อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 2 วันที่ 15 ส.ค.59

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 2 วันที่ 15 ส.ค.59

เสือกาจถ่อเรือมาพักกลางทาง กระถินพยศมาตลอดทาง ร่ำร้องแต่จะกลับบ้าน...กลับบ้าน จนทนไม่ไหวร้องไห้ตะโกน “กูจะกลับบ้าน”

เสือกาจสอนกระถินอย่างเสือว่า

“ลูกไอ้เสือกาจต้องไม่หลั่งน้ำตาง่ายๆ หลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตา เข้าใจไหม” กระถินยิ่งร้องไห้ตะโกนว่ากูคิดถึงบ้าน เสือกาจย้ำว่า “น้ำตาไม่ได้มีไว้ให้ศัตรู ถ้ามึงยอมร้องไห้ต่อหน้าศัตรู แปลว่ามึงแพ้เข้าใจไหม” กระถินเช็ดน้ำตานั่งเงียบ เสือกาจขู่ว่า “ถ้ากูเห็นน้ำตา กูจะไม่พามึงกลับไป อยากกลับบ้าน จงเก็บน้ำตาของมึงไว้อย่าให้ใครเห็น”

กระถินฮึด พยายามกลั้นน้ำตาคิดแค้นว่าเสือกาจคือศัตรูจะให้เห็นน้ำตาไม่ได้ เสือกาจถ่อเรือจนบ่ายก็มาจอดเยื้องๆ ท่าน้ำของคฤหาสน์นารายณ์ กระถินหาว่าเสือกาจหลอกตนว่าจะพากลับบ้าน เสือกาจบอกว่ากลับแน่แต่ต้องไม่ใช่แค่สองคน พอดีพุดกรองออกมายืนที่ท่าน้ำ เสือกาจจิกตามองบอกกระถินว่า



“เราจะกลับไป ต่อเมื่ออีนังคนนั้นมันยอมไปกับเรา”

ที่คฤหาสน์นารายณ์กำลังตึงเครียด เพราะเรือขนถ่ายสินค้าของคุณพระถูกปล้น คุณพระแค้นใจที่ถูกล้วงคองูเห่า สั่งให้แจ้งกองปราบจับโจรปล้นเข้าตะรางให้ได้

พุดกรองกลัวว่าจะเป็นฝีมือของเสือกาจที่ตามมาแก้แค้นตน แอบเรียกทด ทนายของห้างราชภักดีมาถามเรื่องเสือกาจที่แหกคุกออกมา สั่งว่าถ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเสือกาจให้รีบบอกตนเป็นคนแรก ทดบอกว่าไม่ต้องห่วง ทุกคนที่นี่จะต้องปลอดภัย

นอกจากนี้พุดกรองยังเรียกละมุดไปแอบคุยกันที่ใต้ต้นไม้ สั่งให้ละมุดคอยสอดส่องให้ด้วย ตนกลัวเสือกาจมาล้างแค้น ถ้าความแตกคุณพระรู้กำพืดของตนชีวิตตนคงจบลงตรงนี้

หารู้ไม่ว่าบนต้นไม้ใหญ่ กระถิ่นแอบเอาจดหมายของเสือกาจเข้ามา โดยเสือกาจหลอกว่าเสร็จแล้วจะพากลับบ้าน กระถินได้ยินพุดกรองคุยกับละมุดทั้งหมด พอละมุดไป กระถินก็กระโดดลงจากต้นไม้กดไหล่ไม่ให้พุดกรองหันมองตน

พริบตาเดียว กระถินก็วิ่งแผล็วหายไปไวราวปรอท พอพุดกรองพลิกตัวกลับมาเห็นแต่จดหมายฉบับหนึ่งวางไว้ พอแกะออกดูถึงกับผงะเมื่อเห็นลายมือและเครื่องหมายสัญลักษณ์รอยสักของเสือกาจอย่างเด่นชัด!

ooooooo

กระถินวิ่งแผล็วตัดสวนหลังบ้านไปยังศาลาท่าน้ำที่รามกำลังเล่นกับหมาอยู่ รามเห็นอะไรแว้บๆ ร้องถามว่าใคร ไม่มีเสียงตอบแต่ได้ยินเสียงโดดน้ำตูม แล้วเงียบไป รามคิดว่าต้องมีคนมาบุกรุกแน่

กระถินว่ายน้ำราวกับปลากลับมาถึงเรืออย่างเร็ว เสือกาจถามว่าเรียบร้อยไหม กระถินพยักหน้าแล้วปราม

“มึงอย่าผิดคำพูดกูอีกเชียว กูจะกลับบ้านวันนี้!!”

ฝ่ายพุดกรองเอาจดหมายกลับไปที่ห้องนอนปิดประตูหน้าต่างกระทั่งม่านหน้าต่าง คลี่จดหมายอ่านอย่างหวาดกลัว

“อีพุดกรอง...ข้าปล่อยให้เอ็งระเริงสุขอยู่นานเกินไป ใครที่มันหักหลังเสือกาจไม่เคยมีชีวิตเหลือรอดอยู่ได้ ข้าจะให้โอกาสเอ็งชดใช้ความผิดที่ทำลงไป หกโมงเย็นวันนี้ เอ็งต้องกลับไปเป็นเมียไอ้เสือกาจ ถ้าหากเอ็งไม่มา ข้าจะบุกไปคิดบัญชีเอ็งกับไอ้ชายชู้ที่เอ็งสมสู่อยู่....เสือกาจ”

เสียงนาฬิกาบอกเวลาหกโมงพอดี พุดกรองผวากระโดดขึ้นซุกตัวบนเตียงอย่างหวาดกลัวรามสงสัยว่าจะมีคนบุกรุก เขาเดินไปดูที่ท่าน้ำ ถามจอมคนสวนว่าเรือใครมาจอดอยู่นั่น จอมคาดว่าเป็นเรือชาวบ้าน เร่งรามให้ขึ้นตึกเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวคุณท่านจะโมโหอีก จอมเดินกลับไปแต่รามซ่อนตัวอยู่หลังตุ่มพอปลอดคนแล้วจึงเดินไปที่ท่าน้ำ เห็นเรือเสือกาจมาเทียบศาลาท่าน้ำแล้ว รามแอบฟังเสือกาจกับกระถินเถียงกัน

กระถินถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม เสือกาจบอกว่าจะพามาหาแม่ กระถินบอกว่าตนไม่อยากได้

“ก็เพราะมึงไม่มีแม่ ถึงไม่เต็มคนอย่างนี้ไง ข้าจะหาแม่ให้ แล้วเราสามคนจะกลับไปด้วยกัน”

“กูไม่เอา” กระถินเสียงแข็ง

รามได้ยินทั้งหมด เขาจะออกไปหาเสือกาจแต่จอมเดินมาจุดตะเกียงรามจึงซ่อนตัวแอบฟัง จอมเจอเสือกาจถามว่าเป็นใคร ทำไมมาค่ำๆ มืดๆ เสือกาจบอกว่าตนเป็นพี่ชายพุดกรองให้ไปบอกพุดกรองว่าพี่ชายมาหา จอมจะเดินกลับไปก็พอดีพุดกรองมาถึงไล่จอมจะไปไหนก็ไปตนจะคุยธุระตรงนี้ รามจึงซุ่มเงียบกริบเงี่ยหูฟัง

พุดกรองเอาเงินมาฟาดหัวเสือกาจ เสือกาจไม่ต้องการเงินแต่จะมาปล้นตัวไป ด่าพุดกรองว่าทรยศทิ้งตนทิ้งลูกมา พุดกรองโต้ว่ากระถินเป็นลูกเขาไม่ใช่ลูกตน

“ถ้าวันนี้กู ‘ไอ้เสือกาจ’ ชิงตัวมึงกลับไปไม่ได้ กูก็จะยอมสิ้นชื่ออยู่ที่นี่”

เสือกาจคว้าตัวพุดกรองไป พุดกรองขัดขืน เสือกาจถามว่าจะไปดีๆ หรือจะเอาชีวิตทิ้งไว้ที่นี่ กระถินสงสารพุดกรองเข้าดึงยื้อยุดกันกับเสือกาจ ทันใดนั้นแม่หมาวิ่งออกมาเห่ากรรโชก รามห่วงแม่หมาจะออกไปเรียก

คุณพระศานต์ได้ยินเสียงหมาเห่าถามจอมที่กลับมาพอดีว่าหมาเห่าอะไร จอมบอกว่าคงตื่นคน เพราะคุณผู้หญิงกำลังคุยกับพี่ชาย คุณพระสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินว่าพุดกรองมีพี่ชายมาก่อน

แม่หมายังคงเห่าไม่หยุด เสือกาจควักปืนออกมาจะยิง รามตกใจวิ่งพรวดออกไปห้าม เสือกาจหันปืนมาทางรามยิงขู่ไปหนึ่งนัดบอกว่าเรื่องของครอบครัว ใครไม่เกี่ยวถอยไป รามเบี่ยงตัวหลบกระสุนยืนจ้องหน้า

เสือกาจไม่ถอย กระถินตกใจปล่อยมือพุดกรอง คุณพระได้ยินเสียงปืน คว้าปืนวิ่งไปหลังบ้านกับทด

คุณพระไปถึงเห็นเสือกาจกำลังฉุดลากพุดกรองจึงวิ่งเข้าไปช่วย บอกเสือกาจว่าถ้าต้องการเงินก็ปล่อยเมียตนเสีย

“มึงนั่นแหละคืนเมียกูมา” เสือกาจจะยิงคุณพระ รามพุ่งเข้าผลักพ่อพ้นทางปืน ทดยิงไปถูกไหล่เสือกาจแล้วทั้งคุณพระและทดก็ระดมยิงเสือกาจจนตกจากท่าน้ำแล้วตามยิงลงไปในน้ำอีก

“ไอ้กาจ!!!” กระถินร้องสุดเสียง

เสือกาจไม่โผล่อีกเลย คุณพระบอกให้คนไปงมศพขึ้นมาอย่าให้มันรอดไปได้

“ไอ้กาจ กลับมา ไอ้กาจมึงอยู่ไหน” กระถินมองหาและร้องเรียกไม่ขาดปาก คุณพระถามว่าเด็กนี่เป็นใคร พุดกรองบอกว่าลูกเสือกาจตามพ่อมันมา รามที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วจ้องพุดกรองที่พูดโกหก พุดกรองใจไม่ดีรีบชวนคุณพระขึ้นบ้าน

ooooooo

เมื่อไปนั่งกันที่ห้องรับแขก คุณพระให้พุดกรองเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พุดกรองตีหน้าเศร้าเล่าว่าเสือกาจแอบอ้างเป็นพี่ชายตนและพยายามจะฉุดตนไป

รามพากระถินเข้ามา ขัดขึ้นว่าเสือกาจมาฉุดเพราะเธอเคยเป็นเมียมันมาก่อน เสือกาจตั้งใจจะมารับเมียกลับบ้านทำไมไม่บอกคุณพ่อด้วย พุดกรองหาว่ารามใส่ความ ตนไม่รู้จักกับเสือกาจด้วยซ้ำ รามจึงให้กระถินเป็นพยานถามว่าพุดกรองเป็นแม่ใช่ไหม แต่กระถินเกิดมาไม่เคยเห็นหน้าแม่ สั่นหัวบอกว่าไม่รู้

พุดกรองถูกสาวไส้หมดเปลือก เมื่อทดพาผู้กองทวีศักดิ์ที่มาสืบเรื่องเรือคุณพระถูกปล้นเข้ามายืนยันว่าพุดกรองเป็นเมียเสือกาจ

ผู้กองทวีศักดิ์เล่าถึงเหตุการณ์ที่สุขศาลาเมื่อเกือบสิบปีก่อนให้ฟัง เชื่อว่าที่เสือกาจมาที่นี่มีเหตุผลเดียวเท่านั้นคือมาทวงเมียคืน ผู้กองเล่ารายละเอียดว่า

“ผมจับเสือกาจได้ในวันที่เมียมันคลอดลูกพอดี” ผู้กองมองที่คอกระถินเห็นจี้ทองที่คอ จับขึ้นมาดูบอกพุดกรองว่า “จี้อันนี้ยืนยันได้อย่างดีว่าเด็กคนนี้เป็นลูกเสือกาจกับเธอ”

เมื่อพยานหลักฐานแน่นหนาชัดเจนเช่นนี้ คุณพระสั่งทดให้จัดการประสานเรื่องคดีปล้นเรือกับผู้กองแทนตนด้วยแล้วหุนหันขึ้นข้างบน รามสะใจไล่พุดกรองออกจากบ้าน พุดกรองดิ้นเฮือกสุดท้ายประกาศว่าตนจะไปก็ต่อเมื่อคุณพระออกปากไล่เท่านั้นแล้วตามคุณพระขึ้นข้างบน

พุดกรองพลิกลิ้น ใช้ทั้งเล่ห์มารยา ยอมรับว่าตนเป็นเมียเสือกาจจริงแต่เพราะถูกเสือกาจฉุดไป คุณพระไม่เชื่อ พุดกรองใช้ไม้ตายออดอ้อนว่าถ้าคุณพระไม่เห็นแก่ตนก็ขอให้เห็นแก่เด็กในท้อง คุณพระชะงักเมื่อรู้ว่าพุดกรองท้อง เจ้าหล่อนก็ทำท่าว่าเมื่อทุกคนรังเกียจ ตนก็จะไปตายเอาดาบหน้าพลางจะลุกไป คุณพระจับมือพุดกรองไว้ รามรับไม่ได้ เพราะคุณพระเคยสัญญาว่าจะไม่มีลูกใหม่ ต่อว่าอย่างเจ็บปวดว่า

“คุณพ่อผิดสัญญา รามเกลียดคุณพ่อ”

พุดกรองโล่งใจที่ตนพลิกเกมได้อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง! แต่ไม่หยุดแค่นี้ สั่งละมุดให้หาทางเฉดกระถินออกไปจากบ้านนี้อย่าให้เป็นหนามยอกอกมาทำลายชีวิตตน ละมุดจึงวางแผนหลอกกระถินไปดูศพเสือกาจที่ถูกกองปราบจับแขวนประจานที่ตลาด กระถินหลงกล เลยถูกละมุดพาทิ้งที่ตลาด

ส่วนคุณพระ เมื่อจัดการความขัดแย้งระหว่างรามกับพุดกรองไม่ได้ เกรงจะกระทบกระเทือนถึงลูกตนในท้องพุดกรอง จึงปรึกษาแม่นิ่มในห้องสมุดว่า จะส่งรามไปเรียนต่างประเทศ แม่นิ่มติงว่ารามยังเด็ก อย่างน้อยก็ให้จบชั้นมัธยมก่อน ขอเวลาอีกสามปีเท่านั้น คุณพระจำต้องยอม แต่รามต้องปรับตัวเองถ้าปรับตัวไม่ได้ก็จะส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ

แม่นิ่มเดินออกจากห้องสมุดเจอพุดกรองที่มาแอบฟังอยู่ พูดใส่หน้าแม่นิ่มว่า “แล้วเธอจะต้องเสียใจที่รั้งรามไว้ที่นี่”

“อย่าคิดว่าลูกเธอจะมาแทนที่รามได้ ทายาทของคฤหาสน์นารายณ์ยังไงก็ต้องเป็นราม” แม่นิ่มเสียงแข็ง

ขณะนั้นเองจันทร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่ากระถินหายไป ไม่ได้จมน้ำแต่ไม่รู้ว่าหายไปไหน แม่นิ่มเป็นห่วงเกรงกระถินจะได้รับอันตราย แต่พุดกรองกลับพูดอย่างสะใจว่า

“พวกเหลือบไร ไปซะได้ก็ดี แค่นี้ก็มีแต่พวกเหลือขอเต็มบ้าน”

แม่นิ่มไม่พอใจ แต่เป็นห่วงกระถิน จึงรีบออกไปตามหา

แม่นิ่มออกไปตามหาเจอกระถินกำลังวิ่งข้ามถนนเกือบถูกรถชนตกใจหมดสติไป แม่นิ่มรีบพากระถินกลับบ้าน พุดกรองกำจัดกระถินไม่ได้ก็คิดแผนร้ายยิ่งขึ้น สร้างสถานการณ์ว่ากระถินทำให้ตนแท้ง เชื่อว่าคุณพระไม่เอาไว้แน่

กระถินรู้ตัวว่าสร้อยกับจี้ทองหายขณะถูกเอาไปทิ้งไว้ที่ตลาด แต่หาไม่เจอคิดว่าคงหล่นที่บ้าน พอรู้สึกตัวก็ลุกจากเตียงรีบไปหาที่สวนหลังบ้าน เจอลูกหมาวิ่งเล่นอยู่ก็อุ้มขึ้นเพื่อมองหาสร้อย รามมาเจอก็ไม่พอใจ สั่งให้ปล่อยลูกหมาของตนเดี๋ยวนี้ กระถินโมโหผลักรามล้ม สร้อยและจี้ทองร่วงจากกระเป๋ากางเกง กระถินพุ่งไปคว้าด่ารามว่าหัวขโมยฉวยของตนไป พอรามจะลุกกระถินเหยียบไว้ แม่นิ่มวิ่งมาสั่งกระถินให้ปล่อยรามเดี๋ยวนี้

เมื่อแม่นิ่มห้ามไม่อยู่จึงเรียกจันทร์ให้มาช่วยแยกทั้งสองออกจากกัน แม้ตัวจะถูกแยกไปแต่ทั้งกระถินและรามยังจิกตาใส่กัน ไม่มีใครยอมใคร

เมื่อถูกคุณพระเรียกไปสอบถาม กระถินฟ้องว่ารามขโมยสร้อยตน รามอ้างว่าสร้อยเส้นนั้นมีจี้ทองลายเดียวกับรอยสักของเสือกาจตนจะเอาไปให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานในการตามล่ามัน คุณพระตัดบทว่าเหลวไหลป่านนี้เสือกาจคงตายไปแล้ว

คุณพระเห็นท่าทางไม่ยอมคนของกระถินถามว่าปีนี้อายุเท่าไรแล้ว กระถินชูนิ้วบอกว่าแปดขวบ

“นับเลขเป็นฉลาดใช้ได้ แปดขวบอยู่ในเกณฑ์ต้องเรียน ให้อยู่เสียที่นี่ จับส่งเรียนหนังสือจะได้เป็นผู้เป็นคนกับเขา”

รามและพุดกรองทำเสียงรับไม่ได้ แต่แม่นิ่มเสนอตัวขอเป็นคนดูแลกระถินเอง รามทนไม่ได้ต่อว่าคุณพระว่า ทีลูกโจรคุณพ่อรับเลี้ยงไว้แต่กลับขับไล่ไสส่งลูกตัวเองให้พ้นจากบ้าน พอมีลูกใหม่คุณพ่อก็ลืมตน ตะโกนอย่างน้อยใจว่า

“เมื่อเกลียดลูกคนนี้นัก ลูกก็จะไป แล้วจะไม่กลับมาให้รกหูรกตาคุณพ่ออีกเลย”

พุดกรองสะใจที่เฉดรามออกไปได้ ส่วนกระถินนั่งมองตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

เมื่อแม่นิ่มรับดูแลกระถินแล้ว ก็เตรียมเอาเข้าโรงเรียน ตั้งชื่อกระถินเป็นมินตรา ซึ่งแปลว่าต้นกระถิน และให้ใช้นามสกุลราชภักดี ซึ่งเป็นนามสกุลของแม่นิ่มเอง

กระถินตั้งใจฝึกเรียนเขียนอ่านมาก แม่นิ่มก็ขัดเกลานิสัยใจคอให้มีกิริยามารยาทที่ดี นับวันเป็นที่รักและเอ็นดูของผู้ใหญ่ ยกเว้นพุดกรองและละมุดที่คิดหาวิธีเฉดหัวกระถินไปให้พ้นหูพ้นตา

ละมุดถามว่าเมื่อไหร่พุดกรองจะลงมือตามแผนการสักที พุดกรองสบโอกาสเมื่อกระถินไปขัดบันไดท่าน้ำแกล้งทำเป็นลื่นขณะไปลงเรือ ละมุดถือห่อเลือดสัตว์ตามมาสาดเลือดสัตว์แดงฉานทำทีว่าพุดกรองแท้ง แล้วรีบส่งข่าวให้คุณพระที่อยู่ปีนัง คุณพระรีบกลับมาเห็นพุดกรองตีหน้าเศร้าเสียใจจึงปลอบว่า

“ไม่เป็นไรนะ ถึงไม่มีลูกคนนี้ เราก็ยังมีอีกคนได้” พุดกรองมองแปลกใจ คุณพระบอกว่า “กระถินลูกเธอนั่นไงเราจะใช้ความรักความเมตตา ถอดเขี้ยวเล็บของ ‘ลูกเสือ’ ตัวนั้นให้กลายมาเป็น ‘ลูกสาว’ของเธอ”

พุดกรองผิดหวังแทบลมจับ แทนที่คุณพระจะโกรธจนเฉดหัวกระถินออกไปกลับจะให้รับเป็นลูก!

4 ปีต่อมา กระถินในวัย 12 ปี ได้รับการขัดเกลาจนเรียบร้อยและเรียนการบ้านการเรือนอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการร้อยมาลัย กระถินร้อยได้สวยจนคุณยายเอมปรีดิ์มอบหน้าที่ให้กระถินร้อยมาลัยไหว้ประไพแม่ของรามทุกปี

ooooooo

พุดกรองหาเรื่องแกล้งกระถินหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ไม่สามารถทำอะไรกระถินได้ จึงแกล้งทำตุ้มหูหล่นหายให้กระถินช่วยหา พอกระถินหาเจอก็หาว่าขโมย ท้าว่าถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องพิสูจน์

ว่าแล้วพุดกรองก็เอาตุ้มหูทับทิมคู่นั้นขว้างออกไปนอกหน้าต่าง คาดโทษว่าถ้าตนกลับมายังไม่ได้ตุ้มหูคืนแสดงว่าไม่ได้บริสุทธิ์ใจจะช่วยหา และเตรียมออกจากบ้านนี้ไปได้เลย

ขณะนั้น รามในวัย 19 ปีจบจากโรงเรียนประจำแล้ว โตเป็นหนุ่มหล่อมาดขรึม นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวน จู่ๆ ก็มีตุ้มหูข้างหนึ่งหล่นมาที่ถ้วยชา รามสงสัยว่ามาจากไหน

รามเหลียวมองเห็นพุ่มไม้ขยับไหวก็คิดว่าหมาของตนอยู่ที่นั่นเดินไปดูเห็นกระถินกำลังมุดหาตุ้มหูของพุดกรอง กระถินถามว่าเห็นตุ้มหูอันใหญ่ของคุณผู้หญิงไหม รามตอบเสียงกระด้างว่าไม่เห็น แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะขยับถ้วยชาบังตุ้มหูไว้ไม่ให้กระถินเห็น ไล่กระถินไปหาว่าทำให้ตนไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ

พุดกรองกลับมารู้ว่ากระถินเพิ่งหาตุ้มหูได้ข้างเดียว ก็สะใจว่าคราวนี้ได้เฉดหัวกระถินออกไปสำเร็จแน่ ขณะกำลังข่มขู่กระถินนั้น คุณยายเอมปรีดิ์ แม่นิ่ม และรามมาเจอ คุณยายถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“เด็กคนนี้มันขโมยตุ้มหูของอิฉันค่ะ นี่ไงคะ”

พุดกรองเอาตุ้มหูข้างเดียวที่กระถิ่นหาเจอให้คุณยายดู คุณยายจำได้ว่าเป็นตุ้มหูที่ตนสั่งทำให้ประไพ ถามพุดกรองว่าเป็นของเธอแน่หรือ จำไม่ได้เลยว่าตนให้ไปตอนไหน จับผิดว่า “ถ้าเธอบอกว่าเป็นของเธอ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอไปรับของโจรมารึไง”

พุดกรองอึกอักเถียงไม่ออก ตั้งใจจะเล่นงานกระถินแต่กลับเข้าตัวเสียเอง คุณยายไม่คาดคั้นแต่ขอบใจที่ช่วยเอามาคืน แล้วเอาตุ้มหูข้างนั้นไปเลย พุดกรองแค้นที่กระถินรอดตัว ตัวเองไม่ได้ตุ้มหูคืนซ้ำยังเกือบถูกหาว่ารับของโจรอีกด้วย

พุดกรองกลับขึ้นบ้านอย่างแค้นใจบอกละมุดว่ากระถินกำลังแก้แค้นตน ละมุดชี้ว่าตอนที่คุณพระจะให้เอากระถินเป็นลูกเธอก็ไม่เอา ตอนนี้เป็นลูกแม่นิ่มก็เท่ากับเป็นหลานคุณท่าน เผลอๆ จะได้เป็นทายาทเทียบชั้นกับรามด้วย พุดกรองยิ่งคิดยิ่งแค้นหาทางที่จะเหยียบกระถินให้เป็นเบี้ยล่างตลอดไป

ฝ่ายกระถินถูกรามเยาะเย้ยว่าไปสร้างศัตรูกับคนอย่างพุดกรองไม่โง่ก็ต้องเรียกว่าอวดฉลาดไม่เข้าท่า แล้วยื่นจานแซนด์วิชจากถาดให้บอกให้กินให้หมดกระถินถูกบังคับให้กิน พอกัดก็สะดุ้งคายออกมาเห็นตุ้มหูทับทิมอีกข้างที่รามซ่อนไว้ในนั้น กระถินหาว่ารามแกล้งตน มองรามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแกล้งตนด้วย

กระถินกำตุ้มหูกลับไปที่เรือนพุดซ้อนเจอแม่นิ่มก็ยื่นให้ดู แม่นิ่มถามว่าเจอแล้วหรือ

“คุณรามเอาไปซ่อน เขาตั้งใจแกล้งให้คุณพุดกรองเข้าใจกระถินผิด” บ่นอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมคนที่นี่จงเกลียดจงชังตนนัก ตนไม่ได้เป็นคนเหมือนเขาหรือไง ทำไมตนถึงไม่มีชีวิตปกติสุขอย่างคนอื่นเขาเสียที

“กระถิน ฟังนะลูก คนเราเกิดมาโชคดีไม่เท่ากัน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา จะไปเรียกร้องให้คนอื่นเขารักเขาถนอมเราอย่างคนในครอบครัวเขาไม่ได้...ถ้ากระถินเป็นเด็กดี วันหนึ่งพวกเขาก็จะรักจะเมตตา เราต้องทำตัวคู่ควรให้คนอื่นรัก ด้วยการใช้ความดีความนอบน้อมค่อยๆ ซื้อใจ อย่าเพิ่งไปโทษที่เขาไม่เอ็นดูเรา แต่ต้องถามว่าตัวเรามีค่าพอจะให้เขารักได้ไหม อดทนนะ ความดีช่วยให้เราเอาชนะใจคนได้เอง”

“แม้แต่คุณพุดกรองงั้นเหรอ”

แม่นิ่มดึงกระถินเข้าไปกอดแต่ไม่ตอบ เพราะไม่แน่ใจว่าความดีจะซื้อใจคนอย่างพุดกรองได้แค่ไหน

ooooooo

นับวันพุดกรองก็ยิ่งวางอำนาจบาตรใหญ่ ดูถูกเหยียดหยามข่มเหงคนรับใช้จนแม่นิ่มทนไม่ไหว วันนี้พุดกรองหาว่าชบาที่เพิ่งมาเป็นคนรับใช้ประจำตัวทำถุงน่องขาด บังคับให้ชบาคาบถุงน่องไปทิ้ง

แม่นิ่มเข้าไปถามว่าทำอะไร พุดกรองตวาดว่าแม่นิ่มไม่เกี่ยว แม่นิ่มบอกว่าบริวารในเรือนทุกคนเป็นคนของคุณท่านขึ้นตรงกับตน เธอเองไม่มีสิทธิ์แตะต้อง พุดกรองกร่าง อ้างว่าตนเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 2 วันที่ 15 ส.ค.59

ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย นางแก้ว
ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่องเลือดรักทระนง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่องเลือดรักทระนง ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ