อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 3 วันที่ 13 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 3 วันที่ 13 ส.ค.59

หลังจากทำให้โยสิตาตกใจไปแล้ว ผีบุษกรก็แวบมาเข้าฝันกฤตธรในเวลาต่อมา ความรักและความแค้นที่รอคอยมานับพันปีกำลังทำให้เธอเป็นบ้า แต่เมื่อได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง เธอกลับทำได้แค่ตัดพ้อ

“ท่านพี่...ท่านหมิ่นความรักของข้านัก ต่อจากนี้... ท่านจักได้เห็น แลถึงวันหนึ่ง...ท่านจักต้องคุกเข่าสมาโทษเบื้องหน้าข้า วิงวอนขอความเมตตาจากข้า ท่านจักได้รู้ว่าต่อให้ชาตินี้หรือชาติไหน ท่านก็ไม่มีวันหนีข้าพ้น”

กฤตธรนอนกระสับกระส่าย ฝันร้ายเหมือนมีใครบางคนมาต่อว่า โดยไม่รู้เลยว่าที่ปลายเตียงมีผีบุษกรจ้องอยู่



“ท่านพี่อริยะ...เราจักครองรักกันตลอดไป แลท่านจักมีแต่ข้าเพียงคนเดียว”

ผีบุษกรเลือนร่างหายไปแล้ว ทิ้งกฤตธรให้ตื่นมางงๆ พร้อมกับความสงสัยว่าใครคือท่านพี่อริยะ...

โยสิตาปิดคอมพิวเตอร์และพยายามข่มตานอน แต่ฝันร้ายเกี่ยวกับหญิงสาวในชุดโบราณก็ตามหลอนไม่เลิก และกลางดึกของคืนเดียวกันนั่นเอง ผีร้ายก็แผลงฤทธิ์พาช่างภาพสาวย้อนไปเมื่อพันปีก่อน ตอนที่ฝ่ายนั้น

คือเกศอาภาลูกสาวคนสวยของปุณณะแม่ทัพใหญ่แห่งจันทรปุระ

ความฝันนั้นเหมือนจริงมากจนโยสิตาแทบ

ไม่อยากเชื่อสายตา หญิงสาวนามว่าเกศอาภาหน้าตาเหมือน เธอแบบไม่ผิดเพี้ยน สวมใส่ชุดและเครื่องประดับโบราณสวยงามไปทั้งตัว แต่ที่ทำให้ตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นความจริงที่ว่าเธอแต่งงานแล้วกับผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าเหมือน

กฤตธรราวกับเป็นคนคนเดียวกัน!

ภาพชายหนุ่มแสดงความรักกับเธออย่างอ่อนหวานและอ่อนโยนทำให้โยสิตาสะดุ้งตื่น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำให้เธอหน้าแดงก่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเหมือนระหว่างเขากับกฤตธรทำให้เธออยากจะเป็นบ้าตาย

“แย่ที่สุดโยสิตา...มันเป็นฝันร้ายที่แย่ที่สุด!”

ผีบุษกรเฝ้ามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาคับแค้นใจ และสุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องไประบายกับเกรียง

“ข้าเฝ้ารักเฝ้ารอของข้ามานานเท่าไรท่านก็รู้ ข้าขอเพียงเท่านี้ท่านให้ข้ามิได้เชียวรึ”

“ความรักของเจ้าทำร้ายทำลายตัวเจ้าเองมาแล้ว... เจ้าอย่าลืม”

“ข้าเป็นผู้ถูกทำร้ายต่างหาก”

“ข้าให้เจ้าดังที่วอนขอมิได้”

“ท่านใจดำเกินไปแล้ว ท่านทนเห็นข้าต้องทนทุกข์ทรมานได้อย่างไร”

“สิ่งที่เจ้าก่อขึ้นคืนนี้มันคือบาป”

“นังผู้นั้นสมควรได้รับ”

“นั่นละคือสิ่งที่ทำให้ข้าไม่อาจไว้ใจเจ้า”

“ข้าอยู่ในพันธนาการมาชั่วกัปชั่วกัลป์ ได้แต่เฝ้ารออย่างมีความหวังว่าบุญที่มีอยู่น้อยนิด จักช่วยให้ข้าได้กลับมาอยู่ใกล้คนที่ข้ารัก แม้มิได้ร่วมภพร่วมชาติ

ข้าก็พอใจ แต่ความรักในสายตาท่านมันก็แค่ฝุ่นละอองในอากาศเท่านั้นเอง”

รำพันจบก็หายวับไป ทิ้งเกรียงให้นั่งทอดถอนใจคนเดียว หนักใจเหลือเกินที่ผีร้ายไม่ยอมทำใจ

ooooooo

ความฝันถึงอดีตเมื่อคืนทำให้โยสิตานอนไม่หลับจนถึงเช้า และเมื่อได้เจอหน้าพ่อก็อดไม่ได้จะถามถึงอาณาจักรจันทรปุระและการล่มสลายเมื่อพันปีก่อน

“พ่อคะ...อาณาจักรหนึ่งล่มสลายไปได้เพราะอะไรบ้างคะ”

“ตามที่เก็บข้อมูลกันมา มันก็มีหลายสมมติฐานนะลูก บางที่ก็เกิดโรคระบาดจนผู้คนต้องย้ายหนี บางที่ก็สายน้ำเปลี่ยนทิศทาง บางที่ก็เพราะภัยธรรมชาติอย่างภูเขาไฟ แผ่นดินไหว”

“แล้วตำนานของจันทรปุระที่ว่าล่มไปเพราะคำสาปล่ะคะ”

“สมมติฐานทางโบราณคดี ยังไงก็ต้องตั้งอยู่บนความน่าจะเป็นทางวิทยาศาสตร์นะลูก”

“ตำนานก็คือตำนาน...ยังงั้นใช่ไหมคะพ่อ”

อธินไม่มีคำตอบให้ จังหวะเดียวกับที่ปารมีแวะมาหาและจะอยู่ทำอาหารทานด้วย กฤตธรโทร.หาโยสิตาเช่นกันเพื่อเช็กว่าเธอจะมาทำงานหรือไม่ ช่างภาพสาวซึ่งยังฝังใจกับความฝันน่าอายเมื่อคืนเลยตอบปฏิเสธทันที

โยสิตาวางสายจากนายจ้างหนุ่มก็รีบเล่าเรื่องความฝันให้ปารมีฟัง แต่ที่ทำให้ประชาสัมพันธ์สาวกังวลกว่าคือเรื่องหญิงสาวชุดโบราณในภาพคู่ของเธอกับกฤตธร จนถึงกับขอให้บอกอธินฟังแต่โยสิตาก็ห้ามไว้เพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วงมากไปกว่านี้ แล้วเธอจะไม่มีโอกาสได้ช่วยพ่อตามหาแผ่นจารึกโบราณอีก

ด้านกฤตธร...หลังวางสายโยสิตาก็แวะคุยกับกวินทร์ให้เอาใจใส่เมธาวีให้มากๆ เพราะถึงอาการคลุ้มคลั่งเมื่อคืนจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่คงที่ กวินทร์รู้จักนิสัยแฟนสาวดีว่าขี้งอนและชอบเรียกร้องความสนใจแค่ไหน แต่ไม่อยากขัดใจพี่ชายเลยต้องรับปากแบบขอไปที

หลังจากนั้นกฤตธรก็แยกไปบ้านพักรับรองที่

กสินทร์เก็บสะสมของเก่าไว้ เลยได้พบเกรียงซึ่งพยายามเตือนเขาให้ระวังตัวและแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร

“ทันทีที่รู้ตัวว่าจิตใจกำลังฟุ้งซ่านก็แผ่เมตตาออกไป คุณกฤต...เมตตาจะเป็นเกราะคุ้มครองภัย”

“ผมกำลังมีเคราะห์เหรอครับอาจารย์”

“รอบตัวเรา...ทั้งที่มองเห็นและไม่เห็น ทั้งที่สัมผัสได้และไม่ได้ เป็นเจ้ากรรมนายเวรเราทั้งนั้นคุณกฤต”

กฤตธรไม่ใช่คนเดียวที่เจอเรื่องแปลกๆ โยสิตาก็ต้องปรับทุกข์กับปารมีอย่างเคร่งเครียดถึงความฝันเมื่อคืน โดยเฉพาะเรื่องหญิงสาวในชุดโบราณเรียกเธอว่าเกศอาภาและเรื่องที่มีชายหนุ่มหน้าตาเหมือนกฤตธรอยู่ในฝันนั้นด้วย

โยสิตากังวลใจมากแต่ก็อายมากเช่นกันที่ต้องเล่าถึงความสัมพันธ์ซึ่งดูจะแนบชิดสนิทสนมเกินกว่าคนรู้จักระหว่างเกศอาภากับชายที่หน้าเหมือนกฤตธร เลยจงใจเล่าข้ามๆจนปารมีเริ่มสงสัยและคาดคั้นให้เล่าความจริง

ช่างภาพสาวหน้าแดง มีอาการอึกๆอักๆจนปารมีพอเดาได้และคิดว่ากฤตธรกับเพื่อนรักน่าจะมีแรงดึงดูดต่อกัน

“แกเชื่อเรื่องพลังจิตไหม” โยสิตาส่ายหน้าเบาๆ ปารมีเลยต้องอธิบาย “สมมติแกคิดถึงฉันมากๆ แล้วจู่ๆฉันก็โทร.หาแกปั๊บ นั่นแหละฉันเรียกว่าพลังจิต ถ้าใจแกไม่ไปนึกถึงเขา เขาไม่มีวันโผล่เข้ามาในความฝันแกได้หรอก...”

ooooooo

การเผชิญหน้ากับผีบุษกรเมื่อคืนทำให้เมธาวีมีอาการเหม่อลอยเหมือนคนสติไม่อยู่กับเนื้อตัว กวินทร์พยายามชวนคุยและเอาอกเอาใจตามที่พ่อกับพี่ชายแนะนำ แต่เธอก็ไม่มีอารมณ์ตอบสนอง แถมจดจ่อกับกฤตธรเป็นพิเศษ...ราวกับว่ามีใครบางคนชักใยอยู่เบื้องหลัง!

ผีบุษกรเฝ้ามองสถานการณ์ของเมธาวีด้วยความชอบใจและรอเวลาจะได้สิงร่างอีกฝ่ายอย่าง

เป็นทางการ ส่วนโยสิตาไม่รู้เรืิ่องด้วยและไม่สำเหนียก ถึงลางร้ายที่จะเกิดกับเธอในไม่ช้า มัวเพลิดเพลินกับการซื้อของในตลาดกับปารมี แต่แล้วอารมณ์ดีๆก็ถูกขัดจังหวะเมื่อกลับบ้านแล้วพบว่ากฤตธรกำลังคุยกับพ่อของเธออย่างถูกคอ

กฤตธรยิ้มกว้างเมื่อเห็นช่างภาพสาวที่ตนคิดจีบอย่างจริงจัง ไม่ยี่หระกับดวงตาขวางๆที่จับจ้องมาด้วยความไม่พอใจที่เขาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว อธินกับปารมีก็ไม่สนใจด้วย แถมชวนแขกหนุ่มกินข้าวด้วยกันอีกต่างหาก

โยสิตาเคืองมากที่ทุกคนทำเหมือนจะจับคู่ให้เธอกับนายจ้างหนุ่ม โดยเฉพาะปารมีที่เห็นดีเห็นงามไปเสียทุกอย่าง แต่ประชาสัมพันธ์สาวเพื่อนรักก็ทำเป็นไขสือพลางปลอบไม่ให้คิดลึกหรือคิดมาก

“ฉันไม่ได้คิดมากแต่ฉันอุตส่าห์ขีดเส้นไว้แล้ว เขากับฉันเป็นแค่เจ้านายลูกน้อง...จบ!”

“แต่คุณกฤตเขาน่ารักจะตาย”

“น่ารักของแกคนเดียว อย่ามายัดเยียดให้ฉัน ฉันบอกแกแล้ว ฉันไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้”

“แต่ฉันว่าเขาเข้าถึงตัวพ่อแกขนาดนี้แล้ว เขาต้องเอาจริงแล้วล่ะแก”

รอยยิ้มมีเลศนัยของเพื่อนรักทำให้โยสิตายิ่งหงุดหงิด ทั้งอายทั้งโกรธปะปนจนมั่วไปหมด สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็โกยเครื่องปรุงตรงหน้าใส่ครกและตำจนแหลกไปข้างเพื่อระบายอารมณ์

ใช้เวลาไม่นานกับข้าวฝีมือสองสาวก็เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟ อธินกับกฤตธรเลยต้องยกเรื่องที่คุยค้างไปต่อบนโต๊ะอาหาร และหัวข้อสนทนาก็หนีไม้พ้นสาระ สำคัญของงานด้านโบราณคดี

“นักโบราณคดีไม่ใช่นักสะสมนี่คุณ งานของเราเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น”

“ต้องใจรักจริงๆเลยนะครับ เพราะอยู่แต่กับเรื่องราวในอดีต”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 3 วันที่ 13 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ