อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 3 วันที่ 14 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 3 วันที่ 14 ส.ค.59

“ต้องใจรักจริงๆเลยนะครับ เพราะอยู่แต่กับเรื่องราวในอดีต”

“อดีตเป็นรากฐานของปัจจุบัน เราจะเข้าใจที่มาที่ไป ระบบความคิดความเชื่อก็จากโบราณคดีนี่แหละ”

โยสิตาทนฟังนายจ้างหนุ่มกับพ่อพูดกันอย่างถูกคอต่อไปไม่ไหว ต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ของทุกชิ้นที่ขุดมาได้ในแผ่นดินนี้ถึงต้องเป็นสมบัติของประเทศนี้ ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง”

ปารมีสัมผัสได้ถึงอารมณ์หงุดหงิดของเพื่อนสาว เช่นเดียวกับอธินที่คิดว่าลูกสาวมีท่าทีมึนตึงใส่นายจ้างหนุ่มแปลกๆ ทั้งสองเลยช่วยกันไกล่เกลี่ยและเบี่ยงเบนบรรยากาศด้วยการชวนคุยเรื่องอาหาร โยสิตาเลยผ่อนท่าทีลงบ้าง แต่ก็ไม่วายส่งตาขวางๆให้กฤตธรเป็นระยะๆ โทษฐานมาวุ่นวายความเป็นส่วนตัวของเธอ



ooooooo

ผีบุษกรหาทางเล่นงานเมธาวีอีกรอบและครั้งนี้ผีร้ายก็เล่นแรงจนกวินทร์ซึ่งเข้าไปห้ามแฟนสาวไม่ให้ทำร้ายตัวเองด้วยความคลุ้มคลั่งถูกข่วนเลือดออกซิบๆ กสินทร์ตกใจมากรีบสั่งลูกชายคนเล็กพาแฟนสาวส่งโรงพยาบาล เกรียงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและไม่รอช้าจะไปต่อว่าผีร้ายที่บ้านรับรอง

“นังคนถ่อยนั่นมันล่วงล้ำเข้ามาในเขตของข้าเอง”

“เจ้ายังเหมือนเดิมไม่มีผิด ดื้อรั้น ยึดมั่นถือมั่น ไม่เคยยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อ”

“ข้าเป็นฝ่ายถูกกระทำ ความยุติธรรมไม่เคยเข้าข้างข้า”

“เจ้ากำลังทำให้ข้ารู้สึกว่าข้าคิดผิด จงเห็นแก่ความเมตตาของข้าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”

ผีบุษกรเจ็บใจมากแต่เพราะความช่วยเหลือเรื่องแผ่นจารึกของอีกฝ่ายเลยต้องยอมล่าถอยไปตั้งหลักและรอเวลาจะแผลงฤทธิ์เดชอีกครั้ง และครั้งนี้เธอจะต้องทวงแค้นคืนให้จงได้!

แม้จะถูกต่อว่าหลายครั้งแต่ปารมีก็ไม่หยุดเปิดโอกาสให้กฤตธรได้ใกล้ชิดกับโยสิตา และเมื่อเจ้านายหนุ่มรูปหล่อกลับไปแล้ว ประชาสัมพันธ์สาวก็ถูกช่างภาพสาวเพื่อนรักต่อว่าเป็นการใหญ่

“ฉันเคยบอกแล้ว ฉันไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้ แกก็ยังพยายามทำอะไรอยู่ได้”

“คุณกฤตเขาไม่ได้เป็นผู้ร้ายซะหน่อยนะแก”

“แกรู้ได้ยังไง แกรู้จักเขาดีกว่าตัวแกเองแล้วเหรอถึงกล้าพูดยังงี้”

“ไม่ใช่...แต่อย่างน้อยเรื่องศิลาจารึกอะไรนั่น แกก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน จะไปปรักปรำเขาได้ยังไง ยิ่งอยากล้วงลึกเรายิ่งต้องทำให้เขาตายใจไม่ใช่เหรอ”

“ยังไงก็ต้องรักษาระยะห่างบ้าง ไม่ใช่ภูมิใจนำเสนอถึงขนาดนี้”

“แล้วถ้าตอนจบเขาเกิดแก้ข้อกล่าวหาของแกได้ทั้งหมด...ก็โอเคใช่ไหมล่ะ”

โยสิตาส่งตาขวางๆมาให้แต่ปารมีก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แถมพูดทิ้งท้ายให้คิดอีกต่างหาก

“คนเราโคจรมาเจอกันยังงี้มันอาจจะเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาสก็ได้นะแก...”

โอกาสของผีบุษกรมาถึงอีกครั้งในบ่ายวันเดียวกันเมื่อกฤตธรกลับถึงบ้าน ผีร้ายแผลงฤทธิ์ให้เขาเห็นร่างเลือนรางของเธอแล้วล่อลวงเขามาที่บ้านรับรอง โชคดีที่เกรียงมาขวางไว้ทันเวลาจึงไม่เกิดเรื่อง แต่ก็ทำให้กฤตธรสงสัยมากจนเกรียงก็แทบตอบไม่ถูก

“อาจารย์พูดเหมือนกับว่าจริงๆแล้วมันมี”

“คิดแต่สิ่งดีๆ พูดแต่สิ่งดีๆ ทำแต่ความดีก็เป็นเกราะป้องกันภัยทุกอย่างให้ทุกคนได้แล้วครับ สิ่งที่เห็น เรื่องที่พบเจอ อาจจะกลายเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้นเอง...อย่าไปใส่ใจครับ”

“อาจารย์ไม่ยอมบอกผมตามตรง”

“ก็มันไม่มีอะไรจริงๆนี่ครับ คุณกฤตกลับเข้าตึกใหญ่เถอะครับ ผมเองก็จะกลับแล้วเหมือนกัน”

ooooooo

คำพูดของปารมีคาใจโยสิตาอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องที่เธออาจมีใจผูกพันบางอย่างกับอดีตเลยทำให้ฝันถึงเรื่องแปลกๆเมื่อคืน เมื่อได้อยู่กับพ่อตามลำพังก็อดไม่ได้จะถามความเห็น

“พ่อเชื่อเรื่องชาติที่แล้วไหมคะ”

“เราคนพุทธนะลูก ยังไงก็ไม่พ้นความเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ทำความดีก็จะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ทำความชั่วก็ต้องชดใช้กรรมชั่วในนรก แล้วแต่กรรมหนัก กรรมเบา วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะชดใช้หมด...ถามทำไมลูก”

“แปลว่าที่มีข่าวเรื่องคนระลึกชาติได้ก็เป็นเรื่องจริงสิคะ”

“จริงหรือไม่จริงไม่รู้ แค่มันพิสูจน์กันในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้เท่านั้นเองลูก”

“เลยกลายเป็นเรื่องงมงาย”

“กลายเป็นเรื่องถูกหลอกก็เยอะไปลูก พ่อก็ไม่เข้าใจ...ทำไมคนเราถึงอยากรู้เรื่องชาติที่แล้วของตัวเอง กรรมชั่วยังไงก็ต้องชดใช้ ไม่ใช่แก้ไขได้ในชาตินี้”

“รู้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์...อย่างงั้นใช่ไหมคะ”

“ได้เกิดเป็นคนชาตินี้ก็นับเป็นบุญที่สุดแล้ว เพราะมีโอกาสสร้างบุญให้ตัวเองมากกว่าเกิดเป็นอะไรทั้งนั้น”

แม้คำตอบของพ่อจะช่วยให้คลายความอยากรู้ได้ไม่น้อย แต่กระนั้น...จิตใจส่วนลึกกลับกระหายใคร่รู้ เปิดโอกาสให้ผีบุษกรแผลงฤทธิ์เดชอีกครั้ง

“ในเมื่อเจ้าอยากรู้ เจ้าก็จักได้รู้ ถึงสำนึกจะไม่ก่อเกิดในมโนเจ้า...อย่างน้อยเจ้าจักได้ตระหนักว่าสิ่งที่เจ้าจักได้รับในชาตินี้ มันสาสมกับบาปกรรมที่เจ้าได้ก่อเอาไว้รึไม่...เกศอาภา!”

ผีบุษกรพาโยสิตากลับสู่อดีตเมื่อพันปีก่อนอีกครั้ง ตอนที่เธอคือเกศอาภาลูกสาวคนสวยของปุณณะแม่ทัพใหญ่แห่งจันทรปุระ ในฝันนั้นเป็นตอนที่เธอแอบแต่งกายเป็นชายและมาซุ่มดูการฝึกซ้อมของเหล่าทหาร แต่เพราะมัวซ้อมท่าทางตามเลยไม่ทันระวังถูกพ่อจับได้และลากตัวไปตำหนิ

“ครั้งนี้คงต้องลงโทษเจ้าจริงๆเสียแล้วกระมัง ไม่อย่างนั้นเจ้าก็ไม่เคยเข็ดหลาบ”

“คนอื่นฝึกการรบการต่อสู้ได้แล้ว ทำไมลูกจะฝึกไม่ได้ ท่านพ่อเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ คนอื่นจะคิดเยี่ยงไรที่ลูกไม่ได้วิชาความสามารถจากท่านพ่อเลย”

“นี่มันเป็นงานของผู้ชาย ไม่ใช่เด็กผู้หญิงอย่างเจ้า”

“แค่ลูกเกิดมาเป็นหญิง แล้วลูกมิใช่คนจันทรปุระรึไร”

“เจ้าอย่ามาเถียงข้างๆคูๆ”

“ลูกมิได้เถียง ลูกแค่อยากให้ท่านพ่อรับรู้ ลูกก็มีเลือดเนื้อเป็นจันทรปุระเหมือนกับทหารพวกนั้นเหมือนกัน หากเกิดภัยสงครามขึ้นมา ท่านพ่อคิดว่าภาระหน้าที่ป้องกันจันทรปุระมิได้เป็นของลูกเลยรึไร”

ปุณณะถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ทันโต้ อุษาคนสนิทของลูกสาวก็โผล่มา เลยถือโอกาสไล่กลับเรือน เกศอาภาหงุดหงิดใจมากที่ถูกพ่อตำหนิ ต้องหนีไปนั่งเล่นในป่า

นอกเมืองตามลำพัง และที่นั่นเอง...เธอก็เก็บโคมลอยได้หนึ่งลูก แต่กลับต้องหัวเสียยิ่งนักเมื่อมีหญิงสาวท่าทางสูงศักดิ์โผล่มายื้อแย่ง!

“โอหัง...เจ้าบังอาจเล่นลิ้นโต้เถียงข้า ปัญญาเจ้าคงน้อยนิดนัก จึงมิรู้ว่าข้าคือใครในจันทรปุระ”

“มิได้ ข้ามิบังอาจ...แต่ปัญญาอันน้อยนิดของข้ากำลังบอกว่าท่านควรมีเหตุผล มิใช่อ้างแต่อำนาจ”

“ข้า...บุษกร บุตรสาวคนเดียวของมหาพราหมณ์กัมพู อำนาจที่เจ้ากำลังหมิ่นนั้นจักทำร้ายตัวเจ้าเอง หากยังดื้อรั้นไม่ยอมคืนโคมนั้นแก่ข้ามาโดยดี”

เกศอาภาไม่ยอมคืนจนอุษาซึ่งตามมาทันเห็นเหตุการณ์ต้องกล่อมให้เลิกแล้วต่อกัน แต่คงไม่ทันใจบุษกรซึ่งถลามายื้อแย่งโคมลอยคืน พร้อมประกาศกร้าว

“จำนามข้าเอาไว้ในปัญญาอันน้อยนิดของเจ้าให้ดี...นังคนชั้นต่ำ!”

ooooooo

ในที่สุดโยสิตาก็ได้รู้ผู้หญิงในชุดโบราณที่ปรากฏตัวให้เธอเห็นบ่อยครั้งในระยะหลังคือบุษกร และความฝันครั้งนี้ก็เหมือนจริงมากจนเธอเริ่มใจไม่ดี และตัดสินใจเล่าให้พ่อฟังในเช้าวันต่อมา

“ไม่รู้สิคะพ่อ มันเป็นเรื่องเป็นราวจนโยยังงง มันเหมือนจริงมากเลยนะคะพ่อ”

“เวลาเราหมกหมุ่นกับอะไรมากๆ มันก็เป็นยังงี้แหละ”

“คนที่เชื่อเรื่องความฝันถือว่างมงายใช่ไหมคะพ่อ”

“เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้คืองมงาย ไม่เชื่อและไม่ยอมพิสูจน์ในสิ่งที่สงสัยก็งมงายเหมือนกันลูก”

โยสิตาเห็นด้วยกับพ่อและเชื่อว่าความลับเกี่ยวกับบุษกรต้องซ่อนอยู่ในแผ่นจารึกโบราณที่กำลังตามหาแน่ แต่การพิสูจน์ของเธอคงต้องรอไปก่อนเมื่อกฤตธรโทร.มาขอให้เธอหยุดงานสักพักเพราะเกิดเหตุฆาตกรรมที่บ้านรับรอง

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 3 วันที่ 14 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ