อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 17 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 17 ส.ค.59

“สงครามจากภายนอกอาจมิเกิดขึ้น หากแต่คนใกล้ชิดองค์สูริยะนั่นแหละจักก่อให้เกิดสงครามภายใน”

เจ้าชายรัชทายาทนิ่วหน้า แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเรื่องราวการยื้อแย่งโคมลอยระหว่างลูกศิษย์สาวกับบุษกรลูกสาวคนเดียวของมหาพราหมณ์กัมพูและว่าที่เจ้าสาวของเขา

“โคมลูกนั้นมันลอยตามลมมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วมันจะเป็นของนางได้อย่างไร...เจ้าว่าไหม”

“เจ้าเป็นคนเก็บโคมลูกนั้นได้ก่อนนางรึ”



“ช่างมันเถิด อย่าไปพูดถึงมันเลย ข้ามิได้เสียดายมันสักนิด แต่เสียความรู้สึกมากกว่า นางใช้อำนาจอ้างบารมีพ่อนางข่มคนอื่นให้ต่ำกว่า คนแบบนี้แหละน่ากลัวนัก จักเป็นภัยแก่แผ่นดินจันทรปุระ!”

ooooooo

แม้จะตกใจกับเรื่องที่ได้ยินมากแค่ไหน แต่อริยะก็ไม่ได้แสดงสีหน้าสงสัย จนกระทั่งอุษามาตามเจ้านายสาวกลับเรือน เขาถึงยิ้มออก เมื่อในที่สุดเขาก็รู้จนได้ว่าชื่อของลูกศิษย์สาวคือเกศอาภา

อุษาช่วยยืนยันความจริงอีกแรงว่าเกศอาภาเป็นผู้เก็บโคมลอยเจ้าปัญหานั่นได้เป็นคนแรก และบุษกรก็ยื้อแย่งไปอย่างหน้าไม่อาย อริยะเลยต้องคิดหนักเพราะดูท่าเรื่องอภิเษกคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเสียแล้ว...

ผีบุษกรดึงตัวอดีตคนรักจากอดีต จับจ้องใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยความอาลัย ก่อนจะตัดพ้อเสียงเครียด

“สำคัญด้วยรึ...เพราะข้าต่างหากที่ถวายโคมเบื้องหน้าเทวะ เพราะข้าต่างหากที่มาก่อนมัน อย่าได้อ้างบัญชาเทวะ หัวใจของท่านต่างหากที่ลำเอียง!”

เช้าวันต่อมากฤตธรก็ตื่นมาต้อนรับโยสิตาด้วยสีหน้าแจ่มใส แม้จะบาดเจ็บที่แขนจนต้องเข้าเฝือก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาท้อ เดินหน้าจีบช่างภาพสาวอย่างออก นอกหน้า ด้วยการขอให้เธอกินมื้อเช้าเป็นเพื่อน แถมอ้อนให้เธอป้อนอีกต่างหาก ผีบุษกรทนไม่ไหวเลยเข้าสิงร่างเมธาวีให้โผล่ไปอาละวาด

“อีผู้หญิงหน้าด้าน อีคนไม่มียางอาย มึงแย่งของของกู!”

นอกจากจะด่าทอเสียๆหายๆแล้ว เมธาวียังตบตีช่างภาพสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย กฤตธรจะห้ามแต่สภาพร่างกายไม่อำนวย ร้อนถึงกวินทร์กับกสินทร์ที่ได้ยินเสียงเอะอะต้องมาช่วยแยกสองสาวแทน

กวินทร์พาแฟนสาวที่มีอาการตัวสั่นไปพักในห้อง และจังหวะที่เขาเผลอ ผีบุษกรก็เข้าประชิดเมธาวี

“นังผู้หญิงคนนี้มันหน้าด้าน มันแย่งของรักของเจ้าไปต่อหน้าต่อตา ยังมิเห็นอีกรึนังคนโง่!”

เมธาวียกมือปิดหู พยายามขัดขืนการควบคุมของผีร้ายแต่ก็ฝืนไม่ไหวถูกครอบงำอีกครั้ง

“เจ้าต้องฟังคำสั่งข้าผู้เดียวเท่านั้น เจ้าจะยอมให้อีนังคนนั้นมาแย่งของรักของเจ้าไปได้อย่างไร...”

กวินทร์ทิ้งแฟนสาวให้นั่งสงบสติอารมณ์ตามลำพัง แล้วมุ่งหน้าไปดูอาการโยสิตาด้วยความเป็นห่วง เมื่อช่างภาพสาวหายตกใจและแยกตัวไปทำงานที่บ้านรับรองแล้ว เขา พี่ชายและพ่อก็ถือโอกาสนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่บ้านรับรองถูกโจรงัดเข้ามาขโมยของและฆ่ากันตายอย่างสยดสยอง

ภาพกลุ่มควันสีดำปริศนาที่ก่อตัวในบ้านรับรองสร้างความสงสัยให้แก่สามหนุ่มพ่อลูกเป็นอย่างมาก โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั้นเอง โยสิตาก็ต้องรับศึกหนักจากผีบุษกรที่แผลงฤทธิ์ขังเธอไว้ในห้องทำงานของเกรียง และทันทีที่ผีร้ายปรากฏโฉมอันน่าเกลียดน่ากลัว โยสิตาก็ตกใจจนหมดสติ!

เมื่อฟื้นขึ้น โยสิตาก็ถูกดึงสู่อดีตพันปีก่อนอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ปรากฏภาพชายหนุ่มหน้าเหมือนกฤตธรกำลังถกเถียงกับชายหนุ่มอีกคนที่น่าจะเป็นพ่อนามว่าองค์เหนือหัวสูริยะ

“ท่านพ่อ...ระหว่างความจริง ความถูกต้องกับการยอมผ่อนปรน อย่างไหนสำคัญกว่ากัน”

“สำคัญเท่าๆกัน ยิ่งปกครองดูแลคนหมู่มาก ยิ่งต้องยึดเอาความจริงและความถูกต้องเป็นหลัก มิเช่นนั้นเจ้าจักปกครองคนมิได้ บ้านเมืองจักมีแต่ความวุ่นวายหาความสงบสุขมิได้เลย”

“แล้วเมื่อใดเราจึงควรใช้ความผ่อนปรน”

“เมตตาธรรมคือราชธรรมข้อสำคัญที่เจ้าพึงยึดถือให้มั่น เมตตาธรรมนำมาซึ่งการประนีประนอมผ่อนปรนที่หนักจักกลายเป็นเบา ที่ร้อนจักกลายเป็นเย็น”

อริยะคิดหนัก ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงว่าบุษกรไม่ใช่คนที่เก็บโคมลอยได้เป็นคนแรก!

ooooooo

มหาพราหมณ์กัมพูรู้เรื่องทั้งหมดในเวลาต่อมาและไม่รอช้าจะไปคาดคั้นความจริงจากปากลูกสาวคนเดียว แต่บุษกรก็ปากแข็งเหลือเชื่อ พร้อมกับยืนยันความจริงที่ว่าเธอคือคนที่ทำพิธีถวายตัว

“ความจริงเจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ เจ้ากำลังพูดความเท็จแก่พ่อ แต่เจ้ามิอาจปิดบังความจริงต่อองค์เทวะได้ดอก”

“จักต้องให้ข้ากล่าวคำสัตย์สาบานต่อหน้าองค์เทวะรึไร ท่านพ่อจึงจักเชื่อลูก”

“เทวะอยู่ในใจของเจ้าเองบุษกร จริงเท็จเจ้าต้องรู้อยู่แก่ใจ”

คำพูดกดดันของพ่อทำให้บุษกรเริ่มร้อนรน แต่กระนั้นก็ไม่ยอมจำนน

“ในเมื่อลูกถวายตัวต่อองค์เทวะแล้ว ท่านพ่อจักให้ลูกเสียหน้ารึ ลูกจักมองหน้าใครในจันทรปุระนี้ได้อีก”

“เสียหน้ามิใช่เรื่องสำคัญ ศักดิ์ศรีต่างหากที่เจ้าควรรักษามันไว้”

“ก็เพราะศักดิ์ศรีนี่อย่างไร ลูกจึงต้องทำเยี่ยงนี้ ลูกรักองค์อริยะ...รักมานานแล้ว ท่านพ่อก็รู้ องค์สูริยะก็เคยออกปาก หากได้ลูกเป็นสะใภ้จักเป็นวาสนาเป็นศักดิ์เป็นศรีแก่จันทรปุระ แล้วท่านพ่อจักให้ลูกทำเยี่ยงไรเมื่อเห็นกับตาว่าโคมเสี่ยงทายนั้นตกอยู่ในมือหญิงอื่น”

“เจ้าจงหักใจเสีย...ทุกสิ่งควรเป็นไปตามเทวะบัญชา”

บุษกรเจ็บใจมากเมื่อทุกอย่างที่ฝันและหวังพังไม่เป็นท่า ต่างจากอริยะที่พยายามตามสืบเรื่องเกศอาภาด้วยการสะกดรอยตามจนรู้ในที่สุดว่าเธอก็คือลูกสาวคนเดียวของปุณณะแม่ทัพใหญ่แห่งจันทรปุระ

ความเป็นมาและอุปนิสัยห้าวหาญเกินหญิงของเกศอาภาทำให้อริยะประทับใจอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับบุษกรเพื่อบอกลา เขาเลยทำได้แบบไม่มีลังเล บุษกรช้ำใจมากแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

“ในสายตาท่านอาจมองว่าข้าเป็นคนตลบตะแลงฉ้อฉลไปเสียแล้ว”

“เจ้าคิดมากไป ความคิดเยี่ยงนั้นมิเคยเกิดขึ้นแก่ใจข้าเลยบุษกร”

“แต่ในสายตาผู้อื่น ข้ากลายเป็นคนน่าชังไปเสียแล้ว ข้าขอยืนยัน...ข้ามิได้แย่งชิงโคมนั้นมาจากนาง ข้าเพียงออกปากขอนางดีๆและนางก็เต็มใจมอบโคมนั้นแก่ข้า”

“เรื่องแล้วไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นเถิด เจ้าอย่ากังวลใจไปเลย”

อริยะถอนใจยาวและจะผละไป บุษกรทนไม่ไหว ถลาไปขวางหน้า

“ข้ารู้...ในใจท่านอดตำหนิข้ามิได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าอยากให้ท่านรับรู้คือทุกสิ่งที่ข้าทำเพราะข้ารักท่าน นานเท่าไรข้าก็จำมิได้ ข้าอธิษฐานต่อหน้าองค์เทวะทุกวันแลคืนให้ข้าได้มีวาสนาเคียงข้างครองคู่กับท่าน”

“ขอบใจเจ้านักบุษกร เราสองคนก็ได้เห็นกัน แลเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่น้อย”

“หากน้ำใจข้ายังพอมีค่า ท่านจงโปรดใคร่ครวญบัญชาองค์สูริยะใหม่ วิงวอนให้ท่านเห็นใจข้าด้วย”

“ราชาแห่งจันทรปุระเปล่งวาจาใดแล้วจักคืนคำได้อย่างไรกัน ในเมื่อทุกสิ่งควรเป็นไปตามเทวะบัญชา!”

ooooooo

ปุณณะซึ่งยังไม่รู้ว่าลูกสาวคนเดียวเป็นคนที่เทวะเลือกเพราะเก็บโคมลอยได้ ถูกเรียกตัวไปเฝ้าองค์สูริยะแต่เช้า ส่วนเกศอาภาซึ่งยังไม่รู้ตัวเช่นกันก็รีบออกไปเจอครูฝึกหนุ่มตามนัด

อริยะพยายามทำความรู้จักกับว่าที่เจ้าสาว แล้วก็ได้แต่ทึ่งเพราะเธอไม่ใช่แค่ห้าวหาญเกินหญิง แต่ยังมีจิตใจเมตตาอ่อนโยนชวนให้เย็นใจเมื่ออยู่ใกล้ แต่กระนั้น... ไม่รู้เพราะเหตุใด เจ้าชายรัชทายาทรูปงามก็ยังไม่ยอมเผยนามและสถานะแท้จริงของตนให้เธอรู้ แต่กลับบอกว่าเขาคือพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

และเพื่อลองใจว่าที่เจ้าสาว อริยะก็แกล้งหลอกว่าเขาจะออกจากจันทรปุระไปขายของที่เมืองอื่น เกศอาภาใจหาย มีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดจนเขาต้องปลอบเสียงอ่อน

“หากบังเอิญข้าได้ผ่านมาจันทรปุระอีก ข้าจักมาคอยเจ้าที่นี่ เพราะข้าคงอดคิดถึงเจ้ามิได้ดอกเจ้าลิงป่า”

บรรยากาศแสนหวานอบอวลเพียงไม่กี่อึดใจ เกศอาภาก็ต้องพูดไม่ออกเมื่อพ่อแจ้งข่าวร้ายว่าเรื่องเธอเก็บโคมลอยได้กลางป่าเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 17 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ