อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 16 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 16 ส.ค.59

“แล้วความเก่งกาจของชายอย่างเจ้าที่มีไว้เพื่อประหัตประหารชีวิตอื่นทำให้เจ้าภาคภูมิใจนักหรือไร”

อริยะไม่อยากเชื่อหูและสายตาตัวเองว่าจะมีหญิงใดหาญกล้าต่อปากต่อคำกับเขา แต่ไม่ทันตอบโต้ อุษาคนสนิทของเกศอาภาก็โผล่มาเอาเรื่องเขาเสียก่อน

“เจ้าคงไม่รู้กระมัง หากนางมีอันเป็นไปแม้เลือดซิบเพียงหยดเดียว ชีวิตเจ้าจักต้องเดือดร้อนแน่”

“แล้วเจ้าไม่รู้รึไรว่าคนที่เจ้ากำลังชี้นิ้วส่งเสียงดังอยู่นี้ก็จักทำให้ชีวิตเจ้าเดือดร้อนได้เช่นกัน”



คีรินเห็นเจ้าชายหนุ่มถูกลบหลู่ก็ทนไม่ไหว สวนกลับแทน อริยะไม่อยากเผยสถานะแท้จริงของตนและไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่เลยโพล่งตัดบทออกไป

“เจ้าหักคันลูกศรของข้าเสียแล้ว เจ้าจักชดใช้อย่างไร”

“เหตุผลใดที่ข้าต้องชดใช้ ในเมื่อข้าจงใจบอกว่าชายป่านี้...ไม่ยินดีต้อนรับคนใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเยี่ยงเจ้า!”

จบคำก็คว้าลูกศรของเขามาหักสองท่อนด้วยความโมโหและถือดี คีรินจะเอาเรื่องแต่อริยะก็ห้ามไว้ เกศอาภาเลยได้ทีพูดบางอย่างเพื่อเป็นการเตือนสติเขา

“เก็บความโหดเหี้ยมในใจเจ้าไว้ขับไล่ศัตรูของจันทรปุระจะมิบังควรกว่ารึ”

“สัตว์ป่าทุกตัวเป็นสมบัติของจันทรปุระ”

“แล้วมันไม่มีสิทธิ์รักษาชีวิตของมันรึ...ถ้าเจ้าคิดว่าคนฉลาดเหนือสัตว์อื่น เจ้าก็จงตรองด้วยปัญญาเจ้าเองเถิด”

หญิงสาวอวดดีและคนสนิทของเธอเดินจากไปแล้ว ทิ้งคีรินให้ฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจที่เจ้านายหนุ่มถูกดูหมิ่น แต่อริยะกลับไม่ถือสา แอบเห็นด้วยกับพวกเธออีกต่างหากที่คิดว่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างก็มีหัวใจไม่ต่างจากพวกเขาเลย...

ooooooo

แม้จะถูกพ่อปรามและห้ามไม่ให้ยุ่งกิจของชาย แต่เกศอาภาก็เล็ดลอดเข้าโรงตีเหล็กและขโมยลูกศรมาฝึกยิงธนูจนได้ แต่ฝีมือของเธอก็อ่อนหัดนักยิงไม่เข้าเป้าสักลูก

อริยะแอบดูอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจปรากฏตัวและแสดงฝีมืออันแม่นยำของตน

“แค่จะยกคันธนูเจ้าก็ไม่มีแรงเสียแล้ว จะหวังให้ลูกธนูเข้าเป้าได้อย่างไร”

“ลูกธนูของเจ้าทำลายสมาธิข้า”

“คนเยี่ยงไรกันหนอที่มักจะมีข้ออ้างลบความผิดพลาดของตัวเอง”

คำพูดหยอกเย้าของเขาทำให้เกศอาภานึกเคือง โต้อย่างฉุนเฉียว

“เจ้าดูถูกความสามารถผู้หญิงเกินไปแล้ว”

“ข้าชื่นชมผู้หญิงที่รู้หน้าที่และอยู่ในที่ทางที่ตัวเองควรอยู่”

เกศอาภาโกรธมาก เดินหนีดื้อๆ อุษาซึ่งมาตามตัวกลับเรือนพยายามห้ามแต่เจ้านายสาวก็ไม่ฟัง ผลุนผลันวิ่งเตลิดไปอีกทาง อริยะเห็นท่าไม่ดี รีบตามไปดักหน้าแต่ก็ไม่วายแหย่ขำๆ

“เจ้ายังฟังข้าไม่ทันจบ ข้าชื่นชมผู้หญิงที่มุ่งมั่นทำในสิ่งที่เกินตัว แลทำได้สำเร็จด้วยต่างหาก ทีเล่นทีจริงดังเจ้าหัดยิงธนูเมื่อครู่...มันน่าขำไม่ต่างจากจับลิงป่ามาเล่นจำอวดดอก”

“ข้ามิใช่ลิงป่า เจ้าหยุดหัวเราะเยาะข้าเดี๋ยวนี้!”

“ไม่อยากเป็นลิงป่า เจ้าก็มีทางเลือกสองทาง...กลับเรือนไปทำงานที่ผู้หญิงควรทำหรือฝึกยิงธนูกับข้า”

“เจ้าเก่งกาจนักรึไงจึงบังอาจจะมาเป็นครูข้า”

“ฝีมือข้า...เจ้าก็เห็นแล้ว เจ้าเองก็ไม่ปฏิเสธมิใช่รึว่ามันเหนือกว่าใครในจันทรปุระ”

ไม่รู้ว่าเพราะฝีมือร้ายกาจของเขาหรือเพราะแววตาอบอุ่นชวนให้ไว้ใจกันแน่ทำให้เกศอาภายอมให้เขาสอนยิงธนู แต่ฝีมือและชั้นเชิงของเธอก็อ่อนหัดนัก จนทำให้ครูฝึกหนุ่มถึงกับหลุดขำ

“จักสอนก็สอน ครูที่ดีย่อมมิหัวเราะเยาะศิษย์ตัวเองดอก”

“เจ้ายอมรับข้าเป็นครูเจ้าก็ดีแล้ว เจ้าตอบข้ามาก่อน แล้วเจ้าจักเรียนรู้วิชาต่อสู้ วิชาอาวุธไปเพื่อสิ่งไร”

“ข้าเป็นคนจันทรปุระ ยามนี้แม้มิมีศึกสงครามก็ประมาทมิได้ หากศัตรูยกมา ข้าจักได้ป้องกันแผ่นดินเกิด”

“ดี...น่ายินดีนักที่ได้ยินเยี่ยงนี้ ยกธนูของเจ้าขึ้น”

ทันทีที่เธอทำตาม อริยะก็ยืนประกบและจัดท่าทางให้เธอจากด้านหลัง พร้อมกระซิบสอนข้างหู

“เรี่ยวแรงมิใช่สิ่งสำคัญ อยู่ที่ความตั้งมั่นของเจ้า... หยุดลมหายใจ อย่าละสายตาของเจ้าจากเป้าหมาย จิตใจต้องสงบนิ่ง มิใช่วอกแวกเช่นลิงป่า แน่ใจแล้วก็ปล่อยอาวุธในมือเจ้าออกไป”

เกศอาภาทำตาม ลูกธนูยิงก็เข้าเป้าอย่างแม่นยำจนเธออดภูมิใจไม่ได้ และเมื่อเขาทำท่าจะสอนแบบแนบชิดอีกครั้ง ก็รีบเบี่ยงตัวออกและจะปล่อยหมัดใส่เขา แต่ก็พลาดท่าถูกเขาดึงไปกอดจนได้

“วิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่าของเจ้ายังต้องฝึกอีกมาก”

ถ้อยคำเย้าแหย่ของเขาทำให้เธอนึกเคือง สะบัดหน้าหนีกลับเรือนพร้อมอุษา ทิ้งให้ครูฝึกหมาดๆมองตามขำๆ ก่อนจะตัดสินใจตะโกนไล่หลัง

“เจ้าเป็นลูกศิษย์ข้าแล้ว ใจคอเจ้าจักไม่บอกข้ารึว่าเจ้าชื่ออะไร”

“เจ้าไม่บอกชื่อเจ้า แล้วจำเป็นด้วยรึที่ข้าต้องบอกชื่อข้า...”

ooooooo

แม้จะทำเหมือนเหม็นขี้หน้าและไม่ไว้ใจครูฝึกนัก แต่เกศอาภาก็ลอบไปเจอเขาอีกหลายครั้งเพื่อฝึกยิงธนูและศิลปะการต่อสู้ อุษาเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความไม่สบายใจ กลัวปุณณะจะรู้ถึงความลับนี้ แต่เจ้านายสาวก็ไม่หวั่น มั่นใจว่ากว่าพ่อจะมีโอกาสรู้เรื่องนี้เธอคงยิงธนูเก่งไปแล้ว

ผีบุษกรดึงโยสิตาจากอดีตและแหวใส่เสียงเขียวที่อีกฝ่ายกล้าแย่งคนรักของเธอทั้งในอดีตและชาตินี้ หลังจากนั้นก็โผล่ไปรำพันกับกฤตธรซึ่งหลับสนิทด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

“ข้าต่ำต้อยกว่ามันรึไร ท่านจึงทำร้ายจิตใจข้า ฝ่าฝืนแม้กระทั่งโองการจากเทวะ”

กฤตธรถูกดึงสู่อดีตเมื่อหลายปีก่อนอีกคน ตอนที่มหาพราหมณ์กัมพูทำพิธีต่อเทพเจ้าเพื่อปล่อยโคมลอย

“องค์มหาเทพเป็นพยาน...โคมเสี่ยงทายในวันนี้จักนำพามาซึ่งความมั่นคงมั่งคั่งแห่งจันทรปุระ หากเทพแห่งวาหะนำพาโคมเสี่ยงทายพลัดตกที่ใด สตรีนางแรกผู้เก็บโคมเสี่ยงทายนี้ได้คือผู้มีบุญบารมีอันควรคู่แก่เจ้าชายอริยะและจักครองบัลลังก์แห่งจันทรปุระสืบไป”

อริยะเจ้าชายรัชทายาทแห่งจันทรปุระตั้งจิตอธิษฐานและปล่อยโคมลอยเสี่ยงทาย บุษกรรออยู่แล้วและไล่ยื้อแย่งโคมลอยจากเกศอาภาจนได้ แล้วรีบนำไปยืนยันเพื่อเข้าพิธีถวายตัว

“ข้า...บุษกร บุตรสาวมหาพราหมณ์กัมพู ขอคารวะสูงสุดเบื้องหน้าเทวะแลองค์สูริยะแห่งจันทรปุระ ฟ้าดินเป็นพยานด้วยสัจจะวาจาแห่งข้า ข้าขอถวายความจงรักภักดีด้วยชีวิตของข้าแก่บัลลังก์แห่งจันทรปุระ”

หลังจบพิธีถวายตัว อริยะก็พาบุษกรว่าที่เจ้าสาวของเขาไปเดินเล่นในสวน

“ท่านพ่อข้าดีใจนักที่ผู้เก็บโคมเสี่ยงทายได้เป็นเจ้า มิเสียแรงที่ท่านพ่อข้าและท่านพ่อเจ้าเป็นเพื่อนรักกัน”

“ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเทวะบัญชาและข้าจักทำหน้าที่ของข้าดังสัจจะวาจาที่ให้ไว้”

“เจ้าจงเตรียมตัวให้ดีเถิด เดือนเพ็ญหน้าคือวันอภิเษกของเราสองคน”

บุษกรดีใจมาก เร่งเตรียมผ้าผ่อนและข้าวของเพื่องานอภิเษกที่เฝ้ารอ เช่นเดียวกับอริยะที่ตระเตรียมพาหุรัดหรือกำไลรัดศอกทำจากทองคำบริสุทธิ์ประดับด้วยพลอยสีน้ำผึ้งหรือบุษราคัมเพื่อรับขวัญว่าที่มเหสี ส่วนเกศอาภา... ยังไม่รู้ความหมายของโคมลอยและยังเฝ้ารอเวลาจะได้ฝึกวิชากับครูฝึกหนุ่มด้วยใจจดจ่อ

อริยะก็เฝ้ารอไม่ต่างกัน พร้อมกับอดแปลกใจกับตัวเองไม่ได้ที่รู้สึกดีทุกครั้งเมื่อได้เจอหน้าลูกศิษย์จอมรั้น และวันนี้ระหว่างฝึกวิชาเขาก็ตัดสินใจชวนเธอคุยเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

“หากเกิดสงครามขึ้น เจ้าจักทำสิ่งใดเป็นสิ่งแรก”

“ข้าจักตัดผมของข้าทิ้งแล้วจับดาบของข้าออกไปขับไล่ศัตรู”

“ชั่วชีวิตของเจ้า สิ่งนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นดอก”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร พ่อข้าพูดเสมอว่าท้องฟ้าที่สงบเงียบมิได้หมายความว่าพายุจักมิก่อตัวขึ้น”

“องค์สูริยะเป็นกษัตริย์ที่ปกครองจันทรปุระด้วยราชธรรม สงครามจักไม่ก่อเกิดขึ้นดอก”

“สงครามจากภายนอกอาจมิเกิดขึ้น หากแต่คนใกล้ชิดองค์สูริยะนั่นแหละจักก่อให้เกิดสงครามภายใน”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 16 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ