยเฉพาะนังริสากับแม่ของมัน” แววตากานดาเกลียดชังทุกคน
ในขณะที่กรนันท์เริ่มสติแตก “แต่ตอนนี้นังริสามันกลายเป็นเจ้าหญิง เป็นน้องสาวของเจ้าชายคามินไปแล้ว เจ้าชายก็จะต้องเกลียดเกรซ ไม่สนใจเกรซอีกแล้ว แล้วไหนจะพี่ภพ คุณแม่ก็เอาแหวนหมั้นไปคืนแล้ว เกรซไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เกรซจะทำยังไง เกรซจะทำยังไง” กรนันท์กรีดร้องฟูมฟายผิดหวัง
กานดาได้แต่กอดกรนันท์ไว้อย่างสงสารลูกสุดหัวใจต้องหาทางช่วยเหลือกรนันท์ให้ได้

สถานทูตไทรจีส คามินโทรศัพท์คุยกับราอิลเรื่องพริริสา “ผมขอโทษครับที่เพิ่งโทรมาบอกท่านพ่อเอาป่านนี้ วันนี้เกิดเรื่องจนผมตัดสินอะไรไม่ถูกหลายอย่าง”
“เอาเถอะได้ยินว่าริสาปลอดภัยแล้วพ่อก็โล่งใจ”
“ยังโล่งใจไม่ได้หรอกครับ เพราะพวกอาซิสไม่รู้มันจะลงมืออะไรกันอีก ผมเป็นห่วงริสาอยากให้กลับไทรจีสให้เร็วที่สุด”
ราอิลเองก็ไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่ไทรจีสตอนนี้เช่นกัน “แต่ที่นี่ตอนนี้ก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่ลูกคิดหรอกนะคามิน ถ้าเป็นไปได้พ่ออยากให้ทุกคนอยู่ที่ประเทศไทย จนกว่า...”
คามินไม่ยอมทิ้งราอิลให้เผชิญปัญหาเพียงคนเดียว “ยังไงผมไม่มีทางทิ้งท่านพ่อให้เผชิญปัญหาอยู่ที่ไทรจีสเพียงลำพังแน่ ผมเชื่อว่าริสากับท่านแม่ก็คิดเหมือนกัน เราจะต้องมีวิธีจัดการกับพวกกบฏของท่านอาได้ ผมมั่นใจ”
คามินสีหน้ามุ่งมั่นจะต้องจัดการปัญหาเรื่องราห์มานให้ได้

หน้าเซฟเฮ้าส์ราห์มาน รถของราห์มานแล่นมาจอด เห็นมีทหารกบฏยืนถืออาวุธเฝ้าด้านหน้าไว้ ราห์มานลงจากรถพร้อมทหารกบฏติดตาม “เร่งติดต่อเรื่องการขนอาวุธล็อตต่อไปมาได้ แล้วเรื่องกำลังคนที่ยังจงรักภักดีกับเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“พวกที่อยู่ฝ่ายเราส่วนใหญ่ที่รวมตัวกันอยู่นอกเมืองทางใต้ กำลังทยอยมารวมกันที่ค่ายหลักของเราแล้วครับ”
“ดี ถ้ากำลังคนพร้อม อาวุธพร้อมเมื่อไหร่ เราจะได้ลงมือกันสักที แล้วทางอาซิสติดต่อมาหรือยัง”
“ติดต่อมาแล้วครับ”
“ว่ายังไง”
“ท่านอาซิสเกือบจะจับเจ้าหญิงได้”
ราห์มานจากอารมณ์ดีเปลี่ยนเป็นโกรธทันควัน “ใช้คำว่าเกือบ ก็แปลว่าล้มเหลวไม่เป็นท่าแล้ว”
ทหารกบฏเห็นราห์มานโกรธก็รีบก้มหน้า ราห์มานเดินเข้าไปด้านใน

ในเซฟเฮ้าส์ ทหารกบฏเดินตามมารายงานต่อ “แต่เจ้าหญิงพริริสาก็บาดเจ็บสาหัส ไทรจีสคงระส่ำระสายไม่น้อย น่าจะเป็นโอกาสที่ดีของท่านอาซิสอีกครั้ง”
“เลิกคาดเดาอะไรโง่ๆได้แล้ว เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แต่ทางไทรจีสยังปิดข่าวเงียบสนิท ป่านนี้ทั้งทางไทรจีสทั้งตำรวจไทย ไม่มีทางเปิดช่องให้เราทำอะไรง่ายๆได้อีกแน่”
ทหารกบฏอีกคนเดินเข้ามาพร้อมซองเอกสาร “มีข่าวสำคัญเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่วังมาครับ”
“ข่าวอะไร” ทหารกบฏ ยื่นซองเอกสารให้ราห์มาน ราห์มานเปิดซองอ่าน ราห์มานยิ้มอย่างเยือกเย็น “นี่สิโอกาสที่แท้จริงของเรา”

เวลาผ่านไปหลายวัน ที่สถานทูตไทรจีส คามินและไคซัจคุยอยู่กับเอกสิทธิ์เรื่องของพวกอาซิส
คามินถามขึ้น “ผ่านมาหลายอาทิตย์ ไม่มีข่าวของพวกอาซิสเลยหรือไงผู้การ”
เอกสิทธิ์รายงาน “กระหม่อมส่งคนไปตามที่คิดว่าพวกนั้นจะไปกบดานอยู่แต่ก็ไม่เจอเลยพะยะค่ะ”
ไคซัจเสริม “กระหม่อมเองก็ไปพูดคุยกับลูกน้องของอาซิสที่ถูกจับได้ หมอนั่นเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก”
คามินสงสัย “เงียบหายไปแบบนี้ หรือว่าจะหนีกลับไปไทรจีสแล้ว”
ไคซัสชักระแวง “ถ้าพระอนุชาเรียกตัวอาซิสกลับ แสดงว่าคงมีแผน...”
คามินส่งสายตาไม่ให้ไคซัจพูดอะไรเกี่ยวกับความลับของประเทศมากนัก
เอกสิทธิ์รู้ว่าไม่ควรอยู่ต่อ “ยังไงถ้ามีความคืบหน้าเรื่องนี้กระหม่อมจะส่งข่าวมา”
“ขอบคุณผู้การมากครับ”
“ถ้าอย่างงั้นกระหม่อมขอตัวก่อน” เอกสิทธิ์ลุกขึ้นโค้งในคามินก่อนออกไป
ไคซัจเดินไปส่งที่ประตู เดินกลับมาหาคามิน “พวกมันหายไปแบบนี้ แสดงว่าที่ไทรจีสพระอนุชาราห์มานอาจจะเริ่มเคลื่อนไหวอะไรอีกแน่ๆพะยะค่ะ”
“พวกของท่านอาอยู่ในที่มืด คิดจะทำอะไรเราก็คงได้แต่เดาทางกับหาทางตั้งรับอย่างเดียว ว่าแต่ริสาล่ะ”
“หมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วพะยะค่ะ”
คามินได้ยินก็โล่งใจ

ห้องพักฟื้น หญิงรับใช้ช่วยปรับเตียงให้พริริสาได้นั่งสบายขึ้น พีรดา คามินเห็นพริริสาอาการดีขึ้นมากก็พากันโล่งใจ
“ยังเจ็บแผลอยู่ไหมลูก”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 15/2 วันที่ 25 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ