อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 15/3 วันที่ 25 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 15/3 วันที่ 25 ส.ค.59

ห้องพักฟื้น หญิงรับใช้ช่วยปรับเตียงให้พริริสาได้นั่งสบายขึ้น พีรดา คามินเห็นพริริสาอาการดีขึ้นมากก็พากันโล่งใจ
“ยังเจ็บแผลอยู่ไหมลูก”
“แค่นิดหน่อยค่ะ” พริริสามองพีรดาและคามินอย่างรู้สึกผิด “ริสาขอโทษนะคะแม่ที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย” คามินทำหน้าเข้มตาดุเหมือนอยากจะต่อว่า พริริสารีบดักคอ “แต่ริสาก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่มีใครเป็นอะไร พี่คามินน่าจะยิ้มมากกว่าทำหน้าดุใส่ริสานะ”

“พูดได้ขนาดนี้คงไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ มิน่าหมอถึงว่าอีกไม่กี่วันก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้”
พีรดามองคามินอย่างบอกว่า ควรถึงเวลาที่พริริสาควรจะรู้ความจริงได้แล้ว



ในโรงพยาบาล หญิงรับใช้เข็นรถที่พริริสานั่งมาที่สวน คามินพาพีรดาเดินตามมา ไคซัจและองครักษ์ยืนคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ หญิงรับใช้หยุดเข็น คามินพยักหน้าให้หญิงรับใช้เดินออกไปก่อน
พริริสาเห็นพีรดาและคามินสายตาแปลกๆเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่าง “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ท่านแม่อยากให้เราเจอใครคนหนึ่ง เขาอยากเจอตั้งแต่ที่เรารู้สึกตัวแล้ว แต่พี่คิดว่ารอให้เราอาการดีขึ้นก่อนจะดีกว่า”
พริริสาทำหน้าแปลกใจ “ใครคะ”
คณินเดินเข้ามายืนตรงหน้าพริริสา “ริสา”
พริริสาเห็นคณินก็ไม่พอใจ “แม่ให้ริสามาเจอเขาทำไม ริสาไม่อยากเห็นหน้าคนที่เกลียดเรา พาริสากลับห้องเถอะค่ะ”
“ริสาฟังพ่อก่อนนะลูก”
“ฉันไม่ต้องการฟังอะไรทั้งนั้น”
พีรดาปราม “ริสาลูกต้องฟัง พ่อเขาไม่เคยเกลียดเราเลยนะลูก ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกคิด”
พริริสาทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ
คามินอธิบาย “ตอนนี้ทุกคนรู้ความจริงหมดแล้วริสาเรื่องในอดีตทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะฝีมือคุณกานดาคนเดียวเท่านั้น”
พริริสาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

เวลาผ่านไป พริริสารู้เรื่องทั้งหมดก็นิ่งงันไป ความโกรธแค้นพ่อและคนที่บูรพเกียรติไม่ได้เป็นอย่างที่เคยฝังใจมาตลอด น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดรื้นขึ้นมา แต่ทิฐิในใจยังคงอยู่
พีรดาเล่า “ที่ลูกฟื้นขึ้นมาได้ก็เพราะเลือดส่วนหนึ่งจากเขา”
“แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด”
“ถ้าลูกอยากจะโทษต้นเหตุ มันก็มาจากความรักของแม่กับคุณคณินที่ไม่สามารถทำให้มันมั่นคงยั่งยืนได้ แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อของลูกนะริสา เราแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว แต่เราสามารถแสวงหาความสุขจากชีวิตที่เหลืออยู่ได้นะลูก”
“พ่อรู้ดีว่าพ่อทำเรื่องผิดพลาดไว้มากมายในอดีตพ่อผิดเองที่ไม่เคยดูแลลูก ไม่เคยปกป้องลูก เพราะความอ่อนแอของพ่อเอง พ่อรู้ว่าไม่มีอะไรจะลบล้างความผิดเหล่านั้นได้ แต่พ่ออยากจะขอร้องลูก ให้โอกาสพ่อได้แก้ตัวอีกสักครั้งนะลูกนะ” คณินย่อตัวลงตรงหน้ารถเข็นพริริสา จับมือลูกสาวมากระชับไว้แน่นถ่ายทอดความรู้สึกที่พ่อคนหนึ่งจะมอบให้ลูกได้ สายตาคณินเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งรักและรู้สึกผิดต่อลูกสาว “ขอโอกาสให้พ่อสักครั้ง”
พริริสาน้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด “ความรักจากพ่อแท้ๆ”
“อย่ากักขังตัวเองอยู่กับอดีตอีกเลยนะลูก ถ้าหนูไม่มีความสุขเพราะเรื่องที่ผ่านมา แม่ คามินและท่านพ่อก็จะไม่มีความสุขไปด้วย” พริริสาหันไปมองพีรดาด้วยดวงตาที่อ่อนล้า ก่อนจะหันกลับมาหาคณิน
พริริสาค่อยๆดึงมือตัวเองออกจากมือคณินที่กุมมือตนไว้ คณินชะงักไปไม่แน่ใจว่าพริริสาจะยอมยกโทษให้ตัวเองหรือเปล่า
ภาพอดีตย้อนกลับมา คณินตกใจรีบเข้าไปประคองพริริสาไว้ ไม่ให้หน้าคะมำ“ริสาไม่เป็นไรนะลูก” พริริสามองหน้าคณินอย่างงุนงงเพราะไม่เคยเจอกับพ่อมาก่อน “นี่พ่อเอง พ่อของหนูไง” คณินดึงพริริสามากอดไว้
พริริสาจ้องมองคณินอย่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจ “จากนี้ไปริสาจะเชื่อแม่ จะไม่นึกอดีตที่ผ่านมาอีก” พริริสายกมือขึ้นไหว้คณินทั้งน้ำตา “ริสาขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำไม่ดีกับพ่อกับครอบครัวของพ่อ ริสาขอโทษค่ะ”
คณินดีใจอย่างที่สุด เอื้อมไปโอบกอดพริริสาเอาไว้อย่างอ่อนโยน “ริสาลูกพ่อ พ่อขอบใจ ขอบใจหนูจริงๆ”
พีรดาน้ำตาไหลออกมา คามินเข้าไปยืนข้างๆจับมือพีรดาไว้ ทั้งคู่มองภาพสองพ่อลูกที่เข้าใจกันอย่างรู้สึกสบายใจและมีความสุขตามไปด้วย

บริเวณบ้านกานดา กานดายืนคุยโทรศัพท์สีหน้าเครียดที่ด้านนอก บ้านแม้หลังใหญ่แต่ดูเก่าและทรุดโทรมเพราะปล่อยทิ้งไว้ไม่มีใครอยู่มานาน “พวกแกฝันไปเถอะว่าจะได้เงินจากฉัน ถ้าพวกแกโทรมาอีก ฉันจะให้ตำรวจลากคอพวกแกเข้าตะรางให้หมด อย่าคิดนะว่าฉันจะทำไม่ได้ อย่าโทรมาอีก” กานดากดสายทิ้งอย่างโมโห
กรนันท์เดินผ่านสนามที่หญ้าขึ้นรก กระถางต้นไม้ล้มหงายระเกะระกะ อย่างแขยง “แม่คะ”
“เกรซ แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาที่นี่”
“ยังไงเกรซก็ต้องมา จนกว่าคุณแม่จะกลับไปด้วยกัน กลับไปอยู่บ้านเราเหมือนเดิมเถอะนะคะ” กานดาเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้าน กรนันท์รีบเดินตาม“บ้านหลังนี้ทั้งเก่าทั้งโทรม สวนก็ดูไม่ได้ แถมไม่มีคนใช้ คุณแม่อยู่เข้าไปได้ยังไง”
“ยังไงบ้านนี้ก็เป็นของแม่ ไม่ใช่ของคนอื่น”
“บ้านบูรพเกียรติก็เป็นบ้านคุณแม่เหมือนกันนะคะ คุณแม่ไม่รักคุณพ่อแล้วเหรอคะ ถึงไม่ยอมกลับไป”
กานดาได้ยินก็ยิ่งแค้นใจ กัดฟันพูดกับลูก “เคยรัก รักมากจนคิดว่าวันหนึ่งจะเอาชนะผู้หญิงคนนั้นได้ แต่ก็เปล่าประโยชน์” กานดาไม่อยากพูดให้เจ็บปวดอีก “ยังไงแม่ก็ไม่กลับ ที่นั่นไม่ใช่ที่ของแม่อีกแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงยังไงแม่ก็ไม่ยอมหย่ากับพ่อเราง่ายๆ ถ้าอยากจะหย่าก็ให้ไปฟ้องหย่าเอา”
“คุณแม่ไม่ยอมกลับไปแล้วเกรซจะทำยังไงล่ะคะ ตอนนี้เกรซทำอะไรก็ผิดไปหมด ที่บ้านคุณปู่คุณย่าก็เอาแต่ถามถึง พูดถึงแต่นังริสา ตอนนี้เกรซกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว”
กานดาได้ฟังก็ยิ่งเจ็บแค้นแทนลูก “ตอนนี้ทุกคนคงเห็นมันเป็นนางฟ้านางสวรรค์กันไปหมด งั้นก็ให้มันเป็นนางฟ้าสมใจ ทำตามที่แม่บอกแล้วลูกจะได้ทุกอย่างคืนมา”
กรนันท์แปลกใจว่ากานดาจะให้ตนทำอะไร

ห้องทำงานเอกสิทธิ์ เอกสิทธิ์ตบบ่าธีภพอย่างเป็นห่วง “หายดีแล้วสินะ”
“ขอบคุณครับที่เป็นห่วง”
“แผลที่ตัวนิดเดียวเท่านั้นล่ะครับผู้การ รักษาไม่นานก็หาย แต่แผลใจ ที่ทำให้เจ้าหญิงบาดเจ็บหนักนี่ไม่รู้หายหรือยัง” ธีภพเหวี่ยงศอกเข้าที่สีข้างอธิรุธ อธิรุธจุก แต่ไม่กล้าร้องดัง “โอ๊ย!”
“อาการเจ้าหญิงดีขึ้นมากแล้ว ผมก็เลยเรียกพวกคุณมาคุยเรื่องงานของเรา”
“นี่เขายังจะให้พวกเราทำงานอีกเหรอครับ”
เอกสิทธิ์มองอธิรุธอย่างระอาที่ชอบพูดจาเรื่อยเปื่อย อธิรุธรู้ตัวรีบสงบปากสงบคำลง
ธีภพจริงจัง “ผมยินดีทำงานนี้ต่อครับผู้การ”
“ถึงจะเกิดเรื่อง แต่ทางไทรจีสก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกัน เพราะเขาคงรู้ว่าไม่มีใครดูแลเจ้าหญิงได้ดีไปกว่าคุณแล้วล่ะมั้ง”
ธีภพเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน “ผมสัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องอะไรกับเจ้าหญิงได้อีก”
เอกสิทธิ์เห็นธีภพจริงจังก็เข้าใจ “งั้นผมก็ฝากงานนี้ด้วยแล้วกัน คุณก็ด้วยผู้กอง”
“ครับผม” อธิรุธตอบรับแข็งขันแต่ยังทำหน้าทะเล้นเหมือนเคย

ห้องพักฟื้น พริริสานั่งเหม่ออยู่ที่เตียง เพราะตั้งแต่รู้สึกตัวยังไม่เห็นธีภพมาหาตนสักครั้ง ตุ๊กตาแกะถูกยื่นมาข้างแก้ม พริริสาดีใจ “คุณภพ” พริริสาหันมาเห็นมิราเป็นคนถือตุ๊กตาก็หุบยิ้ม
“เห็นเหงาๆ ฉันก็เลยเอาตุ๊กตาตัวโปรดมาให้ แต่สงสัยคนเจ็บจะอยากเจอคนที่ให้ตุ๊กตานี่มากกว่า”
พริริสานึกน้อยใจที่ธีภพหายไป “ฉันไม่ได้อยากเจอใคร ก็แค่เบื่อๆอยู่แต่ในห้องแบบนี้”
“งั้นก็ออกไปแก้เบื่อกัน” มิรายิ้มกว้างอย่างมีแผนในใจเซอร์ไพร์สพริริสา

มิราเข็นรถที่พริริสานั่งมาตามทางเดิน มิราเห็นเรื่องระหว่างพริริสาและบูรพเกียรติคลี่คลายก็สบายใจ “ตอนนี้ก็หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะริสา”
“พูดเป็นคนแก่เชียว”
“ก็มันจริงนี่ เรื่องในอดีตที่ทำให้ทุกข์ใจมานานก็จบแล้ว จากนี้ถึงเวลาที่จะมีความสุขได้สักที”
พริริสายิ้มได้ไม่เต็มที่นัก แม้จะเข้าใจกับพ่อแท้ๆแล้ว แต่ก็ยังเหลือเรื่องของหัวใจที่ยังค้างคาอยู่ “ถ้ามันเป็นแบบนั้นได้ก็ดีสิ” มิราอมยิ้มมีแผนในใจอยากให้เพื่อนมีความสุขจึงหยุดเดิน ปล่อยมือจากรถเข็น พริริสาไม่ได้หันไปมอง “หยุดทำไมล่ะ อย่าบอกนะว่าเมื่อยแล้ว”
มือธีภพมาจับที่แฮนด์รถเข็นที่ด้านหลังพริริสาแทนและเข็นไปต่อ พริริสาไม่ได้คิดอะไรปล่อยให้ธีภพเข็นรถต่อไป อธิรุธเดินเข้ามามิราที่ยืนมองธีภพเข็นรถให้พริริสาแทนตน “ขอบคุณนะครับที่ช่วยเพื่อนผม”
“ฉันก็ช่วยเพื่อนฉันเหมือนกันนั่นล่ะ”
“งั้นเรามาทำอะไรเพื่อตัวเราเองบ้างดีไหมคุณ” อธิรุธยื่นมือมาจับบ่ามิรา ส่งสายตากรุ้มกริ่ม
มิราตีมืออธิรุธอย่างแรงไม่ยอมให้จับ
ธีภพเข็นรถให้พริริสามาเงียบๆ
“ตกลงจะพาฉันไปไหนกันแน่มิรา “
“คุณอยากไปไหนล่ะ ผมจะได้พาไปถูก” พริริสาได้ยินเสียงธีภพก็ดีใจมาก จะลุกขึ้นแต่รู้สึกเจ็บแผลขึ้นมา ธีภพรีบเข้าไปประคองไว้ “อย่ารีบลุกสิ”
“ฉันไม่เป็นอะไร แล้วคุณละคะ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” พริริสาเห็นธีภพเป็นปกติดีทุกอย่างก็ดีใจ พริริสาเผลอตัวยกมือจับที่หน้าธีภพเพื่อมองให้เต็มตา
เธอนึกถึงตอนที่ธีภพตัดสินใจถ่ายเทอากาศให้พร้อมถ่ายทอดความรู้สึกที่ต้องการปกป้องเธอไว้อย่างสุดชีวิต แม้ตัวเองจะบาดเจ็บอยู่เช่นกัน
ธีภพยกมือจับมือพริริสาที่จับหน้าตนไว้ “ถ้าผมเป็นอะไร จะมายืนตรงนี้ได้เหรอ”
ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กันด้วยสายตาที่มีความหมาย พริริสางอนขึ้นมา “แต่คุณก็หายหน้าไปเหมือนไม่ห่วงฉันสักนิด”
“คุณไม่รู้หรอกว่าผมห่วงคุณแค่ไหนริสา”
กรนันท์เดินถือช่อดอกไม้เข้ามา สายตากรนันท์จ้องมองพริริสาอย่างเกลียดชัง กรนันท์ปั้นหน้าก่อนเรียก“พี่ภพคะ” ธีภพและพริริสาหันไปเห็นกรนันท์ ก็ผละจากกัน ธีภพประคองพริริสาให้นั่งลงที่รถเข็น กรนันท์เดินตรงเข้ามาหาพริริสา เปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าสร้อย “เกรซมาเยี่ยม...พี่ริสาค่ะ”
พริริสาประหลาดใจที่กรนันท์เรียกตนว่าพี่

ห้องพักฟื้น กรนันท์ยอมย่อตัวทำความเคารพพริริสา ก่อนส่งดอกไม้ให้พริริสารับไว้
พริริสาท้วง “คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้”
มิรารับช่อดอกไม้จากพริริสาไปวางไว้ให้อีกด้าน พลางมองกรนันท์อย่างไม่วางใจ
“คุณพ่อบอกว่าเกรซเป็นน้อง อีกอย่างพี่ริสาก็เป็นถึงเจ้าหญิงของไทรจีสเกรซล่วงเกินพี่เอาไว้มาก พี่ริสายกโทษให้เกรซด้วยนะคะ” กรนันท์ตีหน้าเศร้าให้ดูน่าสงสาร “ตอนนี้คุณแม่ก็ย้ายออกจากบ้านบูรพเกียรติ คงไม่กลับไปอีกแล้ว เกรซสับสนไปหมด เพราะพวกเราทำไม่ดีกับพี่ไว้มาก เจ้าชายคามิน พี่ภพ ก็พากันโกรธเกลียดเกรซไปหมด เกรซไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”
พริริสาเห็นกรนันท์คร่ำครวญก็สงสาร มาถึงตอนนี้กรนันท์ก็เป็นน้องสาวคนหนึ่งของตน พริริสาเอื้อมมือไปจับมือกรนันท์อย่างเห็นใจ “แต่คุณก็ยังมีคุณพ่อ คุณปู่ คุณย่าที่รักคุณมากนะ”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 15/3 วันที่ 25 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ