อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 2 วันที่ 9 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 2 วันที่ 9 ส.ค.59

ผีบุษกรรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าโยสิตามีแผนจะเข้าใกล้กฤตธรเพื่อสืบหาแผ่นจารึกที่หายไป เลยแอบไปปรากฏตัวให้เห็นในกลางดึกของคืนเดียวกันพร้อมประกาศกร้าว

“เจ้าไม่มีวันได้สมหวังหรอก ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน... เกศอาภา!”

และหลังจากก่อความแตกตื่นให้แก่โยสิตาแล้ว ผีร้ายก็บุกถึงบ้านกฤตธรเพื่อได้มองหน้าเขาอีกครั้ง

“ท่านพี่...ท่านพี่กลับมาหาน้องแล้ว ท่านพี่เห็นใจน้องแล้วใช่ไหม น้องรอคอยท่านพี่มาแสนนาน...นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่ต่อให้นานแค่ไหน หัวใจของน้องก็ยังภักดีต่อท่านพี่คนเดียว”



ภาพหญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดโบราณปรากฏขึ้นในความฝัน เสียงร้องเรียกและน้ำตาของเธอทำให้กฤตธรสะดุ้งตื่นกลางดึก ภาพหญิงสาวปริศนาคนนั้นหายไปแล้วเหลือไว้เพียงรอยยิ้มล้อเลียนของกวินทร์ที่แอบเข้ามาเพราะได้ยินเสียงเอะอะของพี่ชาย พร้อมกับแซวว่าเพิ่งเคยเห็นพี่ชายหมดฟอร์มและหน้าซีดเหมือนไก่ต้มเป็นครั้งแรก...

ooooooo

โยสิตาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อขับรถเข้าอาณาเขตบ้านนายจ้างคนล่าสุด กฤตธรรออยู่แล้วและเสนอตัวช่วยถือของอย่างเป็นกันเองแต่ช่างภาพสาวไม่ยอมเพราะนึกกระดากที่เขาเป็นเจ้านาย

กฤตธรไม่ถือสาท่าทางหยิ่งๆ นึกเอ็นดูมากกว่า ไม่ต่างจากกสินทร์ที่อดยิ้มกว้างด้วยความชอบใจไม่ได้ เมื่อเห็นว่าช่างภาพที่ลูกชายคนโตปลื้มและชื่นชมนักหนาเป็นผู้หญิง

“นายกฤตไม่ได้บอกว่าช่างภาพที่หามาได้เป็นผู้หญิง ฉันเลยแปลกใจนิดหน่อยน่ะ”

“คนทั่วไปมักรู้สึกว่างานถ่ายภาพเป็นงานของผู้ชาย แต่จริงๆแล้วผู้หญิงก็ทำงานนี้ได้ดีไม่แพ้ผู้ชายหรอกค่ะ”

“ความจริงฉันก็ไม่ได้เกี่ยงหรอกนะ ผู้ชายหรือผู้หญิง ฉันดูที่ผลงานมากกว่า”

“ถ้าอย่างนั้น...ดิฉันก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านค่ะที่กรุณาให้โอกาส”

“ในเมื่อนายกฤตเขามั่นใจ ทำไมฉันจะไม่มั่นใจล่ะ”

ท่าทางเต็มไปด้วยเมตตาของกสินทร์ทำให้โยสิตาแอบรู้สึกผิดและผิดคาดไม่น้อยที่เขาไม่ได้โหดร้าย หยาบกระด้าง ละโมบโลภมากและเย็นชาอย่างที่คิด

นอกจากท่าทางของกสินทร์ที่ทำให้แปลกใจแล้ว ของเก่ามากมายในห้องเก็บสมบัติก็ทำให้โยสิตาอดทึ่งไม่ได้ แม้จะถูกจัดหมวดหมู่และติดหมายเลขไว้เรียบร้อย แต่ก็มีจำนวนมากจนไม่น่าเชื่อว่าคนธรรมดาจะมีไว้ในครอบครอง

กสินทร์ไม่ทันสังเกตสายตาตรวจสอบและสงสัยของช่างภาพสาว มัวเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่าข้าวของมากมายเหล่านี้สะสมมาตั้งแต่เด็ก เงินทองที่หามาได้ก็หมดไปกับของพวกนี้และสาเหตุที่เธอต้องทำงานนี้ก็เพราะเขาคิดอยากจะทำพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว

“ความจริง...ไอ้เรื่องตัดภาระจากตัวน่ะง่ายนิดเดียว แค่ยกให้หน่วยงานรัฐไปดูแลก็จบ แต่หนูก็รู้...ของบางชิ้นในพิพิธภัณฑ์ของรัฐมันยังล่องหนได้ เผลอๆไอ้ที่เราดูๆกันก็อาจเป็นของปลอม”

โยสิตาพยายามข่มอารมณ์ไม่แสดงสีหน้าไม่เชื่อถือออกไปแล้วเดินชมข้าวของเพื่อกลบเกลื่อนอาการ กสินทร์เห็นดังนั้นเลยลากลูกชายคนโตไปคุยอีกห้องเพราะสัมผัสได้ว่ากฤตธรสนใจช่างภาพสาวเป็นพิเศษ

กฤตธรหน้าแดง ก่อนจะเล่าว่าโยสิตาเป็นผู้มีพระคุณเคยช่วยเก็บกระเป๋าไว้ให้ แต่กสินทร์ดูจะไม่ค่อยเชื่อ เพราะลูกชายคนโตไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้าน

“ไม่รู้สิครับคุณพ่อ กับคนนี้ผมรู้สึก...ผมบอกไม่ถูกเหมือนกัน”

“ก็ค่อยๆดูไป ถ้าไม่เคยทำบุญทำกรรมร่วมกันมาก็คงไม่ได้โคจรมาเจอกันในชาตินี้อีกหรอก”

“คุณพ่อเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ”

“ไม่มีความเห็นว่ะ แค่อาจารย์เกรียงแกพูดให้พ่อฟังบ่อยๆ”

ooooooo

ชื่อของเกรียงถูกแนะนำให้โยสิตารู้จักหลังจากนั้นว่าเป็นที่ปรึกษาด้านของเก่าและฮวงจุ้ยของกสินทร์ และเขาจะมาทำงานที่นี่ทุกวันในห้องเล็กๆที่ล็อกประตูไว้...

โยสิตาสำรวจจนทั่วก็ไม่เห็นวี่แววแผ่นจารึกโบราณ เลยคิดเองว่ามันอาจถูกซ่อนในห้องทำงานของเกรียงและเมื่อกฤตธรพาเข้าไป เธอก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นกำไลเสี้ยวซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นอีกครึ่งหนึ่งของกำไลที่เธอขุดพบเมื่อหลายวันก่อน

และก็เพราะกำไลเสี้ยวเจ้าปัญหานี่เองทำให้เธอเกือบหลุดพิรุธว่าเธอไม่ใช่แค่ช่างภาพธรรมดา แต่เป็นช่างภาพที่มีพ่อเป็นนักโบราณคดีแห่งกรมศิลปากร!

โยสิตาเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็หนีไม่พ้นการตามจีบของกฤตธรที่ออกตัวแรงเสนอตัวเป็นผู้ช่วย

“จะให้ผมเตรียมอะไรไว้ให้บ้าง คุณต้องการผู้ช่วยรึเปล่า”

“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันทำงานคนเดียวได้ ถนัดกว่าด้วยซ้ำที่ไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายใกล้ๆ”

“อ้าว...ตัดโอกาสหมดเลย ผมตั้งใจสมัครเป็นผู้ช่วยซะหน่อย เผื่อจะได้เรียนรู้วิชาถ่ายภาพจากคุณบ้าง”

ท่าทางกรุ้มกริ่มของเขาทำให้โยสิตาทำหน้าไม่ถูก เลยเลือกไม่ต่อปากต่อคำให้เข้าตัวมากไปกว่านี้ แต่กระนั้น...ก็ต้องใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อเขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเปิดประตูรถให้ ช่างภาพสาวเลยพูดไม่ออก ได้แต่ขับรถออกไปเงียบๆพร้อมความประทับใจลึกๆเพราะไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้มาก่อน

เรื่องของกฤตธรถูกปัดทิ้งทันทีที่โยสิตากลับถึงบ้านเพราะความสนใจของเธอตอนนี้คือกำไลเสี้ยวที่เธอพบในแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี อธินทำหน้าไม่อยากเชื่อเมื่อลูกสาวยืนยันว่าอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่กสินทร์

“เราจะสรุปเอาตามความรู้สึกไม่ได้หรอกนะโย แล้วลูกได้ถามเขาหรือเปล่าว่าเขาได้มายังไง”

“โยมัวตกใจน่ะค่ะเลยไม่ทันได้ถาม แต่พ่อคะ...โยแน่ใจว่าเราเข้าใกล้ศิลาจารึกแผ่นนั้นแล้วล่ะ”

“ไม่เห็นกับตาก็พิสูจน์ไม่ได้หรอกนะลูก”

“ขนาดกำไลโบราณยังไปอยู่ในมือเขาเลย แสดงว่าคุณกสินทร์ก็ต้องสนใจสะสมของจันทรปุระ เชื่อเถอะค่ะพ่อ ออเดอร์ให้ขโมยศิลาจารึกนั่น โยว่าต้องเป็นคุณกสินทร์คนนี้แหละ ยังมีบางห้องที่โยยังไม่ได้เข้าไปดูด้วย มันต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นแหละค่ะพ่อ!”

กสินทร์ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นผู้ต้องสงสัย มัวคุยกับเกรียงเรื่องผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับจันทรปุระ โดยเฉพาะแผ่นจารึกที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย หมอผีหนุ่มในคราบผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นผีบุษกรแอบฟังไม่ไกลกันนั้น เลยได้แต่พูดเป็นนัยๆว่าจารึกโบราณนั้นอาจไม่ได้บันทึกการสร้างเมืองแต่บันทึกเรื่องอื่นไว้ก็ได้

“พระจันทร์น่าจะสำคัญกับอาณาจักรนี้มากนะ... อาจารย์ว่าไหม”

“ครับ...น่าจะสำคัญมาก”

ooooooo

ผีบุษกรตามติดเกรียงถึงบ้านในคืนเดียวกัน แต่เพราะพลังไม่มากพอเลยปรากฏร่างให้เห็นชัดๆไม่ได้ จึงแลดูเหมือนกลุ่มควันสีดำลอยวนเวียนอยู่หน้าห้องพัก เกรียงพยายามบอกให้วิญญาณร้ายจากอดีตทำใจยอมรับความจริงแต่อีกฝ่ายก็ทำท่าเหมือนจะไม่เข้าใจ

“ความจริงอะไรของท่าน”

“ความจริงที่ว่าเจ้ากับเขาอยู่คนละภพละชาติแล้ว”

“ถึงจะคนละภพละชาติ ข้าก็ได้กลับมาเจอเขาอยู่ดี มันคือความจริงจากคำอธิษฐานของข้าต่างหาก”

“อย่าพยายามหนีความจริงหลอกตัวเองเลย”

“ข้าไม่เคยหลอกตัวเอง ความจริงเหนือความจริงทั้งหมดก็คือเขาเป็นของข้าผู้เดียวเท่านั้น”

จบคำกลุ่มควันสีดำก็พวยพุ่งสู่แผ่นจารึกโบราณที่วางอยู่ไม่ไกลกันนั้น เกรียงซึ่งแอบขโมยแผ่นจารึกออกมาเพราะไม่อยากให้ผีร้ายออกอาละวาดได้แต่มองตามเครียดๆ หนักใจเหลือเกินที่อีกฝ่ายไม่เลิกราความแค้น

คำเตือนของเกรียงไม่มีผลใดๆกับผีบุษกร เธอรอเวลานี้มานับพันปีเพื่อชำระแค้นและคืนนี้...แม้ว่าพลังของเธอจะยังไม่แข็งกล้าแต่เธอก็อยากพบหน้ากฤตธร อดีตคนรักของเธอในชาติที่แล้วอีกครั้ง

ความฝันบ้าๆเหมือนมีใครสักคนปรากฏตัวในห้องทำให้กฤตธรเริ่มสงสัย และเมื่อเขาถามพ่อถึงเรื่องแปลกๆจากการสะสมของเก่าก็ได้คำตอบที่ทำให้อึ้ง

“ของที่เขาต้องอยู่ด้วยกัน...คู่กัน ยังไงเขาก็ต้องตาม หากันจนเจอ”

“ของนะครับคุณพ่อ...ไม่ใช่คน”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 2 วันที่ 9 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ